Share

ตอนที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-10-08 11:45:51

          ราชโองการที่ได้รับเมื่อเช้าทำให้หยางซูหนี่ถึงกับนั่งไม่ติด นางไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ? แม้จะรู้ดีว่าแผนการทั้งหมดเป็นฝีมือของหนิงอ๋องก็ตาม หากแต่การแต่งงานกับเขาเช่นนี้ดูเหมือนว่ามันจะมิได้อยู่ในข้อตกลงมิใช่หรือ ? แล้วเขาจะต้องการแต่งงานกับสตรีที่เคยผ่านพิธีแต่งงานมาแล้วเช่นนางไปเพื่อการใดกัน ? หรือว่าเขาเองก็ถูกฝ่าบาทบังคับเช่นนี้ เพราะจวนหย่งอันโหวเองก็ถูกพระราชทานงานแต่งกับองค์หญิงสิบสี่เช่นกัน ต้องใช่แน่ ๆ เขาเองก็คงจะถูกบีบบังคับเช่นกัน

ในขณะที่หยางซูหนี่กำลังเดินวนไปวนมาภายในห้อง อยู่ ๆ ก็มีเสียงของใครบางคนกล่าวขึ้นทำเอานางตกใจจนตัวโยน

"เจ้าจะเดินกลับไปกลับมาอีกนานหรือไม่ ? ข้ามองดูจนตาลายไปหมดแล้ว"

"ท่าน ! นี่ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ?"

"ก็ตั้งแต่ที่เจ้าเริ่มเดินกลับมากลับมานั่นละ" โจวฉางเยว่กล่าวก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่ม

"ท่านรู้เรื่องราชโองการแล้วหรือไม่ ? จริงสิ ท่านต้องรู้แล้วเป็นแน่ !"

"ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตอันใด"

"ฝ่าบาทต้องการควบคุมท่าน ต้องการควบคุมตระกูลหยาง" หยางซูหนี่กล่าว

"หากเขาอยากจะควบคุมก็ลองปล่อยให้เขาควบคุมดูสักครั้ง ข้าก็อยากจะรู้ว่าเขาจะทำได้จริงหรือไม่ ?"

"ท่านไม่โกรธหรือ ?"

"โกรธ ? เรื่องใดงั้นหรือ ?"

"ที่ได้รับราชโองการแต่งงานกับข้า เช่นนี้แล้วคนรักของท่านจะลำบากหรือไม่ ?" โจวฉางเยว่เปลี่ยนมานั่งเท้าคางพร้อมกับยิงคำถามใส่หยางซูหนี่

"เหตุใดข้าต้องโกรธ ? แต่งงานกับเจ้าไม่ดีตรงไหนกันข้ายังมองไม่เห็นข้อเสียสักนิด"

"แล้วคนรักของท่านเล่า ?" หยางซูหนี่คิดโยนหินถามทาง หากแต่ดูเหมือนโจวฉางเยว่จะรู้ทันก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจที่นางกล่าว

"ปฏิเสธราชโองการเท่ากับเป็นกบฏ คุณหนูใหญ่คงไม่อยากจะถูกประหารชีวิตหรอกกระมัง ?"

"เช่นนั้นหมายความว่าท่านยินดีแต่งงานกับข้างั้นหรือ ?" หยางซูหนี่ไม่ยอมแพ้ นางจะต้องทำให้เขาเอ่ยออกมาให้ได้

"เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าเองก็คงไม่ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้หรอกกระมัง ?"

"ข้าไม่เคยลืม ย่อมต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับท่านทุกประการ" หยางซูหนี่กล่าว เขาและนางมีข้อแลกเปลี่ยนกันอยู่และนางรู้ว่าชายหนุ่มต้องการสิ่งใด

"ไม่ลืมก็ดี เปิ่นหวางจะได้ไม่ต้องทบทวนให้เมื่อย"

"ข้ายินดีร่วมมือกับท่านจนกว่าท่านจะได้ในสิ่งที่ปรารถนา หลังจากนั้นเราสองคนค่อยหย่าร้างกัน ข้าไปตามทางของข้า ส่วนท่านก็ไปตามทางของท่าน"

"หย่างั้นหรือ ?" โจวฉางเยว่เริ่มมีสีหน้ามืดครึ้มเมื่ออีกฝ่ายกล่าวถึงเรื่องหย่าร้างในขณะที่ยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานกันเสียด้วยซ้ำ ทั้งนางยังกล่าวออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย

