Share

บทที่ 9 เริ่มต้นหาเงิน

last update Tanggal publikasi: 2025-04-22 15:58:18

เมื่อต้องมาอยู่ชนบทแน่นอนว่าทุกคนย่อมต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด พ่อแม่สามีของนางนั้นเดิมทีก่อนจะร่ำรวยก็เคยทำสวนทำนามาก่อน จึงไม่ใช่ปัญหาอันใด แต่เรื่องนี้ค่อนข้างจะส่งผลต่อคนตระกูลหลี่ไม่น้อย เพราะเดิมทีก็กินใช้เงินเดิมที่บรรพบุรุษสั่งสมมา จึงไม่เคยต้องมาทำงานลำบากแบบนี้

ด้านหลี่จื่อเวยเอง การที่นางมาจากโลกอนาคตนั้นถือเป็นเรื่องดี เพราะนางทำสิ่งใดด้วยตนเองมาตลอด ไม่ได้มีคนมาคอยรับใช้ เวลาว่างจากงานก็ชอบเดินป่าเข้าไปเที่ยวเล่นพักผ่อน เมื่อได้ยินแม่สามีบอกว่าครั้งนี้คงจะต้องเข้าป่าไปถกถางที่ดินทำกินที่ทิ้งร้างมานาน นางก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่มู่หรงซานนั้นค่อนข้างจะโอดครวญไม่น้อย

บ้านสวนมีคนสวนนามว่าลุงกู้คอยดูแลอยู่ เมื่อเจ้านายกลับมาอยู่เขาก็ดีใจไม่น้อย เร่งรีบเป็นคนนำทางทุกคนเข้าไปถกถางที่ทำกินในทันที

ที่ดินบ้านสวนค่อนข้างกว้างใหญ่ ที่ใช้ทำสวนปลูกผักไปนั้นก็แค่ส่วนหนึ่ง และด้านหลังยังมีพื้นที่อีกไม่น้อย แต่เพราะถูกทิ้งร้างเอาไว้จึงมีหญ้าขึ้นรถทึบ หลี่จื่อเวยเดินไปตามทางพร้อมกับสะพายกระบุงเอาไว้ที่หลัง เมื่อพบเจอของป่าอะไรนางก็เก็บเอามาใส่กระบุงไว้

"จือจือ ข้าเหนื่อยแล้ว ลำบากยิ่งนักต้องมาเข้าป่าเช่นนี้"

หลี่จื่อเวยหันไปมองมู่หรงซานที่ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อตนพร้อมกับบ่นไม่หยุดก็เริ่มโมโห

"เป็นบุรุษเฮงซวยเช่นใดกัน เพียงเท่านี้ก็ไม่อดทน จำไว้นะมู่หรงซาน ต่อไปข้าจะต้องทำให้ท่านเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาให้ได้ หากไม่ได้ข้าจะทุบตีท่านอยู่แบบนี้แหละ"

"โธ่ ภรรยาจ๋า"

"หุบปาก รีบเดินตามข้ามา!!!"

เดินมาไม่นานหลี่จื่อเวยก็เจอเห็ดป่าและผักป่ารวมถึงสมุนไพรหลายชนิด ประสบการณ์การเดินป่าทำให้นางนั้นพอจะจำแนกแจกแจงว่าของสิ่งใดในป่าที่กินได้หรือว่ากินไม่ได้ นางเก็บมันขึ้นมาใส่กระบุงที่แบกเอาไว้บนหลัง ก่อนจะใช้มีดฟันถางหญ้าไปเรื่อยๆ ตอนนี้ทุกคนต่างแยกกันไปถกถางหญ้ารอบๆ

เดินอยู่นานนางก็ได้ทั้งไก่ป่าและกระต่ายป่าที่ยังไม่ตายมาหลายตัว ไก่ป่านั้นนางคิดว่าหากเลี้ยงมันเอาไว้ก็จะมีไข่กินตลอดปีเป็นแน่ ครั้งนี้มู่หรงซานทำให้นางแปลกใจไม่น้อย ดูเหมือนว่าเขาไม่เอาไหน แต่เมื่อยามที่นางต้องการจับสัตว์พวกนั้นเขาก็จับมาให้นางได้อย่างรวดเร็ว

คนผู้นี้มีดีอยู่กับตัว แต่เอาไปใช้ในทางที่ผิด!!!

