เข้าสู่ระบบ" ต่อไปพวกเจ้าเป็นคนของข้า และข้าก็คือนายของพวกเจ้า ข้าชื่อฉีเยี่ยนฟางจำชื่อข้าเอาไว้ให้ดี ให้เรียกข้าว่านายหญิงแล้วกัน พวกเจ้า5คนผลัดกันทำความสะอาดสวนและรอบนอกของจวนแล้วก็เฝ้าประตู ส่วนพวกผู้หญิงเจ้าสองคนทำอาหาร อีกสองคนทำความสะอาดในจวน อีกคน อืมเจ้าแล้วกัน"
ฉีเยี่ยนฟางชี้ไปที่หญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนาง รูปร่างผอมแห้งกว่าทุกคนหน้าตามอมแมมมีบาดแผลที่ใบหน้า
" เจ้าชื่ออะไร"
" ข้าชื่อยู่เหมยเจ้าค่ะนายหญิง"
" อืมต่อไปเจ้ามาคอยรับใช้อยู่ข้างกายข้าคอยติดตามข้า"
" เจ้าค่ะนายหญิง"
" เอาหล่ะพวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อน ทางด้านหลังเป็นเรือนนอนพวกเจ้าเลือกห้องกันตามสบาย เจ้าก็ไปกับพวกเขาด้วยพรุ่งนี้เช้าค่อยมารับใช้ข้า"
" เจ้าค่ะ"
ฉีเยี่ยนฟางใช้เวลาฟื้นฟูพลังอยู่สามเดือนตลอดสามเดือนนางแทบไม่ได้ออกจากห้องเลย ในที่สุดพละกำลังของนางก็กลับมาแข็งแกร่ง จิตวิญญาณหลอมรวมกับร่างเป็นอันหนึ่งอันเดียว
นางลุกจากเตียงเปิดหน้าต่างออกสายลมเย็ดพัดโชยมา แสงแดดอ่อนๆ กลีบดอกเหมยปลิวตามลม นางยื่นมือไปรองรับกลีบดอกเหมย
" นายหญิง อากาศดีแบบนี้ท่านจะออกไปเดินเล่นหรือไม่ คืนนี้ในเมืองมีงานเทศกาลโคมไฟด้วยนะเจ้าคะ"
" อืมก็ดีเหมือนกัน"
" งั้นตอนนี้ไปเดินเล่นในตลาดดีไหมเจ้าคะจะได้เลือกซื้อชุดใส่ไปเที่ยวงานตอนกลางคืนด้วย"
" ไปสิ"
ระหว่างเดินเล่นมีขบวนหนึ่งเดินผ่าน นางสบตากับชายคนหนึ่งที่ถูกล่ามด้วยโซ่ทั้งที่แขนและขา ผมเพ้ารุงรังตามตัวมีแต่รอยแส้เฆี่ยน เกรอะกรังไปด้วยเลือดแห้งและสดพลันมีพลังบางอย่างดึงดูด นางหันกลับไปมอง
" พวกนั้นจะไปที่ไหนกัน"
" นั่นเป็นขบวนทาส พวกนั้นเป็นเชลยจากต่างแคว้น ถูกจับส่งเข้าไปเป็นทาสในวังหลวงเจ้าค่ะ"
นางหันหลังเดินตามไป
" อ้าวนายหญิงจะไปไหนเจ้าคะ"
" ช้าก่อน"
ทหารที่คุมเชลยหยุดเดินหันมามอง
" ข้าต้องการตัวเขา บอกมาว่าเท่าไหร่"
" นี่ไม่ใช่ทาสที่จะมาซื้อขายกันนี่เป็น"
ทหารพูดไม่ทันจบก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นตั๋วเงินหนึ่งแสนตำลึงถูกยัดใส่มือ เขารีบปลดโซ่ตรวนออกให้ชายคนนั้นทันที
" ต่อไปเจ้าเป็นทาสข้า ข้าเป็นนายเจ้า ตามข้ามา"
นางพาเขาเข้าไปในร้านบะหมี่
" กินสิ มองทำไม"
เขาค่อยๆหยิบตะเกียบคีบบะหมี่กิน อร่อยมาก พริบตาเดียวเขาก็ยกถ้วยซดไม่เหลือน้ำซุปสักหยด เขาไม่ได้กินอาหารมาหลายวันแล้ว หิวโหยเหลือเกิน
