Share

3.พบเจอกันครั้งแรก

last update Tanggal publikasi: 2026-09-02 15:41:24

เสิ่นไป๋จื่อจ้องมองใบหน้าของเจิ้งลั่วอีตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็อดไม่ได้ที่จะลอบเบะปากด้วยความริษยาที่ล้นอยู่เต็มอก

"ลั่วอี..วันนี้เจ้าแต่งกายงดงามมากเป็นพิเศษเชียวนะ ในงานเลี้ยงของพระราชวังคืนนี้มีเรื่องอันใดน่าตื่นเต้นอย่างนั้นหรือ หรือว่าท่านลุงพูดคุยเรื่องการหาสามีให้เจ้าแล้ว ถึงได้ประทินโฉมเสียจนผู้คนแทบจะจำไม่ได้เช่นนี้"

เมื่อวานนี้หลังจากที่เสิ่นไป๋จื่อแอบเห็นว่าลั่วอีกำลังเลือกชุดผ้าไหมเนื้อดีและเครื่องประดับล้ำค่าเพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมงานเลี้ยงชมบุปผาของพระราชวัง นางก็เกิดความอิจฉาริษยาจนทนไม่ไหว นึกอยากจะไปอวดโฉมในงานบ้างจึงรีบวิ่งไปร้องขอความเมตตาจากท่านเสนาบดีเจิ้ง และแน่นอนว่าท่านลุงผู้มีเมตตาก็ตามใจนาง เพราะตัวนางเองก็ถือเป็นสตรีที่ถึงวัยออกเรือนแล้วเช่นเดียวกัน การได้เข้าวัง อาจทำให้นางได้พบเจอคุณชายตระกูลสูงศักดิ์สักคน

เจิ้งลั่วอีปรายตามองญาติผู้พี่เพียงเล็กน้อย นางล่วงรู้ดีแก่ใจว่าสตรีตรงหน้ามิได้มีความหวังดีต่อนางแม้แต่น้อย ในเมื่อท่านพ่อยังไม่เอ่ยปากประกาศเรื่องการแต่งงานของนางกับราชครูเซียวให้ผู้ใดล่วงรู้ เช่นนั้นนางก็จะยังไม่กล่าวถึงเช่นเดียวกัน คุณหนูผู้อ่อนหวานส่งยิ้มบางเบาที่ดูไร้เดียงสาไปให้

"พี่หญิงไป๋จื่อกล่าวหนักเกินไปแล้ว ข้าเพียงแค่ตั้งใจแต่งกายให้ถูกกาลเทศะเท่านั้น ข้าแค่อยากไปเปิดหูเปิดตาดูความงดงามของวังหลวงก็เท่านั้นเอง ท่านพ่อไม่ค่อยให้ข้าออกจากจวนเท่าไหร่นัก เมื่อได้ยินว่าจะได้เข้าร่วมงานเลี้ยงที่แสนยิ่งใหญ่ ข้าก็อดรู้สึกตื่นเต้นมิได้ หากมีสิ่งใดไม่เหมาะสม..ขอพี่หญิงช่วยชี้แนะด้วยนะเจ้าคะ"

เสิ่นไป๋จื่อพ่นลมหายใจออกมาเบาๆดวงตาเรียวรีหรี่ลงอย่างมีเลศนัย 

"ที่จริงแล้ว..เจ้าไม่เคยออกงานสังคมงานใหญ่โตเช่นนี้ก็คงจะไม่รู้ว่า ชุดที่เจ้าสวมอยู่นี้หาได้เหมาะสมไม่ สีสันมันดูจืดชืดและข่มราศีของจวนเสนาบดีเสียหมด เจ้าควรจะกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดและเปลี่ยนการแต่งกายตามที่ข้าแนะนำดีกว่านะ ข้ามีชุดสีเขียวสดที่เหมาะกับงานเช่นนี้อยู่ รับรองว่าหากเจ้าสวมใส่จะต้องดูดีกว่านี้แน่"

