แชร์

4.ตั้งใจจะสั่งสอน

last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-02 15:41:57

สายลมยามราตรีของต้นฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านร่างสูงใหญ่ของเซียวจิ้นเหยียนไปเบาๆ อากาศในยามค่ำคืนค่อนข้างเย็นเยียบจนสตรีทั่วไปอาจต้องกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น ทว่าสำหรับบุรุษที่กรำศึกและคุ้นชินกับความตายเยี่ยงเขากลับไม่รู้สึกหนาวเหน็บเลยแม้แต่น้อย

เขายืนเอามือไพล่หลังทอดสายตามองเงาจันทร์ที่สะท้อนบนผิวน้ำในสระบัวของศาลาชมจันทร์ท้ายอุทยานหลวง ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มหยันให้กับชะตากรรมอันน่าขันของตนเอง บนโลกใบนี้คงมีแต่เขาเท่านั้นกระมัง ที่การแต่งงานครั้งสำคัญถูกกำหนดและจัดแจงขึ้นโดยฝีมือของน้องชายสุดที่รัก แทนที่พี่ชายจะเป็นฝ่ายเฟ้นหาฮูหยินที่เพียบพร้อมให้น้องชาย แต่เจ้าน้องชายตัวดีที่รำคาญความบ้าคลั่งของเขา กลับเป็นฝ่ายไปทูลขอราชโองการสมรสจากฮ่องเต้ เพื่อหาฮูหยินมาผูกมัดตัวเขาแทนเสียนี่

แต่ก็ช่างมันเถิด..จิ้นเหยียนคิดในใจอย่างไม่หยี่ระ

สำหรับตัวเขาที่มือเปื้อนเลือดมานับไม่ถ้วน ไม่เคยมีความคิดที่จะพานพบกับความรักอันงมงายหรือความผูกพันอันลึกซึ้งอยู่แล้ว การแต่งงานก็แค่การมีสตรีแปลกหน้าเพิ่มเข้ามาอยู่ในจวนราชครูอีกสักคนเท่านั้น ถือเสียว่าน้องชายส่งของเล่นแก้เหงาชิ้นใหม่มาให้เขาได้ใช้รังแกเพื่อความบันเทิงใจ

ยิ่งสตรีผู้นั้นคือคุณหนูตระกูลเจิ้ง ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นสตรีที่อ่อนหวาน งดงามและไร้เดียงสาราวกับดอกบัวขาวที่แสนบริสุทธิ์ เขาก็ยิ่งนึกสนุก สตรีที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม แค่เห็นเขาขึ้นเสียงตวาดใส่ก็คงจะตัวสั่นงันงกและร้องไห้น้ำตาหยดแหมะ..เขานึกอยากจะรู้นักว่า นางจะทนความป่าเถื่อนและอารมณ์ที่คาดเดาไม่ได้ของเขาได้สักแค่ไหนเชียว

"ท่านราชครูเรียกหาข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ"

น้ำเสียงที่หวานใสและกังวานราวกับระฆังแก้วชั้นดีดังขึ้นทำลายความเงียบ เซียวจิ้นเหยียนค่อยๆ หมุนตัวกลับไปมองสตรีที่เพิ่งก้าวเข้ามาในอาณาเขตของศาลาชมจันทร์

เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มแสยะที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน เมื่อได้มองเห็นใบหน้านั้นในระยะประชิด ภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวงที่สาดส่องลงมา เรื่องความงดงามของเจิ้งลั่วอีก็ยังคงประจักษ์แจ้งแก่สายตาอยู่ดี ใบหน้ารูปไข่หมดจด ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะแรกและดวงตากลมโตที่ช้อนมองเขาอย่างระแวดระวังนั้น ช่างปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายของมัจจุราชหนุ่มให้ลุกโชน

"ข้าคิดว่า เจ้าคงจะได้ยินข่าวเรื่องงานมงคลของเราจากบิดาของเจ้าแล้วกระมัง" 

จิ้นเหยียนเอ่ยเข้าเรื่องด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง

เจิ้งลั่วอีพยักหน้าเบาๆกิริยามารยาทงดงามไร้ที่ติ 

"เจ้าค่ะท่านราชครู"