"เจ้าค่ะ หลังจากนั้นท่านก็สามารถแต่งงานกับคนที่ท่านรักได้" หยางซูหนี่กล่าวต่อโดยไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังจะเดือดร้อนในไม่ช้า

หลังจากที่ทนฟังหญิงสาวอยู่นาน ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้นางตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบได้

"เจ้าแต่งงานกับเปิ่นหวางย่อมเป็นคนของเปิ่นหวาง อย่าได้กล่าวเรื่องหย่าร้างอีก"

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่ ขืนเจ้ายังพูดมากอยู่เปิ่นหวางจะจูบเจ้า" หยางซูหนี่กำลังอ้าปากที่จะโต้เถียงเขาต่อ หากแต่เมื่อได้ยินเขาข่มขู่เช่นนั้นก็จำเป็นต้องหุบปากลง แต่ต่อมาดวงตาทั้งสองข้างของนางก็ต้องเบิกกว้างเมื่ออีกฝ่ายดันร่างบางของนางจนกระทั่งชิดกำแพงห้อง ก่อนที่จะโน้มริมฝีปากลงมาจุมพิตนาง พร้อมกับใช้ความชำนาญบีบบังคับให้หยางซูหนี่ต้องเผยอริมฝีปากตอบรับพลางใช้ชิวหาแทรกเข้ามาสำรวจด้านในอย่างหื่นกระหาย

หยางซูหนี่ที่ถูกจุมพิตในขณะที่ยังไม่ทันตั้งตัวถึงกับหน้ามืดหูอื้อตาลายไปกับรสสัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้ ก่อนที่นางจะคว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้เพราะกลัวว่าตนเองจะล้มลงให้ได้อับอาย ในตอนแรกนางก็มีท่าทีขัดขืนเขาอยู่บ้าง หากแต่ในเวลาต่อมาก็ดันเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ

"อื้อ" โจวฉางเยว่ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากหญิงสาว พร้อมกับเสียงหอบเหนื่อยของเขา หยางซูหนี่ที่เคยผ่านการเข้าหอมาแล้วตั้งแต่ชาติก่อนย่อมเข้าใจดีว่าชายหนุ่มกำลังระงับความต้องการของตนเองเอาไว้

"ท่านกลับไปได้แล้วเจ้าค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว" หญิงสาวกล่าวขึ้นในขณะที่ใบหน้าของชายหนุ่มยังคงซุกซบอยู่ที่ซอกคอของนางพร้อมกับลมหายใจหอบถี่

"เอาไว้ถึงคืนเข้าหอเมื่อใด ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าหลุดมือเป็นแน่ !" หยางซูหนี่ได้ยินชายหนุ่มกล่าวเช่นนั้นก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ เมื่อครู่เขาแสดงให้นางได้เห็นแล้วว่าเขามีความต้องการต่อนางมากเพียงใด ถึงแม้จะรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้ล้วนดำเนินไปด้วยผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

แต่ในเมื่อนางเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอนี้ด้วยตนเอง นางย่อมไม่อาจผิดคำพูดได้ เมื่อทุกอย่างจบลงนางย่อมต้องไปตามทางของนางตามที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"คุณหนูเข้านอนหรือยังเจ้าคะ ?"

"ข้ากำลังจะนอน เจ้าเองก็ไปพักผ่อนเถิด"

"เจ้าค่ะ"

"นางไปแล้ว" ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาวก่อนจะยกยิ้มมุมปากราวกับต้องการหยอกล้อ

"ท่านเองก็ควรไปได้แล้วเจ้าค่ะ"

"พรุ่งนี้เปิ่นหวางมาหาเจ้าอีกได้หรือไม่ ?" โจวฉางเยว่เอ่ยถาม ในขณะที่หยางซูหนี่จ้องมองไปที่ดวงตาของเขาอย่างต้องการหาคำตอบ ก่อนจะค้านกับตัวเองในใจว่านางคงจะตาฝาดไปเองที่มองเห็นแววตาอ้อนวอนจากเขา

"ทำเช่นนี้ไม่เหมาะกระมังเจ้าคะ ถึงอย่างไรราชโองการก็ออกมาแล้วเช่นนั้นก็รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเถิดเจ้าค่ะ"

"เข้าใจแล้ว เช่นนั้นคืนนี้... ฝันดี" กล่าวจบชายหนุ่มก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้และจุมพิตที่หน้าผากของหยางซูหนี่เบา ๆ ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาหายไปในความมืด

เมื่อเขาจากไปแล้วนางก็ได้แต่ยกมือขึ้นแตะบริเวณที่พึ่งถูกเขาสัมผัสเมื่อครู่อย่างเหม่อลอย ในขณะที่ความคิดอีกด้านก็ต่อต้านว่านางไม่ควรคิดไกลและถลำลึกไปมากกว่านี้

ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วยามก่อนที่จะมีราชโองการ

เมื่อองค์หญิงสิบสี่ได้ทราบข่าวว่าฝ่าบาทมีราชโองการให้หยางซูหนี่หย่าขาดจากจวนหย่งอันโหว หญิงสาวก็รีบเดินทางเข้าวังเพื่อขอเข้าเฝ้าอีกฝ่ายในทันที ก่อนจะเสนอเงื่อนไขที่กำลังกลายเป็นปัญหาที่คิดไม่ตกของฉีเล่อฮ่องเต้อยู่พอดี ในยามที่ได้ฟังข้อเสนอของพระขนิษฐาต่างมารดาก็ทำให้เขาพึงพอใจเป็นอย่างมาก เช่นนี้ฉีเล่อฮ่องเต้ก็จะสามารถควบคุมตระกูลฟูและหย่งอันโหวได้เช่นเดิม

ส่วนหยางซูหนี่ก็ให้สมรสกับหนิงอ๋อง เพียงเท่านี้ลิ่งไท่เฟยก็จะไม่สามารถมองหาสตรีที่มีอำนาจมาแต่งงานกับโอรสของนางได้อีก แม้ว่าตระกูลหยางจะยังมีอำนาจอยู่ไม่น้อยหากแต่ก็เริ่มมอดดับลงไปทุกที ในส่วนน้องชายผู้นั้นของเขาก็ยิ่งไร้ปัญหาเพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ฝักใฝ่ในอำนาจเท่าใดนัก เป็นเพียงบุรุษที่เอาแต่ทำตัวเสเพลไปวัน ๆ เช่นนี้เขาก็ย่อมวางใจได้แล้ว นอกจากจะเป็นการช่วยปลอบประโลมทั้งสองตระกูลด้วยการส่งพวกเขาแต่งกับเชื้อพระวงศ์แล้ว ยังเป็นการควบคุมตระกูลฟู ตระกูลหยางและลิ่งไท่เฟย

หลังจากมีราชโองการออกมาแล้วโจวฉางเยว่ก็ถึงกับยกยิ้มมุมปากที่เรื่องราวทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของเขา

ตั้งแต่เรื่องข่าวลือและพยานหลักฐานของคนที่ทำร้ายหยางซื่อจื่อและฮูหยิน ก่อนจะนำมาซึ่งราชโองการหย่าร้างที่ชายหนุ่มวางตัวคนของเขาที่อยู่ในราชสำนักช่วยกันกดดันฝ่าบาท

ต่อมาเขาก็ได้ส่งคนของเขาให้กล่าวแนะนำและยุแยงองค์หญิงสิบสี่ถึงแผนการดังกล่าวพร้อมทั้งยังให้นางยุยงฝ่าบาทให้มอบสมรสนี้ให้แก่เขาเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพราะข่าวลือที่ว่าลิ่งไท่เฟยกำลังมองหาสตรีตระกูลสูงศักดิ์ให้กับบุตรชาย

และเมื่อฉีเล่อฮ่องเต้ได้ฟังเช่นนั้นก็พอใจเป็นอย่างมาก นอกจากจะพระราชทานสมรสให้กับองค์หญิงสิบสี่แล้วยังมอบเงินทองของมีค่าให้นางเพื่อเป็นสินเดิมอีกด้วย เดิมทีองค์หญิงสิบสี่มีพระมารดามาจากตระกูลซูสายรอง ในขณะที่ไทเฮาพระมารดาของฝ่าบาทมาจากตระกูลซูสายหลัก แน่นอนว่าองค์หญิงสิบสี่ย่อมเป็นคนของฝ่าบาทไม่ผิด

และเมื่อราชโองการมาถึงโจวฉางเยว่ก็แสร้งทำเป็นยินยอมรับอย่างเสียไม่ได้ขณะที่ในใจแทบจะร่ำร้องออกมาอย่างยินดี

โจวฉางเยว่หรือหนิงอ๋องนั้นเดิมทีเขาแสร้งทำตัวอ่อนแอไร้ค่าทั้งยังพยายามเก็บซ่อนตัวตนของตนเองเอาไว้ใต้เงามืดมาโดยตลอด การที่เขายิ่งพยายามที่จะแสดงออกถึงความเก่งกาจมากเพียงใดสุดท้ายแล้วก็จะกลายเป็นภัยที่ย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง ทำเช่นนี้ก็เพื่อทวงในสิ่งที่ควรจะเป็นของเขากลับคืนมา

