Share

ตอนที่ 2 รับมอบภารกิจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-12 13:15:47

กลางป่าเงียบงันในยามค่ำคืน เรือนไม้หลังหนึ่งถูกซ่อนอยู่ท่ามกลางป่าเขาลึกที่ไม่มีใครก้าวถึง

สวี่จื่อเฟิงเดินช้าๆ เข้าสู่ห้องโถง ผ้าพันแผลถูกถอดทิ้งก่อนกลับมาถึง เขาอยู่ในชุดสีดำสนิทที่เปรอะเลือดและคราบฝุ่น ดาบที่เคยแนบข้างตัวตอนนี้ถูกปลดเก็บไว้ที่หลัง ท่าทางเงียบงันไม่แตกต่างจากทุกครั้งที่กลับมา แต่ในหัวใจกลับมีบางสิ่งไม่เหมือนเดิม

บนโต๊ะไม้เรียบยาวหลังกองแผนที่ หลี่ฉางเฟยนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แสงจากตะเกียงส่องให้เห็นแววตาเย็นชาและแฝงความอำมหิตของเขา

“เจ้ากลับมาเสียที” เสียงแผ่วเบา แต่แววตานั้นดูเย็นชาและเต็มไปด้วยโทสะ

“ขอรับ”

หลี่ฉางเฟยคือผู้เลี้ยงดูเขา ผู้สอนเขาให้รู้จักการฆ่า และผู้ที่เปลี่ยนเขาจากเด็กธรรมดาให้กลายเป็นอาวุธมีชีวิต และที่สำคัญ เขาเป็นคนที่สังหารพ่อแม่ของสวี่จื่อเฟิง

บุรุษร่างสูงในชุดคลุมสีเทานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ดวงตาคมราวเหยี่ยวจ้องเขาแน่นิ่ง สองมือประสานอยู่บนตักอย่างใจเย็นเกินจริง

“ภารกิจล้มเหลว” สวี่จื่อเฟิงพูดเสียงเรียบ ไม่มีคำแก้ตัว เขาไม่เคยพูดแก้ตัว เพราะมันไม่มีความหมาย

หลี่ฉางเฟยมองเขานิ่ง ดวงตานั้นไร้อารมณ์ราวกับกำลังพิจารณาความคุ้มค่าของอาวุธเล่มหนึ่งที่เริ่มทื่อ

“เจ้ารู้ใช่ไหม ว่าเราไม่ล้มเหลวเกินสองครั้ง” พูดจบมือก็วางที่โต๊ะและเคาะเบาๆ

ใกล้ๆ มือเขามีแส้แข็ง[1] ขนาดยาวเท่าแขนวางอยู่ข้างม้วนแผนที่

“ข้าเข้าใจ” เสียงตอบรับหนักแน่น แต่ไม่มีใครรู้ว่าภายในหัวใจนั้น สั่นไหวเพียงใด

หลี่ฉางเฟยลุกขึ้นช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะมาหาเขา ดวงตาคู่คมนั้นจ้องลึกเข้าไปในแววตาของศิษย์เอก

“เจ้าหลบหนีมาทางไหน” คำถามนั้นไม่ใช่การสืบสวน แต่เป็นการวัดใจ

“ลัดผ่านป่าทางทิศใต้ ไปออกชายป่าทางทิศตะวันออก” เขาตอบโดยไม่สะดุด ใบหน้าไม่เปลี่ยนสี ไม่มีคำว่ารถม้า ไม่เอ่ยถึงอาราม ไม่มีชื่อของหญิงสาวที่ช่วยเขาไว้หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขา

หลี่ฉางเฟยพยักหน้าน้อยๆ ไม่ซักถามต่อ เพียงยื่นม้วนแผนที่เล็กๆ ให้เขา

“ไป๋เยี่ย คือเป้าหมายในการสังหารต่อไปของเจ้า ภารกิจคือการเข้าไปแฝงตัวในจวนนายอำเภอจางหยุนหมิง หาทางเข้าถึงตัวนายอำเภอ ให้เขาพาเข้าใกล้เป้าหมาย และรอคำสั่ง”

