LOGIN" ข้าขอเตือนเจ้าหากเจ้ายังเรียกร้องมากกว่านี้เจ้าจะไม่ได้อะไรเลย"
หวังชุนพูดด้วยความโมโห
" งั้นข้าก็คงต้องไปที่ศาลแล้วหล่ะ"
นางทำท่าจะลุกขึ้น หวังซิงเหอรีบห้าม
" ช้าก่อน เจ้าต้องการเท่าไหร่ว่ามาเลย ข้าจะได้เอามาให้ทีเดียว"
" ห้าล้านตำลึง"
" อะไรนะ"
" เอ วันนี้ฮ่องเต้ไปไหว้พระขอพรที่วัดไท่กวงนี่นา งั้นข้าไม่ไปศาลละไปวัดดีกว่า"
" ได้ ห้าล้านก็ห้าล้าน"
" ข้าต้องการจวนเล็กๆสักหลัง"
หวังซิงเหอกัดฟันพยักหน้าตอบ
" ได้ ข้ามีจวนหลังหนึ่งพึ่งสร้างเสร็จไม่นานอยู่นอกเมือง"
ฉีเยี่ยนฟางมองดูตั๋วเงินแล้วยิ้มชอบใจ ก่อนจะพับเก็บไว้ในสาบเสื้อ
" นี่เป็นสัญญาของจวนที่อยู่นอกเมือง เพียงเจ้าลงชื่อในสัญญานี้ จวนหลังนั้นก็จะเป็นของเจ้าทันที"
นางรับพู่กันจากบ่าวรับใช้มาลงชื่อ แล้วเก็บสัญญาเข้าสาบเสื้อ
" ในเมื่อเจ้าได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว เรื่องของเจ้ากับบุตรชายข้าก็ให้มันจบลง หวังว่าเจ้าจะรักษาคำพูด"
" เอากระดาษมาให้ข้าสองแผ่น"
บ่าวรับใช้เอากระดาษมาให้ นางก็เขียนหนังสือขึ้นมา
" ถึงข้ากับเขาจะไม่ได้เข้าหอแต่ก็ถือว่าทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว หากจะจากไปเฉยๆข้ารู้สึกไม่ดี เหมือนมีมลทินติดตัว"
หวังชุนกัดฟันกรอดกำมือแน่น เขาต่างหากที่สมควรพูดคำนั้น
" อะไร"
" ลงชื่อซะข้าเป็นคนขอหย่ากับเจ้า"
หวังชุนรับกระดาษมามองดูข้อความในนั้น
ข้าฉีเยี่ยนฟางขอหย่าขาดกับหวังชุนเนื่องจากไม่อาจทำหน้าที่สามีปรนเปรอความสุขให้ได้ ลงชื่อ ฉีเยี่ยนฟาง
" เจ้า "
" ทำไม ยอมรับความจริงไม่ได้รึ รีบลงชื่ออย่าเสียเวลา"
" ไม่ได้นะ"
ซูซ่างเอินรีบค้านขึ้นมา นางเดินไปกุมมือฉีเยี่ยนฟางเอาไว้ ฉีเยี่ยนฟางสะบัดมือออกด้วยท่าทีรังเกียจ ซูซ่างเอินแกล้งเซจะล้มซูเว่ยหมิงรีบรับเอาไว้แล้วต่อว่าฉีเยี่ยนฟาง
" เจ้าทำเกินไปแล้ว"
" ข้าทำอะไร แค่ดึงมือออกเบาๆไม่คิดว่านางจะบอบบางไม่มีแรงขนาดนั้น"
" เจ้า นางเป็นสตรีในห้องหอเป็นคุณหนูที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมไม่ได้บึกบึนเหมือนกับเจ้า"
" พอแล้วพี่ใหญ่ข้าไม่ได้เป็นอะไร"
ซูซ่างเอินส่ายหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปหาฉีเยี่ยนฟางอีก
" เรื่องหย่าเป็นเรื่องใหญ่ท่านต้องคิดให้ดี พี่เยี่ยนฟาง หากท่านหย่าก็จะกลายเป็นหญิงหม้ายที่เคยผ่านการแต่งงาน ชื่อเสียงของท่านจะหม่นหมอง หากท่านคิดจะแต่งงานอีกก็คงจะยาก บุรุษดีๆที่ไหนจะต้องการแต่งงานกับท่าน ท่านอย่าใช้อารมณ์ชั่ววูบตัดสินใจสิ ข้าไม่โกรธท่านเลยสักนิด ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วท่านกับพี่อาชุนก็ถือว่าเป็นสามีภรรยากัน หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยกันเถอะนะ"