" เอาอีกชามไหม"
นางกวักมือเรียกพ่อค้า
" เอามาให้เขาอีกชาม พิเศษขอเนื้อเยอะหน่อย"
นางมองดูเขากินอย่างหิวโหยจนหมดชาม
ยิ่งมองก็ยิ่งคุ้น เหมือนเคยเห็นที่ไหน หรือว่าเจ้าของร่างเดิมจะเคยรู้จักชายคนนี้มาก่อนแต่นางพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
" อิ่มแล้วใช่ไหม ทีนี้ก็บอกข้าได้แล้วว่าเจ้าชื่ออะไร"
นางไม่ได้ถามเขาแต่แรกรอให้เขากินอิ่มก่อน เห็นสภาพแล้วกลัวไม่มีแรงจะพูด
" ข้าชื่อเหวินฟู่"
ตั้งแต่นั้นมานางก็ให้เขาเป็นผู้ติดตามนางเขามีวรยุทธิ์อยู่บ้าง จึงส่งให้เขาไปเรียนวิชาต่อสู้ทุกวัน เพื่อจะได้ใช้คุ้มครองนางนางกับเขาและยู่เหมยมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดวัน เวลาที่ผ่านไปความสนิทสนมและความไว้วางใจจึงมากขึ้น
จากวันเป็นเดือนจากเดือนผ่านไปเป็นปี นางเริ่มมีความรู้สึกดีๆให้เหวินฟู่ คิดอยากจะให้เขาเป็นคู่ผสมพันธ์ในฤดูผสมพันธ์ที่ใกล้จะมาถึง
" เหวินฟู่เจ้าว่าข้างามไหม"
" งามขอรับ"
" แล้วเจ้าชอบข้ารึเปล่า"
" นายหญิง ข้า"
" ตอบข้ามาตามจริง"
" ข้าไม่อาจเอื้อม ท่านเป็นนายข้าเป็นเพียงบ่าว"
" แต่ข้าชอบเจ้านะ ข้าอยากให้เจ้าเป็นคู่ผสมเอ๊ย เป็นคนรักของข้า"
นางเดินเข้าไปประชิดตัวเขา ใช้นิ้วกรีดไปที่ร่องอกแกร่ง กระซิบข้างหู
" เจ้าอยากสัมผัสตัวข้าไหม"
เหวินฟู่ตกใจถอยหนี
" นายหญิงได้โปรดรักษากิริยาด้วย"
" คิกคิก เจ้าอายเหรอ อืม เจ้าคงไม่เคยสินะไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าทำเอง"
" นะนายหญิง อย่าขอรับ"
นางจับเหวี่ยงเขาไปที่เตียงแล้วขึ้นคร่อม ยู่เหมยเปิดประตูเข้ามาเห็นก็ตกใจทำถาดใส่ขนมหล่นดัง เคร้ง ขนมตกพื้นกระจาย นางรีบก้มลงเก็บ
" ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าผิดเองที่ไม่เคาะประตูเสียก่อน"
นางรีบเก็บเศษขนมใส่ถาดแล้วรีบวิ่งออกไป เหวินฟู่เห็นยู่เหมยน้ำตาไหลก็รีบผลักฉีเยี่ยนฟางออก แล้ววิ่งตามไปทันที
" เหมยเอ๋อเจ้าอย่าเข้าใจข้าผิด มันไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าเห็น ข้ากับนายหญิงไม่ได้"
" พอแล้ว ข้าเห็นหมดแล้วเจ้าอย่าโกหกข้าเลย เจ้ากับนางกำลัง ในเมื่อนายหญิงชอบเจ้า เจ้าก็ไปเป็นของนางเถอะ"
" ไม่"
เหวินฟู่ดึงยู่เหมยมากอดแน่น
" ในใจข้ามีเพียงเจ้า ชีวิตนี้ข้าจะรักเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น"