สวี่จื่อเฟิงรับแผนที่มากำไว้แน่นเสี้ยววินาทีนั้น ภาพรอยยิ้มของหญิงสาวในชุดฟ้าก็แวบเข้ามาในห้วงความคิด

เขาค้อมศีรษะต่ำ “ข้าจะไม่ล้มเหลวอีก”

“หวังว่าเช่นนั้น” เสียงหลี่ฉางเฟยราบเรียบ จากนั้นก็หยิบแส้แข็งที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา

สวี่จื่อเฟิงหลับตาลงน้อมรับโทษของเขา ทุกครั้งที่เขาทำผิดแส้นี้จะฟาดลงบนตัว ทุกครั้งที่เห็นเขาก็หวาดกลัวจนไม่สามารถขยับตัวได้ ชีวิตนี้เขากลัวที่สุดก็คือบุรุษผู้นี้ยามถือแส้

หลี่ฉางเฟยเลี้ยงดูเขาให้อยู่กับความหวาดกลัว ในใจเขาอยากจะสังหารชายผู้นี้ แต่ทุกครั้งเพียงแค่เห็นสายตาของเขา บุรุษหนุ่มก็ตัวเย็นเฉียบ จำรสชาติของการถูกทรมานตั้งแต่วัยเยาว์ได้ดี

แต่การแก้แค้น แม้สิบปีก็ยังไม่สาย

หากวันหนึ่งมีโอกาสและกล้าพอมากกว่านี้ เขาจะไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะสังหารคนที่ฆ่าล้างครอบครัวของตน

เสียงแส้ฟาดลงที่กลางหลัง ทั้งบาดแผลจากการต่อสู้และบาดแผลจากการถูกลงโทษ สวี่จื่อเฟิงต้องรับความเจ็บปวดสองทาง

************************

        เมืองเสียนไป่ แคว้นต้าสือ ที่ประตูจวนใหญ่ของนายอำเภอจาง

ผืนธงแดงดำที่โบกสะบัดเหนือประตู สวี่จื่อเฟิงยืนอยู่ในแถวของทหารใหม่ที่เพิ่งถูกเรียกตัวเข้ารับใช้จวน เขาสวมเสื้อเกราะผ้าแบบสามัญ ใบหน้าถูกปิดบางส่วนด้วยผ้าผืนเทา ดูไร้จุดสังเกตใดๆ นอกจากไฝปลอมที่แต้มอยู่ใต้ตาขวา

“คนต่อไป ชื่ออะไร” ผู้ตรวจสอบชี้ไปที่เขา สวี่จื่อเฟิงก้าวออกมาด้านหน้าเพื่อรายงานตัว

“อิ่นเฟิง” เขาตอบเสียงเรียบ แจ้งชื่อปลอมตามที่ได้รับมอบหมาย

“อายุล่ะ” คำถามนั้นถามราวไม่ใส่ใจนัก

“ยี่สิบเอ็ด”

“ประวัติของเจ้า เคยทำอะไรมาบ้าง”

“เคยเป็นทหารชายแดน ถูกปลดประจำการเพราะอาการบาดเจ็บจากศึกเล็ก”

นายทหารผู้ตรวจสอบพยักหน้าแล้วปั๊มตราประจำตัวลงบนเอกสารอย่างเร็ว ก่อนชี้ไปยังด้านใน

“ไปเข้าประจำหน่วยเวรยาม คืนนี้มีเวรยามที่ประตูสวนด้านตะวันตกของจวน”

สวี่จื่อเฟิงก้มศีรษะรับคำสั่ง ก่อนเดินลับเข้าไปในจวนอย่างเงียบงัน

ยามบ่าย ภายในจวน

เสียงบรรเลงพิณแผ่วเบาดังแทรกจากศาลากลางสวน หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนนั่งอยู่บนม้านั่งหิน

นางกำลังจดจ้องต้นไม้ดอกที่เพิ่งบาน ดวงตาอ่อนโยนจนเหมือนว่านางมองทุกสิ่งในแง่ดีไปหมด ไม่มีทุกข์ร้อนอันใด