" อภัยบ้าบออะไร เขาให้คนไปรุมขืนใจข้าข้าไม่ฆ่าเขาก็บุญแค่ไหนแล้ว ยังจะมาให้ข้าให้อภัยอีกรึ เจ้าบอกว่าเรื่องที่เขาทำกับข้าเป็นเรื่องเล็กน้อยงั้นข้าให้คนไปขืนใจเจ้าบ้างดีไหม"
" เจ้าพูดบ้าอะไร นางเป็นน้องสาวของเจ้านะ"
ซูเว่ยหมิงรีบเข้าไปดึงตัวซูซ่างเอินออกมา ซูหว่านเหลียนรีบเข้าไปกอดปกป้อง
" ข้าไม่มีน้องสาว แล้วก็ไม่มีพี่ชายด้วย"
" เจ้า ดี ข้าก็ไม่เคยยอมรับคนอย่างเจ้าเช่นกัน ต่อไปนี้ข้าซูเว่ยหมิงมีเอินเอินเป็นน้องสาวแค่คนเดียว"
" เจ้ารออะไรอยู่รีบลงชื่อสินางจะได้ไปสักที"
หวังรั่วหนานเร่งให้บุตรชายลงชื่อในหนังสือหย่า
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหย่า แต่ข้อความที่นางเขียนแม้จะเป็นความจริงเขาก็รับไม่ได้ นางเขียนแบบนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเขาสิ้นดี แล้วไหนจะขอหย่าก่อนอีก มันต้องเป็นเขาที่ขอหย่ากับนางสิถึงจะถูก
หวังรั่วหนานสะกิดให้รีบลงชื่อ หวังชุนเขียนชื่อลงไป
" ลงชื่อแล้วก็เก็บเอาไว้ดูเถอะ ยินดีด้วยเจ้าเป็นอิสระแล้ว ต่อไปก็แต่งงานกับคนรักของเจ้าได้แล้ว ข้าขอเตือนว่าแต่งครั้งนี้ไม่ต้องใช้ผ้าคลุมเจ้าสาวหรอกเดี๋ยวจะผิดตัวอีกทางที่ดีส่งคนไปเฝ้านางเอาไว้ตลอดเวลาไม่อย่างงั้น นางจะหาคนมาขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแทนแล้วโทษว่าคนนั้นอิจฉาแย่งวาสนานางอีก"
นางพูดจบก็ลุกขึ้นไปยืนตรงหน้าซูจิ่งหานไล่มองเรียงหน้าทีละคนก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้
" อะไร"
ซูจิ่งหานรับมาดูเห็นว่าเป็นหนังสือตัดขาด
" นี่เจ้าเสียสติไปแล้วรึ เจ้าจะตัดขาดกับข้า"
" ไม่ใช่แค่กับท่าน แต่เป็นท่านและก็เจ้า เจ้าด้วย"
นางชี้ไปที่ซูหว่านเหลียนซูเว่ยหมิงและซูซ่างเอิน
" เยี่ยนฟางเจ้าพูดอะไรรู้ตัวไหม ข้าเป็นแม่แท้ๆของเจ้า แล้วนี่ก็พ่อเจ้าพี่ชายน้องสาวของเจ้า "
"ข้ารู้ว่าตั้งแต่ที่เจ้ากลับมาพวกข้าอาจละเลยเจ้าไปบ้าง เจ้าโกรธพวกข้าข้าก็พอเข้าใจ แต่ก็ไม่ควรทำอะไรเช่นนี้"
" ตั้งแต่ข้ากลับมาอยู่ที่จวนตระกูลซู แม้เพียงไม่กี่วัน พวกท่านก็แทบไม่ได้พูดคุยกับข้าวันๆก็เอาแต่ล้อมหน้าล้อมหลังเอาใจนาง เพื่อนาง ถึงกับส่งข้าไปอยู่เรือนเล็กท้ายจวน ไม่ให้ข้าร่วมโต๊ะอาหารเพราะกลัวนางน้อยใจ ไม่เอาชื่อข้าเข้าตระกูลไม่บอกใครให้รับรู้ว่าข้าคือบุตรสาวตัวจริงเพราะอับอายที่ข้ามาจากชนบทแถมยังเป็นใบ้ "