ฉีเยี่ยนฟางตามมา ได้เห็นและได้ยินทุกคำนางหันหลังกลับเข้าห้องไป คำพูดเมื่อกี้ทำให้ความทรงจำของร่างเดิมปรากฎขึ้น
ครั้งนั้นนางเพียง10ปีได้ช่วยชีวิตชายคนหนึ่งไว้โดยบังเอิญ เขายังได้มอบยันต์คุ้มภัยไว้ให้นาง และบอกว่าวันนึงเขาจะตามหานางให้พบ แล้วเขาจะขอนางแต่งงาน ในชีวิตนี้เขาจะมีนางเพียงคนเดียว
ตอนยู่เหมยมาอยู่กับนางใหม่ๆนางเห็นว่ายู่เหมยฝันร้ายบ่อย นางจำได้ว่าในหีบมียันต์คุ้มภัยอยู่อันหนึ่ง จึงให้ยู่เหมย ตั้งแต่นั้นมายู่เหมยก็พกติดตัวมาตลอด ยังบอกนางว่าตั้งแต่มียันต์คุ้มภัยอันนี้ก็ไม่เคยฝันร้ายอีกเลย
พักใหญ่เหวินฟู่เดินเข้ามาคุกเข่าตรงหน้านาง
" ข้ารู้ว่าท่านมีบุญคุณกับข้า ท่านดีกับข้ามาตลอด แต่ข้าไม่อาจให้ในสิ่งที่ท่านต้องการได้ ข้า ข้าไม่อาจเป็นสามีท่านได้ ในใจข้ามีเพียงยู่เหมยคนเดียว ข้ารักนาง เมื่อหลายปีก่อนนางได้ช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าได้สัญญาว่าข้าจะรักนางแค่คนเดียว"
เขาเงยหน้ามองฉีเยี่ยยฟาง นางมีท่าทีนิ่งสงบ รินชาใส่ถ้วยยกดื่มด้วยสายตาเย็นชา
" ข้ารู้ว่าท่านปรารถนาในตัวข้า อยากได้ข้าเป็นสามี แต่ข้า"
เขาถอนหายใจ
" ข้ายอมเป็นสามีของท่านก็ได้ แต่ข้าไม่อาจทิ้งยู่เหมย หากท่านยอมรับได้ข้าขอให้นางเป็นภรรยาข้าอีกคน"
ฉีเยี่ยนฟางปรายตามองเหวินฟู่
" เพ้อเจ้อจบรึยัง ถ้าจบแล้วก็ออกไปข้าจะพักผ่อน"
เหวินฟู่อ้าปากอยากจะพูดต่อแต่ก็ไม่ได้พูดเขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
ฉีเยี่ยนฟางปิดประตูขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาเป็นเวลาหลายวัน บ่าวรับใช้ต่างพากันเป็นห่วงไปเคาะประตูเรียก นำอาหารไปให้ก็มีแต่เสียงตอบกลับว่าไม่กินอย่ามารบกวน ทุกคนรู้เรื่องที่เหวินฟู่ปฏิเสธนายหญิงของพวกเขา ก็พากันโกรธเหวินฟู่กับยู่เหมย
" พวกเจ้าสองคนมันอกตัญญู นายหญิงดีต่อพวกเจ้ามากแค่ไหนยังกล้าทำให้นางเสียใจ"
" ใช่ โดยเฉพาะเจ้ายู่เหมย นายหญิงดูแลเจ้าราวกับเป็นพี่น้องแท้ๆ เจ้ากลับแย่งผู้ชายคนเดียวกับนาง"
" เจ้าก็เหมือนกันเหวินฟู่ นายหญิงชอบเจ้าอยากได้เจ้าไปทำสามีบุญแค่ไหนแล้ว ยังจะมาทำเป็นเล่นตัว"
" เหอะ คิดว่ารูปงามนักรึไงก็แค่ทาสคนหนึ่งที่ถูกนายหญิงซื้อมาชุบเลี้ยง ถ้านายหญิงไม่ซื้อเจ้ามาป่านนี้เจ้ามันก็แค่ทาสในวังหลวง ไม่ได้ใช้ชีวิตกินอิ่มนอนหลับสุขสบายอย่างทุกวันนี้หรอก"
" นี่ถ้าข้าเป็นเจ้านะ จะรีบเข้าหอกับนางเลยเสียดายที่นายหญิงไม่มองข้า"
