LOGIN“นมน่าเกลียด”
“น่าเกลียดก็อย่ามาซุกสิคะ อื้อ... อ๊ะ!” เธอหลุดเสียงครางออกมาเมื่อเขาก้มลงงับยอดถันของเธอ ดูดเม้มแรงๆ ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วเรือนร่าง มือที่คอยผลักศีรษะของเขาถูกรวบและกดไปเหนือศีรษะอีกครั้ง
เขาใช้มืออีกข้างปลดกางเกงของตัวเองออก แต่ไม่ได้ถอดเสื้อ เธออาศัยจังหวะนั้นดิ้นรน ยกเข่าขึ้นเพื่อจะกระแทกเข้าตรงหว่างขาของเขา นรราชรู้ทัน เขาหลบก่อนจะเบียดเข้าหาหล่อนด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า
นิรินตาโตเมื่อรับรู้ได้ถึงส่วนปลายของความแข็งแกร่งที่เสียดสีอยู่ตรงปากถ้ำสวาท เธอหนีไม่พ้นอีกแล้ว นิรินคิดอย่างสิ้นหวัง เขาแทรกกายเข้ามาหากุมศีรษะของเธอเอาไว้ ลูบท้ายทอยไปมาเบาๆ
“อื้อ...” เธอครางแล้วนิ่วหน้าด้วยความเสียวซ่าน คนใจร้ายยังทำอะไรให้เธออายมากกว่าที่เป็นอยู่ เขาจับศีรษะของเธอให้ผงกขึ้นมองขณะที่แก่นกายชายกำลังสอดแทรกเข้าไปในเรือนร่างสาวจนเชื่อมประสานเป็นเนื้อเดียวกัน
“รู้สึกดีชะมัด” เขายั่วแหย่ เธอกัดปากสั่นระริก นรราชก้มลงดุนดัน ริมฝีปากอวบอิ่ม ก่อนจะบดจูบอย่างดูดดื่ม เธอทุบไหล่ของเขา แต่สักครู่ก็กลายเป็นต้องจิกมือกับเสื้อของเขาแทนเมื่อเขาเริ่มขยับท่อนล่าง
ริมฝีปากแสนหวานเผยอออกเพื่อร้องครวญคราง ทำให้เขาบดเบียดเข้าหาเพื่อแทรกลิ้นเข้าไปพัวพันได้อย่างง่ายดาย นรราชครางเสียงสั่นเมื่อขยับสะโพกสอบบดเบียดเข้าไปในความเป็นสาวครั้งแล้วครั้งเล่า เขาช้อนสะโพกของเธอให้หยัดรับ
กล้ามเนื้อในร่องสาวบีบรัดความเป็นชายทุกทิศทาง เธอหลุดเสียงครางออกมาอย่างหักห้ามใจไม่ไหว ยามที่เขากระแทกสะโพกลงมาหา เสียงหอบหายใจฟืดฟาดของนรราชมาพร้อมกับจังหวะรักถี่รัวร้อนแรงยิ่งขึ้น
นิรินส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่ง ร่างกายของเธอกับเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ไหลโซมกาย ใบหน้าของเขาเข้มข้นไปด้วยอารมณ์พิศวาส นรราชมองสบตาสวยใสหวาดหวั่นของเธอไม่วาง เขาทุ่มกายเข้าหาพร้อมเสียงครวญครางแหบพร่า ในขณะที่เธอจิกมือเข้ากับไหล่กว้างของเขาแน่น
“ใกล้หรือยัง” ประโยคของเขาทำให้เธอหน้าแดงลามไปถึงใบหู นิรินกัดปากกลั้นเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความวาบหวามเอาไว้ เธอผวากัดบ่าของเขาเพื่อปิดกลั้นเสียงร้องครางที่หลุดออกมาจากการถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง
นรราชร้องเมื่อโดนกัด เขารัวจังหวะเข้าหา ก่อนจะตามติดเธอไปด้วย เสียงหอบหายใจของทั้งสองประสานกันลั่น เธอเริ่มดันหน้าท้องแกร่งของเขาออกห่าง