ที่จริงแล้วคำพูดของเสิ่นไป๋จื่อล้วนเป็นคำโกหกพกหลมทั้งสิ้น

เจิ้งลั่วอีในยามนี้งดงามหมดจดเสียจนผู้คนแทบหยุดหายใจ นางสวมชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูที่ขับเน้นให้ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะดูมีเลือดฝาด บนเนื้อผ้าปักดิ้นเงินลายดอกไห่ถังที่ล้อไปกับแสงอาทิตย์ เรือนผมสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะ ประดับด้วยปิ่นระย้าไข่มุกที่แกว่งไกวไปมาตามจังหวะการก้าวเดิน ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบา ทว่ากลับดึงดูดสายตาด้วยริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดและดวงตากลมโตที่สุกสกาวราวกับดวงดาว

แม้ไม่ได้แต่งแต้มสิ่งใดมากมาย สตรีผู้นี้ก็มีความงดงามเย้ายวนที่แฝงไปด้วยความบริสุทธิ์น่าทะนุถนอม ชนิดที่ว่าบุรุษใดได้เห็นเป็นต้องใจอ่อนระทวย เสิ่นไป๋จื่อไม่มีทางยินยอมให้ลั่วอีไปโดดเด่นและงดงามกว่าตนเองในงานเลี้ยงอย่างเด็ดขาด เพราะฉะนั้นนางจึงคิดออกอุบายให้ลั่วอีไปเปลี่ยนชุดที่ดูเชยและไม่เข้ากับรูปร่าง เพื่อทำลายความโดดเด่นนี้เสีย

ทว่าเจิ้งลั่วอีกลับก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนแววตารู้ทันเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายกยิ้มที่มุมปากอย่างนุ่มนวล

"เช่นนั้นหรือเจ้าคะพี่หญิง..แย่จริงเชียว แต่ว่าตอนนี้น่าจะใกล้ถึงเวลาเริ่มงานแล้ว ข้าไม่มีเวลากลับเข้าไปเปลี่ยนชุดแล้วล่ะเจ้าค่ะ วันนี้ก็คงต้องได้แต่แต่งกายน่าอายนี่เข้าวังหลวงไปก่อน แล้ววันข้างหน้าข้าจะทำตามคำแนะนำของพี่หญิงทุกประการเลยนะเจ้าคะ..ไปกันเถอะต้าหนิว ประเดี๋ยวจะสายเอาได้"

เมื่อกล่าวจบลั่วอีก็หมุนตัวเดินขึ้นรถม้าประจำตำแหน่งของจวนเสนาบดีไปในทันที ทิ้งให้เสิ่นไป๋จื่อยื่นกระทืบเท้าด้วยความขัดใจอยู่เบื้องหลัง

ลั่วอีเอนหลังพิงเบาะนุ่มภายในรถม้า นางยินยอมให้เสิ่นไป๋จื่อรังแกในเรื่องเล็กๆน้อยๆได้ แต่ใช่ว่าจะยินยอมให้สตรีผู้นี้มาทำลายความตั้งใจในการแต่งกายเพื่อไปพบเจอว่าที่สามีของนางในวันนี้ให้พังพินาศลงสักหน่อย

นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามเนื้อผ้าไหมชั้นดีของตนเอง พลางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า จวนเสนาบดีที่แสนกว้างขวางและหรูหราแห่งนี้ สำหรับนางแล้วมันเปรียบเสมือนกรงทองขนาดใหญ่ที่กักขังและลิดรอนอิสรภาพของนางเอาไว้ นางต้องทำตัวเป็นคุณหนูในกรอบ ต้องเชื่อฟังบิดาที่เห็นนางเป็นเพียงหมากกระดานหนึ่ง ลั่วอียกยิ้มที่มุมปากด้วยรอยยิ้มที่งดงามทว่าแฝงไปด้วยความหวังอันแรงกล้า

บางที..ว่าที่สามีที่ได้ชื่อว่าเป็นหมาบ้าของนางผู้นั้น อาจจะเป็นผู้ที่มากระชากกรงขังนี้ให้แหลกละเอียด เพื่อให้นกตัวน้อยที่แสร้งทำเป็นว่านอนสอนง่ายอย่างนาง ได้มีอิสระและได้โบยบินเสียที

.........