จิ้งจอกแดงตัวน้อยวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า หย่งเฟิงวิ่งตาม ดอกหญ้าปลิวว่อนตามลม เขานั่งลงมองดูจิ้งจอกน้อยของเขานอนกลิ้งนอนหงายเล่น ไม่รู้ว่าชีวิตในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าวันนี้เขามีความสุขที่ได้อยู่กับนางก็พอ นางคือคนช่วยชีวิตเขา คือภรรยาของเขา คือความสุขที่มาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของเขา แม้เราจะรู้จักกันไม่นาน แม้ยังไม่ได้แต่งงานแต่เราก็เอากันไปแล้ว หลายครั้งด้วย เขารักนางอยากบอกนาง แต่เขาพูดไม่ได้ เขาเป็นใบ้ เขาไม่มีลิ้นเวลาร่วมรักกับนางเขาก็อยากใช้ลิ้นปรนเปรอแต่ก็ทำไม่ได้ มันน่าผิดหวังจริงๆ" อาเฟิง"ฉีเยี่ยนฟางคืนร่างเป็นมนุษย์โถมเข้าใส่เขาเขาอ้าแขนรอรับ กอดนางไว้แน่นล้มกลิ้งไปบนผืนหญ้า" อาเฟิง ข้าอยากอีกแล้ว"หย่งเฟิงยิ้มจูบนาง พลิกตัวนางลงล่างปากบดจูบ มือบีบขยำก้อนกลมนุ่มเด้ง มือของนางล้วงเข้าไปในกางเกงเขา ลูบไล้จนขึ้นลำแมลงปอบินว่อนเหนือทุ่งหญ้าพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า แสงสีทองสาดส่องนกกาบินออกหากิน หย่งเฟิงจับจูงมือฉีเยี่ยนฟางเดินไปในป่ามุ่งหน้าทิศตะวันตกสู่หุบเขาใหญ่ฉีเยี่ยนฟางหยุดชะงัก หย่งเฟิงถามด้วยสายตาว่ามีอะไร แครบคราบ ฝูงจิ้งจอกโผล่มาดักหน้า หย่งเฟิงรีบดึงฉีเยี่ยนฟา
" แต่อะไร"เฉินซีเล่าต่อจากเหวินฟู่" มู่กุ้ยเหรินเคยเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท ตอนนั้นฝ่าบาทได้มอบป้ายทองอาญาสิทธิ์ยกเว้นโทษตายให้นาง สามารถใช้สิทธิ์ได้สองครั้ง"" นางคงใช้สิทธิ์ในครั้งนี้สินะ ถ้าข้าเดาไม่ผิดสิทธิ์ครั้งที่สองคงขอให้ซูเว่ยหมิง""นายหญิงท่านเดาถูกแล้ว นางใช้ป้ายทองอาญาสิทธิ์ละเว้นโทษตายให้นางกับซูเว่ยหมิง แต่ถึงโทษตายจะละเว้นแต่โทษเป็นยังอยู่ ทั้งสองถูกเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดนห้ามกลับเข้าเมืองหลวงตลอดชีวิต"" เยี่ยนฟาง พวกเขาจะเดินทางไปพรุ่งนี้เจ้าอยากไปดูไหม"" อืมไปสิ"ชั้นสองของโรงเตี๊ยม ฉีเยี่ยนฟางนั่งจิบชามองลงไปข้างล่าง นักโทษเนรเทศหลายคนถูกล่ามโซ่ตรวนเดินผ่านไป หนึ่งในนั้นมีซูเว่ยหมิงพี่ชายแท้ๆของฉีเยี่ยนฟางตัวจริงตลอดทางชาวบ้านพากันด่าสาปแช่งปาข้าวของใส่ ซูเว่ยหมิงที่ร่างกายถูกทรมานมาก่อนหน้าเดินโซเซจวนเจียนจะล้มฉีเยี่ยนฟางนึกถึงท่าทีหยิ่งยโสของซูเว่ยหมิงเมื่อก่อน ทั้งคำพูดท่าทีเหยียดหยามที่มีต่อนาง พอเห็นเขาในเวลานี้นางไม่รู้สึกสงสารเลยสักนิด เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นนางเป็นน้องสาว น้องสาวของเขามีคนเดียวคือซูซ่างเอิน นั่นคือคำพูดที่เขาเน้นย้ำเสมอเมื่อเจอนาง เขาเ