“อะไรกัน พอเสร็จสมอารมณ์หมายก็จะผลักไส เมื่อกี้ยังร้องคราง หงุงหงิงให้เบียดเข้าหาแรงๆ อยู่เลย”
“เนยไม่เคยทำแบบนั้นเสียหน่อย” เธอเถียงเขาปากคอสั่น นรราชไม่ถอยหนี แต่เขายังฝังกายอยู่ในร่องชุ่มฉ่ำ ขยับใบหน้าเข้าหา กอบกุมใบหน้าหวานหยดของเธอเอาไว้
“ขอบใจนะ หายอยากไปเยอะเลย คืนนี้ขอสักสิบยกได้ไหม”
“คนใจร้าย หยาบคายลามก เนยจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว” ปากโต้ตอบกลับไปว่าไม่ยอม แต่มันสั่นจนเขานึกเอ็นดูไม่น้อย
“ก็เอาสิ”
“คนสกปรก” เธอเกลียดที่เขาเอาบางสิ่งบางอย่างมาต่อรอง
“อ้อ... คนสกปรกแบบฉันก็ผัวเธอ”
“ไม่ใช่” เธอเถียงเขาเสียงสั่นเครือ
“แสดงว่าเมื่อกี้ยังไม่พอ ต้องพิสูจน์อีกหลายๆ รอบว่าผัวเมียเขาทำอะไรกัน” นรราชหงุดหงิดใจไม่น้อยที่เธอปฏิเสธเขาปาวๆ
“เนยเกลียดลุงราชที่สุด” เธอผลักไสเขาออกห่าง เขาก็กดมือของเธอเอาไว้แน่น นิรินเบือนหน้าหนี เพราะร่างกายของเธอถูกตรึงเอาไว้ด้วยร่างกายของเขา
“พูดไปพูดมา ฉันก็ยังไม่อิ่มนะ” เขาก้มหน้าลงไปหาอีกครั้ง รอบนี้นิรินได้แต่ร้องครางจนแทบขาดใจอยู่ใต้ร่างของเขา
พอเขาพลิกร่างลงไปนอนเคียงข้าง เธอก็รีบตะเกียกตะกายคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่
“คืนนี้มาหาฉันที่ห้องด้วย”
“ไม่เด็ดขาด”
“แน่ใจใช่ไหมที่พูดแบบนั้น” นรราชลูบปลายคางสากไปมา สีหน้าเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
“ชะ... ใช่” เธอตอบออกไปปากคอสั่น ก่อนจะรีบหนีออกมาจากเรือนเล็ก หญิงสาววิ่งมาชนกับญาติคนอื่นๆ ซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกับเธอ
“โอ๊ย! ยายเนยวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือเลย จะรีบไปไหนของเธอกันฮะ!”
นัสรินทร์ ดมิสรา อรณีตำหนิญาติผู้น้องเมื่ออีกฝ่ายวิ่งมาชนเข้าเต็มแรง“เนยขอโทษค่ะ” นิรินยกมือไหว้ก่อนเอ่ยขอโทษ รีบยันตัวลุกขึ้นมา ปัดเสื้อผ้าไปมา
“ทีหลังก็ดูด้วย แล้วเมื่อคืนไปนอนที่ไหนเหรอ” นัสรินทร์เอ่ยถาม
“เอ่อ... คือว่าเนย”
“จะไปนอนที่ไหนก็ไปเถอะ แต่ไม่ต้องมานอนกับพวกเรา”
“พี่ๆ โกรธเกลียดหรือไม่ชอบอะไรเนยเหรอคะ ทำไมต้องไล่เนยออกจากห้องด้วย” เธอถามอย่างน้อยใจ
“ไม่ต้องรู้หรอก ไปเถอะพวกเรา” ดมิสราเป็นคนตอบก่อนจะเดินหนี ทำให้นิรินมองตามไปด้วยความสงสัย จนตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำอะไรให้คนทั้งสามขุ่นข้องหมองใจ ปกติญาติๆ นั้นจะมีไมตรีจิตที่ดีต่อกัน ไม่มีใครทะเลาะเบาะแว้งกัน เธอเลยไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โดนหาว่าเป็นแกะดำเข้ากับใครไม่ได้ บิดามารดาของญาติสาวทั้งสามก็ดีกับเธอนัก เธอเลยไม่อยากพูดอะไรที่ไม่ดีทำให้ผู้ใหญ่ต้องเดือดเนื้อ ร้อนใจ บางทีเธอทำขนมไปง้อพี่ๆ ทั้งสาม พวกหล่อนอาจจะกลับมาใจดีกับเธอเหมือนก่อนก็เป็นได้