รถม้าคันงามจอดเทียบที่ด้านหน้าประตูวังหลวง เจิ้งลั่วอีในมาดของคุณหนูผู้เพียบพร้อมก้าวลงจากรถม้า นางเดินตามการนำของขันทีเข้าไปด้านในอุทยานหลวงที่ใช้จัดงานเลี้ยงด้วยท่าทีสง่างาม ทุกย่างก้าวแผ่วเบาและถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจนไร้ที่ติ ท่ามกลางหมู่มวลบุปผาที่บานสะพรั่ง กลับไม่อาจเทียบเคียงความงามของดรุณีน้อยตระกูลเจิ้งได้เลย สายตาของเหล่าฮูหยินและคุณหนูตระกูลต่างๆต่างจับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว

ลั่วอีเดินไปนั่งลงตรงที่นั่งฝั่งของสตรีตามป้ายชื่อ เมื่อจัดแจงกระโปรงเรียบร้อย นางจึงค่อยๆ ช้อนสายตาเงยหน้าขึ้นมองสำรวจบรรยากาศรอบกาย

สิ่งที่ลั่วอีมองเห็นคือ บริเวณลานกว้างถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน อีกฝั่งหนึ่งคือที่นั่งของเหล่าบุรุษขุนนางและเชื้อพระวงศ์ และที่นั่งในตำแหน่งที่สูงที่สุดรองลงมาจากองค์รัชทายาทที่กำลังจะได้รับการแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้ในไม่ช้า นอกจากท่านกั๋วกงผู้มีบรรยากาศน่าเกรงขามที่นางเพิ่งพบเมื่อวันก่อนแล้ว..ก็คือที่นั่งของท่านราชครูเซียว

วินาทีที่สายตาของเจิ้งลั่วอีปะทะเข้ากับร่างที่นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น ลมหายใจของนางก็พลันสะดุดไปชั่วขณะ

นั่นน่ะหรือ..เซียวจิ้นเหยียน หมาบ้าแห่งราชสำนัก

ชายหนุ่มอยู่ในชุดอาภรณ์สีดำขลับที่ตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อหนา ปักลวดลายพยัคฆ์ด้วยดิ้นเงินสลับแดงเข้ม เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าเกียจคร้านทว่ากลับแผ่ซ่านกลิ่นอายของความอันตรายและทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ทว่าสิ่งที่ทำให้ลั่วอีถึงกับไม่อาจละสายตาได้ คือใบหน้าของเขา

เขา..หล่อเหลามากกว่าที่นางคาดคิดเอาไว้หลายสิบเท่านัก!

โครงหน้าของเขาคมคายราวกับสวรรค์ตั้งใจบรรจงสลักเสลา คิ้วกระบี่พาดเฉียงเหนือเข้ม ดำขลับดุจน้ำหมึก ดวงตาเรียวยาวคมกริบราวกับพญาเหยี่ยว นัยน์ตาสีรัตติกาลดูลึกล้ำและเยือกเย็นจนไม่อาจคาดเดาอารมณ์ จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบที่ดูร้ายกาจ ผิวของเขาไม่ได้ขาวซีดเหมือนบัณฑิตทั่วไป แต่เป็นสีทองแดงจางๆที่ดูสุขภาพดีและกรำศึก ชายผู้มีชื่อเสียงระบือไกลถึงความโหดเหี้ยม ป่าเถื่อนและอาจหาญจนถูกตราหน้าว่าเสียสติ..กลับมีรูปโฉมที่งดงามปานทวยเทพบนสวรรค์ลงมาจุติ

ในจังหวะนั้นเองราวกับเขารับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา ราชครูเซียวจิ้นเหยียนค่อยๆยกจอกสุราจอกเล็กที่ทำจากหยกขาวขึ้นมาจรดริมฝีปาก ก่อนที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะปรายสายตาข้ามลานกว้าง มาหยุดลงที่ใบหน้าของเจิ้งลั่วอีพอดี

ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ถูกจับได้ ทว่านางไม่ได้หลบตา

เซียวจิ้นเหยียนมองสตรีที่นั่งอยู่อีกฝั่งด้วยสายตาที่นางเองก็เดาไม่ออกเช่นเดียวกันว่ามันหมายความว่าอย่างไร มันล้ำลึก เยือกเย็นแต่กลับมีประกายความสว่างวาบประหลาดพาดผ่าน เขาจ้องมองใบหน้างดงามที่ดูอ่อนหวานไร้พิษสงของนางอยู่ครู่หนึ่ง

"..."

และแล้ว เขาก็ยกยิ้ม..