ตั้งแต่เล็กจนโตเขาคิดเสมอว่าพระบิดาไม่รักใคร่ตนจึงได้ส่งตนเองออกไปเผชิญชะตากรรมยังนอกวังหลวง มิได้ร่ำเรียนกับอาจารย์มากความสามารถเช่นเดียวกับองค์ชายพระองค์อื่น หากแต่กลับมีอาจารย์จากสำนักต่าง ๆ ถูกส่งมาฝึกสอนเขาทุก ๆ หกเดือนถึงหนึ่งปี ไม่มีศาสตร์ใดที่เขาไม่เชี่ยวชาญ จนกระทั่งมารู้ภายหลังว่าทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของพระบิดาที่ต้องการแยกตัวเขาออกจากอันตรายที่อยู่ภายในกำแพงวังหลวง

ก่อนที่พระบิดาจะสิ้นใจได้มอบของบางอย่างให้แก่เขาด้วยหวังไว้ว่าสักวันเขาจะทวงคืนบัลลังก์ที่ควรเป็นของตระกูลโจวกลับคืนมาอย่างแท้จริง ก็เพราะฉีเล่อฮ่องเต้หาใช่พระโอรสของพระบิดาไม่ หากแต่เป็นลูกที่เกิดจากชายชู้ของฮองเฮา เรื่องนี้เสด็จพ่อทรงทราบนานแล้วแต่เพราะเขาไม่มีอำนาจมากพอที่จะต่อกรกับตระกูลของฮองเฮา จึงทำได้แค่เพียงพยายามรวบรวมหลักฐานและสร้างกองกำลังเอาไว้ให้เขาได้ใช้งานหลังจากที่พระองค์จากไปแล้วเท่านั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 11

    เวลาผ่านไปกว่าเจ็ดวันในที่สุดตระกูลติงก็ประสบกับปัญหาขาดแคลนอาหาร ในขณะที่หยางซูหนี่ประกาศตั้งแต่แรกว่าจะช่วยเท่าที่พอช่วยได้เป็นเวลาราวสิบวัน เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ตระกูลใหญ่อื่น ๆ ได้มีโอกาสทำดีร่วมกันบ้างจะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อเอาหน้าเพียงตระกูลเดียว เมื่อติงอี้เหรินได้ยินเช่นนั้นก็ชวนให้นึกขัน นางจึงไม่ยอมแพ้และยังคงแจกจ่ายอาหารต่อไปจนกระทั่งเกิดปัญหาขาดแคลนเสบียงขึ้นชาวบ้านที่ได้รับการแจกจ่ายอาหารทุกวันในตอนนี้มีทั้งผู้อพยพและชาวบ้านที่แต่เดิมอาศัยอยู่ในเมืองหลวงอยู่แล้ว เพราะหลังจากที่ผู้อพยพเพิ่มมากขึ้นพวกเขาก็ไม่สามารถทำมาหากินได้ดังเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนวิธีการมารับอาหารที่แจกจ่ายในแต่ละวันแทน อย่างน้อยก็ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อแต่พออาหารที่มีเริ่มไม่เพียงพอก็กลายเป็นว่าตระกูลติงตั้งใจให้พวกเขาได้รับความลำบากโดยที่ไม่คิดจดจำบุญคุณที่ตระกูลติงเคยแจกจ่ายอาหารแก่พวกเขาแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกันผู้คนที่เคยได้รับแจกจ่ายอาหารก็เริ่มก่อความวุ่นวายและรุนแรงมากขึ้นจนไม่อาจระงับเหตุไว้ได้ ทหารรักษาเมืองจึงเข้ามาระงับเหตุ แต่กลับกลายเป็นว่าทหารรักษาเมืองเหล่านั้นทำให้เรื