แม้ในใจของนางจะเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ได้อยู่ตามลำพังกับบุรุษรูปงามที่ตรงตามที่นางชอบทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าภายนอกนางกลับแสดงออกถึงความนบนอบและสงบเสงี่ยม คงเป็นเพราะอายุของเราที่ห่างกันอยู่หลายปี ในขณะที่ลั่วอีอายุจะยี่สิบปีบริบูรณ์ในสิ้นปีนี้ แต่บุรุษตรงหน้ากลับเป็นชายฉกรรจ์ในวัยสามสิบกว่าๆที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน เพราะอย่างนั้นการให้ความเคารพว่าที่สามีผู้เปี่ยมไปด้วยบารมี จึงเป็นสิ่งที่นางพึงกระทำเพื่อซื้อใจเขา

"มานั่งสิ ข้ามีเรื่อง..ที่อยากจะตกลงกับเจ้าอีกเยอะเลยทีเดียว"

ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนพลางพยักหน้า เจิ้งลั่วอีเดินเข้ามาภายในศาลาชมจันทร์ นางตั้งใจจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อรักษาระยะห่างตามธรรมเนียมสตรีที่ดี ทว่ายังไม่ทันที่นางจะก้าวไปถึง ท่อนแขนแกร่งของเซียวจิ้นเหยียนก็ยื่นออกมากระชากข้อมือเล็กของนางอย่างแรง!

"อ๊ะ!"

ร่างบอบบางปลิวหวือตามแรงดึง ก่อนจะถูกรั้งให้นั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน..โดยที่ระยะห่างระหว่างนางกับเขา แทบจะไม่มีพื้นที่ให้สายลมพัดผ่าน

หัวใจของเจิ้งลั่วอีเต้นกระหน่ำรุนแรงอย่างห้ามไม่อยู่ นี่คือครั้งแรกในทั้งสองชาติภพที่นางได้ใกล้ชิดกับบุรุษเพศถึงเพียงนี้! มันใกล้ชิดเสียจนแผ่นหลังของนางสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากอกแกร่ง ใกล้เสียจนนางได้กลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาโชยมาเตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำอบหรือกำยานฉุนกึกเหมือนขุนนางบุรุษทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นหอมเย็นสบายที่ให้ความรู้สึกดุดัน..คล้ายกับกลิ่นของไอดินยามฝนตกกระหน่ำในป่าไผ่ลึก กลิ่นที่ทำให้ผู้สูดดมรู้สึกลุ่มหลงและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

เซียวจิ้นเหยียนไม่สนใจอาการตัวแข็งทื่อของสตรีข้างกาย เขาหยิบป้านสุราหยกขาวขึ้นมารินสุรารสเลิศลงในจอก แล้วยื่นส่งไปตรงหน้านาง

"ข้อแรก.." 

น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบข้างใบหูเล็ก 

"ข้าชอบสตรีที่รู้ความ ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่จุ้นจ้านและไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของข้า ข้าอาจจะแต่งเจ้าเข้าจวนในฐานะฮูหยินเอกก็จริง..แต่จงจำไว้ว่า ข้าไม่คิดจะมีความรักมอบให้เจ้า และไม่คิดจะเทิดทูนเจ้าเป็นเมียเดียวหรอกนะ"

คำขู่ที่แสนเย็นชาถูกพ่นออกมาเพื่อหวังจะกรีดแทงหัวใจอันเปราะบางของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ เขาคาดหวังจะได้เห็นดวงตาคู่สวยนั้นเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความผิดหวัง

ทว่าสิ่งที่เขาได้รับ กลับเป็นมือเรียวขาวผ่องที่ยื่นมารับจอกสุราไปอย่างว่าง่าย เจิ้งลั่วอียกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะวางมันลงแล้วพยักหน้าเบาๆ

"ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ"

น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการตัดพ้อ สำหรับลั่วอีแล้วเรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด! นางเข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงดีว่า ชายหนุ่มที่ทั้งหล่อเหลา ร่ำรวยและทรงอำนาจล้นฟ้าเช่นเขา ย่อมต้องมีอนุภรรยา อุ่นเตียงหรือหญิงคณิกาไว้คอยรับใช้เป็นเรื่องธรรมดาของยุคสมัย แค่เขามีเงินเลี้ยงดูนางให้อยู่สุขสบาย มีเตียงนุ่มๆให้นอน และมาทำหน้าที่สามีให้นางบ้างเป็นครั้งคราว แค่นั้นก็ถือว่าคุ้มค่าเกินพอแล้ว