" ไม่ใช่อย่างงั้น เจ้าคิดไปเอง ที่ข้ายังไม่เอาชื่อเข้าในตระกูลเพราะหาฤกษ์มงคลอยู่ ส่วนเรือนของเจ้าข้าตั้งใจจะให้คนสร้างใหม่ให้เจ้า เลยให้เจ้าไปอยู่เรือนเล็กท้ายจวนก่อน เจ้ามาจากชนบทคงไม่คุ้นชินกับในจวนที่มีคนเยอะแยะ ข้าเลยคิดว่าน่าจะดีกว่าถ้าเจ้าอยู่ที่ท้ายจวนแล้วก็กินอาหารที่นั่น "
" ใช่ พ่อของเจ้าพูดถูกหากเจ้าคิดมากเรื่องนี้งั้นต่อไปถ้าเจ้าอยากมากินข้าวพร้อมกับทุกคนก็มาได้ "
" ข้าไม่ต้องการอยู่ในครอบครัวที่น่ารังเกียจแบบนี้ เชิญพวกท่านรักกันให้พอเถอะ ข้าลงชื่อในหนังสือตัดขาดแล้วพวกท่านจะรับหรือไม่ก็แล้วแต่"
นางปล่อยหนังสือตัดขาดลงพื้น
" ต่อไปนี้ข้ากับตระกูลซูไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก อดีตไม่รู้จักอนาคตไม่รู้จัก พบหน้าไม่ทักทาย "
พูดจบก็เดินออกไปทันที ทุกคนมองตามสัมผัสได้ถึงความสง่างามดั่งนางพญา ทุกย่างก้าวมีพลังน่าเกรงขาม
นางก้าวออกจากจวนตระกูลหวัง แสงแดดยามสายสาดส่องมาที่ใบหน้านวลเนียน แดดแยงตาจนนางต้องยกมือขึ้นมาบังหน้า ผู้คนที่พบเห็นต่างชื่นชมความงามของนางโดยเฉพาะบุรุษที่พากันจ้องมองตาค้าง
นางเช่ารถม้าให้ไปส่งที่จวนนอกเมือง เมื่อมาถึงก็พบว่าจวนแห่งนี้พึ่งสร้างเสร็จใหม่ๆอย่างที่หวังซิงเหอบอกจริงๆ จวนขนาดกลางไม่เล็กไม่ใหญ่
" แม่นางเจ้าจะมาอยู่ที่นี่รึ"
" ใช่ ที่นี่เป็นจวนของข้า"
" แต่ข้ารู้มาว่าที่นี่เป็นของใต้เท้าหวัง เจ้าเป็นอะไรกับเขารึ"
" ข้าไม่ได้เป็นอะไรกับเขาหรอก เพียงแต่จวนหลังนี้เขายกให้ข้าเพื่อแลกกับบางอย่าง"
คนขับรถม้าพยักหน้าไม่ได้ถามต่อ
" จริงสิ ท่านพอจะรู้ไหมว่าจะไปหาซื้อทาสได้จากที่ใด"
" รู้สิ ข้ารู้จักพ่อค้าทาส เมื่อวันก่อนเขาเดินทางมาจากต่างเมืองพอดี แวะพักอยู่ที่เมืองนี้ เจ้าอยากได้สักกี่คนหล่ะเดี๋ยวข้าจะไปให้เขาพาทาสมาให้เจ้าเลือก"
" ข้าต้องการสัก10คน ให้เขาเลือกมาเลยเป็นชาย5หญิง5 นี่เป็นค่ารถม้าและค่าตอบแทนที่ไปติดต่อพ่อค้าทาส ขอบคุณท่านลุงมาก"
นางส่งถุงเงินให้คนขับรถม้า ตอนอยู่ที่ตลาดนางใช้ตั๋วแลกเงิน แลกเงินมาไว้ใช้จำนวนหนึ่ง
" งั้นข้าจะไปรีบไปบอกพ่อค้าทาสให้เดี๋ยวนี้เลย"
สักพักก็มีคนพาทาสมาส่ง10คนเป็นชาย5หญิง5 นางจ่ายเงินเสร็จพ่อค้าทาสก็กลับไป