ใช้เวลาร่วมสามวันก็ถกถางที่ดินเรียบร้อย ตอนนี้หลี่จื่อเวยกำลังถอนวัชพืชและปรับหน้าดินเพื่อทำการเพาะปลูก ลุงกู้บอกว่าเมล็ดผักที่มีเหลืออยู่ก็ไม่ได้มากเท่าใดนัก อีกทั้งยังมีราคาสูง ยามนี้คงต้องหาเมล็ดผักราคาถูกมาปลูกเสียก่อน

หลี่จื่อเวยพยักหน้าคราหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองมู่หรงซานที่เดินกลับมาพร้อมกับถือต้นบางอย่างเอาไว้ในมือ หลี่จื่อเวยที่เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา และจ้องมองของในมือเขาด้วยแววตาเป็นที่ประกาย มู่หรงซานที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยถามทันที

"จือจือ เจ้ามองมันทำไม ข้าดูแล้วมันคงเป็นพืชผักที่ไม่มีประโยชน์"

หลี่จื่อเวยรีบยื่นมือไปดึงของในมือของมู่หรงซานมา ก่อนจะยิ้มตาหยี

นี่มันโสมคนนี่นา หากนำมาปลูกได้ มันจะสร้างรายได้ไม่น้อยเลย ได้ยินว่ายามนี้มีคนต้องการซื้อมันในราคาที่สูงมาก หากเราแบ่งไปขายและเก็บไว้เพาะปลูก เราจะต้องมีเงินใช้ไม่ขาดมือเป็นแน่

นางยิ้มตาหยี ก่อนจะหันมาเอ่ยกับมู่หรงซาน

"มู่หรงซาน เจ้านี่ก็เป็นตัวนำโชคเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าๆ"

เมื่อได้ยินภรรยาเอ่ยชมเช่นนั้นมู่หรงซานก็ยิ้มตาหยีทันที

เรื่องที่มู่หรงซานพบเจอโสมคนนั้นสร้างความดีใจให้ทุกคนไม่น้อย พวกเขาช่วยกันไปเดินดูว่ายังมีอีกมากเท่าใด ก่อนจะนำไปแบ่งขายส่วนหนึ่งและนำมาเพาะปลูกส่วนหนึ่ง เรื่องนี้ลุงกู้เป็นคนจัดการทั้งหมด ลุงกู้อยู่ที่นี่มานานย่อมรู้จักพ่อค้ามากหน้าหลายตา อีกทั้งยังรู้จักวิธีการทำการเพาะปลูกไม่น้อย หลี่จื่อเวยเองก็ตั้งใจว่าจะเรียนรู้จากลุงกู้ให้มาก

โสมคนนำไปขายได้เงินมาหลายตำลึง พอที่จะเก็บไว้ใช้จ่ายในวันต่อไป ที่เหลือก็เพียงรอให้ต้นโสมคนที่เริ่มเพาะปลูกขยายให้มันเติบโตได้มากกว่าเดิม เพื่อต่อทุนทั้งหลายเอาไว้ใช้สอย

ครั้งนี้บ้านหลี่เองก็ได้ส่วนแบ่งไม่น้อยที่ช่วยกันทำงาน ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยสิ่งใดมากก็ตาม เดิมทีหลี่ฮูหยินนางคิดจะมาขูดรีดเงินจากหลี่จื่อเวย เพราะทุกคราที่นางขู่เข็ญลูกเลี้ยงผู้นี้ก็ยอมให้นางทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างไปจากเดิม หลี่จื่อเวยกลายเป็นคนนิสัยน่ากลัว ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม้แต่บิดานางก็ไม่ไว้หน้า