เซียวจิ้นเหยียนขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ความประหลาดใจพาดผ่านนัยน์ตาคมกริบ เมื่อเห็นว่าสตรีผู้นี้ยอมรับข้อจำกัดอันโหดร้ายได้ง่ายดายกว่าที่คิด ทั้งที่เขาเตรียมใจไว้แล้วว่านางจะต้องเริ่มสะอื้นไห้ออกมาเสียอีก

เมื่อแผนการกลั่นแกล้งทางจิตใจข้อแรกไม่ประสบผลสำเร็จ หมาบ้าอย่างเขาจึงเริ่มเปลี่ยนเรื่องเพื่อต้อนนางให้จนมุม

"ยอมรับได้ง่ายเช่นนี้ก็ดี..แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าเจ้าจะไม่ต้องทำหน้าที่ภรรยาหรอกนะคุณหนูเจิ้ง"

ชายหนุ่มขยับกายเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่โถมทับบรรยากาศคุกคามเข้าใส่นาง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่กร้านศึกของเขาจะวางแหมะลงบนหน้าตักเนียนนุ่มที่ถูกคลุมด้วยผ้าไหมของนางอย่างถือวิสาสะ! ความร้อนจากฝ่ามือของเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนผิวเนื้อของนางร้อนผ่าว

"พอดีว่าข้าเป็นชายฉกรรจ์ที่ค่อนข้าง..มีความต้องการมาก" 

เขากระซิบด้วยน้ำเสียงหยาบโลนที่จงใจให้คนฟังอับอาย 

"ไม่ว่าข้าจะต้องการตอนไหน ที่ใดหรือด้วยท่วงท่าพิสดารเช่นไร..เจ้าจะต้องตอบรับคำสั่งและปรนนิบัติข้าเสมอ อย่าได้คิดปฏิเสธหรือว่าร้องขอความเมตตาเด็ดขาด..เข้าใจหรือไม่"

พูดจบนิ้วแกร่งก็เชยคางมนของนางขึ้นมา บังคับให้ใบหน้างดงามต้องแหงนหน้าขึ้นมาสบตากับเขาตรงๆ เพื่อดูปฏิกิริยาแห่งความหวาดกลัว

สองพวงแก้มของเจิ้งลั่วอีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู นางแสร้งกะพริบตาถี่ๆหลบสายตาอันดุดันของเขาด้วยท่าทีเขินอายปนตื่นตระหนก ราวกับสตรีพรหมจรรย์ที่ถูกบุรุษล่วงเกินด้วยวาจาอันแสนโจ่งแจ้ง...

ทว่าความเป็นจริง ภายในใจของอดีตเด็กกำพร้าผู้นี้กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยความดีใจสุดจะบรรยาย

กรี๊ดดด! สวรรค์โปรด! ถ้อยคำดิบเถื่อนที่เขากล่าวออกมาเมื่อครู่นี้ มันคือสิ่งที่ข้าต้องการและเฝ้าฝันถึงมากที่สุดเลยไม่ใช่รึไง ความต้องการสูงงั้นหรือ ห้ามปฏิเสธงั้นหรือ ห้ามร้องขอความเมตตางั้นหรือ มาเลย! ข้าพร้อมเสมอ! 

การแต่งงานครานี้เห็นทีว่าจะทำให้นางมีความสุขจนเสพติดเขาเสียแล้วล่ะมั้ง

เมื่อเห็นว่าสตรีใต้ร่างเอาแต่เงียบ กัดริมฝีปากและหลบตา เซียวจิ้นเหยียนก็ยิ่งคุกคามหนักขึ้น 

"ว่าอย่างไรลั่วอี..หวาดกลัวจนพูดไม่ออกแล้วหรือ หรือว่าเจ้าคิดจะขัดขืนและปฏิเสธการทำหน้าที่ภรรยาของข้า"

เจิ้งลั่วอีขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มของตนเองไปมาเพื่อสะกดกลั้นรอยยิ้มกว้างที่อยากจะฉีกทะลุถึงหู นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะช้อนดวงตาที่แสร้งทำเป็นสั่นระริกขึ้นมองเขา แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าทว่าหนักแน่น