นรราชมองเธอเหมือนเธอเป็นทุกอย่างที่เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองต้องการ“เนยนี่แหละครับ… ทำให้ที่นี่เป็นบ้านจริง ๆ”เธอหน้าแดงแต่ก็พิงไหล่เขาเบา ๆในอ้อมแขนอีกด้านลูกสองคนกลับหลับสนิทอย่างปลอดภัยพี่น้ำกอดตุ๊กตาหมีน้องหลับบนอกแม่อย่างสงบเสียงหายใจเบา ๆ ของเด็กทั้งสองทำให้ค่ำคืนนี้สมบูรณ์แบบที่สุดและครอบครัวนี้ก็ปิดวันด้วยความรักอบอุ่นอีกหนึ่งวันในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและหัวใจที่เติบโตไปพร้อมกันทุกวันเช้าของวันนี้สดใสเป็นพิเศษเหมือนทั้งบ้านรู้ว่าวันนี้จะมีเรื่องดีเกิดขึ้นนิรินวางลูกชายลงบนพรมตามกิจวัตรวันนี้เขาดูตั้งใจเป็นพิเศษ มือเล็ก ๆ กำของเล่นแน่นตาใสเป็นประกายเหมือนพร้อมจะทำอะไรใหม่ ๆหนูน้ำวิ่งมาอย่างรวดเร็วถือหมอนพิงเล็ก ๆ ไว้ในมือ“คุณแม่คะ!! วันนี้หนูน้ำจะให้น้องนั่งค่ะ!! หนูน้ำเตรียมหมอนแล้วค่ะ!”นรราชที่เดินตามลูกสาวมาทำหน้าใจหายวาบทันที“เดี๋ยวก่อนครับลูก นั่งเลยไม่ได้ครับ! เดี๋ยวล้ม!”หนูน้ำทำตาโต“หนูน้ำจะรองค่ะคุณพ่อ! น้องไม่ล้มค่ะ!”นิรินหัวเราะนุ่ม ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ให้เขาลองนั่งทรงตัวดูค่ะ เราคอยประคองนะคะ”นรราชถอนหายใจแต่พอเห็นนิรินยิ้ม เขาก็ยอมเงียบและย
เขายกมือขึ้นเอื้อมช้า ๆและจับนิ้วพี่น้ำก่อนหนูน้ำกรี๊ดเสียงดีใจ“เย้!!!! น้องจับนิ้วหนูน้ำค่ะ!!!! หนูน้ำได้คะแนนค่ะ!!!!!”นรราชอ้าปากค้าง“เดี๋ยวสิครับ… พ่อก็ยื่นให้ก่อนนะครับ…”นิรินหัวเราะจนไหล่สั่น“ลูกเลือกพี่สาวค่ะลุงราช”น้องชายบีบนิ้วพี่น้ำเบา ๆทำเสียง “อ๊ะอือ”เหมือนกำลังหัวเราะแบบพอใจสุด ๆหนูน้ำทำหน้าฟินสุดชีวิต“คุณแม่คะ น้องรักหนูน้ำที่สุดค่ะ!!!”นรราชยอมรับสภาพยิ้มมุมปาก“ครับ… พี่สาวชนะไปก่อนแล้ววันนี้…”หลังจากจับนิ้วพี่น้ำจนพอใจน้องชายก็หันไปมองนิ้วของพ่อเอื้อมอีกครั้งแล้วจับนิ้วของนรราชแน่น ๆ เช่นกันนรราชตาโตก่อนจะยิ้มกว้างจนหุบไม่ได้“เนยครับ เขาจับนิ้วผมแล้วครับเขาจับจริง ๆ ครับ!”หนูน้ำมองแล้วพูดแบบยอมรับ“ก็ได้ค่ะ… น้องรักคุณพ่อด้วยค่ะ”นิรินยิ้มหวาน“เขารักทุกคนค่ะลูก”น้องชายจับนิ้วของพ่อไว้สักครู่ก่อนจะปล่อย แล้วเอื้อมไปจับนิ้วของแม่ไม่แน่นเท่าที่จับของพี่น้ำแต่จับไว้นานกว่าและนิ้วเล็ก ๆ ลูบเบา ๆ เหมือนรู้ว่าใครคือความอบอุ่นที่สุดของเขานิรินใจเต้นเบา ๆก้มลงหอมมือเขา“ค่ะลูก… แม่อยู่ตรงนี้ค่ะ”นรราชมองภาพนี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยนที่สุดเหมือนหัวใจจ