หลี่หยวนบุตรชายคนโตของนางนั้นปีนี้อายุสิบเจ็ดแล้ว ก็ไม่ทำงานทำการอ้างว่าป่วยอยู่ทุกวี่ทุกวัน ส่วนหลี่อินบุตรสาวอีกคนของนางยามนี้มีอายุสิบห้าปีก็ชอบเอาแต่บ่นว่าไม่มีเงินใช้

"ท่านแม่ ชาดทาปากของข้าไม่มีแล้วนะเจ้าคะ ไหนท่านว่าจะไปขู่ขอเงินมาจากพี่ใหญ่ ไม่เห็นได้มาเลยสักตำลึง"

หลี่ฮูหยินยื่นมือไปลูบศีรษะบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ก่อนจะเอ่ย

"ยามนี้นางดูจะแข็งข้อขึ้นมาไม่น้อย เจ้าอดทนหน่อยเถิดนะลูก แม่จะหาทางเอาเงินมาจากนางให้ได้"

หลี่อินพยักหน้า ก่อนจะครุ่นคิดถึงมู่หรงซานขึ้นมา และหันไปเอ่ยกับมารดาของตน

"ท่านแม่ พี่เขยหน้าตาหล่อเหลาขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ เดิมทีข้าคิดว่าเขาจะเป็นพวกไร้มรรยาท ไม่เอาการเอางาน แต่กลับไม่น่าเชื่อ เขาจะหล่อเหลากว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีก ข้าอิจฉาพี่ใหญ่จังเลยเจ้าค่ะ"

หลี่ฮูหยินที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยปรามบุตรสาวของตนในทันที

"เจ้าห้ามคิดเช่นนี้เชียวนะ คนเช่นนั้นข้าไม่เอามาเป็นลูกเขยหรอก เจ้าไม่ต้องคิดเลยว่าจะไปเป็นอนุของเขาน่ะ รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยและพวกเราได้กลับเมืองหลวง แม่จะหาคู่ครองดีๆ มาให้เจ้า เชื่อแม่เถิด"

หลี่อินเบ้ปากออกมา ก่อนจะถอนหายใจอย่างหงุดหงิดและไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก นางเองทั้งเหนื่อยทั้งเบื่อ คิดว่าจะมาแล้วได้อยู่สุขสบาย ที่ไหนได้ต้องมาอยู่ในป่าในสวนเช่นนี้!!!

วันนี้ทุกคนค่อนข้างเหนื่อยล้า หลี่จื่อเวยแม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็ยังมาช่วยแม่สามีทำอาหาร ส่วนหลี่ฮูหยินติดนิสัยใช้บ่าวไพร่จนเคยชิน ทำสิ่งใดก็ไม่ถูกใจนาง หลี่จื่อเวยจึงให้หลี่ฮูหยินกลับเรือนไปเสีย 

อาหารมื้อเย็นค่อนข้างเรียบง่ายมีน้ำแกงกระต่าย น้ำแกงปลา และผัดถั่วงอก มีเนื้อหมูอยู่นิดหน่อย แต่ก็ถือว่าอร่อยและอิ่มท้องไปได้อีกมื้อ

"นี่จือจือ ไม่ไกลจากสวนของเราจะมีแม่น้ำอยู่ เจ้าไปเดินดูได้นะ มีปลามากมายเลย เดิมทีเราก็ใช้น้ำจากตรงนั้นมาทำสวน"

มู่หรงฮูหยินหันมาเอ่ยกับลูกสะใภ้ หลี่จื่อเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบ

"พรุ่งนี้ข้าจะไปดูเสียหน่อยเจ้าค่ะท่านแม่"

"อืม วันนี้เจ้าก็พักเถิด เจ้าเหนื่อยมากแล้ว"