สวี่จื่อเฟิงที่กำลังเดินลาดตระเวนผ่านมาเงียบๆ แทบหยุดหายใจในวินาทีที่สายตาเห็นนาง

ไป๋ซืออวี่ หนึ่งเดือนที่ไม่เจอกัน นางยืนอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย

มือที่แนบกับด้ามดาบสั่นเล็กน้อย

เขารีบเบือนสายตา หัวใจเต้นแรงไม่แพ้วันที่นางแตะโดนตัวเขาเป็นครั้งแรก

‘นางอยู่ที่นี่ได้อย่างไร’ เขาหลับตาแน่น

ยามเย็น ณ ลานฝึกอาวุธหลังจวน

แสงอาทิตย์สาดกระทบสนามดินแข็ง เสียงดาบกระทบไม้ดังขึ้นเป็นจังหวะ

สวี่จื่อเฟิงในนาม “อิ่นเฟิง” กำลังฝึกเดี่ยวอยู่มุมหนึ่งของลานฝึก ท่ามกลางทหารฝีมือปานกลางคนอื่น ท่วงท่าของเขานิ่งเฉียบ ทุกฟันแทงล้วนเปี่ยมด้วยแรงกดดันที่ซ่อนไว้ไม่เผยออกมา

เขาควรอยู่เงียบๆ แต่ไม่รู้เพราะอะไร สายตากลับลอบมองไปยังศาลาหินด้านในสวน ที่นั่นนางกำลังนั่งพูดคุยกับจางฮูหยิน ภรรยาของนายอำเภอจาง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าวิ่งกระหืดกระหอบก็ดังขึ้น ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวบ่าวรับใช้ในจวนพุ่งเข้าหาศาลา ราวกับจะพุ่งเข้าใส่นาง

“คุณหนูไป๋! ระวัง”

สวี่จื่อเฟิงขยับตัวโดยไม่ทันคิด ดาบในมือถูกเหวี่ยงออกไป เฉียบขาดและแม่นยำ พุ่งเฉียดใบหน้าของชายผู้นั้นเพียงเสี้ยวชั่วขณะก่อนจะฝังลึกลงกับพื้นไม้

ชายคนนั้นผงะถอยหลัง สายตาตื่นตระหนก แล้วรีบวิ่งหนีออกไป ทหารเวรรีบเข้ามารวบตัวไว้ได้ทัน เสียงโกลาหลเริ่มดังขึ้นทั่วลาน ก่อนที่ชายผู้นั้นจะตัดสินใจปลิดชีพตัวเองเพื่อไม่ให้สาวไปถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลัง

“เขาเป็นใครกัน จะทำร้ายข้าทำไม” นางกล่าวอย่างเสียขวัญ ใบหน้ายังตื่นเล็กน้อย ดวงตากวาดมองไปยังผู้ที่ขว้างดาบช่วยนางไว้

สวี่จื่อเฟิงหันหลังเดินกลับไปทางลานฝึก

พยายามจะกลืนตัวเองกลับไปในเงามืดที่จากมา ไม่อยากให้ภารกิจของตนล้มเหลว

ไป๋ซืออวี่จ้องมองแผ่นหลังของเขานิ่งนาน

สายตานางเต็มไปด้วยคำถาม แม้เขาจะแต่งกายเปลี่ยนไป แต่แววตาคู่นั้น วูบหนึ่งเมื่อสบตากัน ช่างเหมือนกับชายที่นางเคยช่วยไว้ในป่านั้นไม่มีผิด

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” จางฮูหยินผู้มีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้เอ่ยถาม

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าต้องขอตัวกลับไปที่เรือนก่อน” นางขอตัวกลับไปด้วยความกังวล นางไม่มีศัตรูที่ไหนจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีคนจ้องเล่นงาน

************************

[1]  แส้แข็ง เป็นอาวุธประเภทอาวุธสั้น รูปร่างคล้ายกระบองของ รปภ.ในปัจจุบัน มีความอ่อน ใช้ฟาด หวด ตี  ในระยะประชิด (ไม่ใช่แส้ยาวแบบแส้ม้า)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง   ตอนที่ 45 ตอนจบ