“อา…แม่”เงียบไปหนึ่งวินาทีก่อนบ้านจะปะทุขึ้นเป็นเสียงดังสนั่นเหมือนงานฉลองปีใหม่หนูน้ำ: “น้องพูดค่ะ!!!”นรราช: “เขาพูดว่าอะไรครับเนย ได้ยินไหมครับ”นิรินมือสั่นเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาเธอยิ้มกว้าง และดวงตาคลอไปด้วยน้ำใส ๆ“เขาเรียกแม่ค่ะ…ลุงราชคะ เขาเรียกแม่ค่ะ…”นรราชนิ่งไปมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักล้นจนเอ่อช้า ๆ เขาเอื้อมมือไปจับหลังมือเล็ก ๆ ของลูก“ลูกครับ… ลูกเรียกแม่แล้วครับ…”หนูน้ำตีมือดีใจกระโดดบนพื้น“น้องรักคุณแม่มากที่สุดค่ะ!!”นิรินหัวเราะทั้งน้ำตาก้มลงหอมแก้มลูกชายซ้ำแล้วซ้ำอีก“ลูกคะ… ขอบคุณนะคะ…”น้องชายยิ้มกว้างตาเป็นประกายใสเหมือนเข้าใจความดีใจของทุกคนหลังเก็บของเล่นหลังอาหารเย็นหลังอาบน้ำให้เด็กทั้งสองเสร็จห้องนั่งเล่นเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านหน้าต่างนรราชเดินเข้ามานั่งข้างภรรยาลูกทั้งสองนั่งเล่นด้วยกันบนพรมเขาก้มลงกระซิบเสียงทุ้มเบาและจริงใจที่สุด“เนยครับ… ตอนเขาเรียก ‘แม่’ นะครับผมมีความสุขมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ”นิรินเงยหน้ามองรอยยิ้มอบอุ่นจนหัวใจลุงราชแทบละลาย“ลุงราชคะ… เขาเรียกได้เพราะคุณคอยอยู่ข้าง
นิรินพิงไหล่สามีน้ำเสียงเธอนุ่มเหมือนผ้าห่มอุ่น“ระหว่างที่เขาพลิกตัวได้วันนี้นะคะ เนยเห็นเลยค่ะว่า ลูกจะเติบโตไปพร้อมกับครอบครัวที่รักเขามากที่สุด”นรราชกอดทั้งสามคนแน่นขึ้นแล้วพูดเสียงเบาที่มีแต่ความจริงใจ“เพราะเนยนี่แหละครับ ที่ทำให้บ้านนี้เป็นบ้าน”นิรินใจสั่นเบา ๆแต่ยิ้มตอบอย่างรักมากหนูน้ำจดประโยคนี้ลงสมุดทันทีทั้งที่ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไรทั้งหมดแต่รู้ว่ามันคือประโยคสำคัญและขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะเบา ๆน้องชายที่เพิ่งพลิกตัวได้วันนี้ก็ยิ้มกว้างอีกครั้งเหมือนประกาศว่า“ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ”และทั้งบ้านก็ยิ้มตามเต็มไปด้วยความรักที่มากขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งวันเช้าวันนี้ท้องฟ้าสีใสแสงแดดอ่อน ๆ ส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นนิรินวางลูกชายลงบนเบาะนุ่มตามปกติเด็กน้อยนอนหงาย มือปัดไปมาเหมือนกำลังจับอากาศวันนี้เขาดูจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษส่งเสียง “อะอือแอะ” ไม่หยุดขาเล็ก ๆ ดีดไปมาเหมือนกำลังตื่นเต้นกับอะไรบางอย่างหนูน้ำที่ถือถังของเล่นวิ่งเข้ามามาพร้อมพลังเต็มร้อยเหมือนเช่นทุกวัน“คุณแม่คะ! วันนี้หนูน้ำจะสอนน้องเล่นของเล่นค่ะ!!”นิรินหัวเราะเบา ๆ“วันนี้น้องน่าจะอยากลอง