" ต่อไปนี้ตระกูลหวังกับตระกูลซูขาดกัน"หวังซิงเหอพูดจบก็เดินตามหวังชุนออกไปหวังรั่วหนานมองคนตระกูลซูด้วยสีหน้าไม่พอใจ พูดทิ้งท้ายก่อนไป"สินสอดที่ข้าเคยให้ ส่งคืนข้าให้ครบอย่าให้ขาดแม้แต่อีแปะเดียว"" เหอะคืนก็คืนสิ ดีเสียอีกสัญญาหมั้นหมายสิ้นสุดเอินเอินจะได้หลุดพ้น ไม่ต้องแต่งงานกับหวังชุนคนพิการเสียที ต่อไปจะได้มีบุรุษดีๆมาสู่ขอนาง"" ไอ้ดีมันก็ดี แต่เราจะเอาสินสอดที่ไหนไปคืนเขา"" ท่านแม่หมายความว่าอย่างไร"" เงินทองข้าวของที่เป็นสินสอดพวกนั้น ส่งมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน มันถูกใช้หมดไปตั้งนานแล้ว"" แต่จวนของเราก็ยังมีเงินทองที่เป็นของเราเองตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ ท่านแม่ก็ใช้เขาไปสิ ขาดอะไรก็ไปซื้อมาแทนไม่เห็นจะยาก"" อาหมิง เจ้าคิดว่าจวนของเรายังร่ำรวยมีเงินเหมือนเมื่อก่อนอีกรึ กิจการร้านค้าขาดทุนมาหลายเดือนติด การเลื่อนตำแหน่งของพ่อเจ้า ข้าต้องวิ่งเต้นเอาเงินไปติดสินบนคนนั้นคนนี้ กำลังจะได้เลื่อนขั้นอยู่แล้วรายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว กลับต้องมาถูกระงับเพราะข่าวลือบ้าบอนั่น หากพ่อของเจ้าไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเงินที่ใช้ไปในการวิ่งเต้นเรื่องนี้ก็เท่ากับสูญเปล่า"ซูเว่ยหมิงไม่อยากจะเชื่อว่า
" ใช่หรือไม่ค้นดูก็รู้ เพราะยานั่นเจ้าใส่ในอาหารให้เขากินทุกวัน ใช่หรือไม่หวังชุน"หวังชุนพยักหน้า" นางจะเอาอาหารไม่ก็ขนมไปให้ข้าที่จวนทุกวัน"" ข้าก็แค่ชอบทำอาหารอยากให้ท่านได้ชิมอาหารฝีมือข้าทุกวัน ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะทำให้ท่านคิดกับข้าแบบนี้"ซูซ่างเอินน้ำตาคลอ ซูเว่ยหมิงเห็นก็ปวดใจพูดต่อว่าหวังชุนเสียงดัง" หวังชุนเจ้าเกินไปแล้ว หลงเชื่อคำพูดของคนอื่นทำให้เอินเอินต้องเสียใจ ขนมกับอาหารพวกนั้นนางตั้งใจทำให้เจ้าโดยเฉพาะ เจ้ากล้าได้ยังไงกล้าคิดว่านางวางยาเจ้าได้ยังไง ในโลกนี้เจ้าจะสงสัยใครก็ได้ยกเว้นนาง"" แล้วทำไมจะสงสัยนางไม่ได้ ไม่ให้สงสัยก็ให้ค้นห้องนางสิ กล้าไหมหล่ะ"" ได้ ถ้าค้นแล้วไม่เจออะไรเจ้าต้องคลานเข่ามาขอโทษนาง โขกหัวคำนับขอโทษจนกว่านางจะพอใจแล้วก็"" ประกาศบอกทุกคนว่าเรื่องข่าวลือเป็นเรื่องเข้าใจผิด เจ้าแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อต้องการให้ตระกูลซูยอมรับเจ้ากลับเข้าจวน"ซูจิ่งเหอพูดเสริมฉีเยี่ยนฟางหัวเราะ" หึหึได้ แต่ถ้าเจอหลักฐานพวกท่านก็เตรียมส่งบุตรสาวที่รักเข้าคุกเถอะ"ซูซ่างเอินหน้าซีด มองหน้าซูเว่ยหมิงแล้วส่ายหน้า" แล้วก็ท่านทั้งสองต้องป่าวประกาศยอมรับผิดต่อหน้าทุกค