"ในยามที่ข้าแต่งให้ท่าน ข้าย่อมเป็นคนของตระกูลเซียวแล้ว..ไม่ว่าท่านราชครูจะประสงค์สิ่งใด หรือว่าต้องการกระทำสิ่งใดกับร่างกายของข้า ข้าย่อม..ไม่คิดขัดใจท่านอยู่แล้วเจ้าค่ะ"

เซียวจิ้นเหยียนชะงักงันไปชั่วขณะ คำตอบที่แสนว่าง่ายและดวงตาที่ดูเย้ายวนโดยไม่ตั้งใจของนาง ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาผิดจังหวะไป สายตาคมจดจ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดที่กำลังขบเม้มไปมาของลั่วอีราวกับถูกมนต์สะกด ความปรารถนาอันดำมืดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับสตรีใดมาก่อน พลันปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นหมาบ้าไม่รอช้า เขายกป้านสุราขึ้นมากรอกเหล้าฤทธิ์แรงเข้าปากตนเองจนเต็มแก้ม แต่ทว่าเขาไม่ได้กลืนมันลงคอ

มือหนาเลื่อนจากคางมน เลื่อนไปประคองท้ายทอยเล็กของนางเอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนที่เซียวจิ้นเหยียนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปอย่างรวดเร็ว และบดขยี้ริมฝีปากหยักลึกของตนเองเข้ากับกลีบปากสีระเรื่อของนางอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน!

"อื้อ!"

ลั่วอีเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน ริมฝีปากของเขาบดเบียดเคล้าคลึงอย่างเอาแต่ใจ ก่อนที่เขาจะใช้ลิ้นแกร่งดันกลีบปากของนางให้เผยอออก แล้วค่อยๆส่งผ่านสุรารสร้อนแรงที่ยังไม่ได้กลืนกิน ป้อนเข้าสู่โพรงปากหวานล้ำของนางอย่างช้าๆ

รสชาติฝาดเฝื่อนของสุราชั้นดีผสมผสานกับความเร่าร้อนจากปลายลิ้นของบุรุษ แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ฝ่ามือใหญ่ที่ประคองท้ายทอยของนางเอาไว้บีบแน่นขึ้นเพื่อไม่ให้นางหันหน้าหนีหรือหลบหลีก บังคับกึ่งคุกคามให้นางต้องกลืนกินทั้งสุรารสร้อนแรงลงคอ..และยินยอมให้เขาใช้ริมฝีปากกลืนกินความหอมหวานของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเร่าร้อน

คืนนี้..หมาบ้าแห่งราชสำนักตั้งใจจะสั่งสอนคุณหนูผู้อ่อนหวานให้รู้ซึ้ง ทว่าเขาคงไม่รู้ตัวเลยว่า เหยื่อตัวน้อยในอ้อมแขนของเขา กำลังซึมซับรสจูบอันแสนดุดันนี้ด้วยความยินดีปรีดาอย่างถึงที่สุด

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   ตอนพิเศษ ครอบครัวของเรา

    เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีหม่น ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระลอก ทว่าบรรยากาศภายในจวนราชครูตระกูลเซียวกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสว่างไสว โคมไฟกระดาษสีแดงมงคลถูกแขวนประดับประดาไปทั่วทุกระเบียงทางเดิน แสงเทียนที่จุดสว่างไสวขับไล่ความหนาวเหน็บให้มลายหายไปจนสิ้น วันนี้คือวันสิ้นปี เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและการอยู่ร่วมกันของครอบครัวรถม้าคันใหญ่ที่ประดับตราสัญลักษณ์ของจวนเว่ยกั๋วกงค่อยๆแล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนราชครู เซียวอู๋จิ้วหรือท่านเว่ยกั๋วกงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก เขากางร่มคันใหญ่เพื่อบังหิมะ ก่อนจะยื่นมือไปพยุงหลินเยว่ ฮูหยินสุดที่รักและลูกๆทั้งสองวัยกำลังซุกซนให้ก้าวลงมาอย่างระมัดระวังเซียวอู๋จิ้วเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อจวนราชครู นัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย จริงอยู่ที่ในอดีตเขาไม่ชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เอาเสียเลย จวนตระกูลเซียวเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย การแก่งแย่งชิงดีและความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ แต่ทว่า..เมื่อวันเวลาเลยผ่านไป สายน้ำที่เชี่ยวกรากก็เริ่มพัดพาเอาความแค้นและความเจ็บปวดเหล่านั้นให้จางหายไปอย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   32.จะช่วยส่งเสริม (จบ)