"เจ้าค่ะท่านแม่"

เมื่อเก็บถ้วยชามเรียบร้อยแล้ว หลี่จื่อเวยก็ไปอาบน้ำ ก่อนจะกลับเข้ามาในห้อง เมื่อเข้ามาถึงนางก็พบกับมู่หรงซานที่กำลังยกจอกสุราขึ้นดื่ม ใบหน้าหล่อเหลาแดงระเรื่อ กลิ่นสุรารุนแรงเสียจนหลี่จื่อเวยต้องเบือนหน้าหนี

"ท่านไปเอาสุราที่ไหนมาดื่ม"

มู่หรงซานเมื่อได้ยินเสียงของภรรยาก็เงยหน้ามายิ้มอย่างหวานล้ำ ก่อนจะเอ่ยตอบ

"จือจือคนงามมาแล้วหรือ ยอดรักของข้า"

"ข้าถามว่าท่านไปเอาสุราที่ใดมาดื่ม"

"ขโมยมาจากท่านพ่อ รสชาติดีมากเลย"

หลี่จื่อเวยยกมือขึ้นนวดขมับ ก่อนจะเดินเขาไปนั่งบนเตียง ไม่ได้สนใจมู่หรงซานอีก

"ภรรยา คืนนี้ข้าขอนอนด้วยนะ"

"หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามาใกล้ข้า!!! กลิ่นสุรารุนแรงเช่นนี้ข้านอนกับท่านไม่ไหวหรอก"

มู่หรงซานยกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะเดินโซเซเข้ามาหาหลี่จื่อเวย หวังจะกอดนางสาแก่ใจสักครา แต่ยังไม่ทันที่จะได้เข้าใกล้เขาก็รู้สึกว่าภาพทุกอย่างมืดดับลงไปเสียก่อน เขาเมาเสียจนไม่อาจทำสิ่งใดได้อีก

หลี่จื่อเวยมองดูมู่หรงซานที่ล้มลงไปนอนกับพื้นก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะโยนผ้าห่มไปคลุมร่างของเขาเอาไว้และนอนหลับไม่สนใจเขาอีก

เฮ้อ!! นางเหนื่อยจริงๆ มู่หรงซานนี่เป็นปัญหาใหญ่ของนางเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีอยากดื่มสุราต้องช่วยข้าทำสวน   ตอนพิเศษ

    หลี่จื่อเวยฟื้นกลับมา ทุกคนดีใจไม่น้อยเลย ด้านท่านหมอจ้าวและจ้าวจิ้นเองก็ไม่ได้ถามสิ่งใดให้มากความ คนฟื้นขึ้นมาแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องดี จ้าวจิ้นนำยาบำรุงมามอบให้หลี่จื่อเวยหลายอย่าง บอกนางว่าขอเพียงตั้งใจบำรุงอย่างเต็มที่ย่อมหายดีในไม่ช้า หลี่จื่อเวยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองบุตรชายฝาแฝดของตนที่ยามนี้กำลังนอนหลับอยู่มู่หรงซานกอดนางเอาไว้ ราวกับกลัวว่านางจะหายไปจากเขาอีกยี่สิบห้าปีต่อมา"นั่นแหละดี เจ้าเทระวังหน่อยสิ สุรานี้ซื้อมาแพงนัก!!!"เสียงเอะอะโวยวายดังออกมาจากศาลาริมสระน้ำ มู่หรงซานที่กำลังเดินออกมาหลังจากตรวจตราบัญชีสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาปรายตามองไปยังศาลาริมน้ำ ก่อนจะถอนหายใจออกมาคราหนึ่งนับแต่วันนั้นหลี่จื่อเวยก็ไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก ร่างกายของนางอ่อนแอเกินไป แต่เขากลับไม่ใส่ใจ ยามนี้บุตรชายสองคนเติบโตแล้ว อายุก็ยี่สิบต้นๆ นามว่า มู่หรงเสวียน และมู่หรงชางมู่หรงเสวียนนั้นนับว่าเอาการเอางาน ชอบอ่านตำรา สนใจการค้าขาย ถอดแบบหลี่จื่อเวยมาไม่มีผิดเพี้ยน ต่างจากมู่หรงชางที่วันๆ เอาแต่ดื่มสุรา เที่ยวหอนางโลม เล่นการพนัน ถอดแบบเขามาราวกับจับวาง เขาเตือนเท่าใดมันก็เถีย