ทุกคนตกใจ ซูหว่านเหลียนรีบไปกอดซูซ่างเอินเอาไว้" ไม่ได้ หากให้เลือกจะให้ใครไปก็เป็นเจ้านั่นแหละ เจ้าออกจากตระกูลซูไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก"เห็นท่าทีซูหว่านเหลียนที่ปกป้องซูซ่างเอิน นางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้" ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็ไม่ได้อยากกลับไปสักหน่อยก็ใต้เท้าซูถามว่าข้าอยากได้อะไร ข้าก็ตอบไป ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าพวกท่านทำไม่ได้หรอกก็นางเป็นดาวนำโชคของพวกท่านนี่ ไม่เหมือนกับข้าที่เกิดมาในคืนเดือนดับแถมยังเป็นใบ้ คำพูดของคนนอกแค่ไม่กี่คำบอกว่าข้าเป็นกาลิกิณี ก็เอาข้าไปทิ้งในป่าไม่สนว่าจะเป็นหรือตาย พอลูกรักต้องแต่งงานกับคนพิการก็ทำใจไม่ได้ ไปตามหาข้าพาข้ากลับมา วางยาส่งขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปแต่งแทน คิดว่าพอข้าวสารเป็นข้าวสุกทุกอย่างก็แก้ไขไม่ได้แล้ว แต่พวกท่านไม่เคยคิดเลยว่าคืนนั้นข้าต้องเผชิญกับสิ่งใด ชายพิการคนนั้นให้บ่าวรับใช้หลายคนมารุมย่ำยีข้า ถ้ากลับกันเปลี่ยนจากข้าเป็นนางพวกท่านจะรู้สึกเช่นไร ยังมีพ่อแม่แบบนี้อยู่อีกเหรอ ยังจะมีใครใจร้ายกับลูกสาวแท้ๆตัวเองได้ถึงขนาดนี้ พ่อแม่แบบนี้ข้าไม่ต้องการหรอก"คำพูดของนางทำทุกคนนิ่งอึ้ง หวังซิงเหอกับหวังรั่วหนานมองซูหว่านเหลียนกับซูจิ่งหานด้วยสา
" เขาถูกพิษอะไรรู้ไหม"หวังซิงเหอหันไปถามหมอ" เป็นพิษไร้สีไร้กลิ่น ใส่ลงในอาหารไม่มีใครรู้ ไม่ได้ออกฤทธ์ทันที แต่จะค่อยๆสะสม หากได้รับในปริมาณไม่มากไม่ถือเป็นอันตราย แต่นี่เขาสะสมพิษมาเป็นปีแล้วอวัยวะภายในของเขา เฮ่อ"หมอถอนหายใจ" เจ้ากินดื่มอาหารได้ปกติหรือไม่"" หลายวันมานี้ข้าไม่ค่อยหิว กินได้แค่นิดๆหน่อยๆ"" แล้วปวดท้องบ่อยไหม"หวังชุนพยักหน้า" งั้นก็ถูกแล้ว อวัยวะภายในของท่านถูกทำลาย มีเวลาเหลือไม่มาก นานสุดก็7ถึง8เดือน"หวังรั่วหนานได้ยินก็ตกใจจนเป็นลม หวังซิงเหอก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาแข้งขาอ่อนแรงมองหน้าอาชุนบุตรชายคนเดียวที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง ไม่คิดว่าจะร้ายแรงถึงเพียงนี้" เจ้าไปสืบมา อาชุนถูกพิษได้อย่างไร ให้คนค้นให้ทั่วจวนหาคนวางยามาให้ได้"" ขอรับนายท่าน"" นี่มันตรงกับที่แม่นางฉีบอกทุกอย่างเลยคุณชาย แค่นางมองหน้าท่านเห็นผื่นบนหน้าท่านก็มองออกว่าท่านถูกพิษ ไม่แน่นางอาจมียาถอนพิษหรือวิธีรักษาก็ได้"หวังชุนส่ายหน้า" ข้าทำร้ายนาง ถึงต่อให้นางมียาถอนพิษนางก็ไม่ให้ข้าหรอก ถึงต่อให้นางรู้วิธีรักษานางก็ไม่บอกข้าเช่นกัน"" งั้นก็ต้องลองดู"หวังซิงเหอพูดขึ้นจวนตระกูลซู ทุกคนนั่