    เมื่อปัญหาความวุ่นวายในเมืองหลวงถูกสะสางจนสิ้นซาก อำนาจในราชสำนักเข้าที่เข้าทางภายใต้การดูแลของฮ่องเต้พระองค์ใหม่และขุนนางตงฉิน ท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนผู้ซึ่งกรำงานหนักมาตลอดหลายเดือน ก็ได้โอกาสยื่นฎีกาขอลาพักร้อนยาว เพื่อพาฮูหยินคนงามของเขาหลีกหนีจากความวุ่นวาย ออกเดินทางรอนแรมล่องเรือลงสู่แดนใต้ที่แสนสงบและงดงามสายลมอ่อนๆในช่วงต้นฤดูสารทพัดโชยมา หอบเอากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาและไอเย็นจากสายน้ำมาแตะจมูก เรือสำราญไม้สักลำใหญ่ที่ถูกเช่าเหมาลำลอยล่องไปตามลำน้ำสายกว้างอย่างอ้อยอิ่ง ภายในห้องโดยสารของเรือนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหราทว่าโปร่งสบาย ผนังไม้ฉลุลายเปิดรับแสงแดดและสายลมให้พัดผ่านเข้ามาได้อย่างอิสระแสงแดดสีทองอร่ามในยามบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ กระทบลงบนใบหน้างดงามของเจิ้งลั่วอีที่กำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำอยู่ริมหน้าต่างดรุณีน้อยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูบริสุทธิ์และสดใส ผิวพรรณของนางที่สะท้อนกับแสงแดดนั้นขาวเนียนและเปล่งประกายดุจหยกชั้นดี นัยน์ตากลมโตสุกสกาว ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มบางๆ อย่างคนที่มีความสุขล้นปรี่ นางมีความงดงามในแบบที่บริสุทธิ์ทว่าเย้าย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   31.รักแรกพบ

    รถม้าคันงามที่ไม่ได้ประดับประดาด้วยลวดลายหรูหราจนเกินพอดี ทว่าดูแข็งแรงและมั่นคง แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนขนาดกลางแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบและร่มรื่นของเมืองหลวง ป้ายไม้สักแกะสลักตัวอักษรสีทองอร่ามที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้าเขียนเอาไว้ว่าจวนใต้เท้าเซียวบ่งบอกถึงสถานะอันทรงเกียรติของเจ้าของบ้านคนใหม่ได้อย่างชัดเจนม่านหน้าต่างรถม้าถูกเลิกขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มที่ก้าวลงมาตรึงยืนอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาคมคาย หล่อเหลา ทว่ายังคงติดจะเคร่งขรึมและเย็นชาดุจน้ำแข็งตามสัญชาตญาณเดิม ทว่าเมื่อเขายื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับดาบออกไปรอรับสตรีที่อยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมืดมิดและไร้ระลอกคลื่น กลับทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจางหว่านชิง ฮูหยินหมาดๆก้าวลงมาจากรถม้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้าดุจดวงตะวันในยามเช้า นางวางมือเล็กๆ ที่ขาวผ่องของตนเองลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาอย่างคุ้นชิน ไท่ซานหรือในยามนี้คือเซียวไท่ซานกระชับฝ่ามือจับจูงมือของฮูหยินคนงามเอาไว้แน่น เขาประคองนางให้ก้าวเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปยังอาณาเขตท

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   30.อยากทำมานาน

    บรรยากาศภายในโถงรับรองหลักของจวนเสนาบดีกรมพิธีการตระกูลจางในยามนี้ อบอวลไปด้วยความอึดอัดและเงียบงันจนน่าขนลุกขุนนางจางหรือใต้เท้าจางผู้เป็นเจ้าของบ้าน นั่งปั้นหน้ายากอยู่บนเก้าอี้ลึกๆแล้วในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง ที่บุตรีหัวแก้วหัวแหวนอย่างจางหว่านชิง ซึ่งอุตส่าห์ส่งไปร่ำเรียนถึงต่างเมืองและหมายมั่นจะให้แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ กลับไปคว้าเอาองครักษ์เงาผู้ต่ำต้อยของจวนราชครูมาเป็นสามี!ทว่า..แม้ในใจจะคัดค้านจนแทบกระอักเลือด แต่ภายนอกเขากลับไม่สามารถเอ่ยปากด่าทอหรือปฏิเสธคำใดออกมาได้เลยแม้แต่ครึ่งคำนั่นก็เป็นเพราะว่าในวันนี้แขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาเยือนจวนตระกูลจางเพื่อทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่สู่ขอจางหว่านชิงให้กับไท่ซานอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แม่สื่อธรรมดาแต่กลับเป็นถึงท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนและฮูหยินเซียวผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งเมืองหลวงเซียวจิ้นเหยียนนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดัน นัยน์ตาสีรัตติกาลปรายมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของใต้เท้าจาง ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาลงและเอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง"ใต้เท้าจาง ข้าล่วงรู้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   29.คุ้มค่า nc

    เมื่อจัดการสะสางเรื่องราวอันน่าปวดหัวและอนาคตของไท่ซานเสร็จสิ้น เซียวจิ้นเหยียนก็ไม่คิดจะรั้งรออยู่ที่จวนเว่ยกั๋วกงให้เสียเวลาแม้แต่เค่อเดียว ชายหนุ่มรีบเดินทางกลับมายังอาณาเขตของตนเองในทันทีก่อนจะแยกย้ายเขาสั่งการองครักษ์เงาผู้ที่บัดนี้กลายเป็นน้องชายบุญธรรมด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ไท่ซาน..วันนี้เจ้าจงไปพบและพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับคุณหนูจางให้เรียบร้อยเสีย ทำให้นางมั่นใจในตัวเจ้า และอีกสามวัน..ข้าในฐานะพี่ชายของเจ้าจะเดินทางไปที่จวนตระกูลจางด้วยตนเอง เพื่อเจรจาสู่ขอนางให้เจ้าอย่างเป็นทางการ"ไท่ซานคุกเข่ารับคำสั่งด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจอย่างที่สุดส่วนทางด้านเซียวจิ้นเหยียน เมื่อสั่งงานเสร็จสิ้นเขาก็เร่งรีบก้าวเท้ายาวๆเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลักของตนเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทว่าเมื่อสายตาคมกริบทอดมองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกขึ้นแต่กลับไม่พบเจอเรือนร่างขาวผ่องของลั่วอีที่ควรจะนอนหลับใหลอยู่บนนั้นแล้วเซียวจิ้นเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมไหวเบาๆดังเล็ดลอดมาจากทางห้องอาบน้ำรอยยิ้มเจ้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   28.เป็นผู้เป็นคน

    แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและความเร่าร้อนของค่ำคืนแต่งงานบนเตียงนอนหลังใหญ่ร่างบอบบางของเจิ้งลั่วอียังคงหลับสนิท ลมหายใจของนางเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พวงแก้มขาวเนียนซับสีเลือดฝาดจากการถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งคืนเซียวจิ้นเหยียนขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาค่อยๆดึงท่อนแขนแกร่งของตนเองออกจากการกอดก่ายของฮูหยินตัวน้อยอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้ลั่วอีที่กำลังเหนื่อยล้าแทบขาดใจต้องตื่นขึ้นมากลางคัน ชายหนุ่มดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมปิดลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่มีแต่รอยรักสีจางๆให้แก่นาง ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรักเมื่อก้าวเท้าลงจากเตียง ชายหนุ่มก็จัดการสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท แววตาที่เคยอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นความเย็นชาและเฉียบขาดดุจน้ำแข็งพันปีตามฉบับของหมาบ้าแห่งราชสำนักทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอนออกมาเขามีปัญหาที่ยังค้างคา และต้องรีบสะสางให้จบสิ้นก่อนที่ฮูหยินของเขาจะตื่นขึ้นมาเป้าหมายแรกของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status