  • สามีอยากดื่มสุราต้องช่วยข้าทำสวน   บทที่ 30 ครองคู่และสร้างครอบครัวไปด้วยกัน (ตอนจบ)

    สองปีผ่านไป"ฮูหยินน้อย ออกแรงอีกหน่อยเถิดเจ้าค่ะ อีกหน่อย""อื้อ"เสียงร้องดังออกมาจากห้องเป็นระยะ สร้างความไม่สบายใจให้แก่ทุกคนเป็นอย่างมาก มู่หรงซานเดินวนเวียนไปมาหน้าห้องนอนอย่างไม่สบายใจ จนมู่หรงฮูหยินต้องเอ่ยปากเตือนขึ้นมา"ซานเอ๋อร์ เจ้าใจเย็นหน่อยเถิด สตรีคลอดบุตรก็เป็นเช่นนี้ เจ้าเดินวนไปเวียนมาข้าเวียนหัวหมดแล้ว""ท่านแม่ ข้าร้อนใจนี่ขอรับ นางเป็นเช่นไรบ้าง นี่ก็ข้ามวันข้ามคืนแล้วยังไม่คลอดอีก"เขาเอ่ยพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหันไปมองเฉินหลิ่น จ้าวจิ้นและหวังเจี้ยนที่กำลังเดินเข้ามา จ้าวจิ้นเอ่ยถามมู่หรงซานทันที"จือจือเล่าเป็นเช่นไรบ้าง ข้านำโสมอย่างดีติดมือมาด้วย เอาไว้ให้นางบำรุงร่างกาย""ขอบใจจ้าวมากนะอาจิ้น""อืม"ด้านเฉินหลิ่นก็เดินเข้ามาหามู่หรงซาน ก่อนจะเอ่ยเช่นเดียวกัน"ใจเย็นเถิด ยามที่ภรรยาข้าคลอดบุตรชายก็เป็นเช่นนี้"มู่หรงซานหันมาพยักหน้าให้เฉินหลิ่นคราหนึ่ง เฉินหลิ่นได้แต่งงานกับองค์หญิงจากในวังหลวง พวกเขาทั้งสองรักใคร่ทะนุถนอมกันเป็นอย่างดี อีกทั้งภรรยาของเฉินหลิ่นก็สนิทสนมกับหลี่จื่อเวยมาก เพราะสองจวนมักไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยครั้ง เพราะพบเจอกันบ่อยครั้ง"ภรรย