    สายลมอ่อนในฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านลานฝึกกว้างเบื้องหลังจวนสกุลสวี่ กลิ่นหอมบางเบาของเหล่าบุปผาในสวนลอยคลุ้งอยู่ในอากาศในลานฝึก สวี่จื่อเฟิงในชุดฝึกสีเข้มกำลังก้มตัวสอนท่ารำดาบให้กับเด็กชายวัยห้าขวบที่ยืนถือดาบไม้ด้วยความตั้งอกตั้งใจ“มั่นใจในฝีเท้า กำมือให้แน่น อย่ารีบร้อน” เสียงของเขานุ่มลึก แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มงวดที่แผ่วเบา เด็กชายพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะทำท่ารำอีกครั้ง ดวงตาสดใสเปล่งประกายเหมือนอยากจะให้บิดาภูมิใจห่างออกไปใต้ต้นหลิวริมศาลา ไป๋ซืออวี่ในชุดผ้าแพรสีอ่อน นั่งพิงหมอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มองดูบุตรีวัยสามขวบวิ่งเล่นอยู่ไม่ไกลกับลูกๆ ของเสี่ยวไป๋ เด็กหญิงหัวเราะคิกคักให้อาหารกระต่ายเหล่านั้น แล้วพูดเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุขไป๋ซืออวี่มองภาพบุตรสาววิ่งเล่นด้วยสายตาที่เอ็นดู ก่อนจะปรายตามองไปยังสามีและลูกชายที่ยังคงฝึกอยู่กลางลาน สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน และแววตาของความพึงใจในชะตาชีวิตที่มอบให้ทุกสิ่งอย่าง“พอแค่นี้ก่อนเถอะ ดื่มน้ำพักเสียหน่อย” เสียงหวานของนางเอ่ยเรียกเบาๆสวี่จื่อเฟิงละสายตาจากลูกชาย หันไปยิ้มให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน

  • สามีเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง   ตอนที่ 44 สายใยครอบครัว

    ยามราตรีคลี่คลุมทั่วเรือนใหญ่ แสงเทียนในห้องนอนถูกหรี่ให้เหลือเพียงเล่มเดียวบนเตียงไม้แกะสลักลวดลายอ่อนช้อย ไป๋ซืออวี่เอนกายพิงอกสามีเบาๆ สวี่จื่อเฟิงโอบเอวภรรยาไว้แน่น มือหนาลูบเบาๆ ที่หน้าท้องนูนของนางด้วยความทะนุถนอม“ลูกของเรา จะเหมือนเจ้าหรือข้านะ” เขาถามเสียงนุ่มราวกลัวจะรบกวนชีวิตเล็กๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์“ข้าว่าขอแค่สุขภาพแข็งแรงก็พอ จะเหมือนใครก็ได้” ไป๋ซืออวี่ยิ้ม“แต่หากเหมือนเจ้า ข้าคงได้ลูกที่อ่อนโยนและใจดี” ชายหนุ่มว่าเสียงแผ่ว มืออีกข้างของเขาจับมือของนางแน่น “และความอ่อนโยนนี้ทำให้ข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ”นางเอนหัวพิงไหล่เขาแน่นขึ้น น้ำเสียงละมุนยิ่งกว่าเสียงลม “ข้าสั่งท่านสังหารท่านลุง ข้าลงโทษบ่าวไพร่ที่รังแกข้าในคืนเข้าหอ ท่านยังรักข้าอยู่หรือไม่”“เจ้าเพียงเข้มแข็งขึ้น ไม่ได้อ่อนแอให้ใครรังแกง่ายๆ แต่หัวใจเจ้ายังคงอ่อนโยนเช่นเดิม และที่สำคัญ ข้ารักเจ้าที่เป็นเจ้า ไม่ว่าอนาคตเจ้าจะกลายเป็นสตรีที่ดุร้าย ข้าก็จะยังรักเจ้าเพียงผู้เดียว”เขาหันหน้ามามองดวงตานางใต้แสงเทียน เสียงหัวใจของเขาและนางที่เต้นในจังหวะเด

  • สามีเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง   ตอนที่ 43 คู่ปรับ

    สวี่จื่อเฟิงเดินเร็วแทบกลายเป็นวิชาตัวเบาเข้าไปในเรือนของท่านปู่ ขณะนั้นสวี่หลุนจื่อกำลังนั่งจิบชา นั่งอ่านรายการบัญชีที่หลานสะใภ้ทำอย่างละเอียดด้วยความชื่นชม“ท่านปู่” เสียงของสวี่จื่อเฟิงดังขึ้นก่อนตัวจะมาถึงสวี่หลุนจื่อเงยหน้าขึ้น มองหลานชายที่ปกติเงียบขรึม แต่ตอนนี้กลับมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าเหมือนเด็กหนุ่มผู้เพิ่งได้ขนมโปรด“อะไรของเจ้า รีบวิ่งอย่างกับถูกหลานสะใภ้ไล่”“นางท้อง” เขาเอ่ยแทรก รอยยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าเปล่งประกาย บ่งบอกว่าข่าวที่น่ายินดีนี้เป็นเรื่องจริง“หา?” ท่านปู่วางถ้วยชาลงอย่างไม่รู้ตัว ขมวดคิ้ว ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้น“เจ้าว่าอะไรนะ”“ภรรยาของข้า ไป๋ซืออวี่นางตั้งครรภ์ ท่านปู่ ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยตอนที่พูดประโยคนั้นจบลงสวี่หลุนจื่อยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากจะแตะรอยยิ้มอ่อนโยน และตาเริ่มแดงวาวด้วยความปลื้มใจ“สวรรค์เมตตา ข้าคิดว่าข้าคงไม่ได้อยู่จนเห็นวันนี้เสียแล้ว”“ข้าจะดูแลนางและลูกให้ดีที่สุด ท่านปู่ไม่ต้องเป็นห่วง”“ลูกเจ้าต้องแข็งแรง ข้าจะให้ห

  • สามีเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง   ตอนที่ 42 เรื่องที่น่ายินดี

    วันสอบขุนนางฝ่ายบู๊เวียนมาถึง ลานกว้างหน้าวังหลวงคลาคล่ำด้วยชายหนุ่มผู้มุ่งหวังจะรับใช้แผ่นดิน หลายคนถือดาบเคียงข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ต่างจากใครบางคนที่เดินเข้ามาเงียบๆ พลางเหยียบเงาตนเองด้วยก้าวเดินที่มั่นคงสวี่จื่อเฟิง สวมชุดนักเรียนสอบของฝ่ายบู๊ สะอาดเรียบ แม้เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านทุกกระเบียด เขายืนอยู่ท้ายแถว ไม่ยอมหยิ่งผยองแต่อย่างใด“นั่นใครน่ะ ท่าทางเย็นชาและไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย”“ได้ยินว่าเป็นหลานของท่านโหวสวี่หลุนจื่อ ทายาทที่พลัดพรากสิบกว่าปี”“ยังไม่สอบระดับท้องถิ่นแต่เหตุใดจึงได้มาสอบระดับเมืองหลวง หรือว่าใช้เส้นสายอย่างนั้นหรือ”“อย่าเอ็ดไป ที่ซื่อจื่อได้ร่วมสอบ เพราะก่อนหน้านี้เคยจับโจรที่บุกจวนเสนาบดีต้วน ฝีมือเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับการยกเว้นให้ร่วมสอบเป็นกรณีพิเศษ”เสียงซุบซิบเหล่านั้นลอยมาเบาๆ แต่เจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยเมื่อการสอบเริ่มขึ้น แต่ละคนต้องแสดงฝีมือการต่อสู้ การยิงธนู การประลองดาบ และทดสอบสติปัญญาผ่านบทสถานการณ์ต่างๆ ในสนามทดสอบจำลองสวี่จื่อเฟิงก้าวออกไปอย่างเงียบเชียบ มือข้าง

  • สามีเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง   ตอนที่ 41 ข่มขวัญ

    กลางป่ารกร้างท้ายเมืองหลวงทางทิศใต้ จางหมิ่นเอ๋อร์และซูหลานถูกมัดมือไพล่หลังด้วยเชือกหลวมๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทว่าพอคิดจะหนีก็พบว่ามีสายตาของคนของสวี่จื่อเฟิงคอยจ้องอยู่ทุกมุมทางโหวซื่อจื่อยืนสงบนิ่งที่ข้างต้นไม้สูงใหญ่ สีหน้าเย็นชา มือไพล่หลัง ท่าทางไม่ต่างจากพญาเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง“ท่านจะพาข้าไปที่ใด” นางถามเสียงสั่น“เข้าป่าลึกกว่านี้แล้วสังหารเจ้าโยนให้สัตว์ป่าแทะกิน เจ้าตายแล้วเท่านั้นข้าจึงจะวางใจ” เขาตอบเสียงเรียบ“หากจะฆ่าข้า ท่านข้าไปนานแล้ว”“เพราะภรรยาข้าขอร้องไว้ไม่ให้มือเปื้อนเลือด แต่ดูให้ดีว่าข้าไม่เคยลังเลแม้แต่จะฆ่าคนตรงหน้า”สิ้นคำชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดชาวบ้านธรรมดาถูกลากเข้ามาตรงหน้า เขาแสร้งร้องขอชีวิต พลางดิ้นรนเหมือนเหยื่อจริง“เจ้าไม่ต้องห่วง” สวี่จื่อเฟิงกล่าวกับชายผู้นั้นด้วยน้ำเสียงแฝงแววเหี้ยม“ข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างเจ็บปวดที่สุด ใครใช้ให้เจ้าเดินชนภรรยาของข้า”จากนั้นมีดในมือก็ฟาดเฉียงลงไป เลือดปลอมพุ่งกระเซ็นอย่างแม่นยำ กลิ่นคาวจางๆ ที่เตรียมไว้กระจายไปท

  • สามีเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง   ตอนที่ 40 บทลงโทษ

    ภายในเรือนหลักของจวนสกุลสวี่ จางหมิ่นเอ๋อร์คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าสวี่หลุนจื่อผู้นำตระกูลสวี่ ใบหน้าของนางบวมช้ำจากการถูกตบ ฟันบนด้านซ้ายที่เป็นเขี้ยวเล็กๆ หลุดร่วงไปหนึ่งซี่จนต้องเม้มปากปกปิดเอาไว้ด้วยความอับอายแต่กระนั้นสีหน้าของนางก็ยังคงซีดเผือดและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ถูกทำร้ายขนาดนี้แทนที่เขาจะเป็นห่วงกลับมองนางด้วยสายตาที่ผิดหวัง จางหมิ่นเอ๋อร์ไม่เคยเห็นเขามีสีหน้าเช่นนี้มาก่อนสวี่หลุนจื่อยืนอยู่หน้าบันไดขั้นสูงของห้องโถง ท่าทางองอาจ หลังเหยียดตรงแม้จะอายุมากแล้ว สายตาทอดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเงียบงันนานนับก้านธูป“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าเจ้าทำเรื่องอันใดลงไป” เสียงของเขาไม่ดังนัก แต่หนักแน่นและเปี่ยมด้วยแรงกดดันสวี่จื่อเฟิงและไป๋ซืออวี่นั่งฟังนิ่ง เรื่องนี้สุดแล้วแต่ผู้เฒ่าสวี่จะตัดสินออกมาเป็นอย่างไร พวกเขาแค่เข้ามานั่งรับฟังเท่านั้น“ข้าแค่... ข้าแค่ไม่อยากถูกทอดทิ้ง ข้ากลัว…” จางหมิ่นเอ๋อร์เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาแดงก่ำสวี่หลุนจื่อหลับตาลงชั่วครู่ ลมหายใจหนักแน่นระบายออกจากอก“ข้ารับเจ้ามาเลี้ยงดู ปรนเปรอเจ้าดั่งหลานในสายเล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status