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 10

    หยางซูหนี่เริ่มต้นจัดตั้งโรงทานตระกูลหยางทางด้านทิศใต้ของเมือง พื้นที่บริเวณนี้คือพื้นที่ที่มีจำนวนผู้อพยพอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นพื้นที่ของเหล่าคนจรทำให้ชุมชนแถบนี้ดูแออัดมากที่สุด แม้ว่าจะเป็นการสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมากที่ทำเช่นนี้แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะหลอกล่อคนกลุ่มนั้นออกมาแล้วค่อย ๆ จัดการหลายวันก่อนที่หญิงสาวกลับมาจากจวนของลิ่งไท่เฟยก็มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นที่ถนนทางด้านทิศตะวันออกของเมือง ก่อนที่ทหารรักษาเมืองจะเข้าควบคุมเหตุการณ์และเกิดเป็นเหตุความรุนแรงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย มาวันนี้ผู้อพยพส่วนใหญ่จึงทยอยกันเคลื่อนตัวมายังถนนทางทิศใต้ หากแต่ทางการก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจัดการกับคนกลุ่มนี้เสียที หยางซูหนี่คิดว่าการที่นางตั้งโรงทานในแถบบริเวณนี้นอกจากจะได้ช่วยเหลือผู้อพยพที่แท้จริงแล้ว นางยังจะสามารถหลอกล่อกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นให้ออกมาอีกด้วย หากว่าพวกมันมีเป้าหมายเป็นหนิงอ๋องเช่นนั้นคนเหล่านั้นจะต้องเข้ามาเพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับโรงทานของนางอย่างแน่นอนหากแต่หยางซูหนี่จัดตั้งโรงทานได้ไม่ถึงครึ่งค่อนวัน อีกฟากของถนนก็เกิดโรงทานแห่งใหม่ขึ้นซึ่งก็คื

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 9

    ในขณะที่รถม้ากำลังแล่นไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางของเมืองหลวง อยู่ ๆ คนบังคับม้าก็หยุดรถกะทันหัน โชคดีที่หยางซูหนี่พยุงตัวเองเอาไว้ได้ทันทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ หากแต่ในเวลาต่อมาหนิงอ๋องก็เข้ามาในรถม้าของนางทำให้หยางซูหนี่ถึงกับขมวดคิ้วแล้วตั้งคำถามกับเขาด้วยความประหลาดใจ"เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือเจ้าคะ ?""ข้างหน้ามีกลุ่มคนอพยพขวางทางอยู่ ดูเหมือนว่าไม่ช้าจะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น" หนิงอ๋องกล่าว หยางซูหนี่พึ่งจำได้ว่าหลังจากนี้จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างทหารรักษาเมืองกับกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาในเมืองหลวง ซึ่งเหตุการณ์ควรจะเกิดหลังจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือน แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วกว่าในชีวิตก่อนของนางมากนัก"เช่นนั้นพวกเราย้อนกลับไปเส้นทางเดิมดีหรือไม่เจ้าคะคุณหนู ?" เพ่ยเปาเอ่ยกับนายสาว"ให้สาวใช้ของเจ้าไปกับรถม้า ส่วนเจ้าไปกับข้า""เอ๊ะ ! เหตุใดเล่า ?""ดูเหมือนว่าหนึ่งในกลุ่มของคนที่อพยพจะจับจ้องรถม้าที่ดูหรูหรากว่าทุกคันแล้วจับตัวหญิงสาวเหล่านั้นไว้เป็นตัวประกัน""เช่นนั้นสาวใช้ของข้าเล่า ?""สาวใช้ย่อมไม่มีปัญหา พว

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 8

    หยางซูหนี่ถูกพามายังเรือนด้านในสุดของจวนซึ่งเป็นเรือนต้องห้ามมิให้คนนอกเข้า มีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้ หญิงสาวลอบสังเกตเส้นทางก่อนจะมองไปรอบ ๆ อย่างไม่ไว้ใจหนึ่งคือนางไม่อาจทราบได้ว่าลิ่งไท่เฟยผู้นี้เป็นคนมีนิสัยเช่นไร แต่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสนมนางในของฮ่องเต้ที่สามารถมีชีวิตรอดและครองอำนาจมาได้ขนาดนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา ลูกไม้โง่ ๆ ที่นางเจอเมื่อตอนเดินทางมาที่ตำหนักนี้ทำให้หญิงสาวมั่นใจว่าย่อมไม่ใช่แผนการของอีกฝ่ายเป็นแน่"คุณหนูใหญ่หยางเชิญด้านนี้เจ้าค่ะ" เมื่อเดินเข้ามาในเรือนหยางซูหนี่ก็พบว่านางกำนัลอาวุโสอีกคนต่างหากที่เป็นคนสนิทตัวจริงของลิ่งไท่เฟย ส่วนอู๋หมัวมัวผู้นั้นคงจะเป็นตัวหลอกเสียมากกว่า"หม่อมฉันหยางซูหนี่ขอคารวะลิ่งไท่เฟยเพคะ" หยางซูหนี่คารวะอีกฝ่ายก่อนจะลอบสังเกตสีหน้าของลิ่งไท่เฟยผู้นั้นแล้วก้มหน้าลง"เจ้าคือหยางซูหนี่ ?""เพคะ หม่อมฉันคือหยางซูหนี่""ได้ยินเรื่องของเจ้ามาไม่น้อย เชิญเจ้านั่งตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี ที่นี่มีเพียงข้าและคนสนิทเท่านั้น""ขอบพระทัยเพคะ""เจ้าคงจะได้เห็นแ