  • สามีอยากดื่มสุราต้องช่วยข้าทำสวน   บทที่ 29 คนบ้านรอง

    หลายวันต่อมา หลี่จื่อเวยที่กำลังกลับมาจากภัตตาคารจื่อซานก็ได้พบกับคนบ้านรอง ท่านอาของมู่หรงซาน ก็คือมู่หรงหยางนั่นเอง มู่หรงหยางมาพร้อมกับอาสะใภ้รองอวี้ซิน และลูกชายลูกสะใภ้ สภาพของคนทั้งหมดดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย หลี่จื่อเวยปรายตามองพวกเขาคราหนึ่ง ในใจพลันนึกถึงเรื่องราวในปีนั้นได้ ยามที่เกิดสงครามใหม่ๆ บ้านรองมารีดไถเงินจากบ้านหลักไปมากมาย ทำเป็นเก่งกล้าสามารถ แต่ท้ายที่สุดกลับไปไม่รอดอย่างเช่นวันนี้มู่หรงฮูหยินเองไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงเชิญคนเข้ามาในจวนเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตามมรรยาทมู่หรงหยางเล่าว่าหลังจากเดินทางไปที่บ้านเก่าของอวี้ซิน ฟางม่านม่านลูกสะใภ้ของเขาก็แท้งบุตร นับแต่นั้นก็ไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก บุตรชายก็ไม่เอาไหน ดื่มแต่สุราทั้งยังเที่ยวสตรีหอนางโลมไม่เว้นวัน สามีภรรยาทุบตีกันจนมู่หรงเฉินบุตรชายเขาแขนพิการ ฟางม่านม่านก็ขาหัก กลายเป็นคนพิการทั้งคู่ส่วนมู่หรงหยางและภรรยานั้นสิ้นเนื้อประดาตัว ถูกญาติพี่น้องฝั่งภรรยาคดโกงทรัพย์สินไปจนหมด จึงอดอยากจะมาหยิบยืมเงินจากคนบ้านหลัก เพราะรู้ว่ายามนี้คนบ้านหลักร่ำรวยมีเงินมากมายมู่หรงฮูหยินยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกับน้องชา

  • สามีอยากดื่มสุราต้องช่วยข้าทำสวน   บทที่ 28 ต่างเป็นสหายที่ดีต่อกัน

    หลายวันต่อมามู่หรงซานและหลี่จื่อเวยก็เดินทางมาที่เมืองหลวงพร้อมกัน ระยะทางจากหมู่บ้านหลิงซีมาที่เมืองหลวงนั้นไม่ได้ไกลกันเท่าใดนัก ระยะเวลาการเดินทางจึงไม่ได้ล่าช้าอย่างที่คิด สองสามีภรรยามาถึงเมืองหลวงในช่วงสายๆ เมื่อหาโรงเตี๊ยมสำหรับนอนพักหนึ่งคืนเรียบร้อยแล้ว มู่หรงซานและหลี่จื่อเวยจึงรีบไปดูจวนแห่งนั้นทันทีการเดินทางครั้งนี้มีลุงกู้ติดตามมาด้วย ลุงกู้พาเจ้านายไปดูที่ดินและจวนนั้นในทันที เมื่อหลี่จื่อเวยได้เห็นก็รู้สึกชอบมากเหลือเกิน จวนหลังนี้ขนาดพอดี ที่ดินก็เป็นทำเลเหมาะเจาะ อีกทั้งยังมีบ่อน้ำด้วยเจ้าของที่ดินเก่าร้อนเงินและต้องการเดินทางไปอยู่กับลูกชายที่ต่างเมือง จึงตัดใจขายจวนหลังนี้ในราคาสองพันตำลึงราคาอาจจะสูงไปสักเล็กน้อย แต่หลี่จื่อเวยจำคำของเจ้าห่านตัวผู้นั้นได้ดี มันบอกว่าให้นางตัดใจซื้อเสียอย่าได้ลังเล เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลี่่จื่อเวยจึงตกลงซื้อในทันที ใช้เวลาครึ่งค่อนวันทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยดี เจ้าของเดินรับเงินไปอย่างยินดีปรีดามู่หรงซานที่เห็นเช่นนั้นก็หันมาเอ่ยถามภรรยาตนทันที"ราคาไม่ได้น้อยเลย เจ้าตัดใจซื้อได้ลงจริงๆ หรือ""ดีกว่าเอาให้ท่านไปเล่นพนันก็แล้วกัน