มันไม่ใช่รอยยิ้มที่อบอุ่น แต่มันคือการยกมุมปากขึ้นเพียงข้างเดียวในขณะที่เขาค่อยๆละสายตาไปจากใบหน้าของนางและกระดกสุราลงคอ รอยยิ้มนั้นมันคือรอยยิ้มเย้ยหยันหยามหมิ่น หรือว่ามันคือรอยยิ้มที่พึงพอใจในรูปร่างหน้าตาของนางกันแน่

เรื่องนั้นเจิ้งลั่วอีเองก็สุดจะคาดเดา นางรู้เพียงแค่ว่าวันนี้นางพยายามอย่างมากในการขัดสีฉวีวรรณและแต่งกายอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้การพบเจอกันครั้งแรกของเรามันเป็นที่น่าจดจำที่สุด แต่ปฏิกิริยาอันเรียบเฉยและรอยยิ้มมุมปากของเขานั้น ทำให้นางเริ่มขาดความมั่นใจ

หรือว่าวันนี้นางยังงดงามไม่เพียงพอกันนะ 

ลั่วอีคิดกังวลในใจ นางกวาดสายตามองไปรอบๆฝั่งสตรี มีคุณหนูมากมายจากจวนต่างๆนั่งอยู่ที่นี่ แต่ละคนล้วนแต่งกายด้วยผ้าไหมสีสันสดใส ประดับประดาด้วยทองคำและอัญมณีวิบวับ นางอาจจะดูจืดชืดเกินไปจนงดงามและตราตรึงใจเขามิสู้เหล่าสตรีหน้าหนาพวกนั้นหรือเปล่า

ในขณะที่ลั่วอีกำลังจมอยู่กับความคิดและความไม่มั่นใจในเสน่ห์ของตนเองอยู่นั้นเอง จู่ๆเงาสายหนึ่งก็ทาบทับลงมาบดบังแสงสว่างที่โต๊ะของนาง

เจิ้งลั่วอีเงยหน้าขึ้น พบกับบุรุษร่างกำยำในชุดองครักษ์สีเข้มที่มีใบหน้าเคร่งขรึม เขาก้าวเข้ามาหานางอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ในมือของเขามีม้วนกระดาษแผ่นเล็กๆ ซ่อนอยู่

"คุณหนูเจิ้ง" 

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกเบาๆ พอให้ได้ยินกันเพียงสองคน 

"ข้าน้อยคือไท่ซานองครักษ์ประจำตัวของท่านราชครูเซียวขอรับ"

หัวใจของลั่วอีเต้นกระตุก นางกะพริบตาปริบๆมององครักษ์ตรงหน้าสลับกับมองข้ามไปยังฝั่งบุรุษ ซึ่งบัดนี้ที่นั่งของราชครูเซียวว่างเปล่าลงแล้ว

"ท่านราชครูมีธุระอันใดกับข้าหรือเจ้าคะ" 

นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานใสที่แสร้งทำเป็นประหม่าเล็กน้อย

ไท่ซานค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคุณหนูสายหื่นเงียบสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง

"ท่านราชครูต้องการพูดคุยกับคุณหนูตามลำพังขอรับ ตอนนี้ท่านรออยู่ที่ศาลาชมจันทร์ท้ายอุทยาน..เชิญคุณหนูตามข้าน้อยมาได้เลยขอรับ"

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   ตอนพิเศษ ครอบครัวของเรา

    เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีหม่น ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระลอก ทว่าบรรยากาศภายในจวนราชครูตระกูลเซียวกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสว่างไสว โคมไฟกระดาษสีแดงมงคลถูกแขวนประดับประดาไปทั่วทุกระเบียงทางเดิน แสงเทียนที่จุดสว่างไสวขับไล่ความหนาวเหน็บให้มลายหายไปจนสิ้น วันนี้คือวันสิ้นปี เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและการอยู่ร่วมกันของครอบครัวรถม้าคันใหญ่ที่ประดับตราสัญลักษณ์ของจวนเว่ยกั๋วกงค่อยๆแล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนราชครู เซียวอู๋จิ้วหรือท่านเว่ยกั๋วกงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก เขากางร่มคันใหญ่เพื่อบังหิมะ ก่อนจะยื่นมือไปพยุงหลินเยว่ ฮูหยินสุดที่รักและลูกๆทั้งสองวัยกำลังซุกซนให้ก้าวลงมาอย่างระมัดระวังเซียวอู๋จิ้วเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อจวนราชครู นัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย จริงอยู่ที่ในอดีตเขาไม่ชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เอาเสียเลย จวนตระกูลเซียวเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย การแก่งแย่งชิงดีและความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ แต่ทว่า..เมื่อวันเวลาเลยผ่านไป สายน้ำที่เชี่ยวกรากก็เริ่มพัดพาเอาความแค้นและความเจ็บปวดเหล่านั้นให้จางหายไปอย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   32.จะช่วยส่งเสริม (จบ)