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 7

    เช้าวันต่อมา มีนางกำนัลอาวุโสผู้หนึ่งมาขอเข้าพบหยางซูหนี่ตั้งแต่เช้าก่อนจะแจ้งว่าลิ่งไท่เฟยต้องการพบนางเพื่อทำความรู้จักเป็นการส่วนตัว หยางซูหนี่พอจะคาดการณ์เอาไว้บ้างแล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องเรียกตัวนางเข้าพบในเร็ววันนี้ในเมืองหลวงแห่งนี้มีผู้ใดไม่ทราบบ้างว่าลิ่งไท่เฟยเป็นคนเช่นไร นางเคยเป็นสตรีที่อดีตฮ่องเต้ทรงโปรดปรานที่สุด ต่อมาก็ถูกพระสวามีตีตัวออกหากก็เพราะคิดว่านางต้องการแย่งชิงบัลลังก์ของเขา จากนั้นเป็นต้นมาแม้ว่านางจะไม่ได้รับความสำคัญแล้วหากแต่การที่นางเคยเป็นสตรีที่ถูกให้ความสำคัญสูงสุดย่อมไม่อาจปล่อยวางความสำคัญของตนเองไปได้"หมัวมัวกรุณารอสักครู่ คุณหนูของข้าน้อยกำลังผลัดเสื้อผ้าอยู่เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาเอ่ยกับนางกำนัลอาวุโสอย่างนอบน้อมไม่มีท่าทางหวาดเกรงให้เสียกิริยาด้วยสายตาชื่นชม พร้อมกับคิดคำนวณในใจเพียงลำพัง"เจ้าเองก็ไปดูแลคุณหนูของเจ้าเถิด เวลาไม่เช้าแล้วเดี๋ยวลิ่งไท่เฟยจะทรงรอนาน""เจ้าค่ะ" เพ่ยเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่รับคำก่อนจะเดินจากไปเมื่อก้าวเข้ามาในห้องหยางซูหนี่ก็ได้เห็นสีหน้าอึดอัดใจของสาวใช้หากแต่อีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยออกมานางจ

  • สามีได้โปรดหย่ากับข้าเสียที!   ตอนที่ 6

    ราชโองการที่ได้รับเมื่อเช้าทำให้หยางซูหนี่ถึงกับนั่งไม่ติด นางไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ? แม้จะรู้ดีว่าแผนการทั้งหมดเป็นฝีมือของหนิงอ๋องก็ตาม หากแต่การแต่งงานกับเขาเช่นนี้ดูเหมือนว่ามันจะมิได้อยู่ในข้อตกลงมิใช่หรือ ? แล้วเขาจะต้องการแต่งงานกับสตรีที่เคยผ่านพิธีแต่งงานมาแล้วเช่นนางไปเพื่อการใดกัน ? หรือว่าเขาเองก็ถูกฝ่าบาทบังคับเช่นนี้ เพราะจวนหย่งอันโหวเองก็ถูกพระราชทานงานแต่งกับองค์หญิงสิบสี่เช่นกัน ต้องใช่แน่ ๆ เขาเองก็คงจะถูกบีบบังคับเช่นกันในขณะที่หยางซูหนี่กำลังเดินวนไปวนมาภายในห้อง อยู่ ๆ ก็มีเสียงของใครบางคนกล่าวขึ้นทำเอานางตกใจจนตัวโยน"เจ้าจะเดินกลับไปกลับมาอีกนานหรือไม่ ? ข้ามองดูจนตาลายไปหมดแล้ว""ท่าน ! นี่ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ?""ก็ตั้งแต่ที่เจ้าเริ่มเดินกลับมากลับมานั่นละ" โจวฉางเยว่กล่าวก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่ม"ท่านรู้เรื่องราชโองการแล้วหรือไม่ ? จริงสิ ท่านต้องรู้แล้วเป็นแน่ !""ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตอันใด""ฝ่าบาทต้องการควบคุมท่าน ต้องการ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status