  • สามีอยากดื่มสุราต้องช่วยข้าทำสวน   บทที่ 27 กรรมตามสนอง

    เช้าวันนี้อากาศค่อนข้างแจ่มใส พืชผักที่ปลูกไว้ถูกเก็บเกี่ยวและนำไปขายจนหมดแล้ว ลุงกู้เองก็กลับมาพร้อมกับบอกว่าเขาขายผักได้หมด อีกทั้งยังขายได้ในราคาที่ดีมากอีกด้วย ตอนนี้เมืองหลวงคึกคักไม่น้อยเลย อีกทั้งยังได้ยินมาว่าในเมืองหลวงมีคนต้องการจะขายที่ดิน ซึ่งอยู่ติดกับตลาดพอดี หลี่จื่อเวยจึงตั้งใจว่าจะเดินทางไปดูที่ทางเสียหน่อยการตายของหลี่อินและจุดจบของสามแม่ลูกไม่ได้ส่งผลใดต่อคนตระกูลมู่หรงเลยแม้แต่น้อย บิดาของนางเองก็เสียใจอยู่เพียงไม่กี่วันก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดอีก หลี่จื่อเวยกำลังล้างผักอยู่ในครัว วันนี้นางตั้งใจว่าจะทำข้าวเหนียวไก่ห่อใบบัวเสียหน่อย เมื่อจัดการเตรียมทุกอย่างพร้อมจึงได้เริ่มทำอาหาร ใช้เวลาอยู่ครึ่งค่อนวันทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย หลี่จื่อเวยจึงนำอาหารมาให้ห่านสองตัวนั้นต่อทันทีเมื่อเข้ามาก็พบว่าเจ้าห่านสองตัวกำลังกอดก่ายกันอย่างรักใคร่กลมเกลียว หลี่จื่อเวยวางอาหารลงตรงหน้ามันก็กินอย่างไม่รีบไม่ร้อน เมื่อกินอิ่มแล้ว หลี่จื่อเวยจึงเอ่ยถามทันที"นี่เจ้าห่านตัวผู้ อีกไม่นานข้าคงต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว หากข้าอยากเปิดร้านอาหาร แล้วต้องการใช้บ่อน้ำวิเศษ แต่ไม่สามารถนำม

  • สามีอยากดื่มสุราต้องช่วยข้าทำสวน   บทที่ 26 วางแผนย้ายที่อยู่

    เมื่อสามแม่ลูกมหาประลัยย้ายออกจากบ้านสวนไปแล้ว ทุกคนต่างถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจไม่น้อย ด้านบิดาของหลี่จื่อเวยก็รู้สึกผิดไม่น้อย หลี่จื่อเวยเองก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก เรื่องที่แล้วก็ให้แล้วไปเถิด นางไม่่ได้ติดใจอยากจะเอาความใดมากไปกว่านี้เช้าวันต่อมาหลังจากกินมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลี่จื่อเวยและมู่หรงซานก็ตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับห่านสองตัวนั้นให้แม่สามีได้ฟัง เพราะตอนนี้สามแม่ลูกนั่นออกจากบ้านสวนไปแล้ว ย่อมไม่มีสิ่งใดน่าเป็นกังวลอีกแล้ว มู่หรงฮูหยินที่ได้ยินเช่นนั้นเดิมทีก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าใดนัก แต่เมื่อได้เห็นตั๋วเงินมากมายที่เก็บเอาไว้ในห้องนอนของบุตรชายและสะใภ้ นางก็ถึงกับอ้าปากตาค้างเงินนี่มันมากมายเหลือเกินนางไม่ได้ถามว่าเพราะเหตุใดหลี่จื่อเวยจึงคิดมาบอกนางเอาป่านนี้ นางเองเข้าใจว่าทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของมันหลี่จื่อเวยจับมือของมู่หรงฮูหยิน ก่อนจะเอ่ย"ข้าต้องขออภัยท่านแม่ที่ไม่ได้บอกกล่าวให้เร็วกว่านี้ เพราะข้าไม่ไว้ใจสามแม่ลูกนั้น ยามนี้พวกนางจากไปแล้ว ข้าจึงวางใจอยากบอกท่าน ท่านแม่เจ้าคะ ยามนี้เมืองหลวงเองก็เจริญมากแล้ว พวกเราไปหาที่ทางทำกินในเมืองหลวงกันดีห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status