    เมื่อปัญหาความวุ่นวายในเมืองหลวงถูกสะสางจนสิ้นซาก อำนาจในราชสำนักเข้าที่เข้าทางภายใต้การดูแลของฮ่องเต้พระองค์ใหม่และขุนนางตงฉิน ท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนผู้ซึ่งกรำงานหนักมาตลอดหลายเดือน ก็ได้โอกาสยื่นฎีกาขอลาพักร้อนยาว เพื่อพาฮูหยินคนงามของเขาหลีกหนีจากความวุ่นวาย ออกเดินทางรอนแรมล่องเรือลงสู่แดนใต้ที่แสนสงบและงดงามสายลมอ่อนๆในช่วงต้นฤดูสารทพัดโชยมา หอบเอากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาและไอเย็นจากสายน้ำมาแตะจมูก เรือสำราญไม้สักลำใหญ่ที่ถูกเช่าเหมาลำลอยล่องไปตามลำน้ำสายกว้างอย่างอ้อยอิ่ง ภายในห้องโดยสารของเรือนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหราทว่าโปร่งสบาย ผนังไม้ฉลุลายเปิดรับแสงแดดและสายลมให้พัดผ่านเข้ามาได้อย่างอิสระแสงแดดสีทองอร่ามในยามบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ กระทบลงบนใบหน้างดงามของเจิ้งลั่วอีที่กำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำอยู่ริมหน้าต่างดรุณีน้อยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูบริสุทธิ์และสดใส ผิวพรรณของนางที่สะท้อนกับแสงแดดนั้นขาวเนียนและเปล่งประกายดุจหยกชั้นดี นัยน์ตากลมโตสุกสกาว ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มบางๆ อย่างคนที่มีความสุขล้นปรี่ นางมีความงดงามในแบบที่บริสุทธิ์ทว่าเย้าย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   31.รักแรกพบ

    รถม้าคันงามที่ไม่ได้ประดับประดาด้วยลวดลายหรูหราจนเกินพอดี ทว่าดูแข็งแรงและมั่นคง แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนขนาดกลางแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบและร่มรื่นของเมืองหลวง ป้ายไม้สักแกะสลักตัวอักษรสีทองอร่ามที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้าเขียนเอาไว้ว่าจวนใต้เท้าเซียวบ่งบอกถึงสถานะอันทรงเกียรติของเจ้าของบ้านคนใหม่ได้อย่างชัดเจนม่านหน้าต่างรถม้าถูกเลิกขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มที่ก้าวลงมาตรึงยืนอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาคมคาย หล่อเหลา ทว่ายังคงติดจะเคร่งขรึมและเย็นชาดุจน้ำแข็งตามสัญชาตญาณเดิม ทว่าเมื่อเขายื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับดาบออกไปรอรับสตรีที่อยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมืดมิดและไร้ระลอกคลื่น กลับทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจางหว่านชิง ฮูหยินหมาดๆก้าวลงมาจากรถม้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้าดุจดวงตะวันในยามเช้า นางวางมือเล็กๆ ที่ขาวผ่องของตนเองลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาอย่างคุ้นชิน ไท่ซานหรือในยามนี้คือเซียวไท่ซานกระชับฝ่ามือจับจูงมือของฮูหยินคนงามเอาไว้แน่น เขาประคองนางให้ก้าวเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปยังอาณาเขตท

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   30.อยากทำมานาน

    บรรยากาศภายในโถงรับรองหลักของจวนเสนาบดีกรมพิธีการตระกูลจางในยามนี้ อบอวลไปด้วยความอึดอัดและเงียบงันจนน่าขนลุกขุนนางจางหรือใต้เท้าจางผู้เป็นเจ้าของบ้าน นั่งปั้นหน้ายากอยู่บนเก้าอี้ลึกๆแล้วในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง ที่บุตรีหัวแก้วหัวแหวนอย่างจางหว่านชิง ซึ่งอุตส่าห์ส่งไปร่ำเรียนถึงต่างเมืองและหมายมั่นจะให้แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ กลับไปคว้าเอาองครักษ์เงาผู้ต่ำต้อยของจวนราชครูมาเป็นสามี!ทว่า..แม้ในใจจะคัดค้านจนแทบกระอักเลือด แต่ภายนอกเขากลับไม่สามารถเอ่ยปากด่าทอหรือปฏิเสธคำใดออกมาได้เลยแม้แต่ครึ่งคำนั่นก็เป็นเพราะว่าในวันนี้แขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาเยือนจวนตระกูลจางเพื่อทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่สู่ขอจางหว่านชิงให้กับไท่ซานอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แม่สื่อธรรมดาแต่กลับเป็นถึงท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนและฮูหยินเซียวผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งเมืองหลวงเซียวจิ้นเหยียนนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดัน นัยน์ตาสีรัตติกาลปรายมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของใต้เท้าจาง ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาลงและเอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง"ใต้เท้าจาง ข้าล่วงรู้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   29.คุ้มค่า nc

    เมื่อจัดการสะสางเรื่องราวอันน่าปวดหัวและอนาคตของไท่ซานเสร็จสิ้น เซียวจิ้นเหยียนก็ไม่คิดจะรั้งรออยู่ที่จวนเว่ยกั๋วกงให้เสียเวลาแม้แต่เค่อเดียว ชายหนุ่มรีบเดินทางกลับมายังอาณาเขตของตนเองในทันทีก่อนจะแยกย้ายเขาสั่งการองครักษ์เงาผู้ที่บัดนี้กลายเป็นน้องชายบุญธรรมด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ไท่ซาน..วันนี้เจ้าจงไปพบและพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับคุณหนูจางให้เรียบร้อยเสีย ทำให้นางมั่นใจในตัวเจ้า และอีกสามวัน..ข้าในฐานะพี่ชายของเจ้าจะเดินทางไปที่จวนตระกูลจางด้วยตนเอง เพื่อเจรจาสู่ขอนางให้เจ้าอย่างเป็นทางการ"ไท่ซานคุกเข่ารับคำสั่งด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจอย่างที่สุดส่วนทางด้านเซียวจิ้นเหยียน เมื่อสั่งงานเสร็จสิ้นเขาก็เร่งรีบก้าวเท้ายาวๆเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลักของตนเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทว่าเมื่อสายตาคมกริบทอดมองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกขึ้นแต่กลับไม่พบเจอเรือนร่างขาวผ่องของลั่วอีที่ควรจะนอนหลับใหลอยู่บนนั้นแล้วเซียวจิ้นเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมไหวเบาๆดังเล็ดลอดมาจากทางห้องอาบน้ำรอยยิ้มเจ้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   28.เป็นผู้เป็นคน

    แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและความเร่าร้อนของค่ำคืนแต่งงานบนเตียงนอนหลังใหญ่ร่างบอบบางของเจิ้งลั่วอียังคงหลับสนิท ลมหายใจของนางเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พวงแก้มขาวเนียนซับสีเลือดฝาดจากการถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งคืนเซียวจิ้นเหยียนขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาค่อยๆดึงท่อนแขนแกร่งของตนเองออกจากการกอดก่ายของฮูหยินตัวน้อยอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้ลั่วอีที่กำลังเหนื่อยล้าแทบขาดใจต้องตื่นขึ้นมากลางคัน ชายหนุ่มดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมปิดลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่มีแต่รอยรักสีจางๆให้แก่นาง ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรักเมื่อก้าวเท้าลงจากเตียง ชายหนุ่มก็จัดการสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท แววตาที่เคยอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นความเย็นชาและเฉียบขาดดุจน้ำแข็งพันปีตามฉบับของหมาบ้าแห่งราชสำนักทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอนออกมาเขามีปัญหาที่ยังค้างคา และต้องรีบสะสางให้จบสิ้นก่อนที่ฮูหยินของเขาจะตื่นขึ้นมาเป้าหมายแรกของ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status