“พร้อมทำอะไรคะลูก”หนูน้ำยืนเท้าเอวอย่างภาคภูมิใจ“พร้อมสอนน้องนอนคว่ำค่ะ!! หนูน้ำเป็นครูค่ะวันนี้!”นรราชที่เดินตามลูกสาวเข้ามาในชุดลำลองพอได้ยินคำว่า นอนคว่ำเขารีบขยับเข้ามาใกล้แบบสายตากังวลมากกว่าปกติ“เนยครับ… ลูกพร้อมหรือยังครับ นอนคว่ำจะเหนื่อยนี่ครับ”นิรินหัวเราะ“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นค่ะ เขาโตพอแล้วค่ะลุงราช”นรราชยังคงทำหน้าเคร่งเหมือนกำลังคุมหน่วยกู้ภัยพิเศษมากกว่าฝึกทารกหนูน้ำหยิบตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ๆ มาถือแล้ววางนอนคว่ำข้างน้องชายพูดเสียงหวานเหมือนคุณครูในอนุบาล“น้องคะ ดูพี่น้ำนะคะ นี่ค่ะ… แบบนี้ค่ะ!”เธอใช้มือดันตัวตุ๊กตาหมีให้ชูหน้าโชว์ท่าง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจนอนคว่ำ ชันคอ มองหน้าน้องชายเหลือบมองตาโตแล้วส่งเสียง “อือ” เหมือนพยายามเลียนแบบนิรินยิ้มอุ่น“ลูกคงอยากลองค่ะ”หนูน้ำดีใจจนเกือบกระโดด“คุณแม่คะ!! น้องจะทำค่ะ!!”นรราชย่อตัวลงอย่างจริงจัง“ระวังนะครับลูก ไม่ต้องรีบนะครับ…”หนูน้ำหันมา“คุณพ่อคะ… หนูน้ำเป็นครูค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ!”นรราชพูดเบา ๆ“ครับ… ครูน้ำ”น้องชายขยับแขนยกตัวขึ้นทีละนิด…ทีละนิด…นิรินเอามือประคองด้านข้างนรราชอยู่ด้านหน้า เผื่อ
นรราชแทบทำแก้วกาแฟตก“จริงเหรอครับ ทำอีกครับลูก! หัวเราะอีกครับ!!”หนูน้ำกระโดดเหมือนคนได้เหรียญทอง“น้องหัวเราะค่ะ!!! น้องหัวเราะค่ะ!!!”นิรินหัวใจเต้นแรงยิ้มกว้างจนหน้านุ่มไปหมดเธอจูบหน้าผากลูกซ้ำ“ลูกคะ… นี่คือเสียงหัวเราะของลูกจริง ๆ ค่ะ”หนูน้ำหันไปเขียนสมุด“เสียงหัวเราะแรก ให้คุณแม่ค่ะ”นรราชอ้าปาก“เนยได้เหรอครับ”หนูน้ำพยักหน้า“ค่ะ! เพราะน้องหัวเราะตอนคุณแม่ยิ้มค่ะ!”นรราชทำหน้าเหมือนเสียตำแหน่งผู้ประกาศข่าวแห่งปี“แต่พ่อก็พยายามนะครับ…”นิรินหัวเราะแล้ววางหัวบนไหล่สามี“อย่าเสียใจนะคะ”เขาทำหน้าอ่อนลงทันทียื่นมือมากอดเอวภรรยาแล้วกระซิบเบา ๆ“ฉันไม่ได้เสียใจหรอก ฉันแค่ดีใจที่ลูกมีความสุขเวลาอยู่กับเนย”นิรินหน้าแดงแรง แต่ยิ้มหวานจนหัวใจลุงราชเต้นแรงกว่าเสียงหัวเราะของลูกเสียอีกหนูน้ำที่มองอยู่พูดขึ้นด้วยความมั่นใจที่สุดในโลก“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ! เดี๋ยวน้องหัวเราะให้คุณพ่อวันหลังค่ะ!”นรราชหัวเราะในลำคอ“พ่อหวังแบบนั้นครับ”เขามองลูกชายที่ตอนนี้กำลังยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนกำลังดีใจในแบบของทารกเย็นวันนั้น ทั้งบ้านนั่งดูสมุด “พัฒนาการของน้อง” ที่หนูน้ำจัดทำนิรินอุ้มลูกชา