ซูจิ่งหานกับซูหว่านเหลียนวิ่งแหวกทางผู้คนที่มุงดูเข้าไป เห็นเพียงเปลวไฟโหมลุกไหม้" เอินเอินหล่ะบุตรสาวของข้าอยู่ที่ไหน เอินเอิน"ซูจิ่งหานกับซูหว่านเหลียนทำท่าจะกระโจนเข้าไปข้างใน แต่ถูกคนช่วยกันขวางเอาไว้"พวกท่านอย่าเข้าไป อันตรายใจเย็นๆก่อน"" ใจเย็นบ้าบออะไรบุตรสาวข้ายังอยู่ข้างในนั้น จะให้ข้าใจเย็นได้ยังไง ปล่อยข้า"ซูจิ่งหานดิ้นรนจะเข้าไปให้ได้ หลายคนช่วยกันจับเขาไว้ ซูหว่านเหลียนเป็นลมหมดสติล้มลงไปนอนกองกับพื้นดัง ตุ๊บ ไม่มีใครช่วยรับมีแต่คนถอยห่าง" ฮูหยินซูเป็นลมไปแล้ว"ซูจิ่งหานหันไปมองภรรยาที่นอนอยู่กับพื้นรีบเข้าไปประคองนางขึ้นมา" นั่นไงคุณหนูซูถูกช่วยออกมาแล้ว"ซูจิ่งหานปลุกซูหว่านเหลียนแต่นางก็ไม่ฟื้นสักที เขาจึงปล่อยนางไว้ตรงนั้นวิ่งไปดูซูซ่างเอิน พอเห็นสภาพบุตรสาวที่รักปานแก้วตาดวงใจก็แทบขาดใจล้มทั้งยืน ดีที่บ่าวรับใช้รับไว้ทัน" ว้ายย ทำไมหน้านางถึงได้เป็นแบบนั้น"" ก็ถูกไฟไหม้ยังไงหล่ะ"" เจ้าว่านางจะตายไหม"" ไม่รู้ซิ ถึงนางรอดก็คงเสียโฉมไปแล้ว"" แบบนี้ใครจะกล้าแต่งงานกับนาง"" ก็คุณชายหวังไง อีกคนก็พิการเดินไม่ได้อีกคนก็อัปลักษณ์เข้ากันดีพิลึก"" เเต่ข้าได้ยินว่
" ดี งั้นพูดตรงๆเลย ถึงเจ้าจะบอกว่าตัดขาดกับพวกเรา แต่ในตัวของเจ้าก็ยังมีสายเลือดตระกูลซู ตระกูลซูต้องเสียชื่อเสียงเพราะเจ้า พ่อของเจ้าต้องถูกระงับการเลื่อนตำแหน่งก็เพราะเจ้า หากเจ้าไม่ปล่อยข่าวลือในวันนั้น พวกเราตระกูลซูก็ไม่ต้องเป็นตัวตลกของเมือง ไปทางไหนก็มีแต่คนซุบซิบนินทา ไหนจะสายตาดูแคลนพวกข้าที่ถูกหาว่าเป็นพ่อแม่ใจร้ายทิ้งลูก ลำเอียงรักลูกไม่เท่ากันอีก"" ก็ถูกแล้วนี่ พวกเขาพูดผิดตรงไหน"" เจ้า"" ท่านก็รู้ว่าทุกอย่างมันคือเรื่องจริง แต่ไม่ยอมรับ ยังอยากให้ข้าช่วยแก้ข่าวให้กลับดำเป็นขาวอีก จะให้ข้าบอกว่าอย่างไร ทั้งที่พวกท่านทิ้งข้าไม่ต้องการข้าตั้งแต่เกิด แต่จะให้บอกทุกคนว่าทำข้าหายไป วางยาข้าส่งข้าขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแทนจะให้ข้าบอกว่าเป็นข้าที่อิจฉาน้องสาวอยากแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่แทน