วันต่อมาข่าวลือเรื่องหวังชุนให้บ่าวรับใช้ไปขืนใจฉีเยี่ยนฟางในคืนเข้าหอก็แพร่สะพัดไปทั่ว รวมทั้งข่าวที่ฮูหยินซูร่วมมือกับซูซ่างเอินวางยาฉีเยี่ยนฟาง แล้วให้ขึ้นเกี้ยวไปแต่งงานแทน เพราะซูซ่างเอินไม่อยากแต่งงานกับหวังชุนที่พิการ แล้วยังใส่ร้ายนางว่านางอิจฉาแย่งเป็นเจ้าสาว สองข่าวลือกระพือสะพัดเป็นไฟลามทุ่งไปทั่วทั้งเมืองหลวง ยังไปถึงในวัง ส่งผลต่อหน้าที่การงานของหวังซิงเหอและซูจิ่งหาน ทั้งสองรีบกลับจวนไปสะสางทันทีจวนตระกูลหวัง หวังซิงเหอนั่งหน้าเครียดจ้องมองหวังชุนด้วยความไม่พอใจ"เจ้าไปทำอะไรนางอีกนางถึงได้ไปป่าวประกาศเรื่องนั้นขึ้นมา"" ข้าไม่ได้ทำอะไร เพียงผ่านไปเห็นคนมุงดูอะไรอยู่ เอินเอินก็อยู่ที่นั่น ข้าห่วงนางว่าจะเกิดเรื่อง พอเข้าไปดูถึงเห็นฉีเยี่ยนฟางอยู่ด้วย"" ทั้งที่นางก็รับเงินไปแล้วยังมีจวนอีกหนึ่งหลัง บอกว่าจบเรื่องนี้ด้วยดี แล้วเหตุใดผ่านไปเป็นปีถึงได้รื้อฟื้นขึ้นมาอีก หรือว่าท่านพี่ข้าว่านางใช้หมดเงินแล้วต้องการเรียกร้องเงินเพิ่ม"หวังซิงเหอชี้หน้าตำหนิหวังชุน" เป็นเพราะเจ้ามันทำอะไรไม่คิดถึงได้ส่งผลมาถึงทุกวันนี้"" เป็นความผิดข้าเอง ข้ายอมรับว่าตอนนั้นโมโหมากไปหน่อย พ
" ทุกคนฟังกันต่อ ข้าถูกแม่แท้ๆวางยาร่วมมือกับนางแล้วนำข้าที่ไม่ได้สติ สวมชุดเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวส่งไปตระกูลหวัง ข้าที่มึนงงถูกคนจับจูงให้เข้าพิธี พอถึงเวลาเข้าหอเขาเปิดผ้าคลุมออก เห็นว่าข้าไม่ใช่ซูซ่างเอินก็โกรธจัด ต่อว่าข้าตอนนั้นข้ายังพูดไม่ได้ไม่ว่าจะโบกมือโบกไม้ปฏิเสธยังไงเขาก็ไม่ยอมฟัง"" จริงด้วยข้าได้ยินมาว่าตอนนั้นเจ้าเป็นใบ้นี่"" ใช่ๆคนเป็นใบ้จะพูดได้ได้ยังไง"" เล่าต่อสิแม่นางแล้วยังไงต่อ"นางยิ้มมุมปาก" เขาโยนข้าไปห้องเก็บฟืน แล้วบอกข้าว่าถ้าข้าอยากมีสามีมากนักจะช่วยสงเคราะห์ให้"นางเหลือบมองหน้าหวังชุนที่เปลี่ยนเป็นสีซีด" แล้วเขาก็ให้บ่าวรับใช้ชายหลายคนเข้ามา"ชาวบ้านที่ยืนฟังพากันตกใจ ต่างซุบซิบมองหวังชุนด้วยสายตารังเกียจ" พอแล้วที่เจ้าต้องเป็นอย่างนั้นก็เพราะเจ้าทำตัวเอง หากเจ้าไม่ทะเยอทะยานอยากแต่งงานกับข้า ข้าจะลงโทษเจ้าเรอะ"ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮา เขาถึงรู้ตัวว่าหลุดปากยอมรับความผิด" ที่แท้เขาก็ทำจริงๆ"" ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะใจร้ายได้ขนาดนี้"" น่าสงสารแม่นางคนนี้จริงๆ"ชาวบ้านมองมาที่ฉีเยี่ยนฟางด้วยสายตาสงสารเห็นใจ" ข้าไม่เป็นอะไร ยังไม่ได้ถูกล่วงเกิน ดีที่ข้ามีวรยุท