พ่อแม่แท้ๆไม่เคยสนใจไยดีลำเอียงรักแต่พี่ชายน้องสาว จะให้ข้าบอกทุกคนว่าตระกูลซูรักใคร่กลมเกลียวพ่อแม่มีความยุติธรรม"มองดูซูจิ่งหานที่ก้มหน้าแววตายังมีความละอายอยู่บ้าง แต่ซูหว่านเหลียนไม่มีทีท่าหรือแววตาสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย ฉีเยี่ยนฟางหัวเราะเยือกเย็น ในใจรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา นี่คงเป็นความรู้สึกของเ
" อาเฟิงจะทำอะไร"เขาดึงนางนอนลงกอดนางไว้ ตบหลังนางเบาๆเหมือนกล่อมเด็กน้อย" เจ้ากล่อมข้านอนหลับเหรอ"เขาพยักหน้า นางลูบใบหน้าของเขา ช่างรู้ดีจริงๆว่าจิ้งจอกอย่างนางชอบนอนกลางวันหย่งเฟิงกล่อมนางหลับแล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นผละจากนาง เปิดประตูออกก็เห็นเหวินฟู่นั่งอยู่หน้าห้องมองมาที่เขาด้วยสายตาไม่พอใจเหวินฟู่ลุกพรวดมายืนตรงหน้า" อย่าคิดว่านางจะชอบเจ้าจริงๆ นางก็แค่เล่นๆกับเจ้า นางประชดข้าแค่อยากเอาคืนข้าที่ข้าเคยปฏิเสธนางก็เท่านั้น ดูสภาพเจ้าสิหน้าตารึก็ดูไม่ได้ ไม่มีอะไรเทียบข้าได้สักนิดแล้วยังจะเป็นใบ้อีก ฮึ"เหวินฟู่เย้ยหยันแล้วก้าวเข้าไปในห้อง เขามองหาฉีเยี่ยนฟางไม่เห็นจึงตรงไปที่เตียงนอนก็ชะงัก เมื่อเห็นจิ้งจอกแดงตัวหนึ่งนอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่ม" เฮ้ย นี่"หย่งเฟิงรีบเข้ามา" จิ้งจอกตัวนี้ทำไมถึงมานอนอยู่บนเตียงนอนได้ เจ้าเอามันเข้ามาใช่ไหม ใช่สิ ข้าจำได้ว่าตอนนั้นเห็นเจ้าอุ้มมัน ถึงเจ้าจะเลี้ยงมันไว้ก็ควรรู้ว่าอะไรควรไม่ควร นี่มันเตียงนอนของเยี่ยนฟางเอามันไปไกลๆเลย"หย่งเฟิงนั่งลงบนเตียงลูบหัวจิ้งจอกน้อยมือหนึ่ง อีกมือก็ชี้ให้เหวินฟู่ออกไป" เจ้า เจ้าไล่ข้าเหรอ เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล
" ต่อไปนี้ตระกูลหวังกับตระกูลซูขาดกัน"หวังซิงเหอพูดจบก็เดินตามหวังชุนออกไปหวังรั่วหนานมองคนตระกูลซูด้วยสีหน้าไม่พอใจ พูดทิ้งท้ายก่อนไป"สินสอดที่ข้าเคยให้ ส่งคืนข้าให้ครบอย่าให้ขาดแม้แต่อีแปะเดียว"" เหอะคืนก็คืนสิ ดีเสียอีกสัญญาหมั้นหมายสิ้นสุดเอินเอินจะได้หลุดพ้น ไม่ต้องแต่งงานกับหวังชุนคนพิการเสียที ต่อไปจะได้มีบุรุษดีๆมาสู่ขอนาง"" ไอ้ดีมันก็ดี แต่เราจะเอาสินสอดที่ไหนไปคืนเขา"" ท่านแม่หมายความว่าอย่างไร"" เงินทองข้าวของที่เป็นสินสอดพวกนั้น ส่งมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน มันถูกใช้หมดไปตั้งนานแล้ว"" แต่จวนของเราก็ยังมีเงินทองที่เป็นของเราเองตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ ท่านแม่ก็ใช้เขาไปสิ ขาดอะไรก็ไปซื้อมาแทนไม่เห็นจะยาก"" อาหมิง เจ้าคิดว่าจวนของเรายังร่ำรวยมีเงินเหมือนเมื่อก่อนอีกรึ กิจการร้านค้าขาดทุนมาหลายเดือนติด การเลื่อนตำแหน่งของพ่อเจ้า ข้าต้องวิ่งเต้นเอาเงินไปติดสินบนคนนั้นคนนี้ กำลังจะได้เลื่อนขั้นอยู่แล้วรายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว กลับต้องมาถูกระงับเพราะข่าวลือบ้าบอนั่น หากพ่อของเจ้าไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเงินที่ใช้ไปในการวิ่งเต้นเรื่องนี้ก็เท่ากับสูญเปล่า"ซูเว่ยหมิงไม่อยากจะเชื่อว่า
วันต่อมาข่าวลือเรื่องหวังชุนให้บ่าวรับใช้ไปขืนใจฉีเยี่ยนฟางในคืนเข้าหอก็แพร่สะพัดไปทั่ว รวมทั้งข่าวที่ฮูหยินซูร่วมมือกับซูซ่างเอินวางยาฉีเยี่ยนฟาง แล้วให้ขึ้นเกี้ยวไปแต่งงานแทน เพราะซูซ่างเอินไม่อยากแต่งงานกับหวังชุนที่พิการ แล้วยังใส่ร้ายนางว่านางอิจฉาแย่งเป็นเจ้าสาว สองข่าวลือกระพือสะพัดเป็นไฟลาม
ทุกคนตกใจ ซูหว่านเหลียนรีบไปกอดซูซ่างเอินเอาไว้" ไม่ได้ หากให้เลือกจะให้ใครไปก็เป็นเจ้านั่นแหละ เจ้าออกจากตระกูลซูไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก"เห็นท่าทีซูหว่านเหลียนที่ปกป้องซูซ่างเอิน นางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้" ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็ไม่ได้อยากกลับไปสักหน่อยก็ใต้เท้าซูถามว่าข้าอยากได้อะไร ข้าก็ตอบไป ข้าก็ร
" ทุกคนฟังกันต่อ ข้าถูกแม่แท้ๆวางยาร่วมมือกับนางแล้วนำข้าที่ไม่ได้สติ สวมชุดเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวส่งไปตระกูลหวัง ข้าที่มึนงงถูกคนจับจูงให้เข้าพิธี พอถึงเวลาเข้าหอเขาเปิดผ้าคลุมออก เห็นว่าข้าไม่ใช่ซูซ่างเอินก็โกรธจัด ต่อว่าข้าตอนนั้นข้ายังพูดไม่ได้ไม่ว่าจะโบกมือโบกไม้ปฏิเสธยังไงเขาก็ไม่ยอมฟัง"" จริงด้ว
หย่งเฟิงจ้องมองนาง เขาจะหลับได้ยังไง ในเมื่อเขากลัวว่านางจะทิ้งเขาไป ทำไมเขาจะไม่รู้ที่นางพาเขาเข้าเมืองเพื่อจะมาปล่อยเขา พอเขาเผลอนางก็จะหนีเขาไป" นอนได้แล้ว นี่มันดึกแล้วไม่ง่วงรึไง"เขาส่ายหน้า ทำมือบอกให้นางนอนเถอะ นางง่วงมากไม่สนใจเขาหลับตานอนต่อ ตื่นมาตอนเช้าเขานั่งอยู่ที่โต๊ะน้ำชาจัดเรียงอา







