LOGINบทที่ 5
--เวลา 02.30 น.--
ตึ่ง!! ตึ่ง!!
เวลาตีสองครึ่ง ภายในห้องอันเงียบสงัดไฟทุกดวงดับลงบ่งบอกว่าเจ้าของห้องพร้อมที่จะดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา ทว่าอยู่ ๆ เสียงดังปริศนาก็แทรกเข้ามาจากชั้นบน ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเฮือก หลุดจากอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นทันที
“เห้ยย! แผ่นดินไหวเหรอ?”
เสียงงัวเงียดังลอดริมฝีปาก เรเน่รีบเอื้อมมือเรียวไปเปิดโคมไฟข้างหัวเตียง แสงสว่างอุ่น ๆ สาดคลายความมืดรอบกาย เธอสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องเพื่อหาต้นตอของเสียงแปลกประหลาดนั้น
ตึ่ง!!! เพล้งง!!
คราวนี้เสียงนั้นดังสนั่นกว่าเดิม ราวกับมีบางสิ่งตกกระแทกพื้นอย่างแรงตามมาด้วยเสียงแตกหัก เรเน่สะดุ้งเฮือกหัวใจกระตุกวาบพร้อมกับเงยใบหน้าขึ้นมอง
คิ้วเรียวสวยขมวดชนกันอย่างหงุดหงิดเธอยกมือขึ้นถึ่งศีรษะอย่างหัวเสีย นี่มันวันบ้าอะไรของฉันเนี่ยยย โดนด่าในเกมไม่พอ ชั้นบนก็ยังมาเสียงดังอีก!! เธอคิดในใจก่อนจะล้มกายลงนอนพร้อมคว้าหมอนอีกใบมาปิดหูไว้
ตึง!!!
“โว้ยยย!! คนจะนอนนน!!!”
เสียงตึง!...ราวกับสิ่งของที่มีน้ำหนักตกลงพื้นทำเอาหญิงสาวต้องลุกขึ้นมานั่งแล้วเงยหน้าขึ้นตะโกนดังลั่นอย่างรำคาญ
“จะขึ้นไปบอกดีไหมนะ...” เรเน่พึมพำกับตัวเองอย่างชั่งใจ เพราะถ้าปล่อยให้เสียงดังอยู่อย่างนี้ต่อไป เธอคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนแน่ ๆ “งั้น...รอดูอีกสักพักละกัน”
สุดท้ายก็ยอมล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ตัดสินใจว่าจะรอดูสถานการณ์หากเสียงยังดังต่อเนื่อง เธอคงต้องเอาจริงแล้วล่ะ คงต้องถึงขั้นหยิบค้อนกับตะปูไปตอกคนไร้มารยาทให้หายซ่าเลยทีเดียว
--เช้าต่อมา—
หลังจากนอนพลิกไปมาทั้งคืน เรเน่ก็ทนไม่ไหวเช้าวันถัดมา เธอจึงตัดสินใจจะขึ้นไปเตือน เขาจะได้รู้ว่าการกระทำดังกล่าวมันรบกวนคนอื่นมากแค่ไหน
ติ้งง!!
ร่างบางที่แทบจะงีบหลับพิงผนังลิฟต์ลืมตาขึ้นทันทีเมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าก่อนจะก้มมองกระดาษโน้ตแผ่นเล็กในมือ พร้อมกับถุงคุกกี้หอม ๆ ที่เพิ่งซื้อจากมาร์เก็ตด้านล่าง
เรเน่ไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเรื่องหรือโวยวายอะไรหรอกแค่จะบอกกันดี ๆ จะถือว่าสร้างมิตรดีกว่าสร้างศัตรู
เธอไล่สายตาอ่านข้อความที่เขียนบนโน้ตทวนซ้ำอีกรอบด้วยความประหม่าเล็กน้อย ก็เกิดมาไม่เคยต้องตักเตือนใครด้วยตัวเองแบบนี้เลยนี่หน่า กลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจแล้วตามไปฆ่าเธอถึงห้อง
“สวัสดีค่ะ ฉันพักอยู่ห้องชั้นล่างนะคะ เมื่อคืนคงเหนื่อยใช่ไหมคะถึงได้ทำอาหารตอนดึก ๆ ดื่น ๆ เสียงดังเชียวเลยค่ะ พอดีได้ยินเหมือนของตกแตกเลยเป็นห่วง ยังไงรบกวนช่วยลดเสียงลงนิดหนึ่งนะคะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ลงมาเคาะประตูได้นะคะ...
ปล. ขนมคุกกี้นี้แทนคำขอบคุณและคำขอโทษล่วงหน้า ทานให้อร่อยนะคะ ><”
พออ่านเสร็จก็สูดลมหายใจอีกครั้ง ก่อนจะสาวเท้าเรียวออกจากลิฟต์เดินมุ่งหน้าไปยังหน้าห้องต้นเหตุอย่างระมัดระวัง ก่อนจะวางไว้หน้าประตูแล้วรีบวิ่งเผ่นกลับห้องตัวเองทันที
“ใครจะอยู่ก็อยู่ อิเน่ไม่อยู่แล้วจ้า!!”
เธอว่ากับตัวเองพร้อมสับเท้าวิ่งราวกับวิ่งหนีผี ก็อย่างที่บอก...เรเน่กลัวอีกฝ่ายไม่พอใจแล้วโดนหมายหัวน่ะ เธอพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ขออยู่อย่างปกติสุขเถอะ
--เที่ยง—
ก๊อก! ๆ ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูบานใหญ่ดังขึ้นรารัวราวกับตั้งใจปลุกปั่นเจ้าของห้อง ชายหนุ่มร่างสูงยืนกอดอกแน่นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปส่องตาแมว
“มึงจะส่องหาแมลงหวี่เหรอไอ้ผา! มองจากข้างนอกไม่เห็นเว้ย!”
เสียงทุ้มของขุนเขาต่อว่าแฝดน้องอย่างหน่ายใจ ก็ไอ้คนนี้มันร้อนใจอยากจะเจอมังกรตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่รู้ว่าไปหลงเสน่ห์อะไรเข้าถึงได้ร่ำหาเพื่อนรักอย่างมังกรตั้งแต่เมื่อคืน
“มึงว่ามันยังไม่ตื่นหรือว่านอนกกสาวอยู่วะ?”
ภูผาพ่อหนุ่มใส่ใจทุกคนเอ่ยถามเพื่อนทั้งสองพร้อมหันหลังไปพิงกับประตูบานใหญ่ สายตาเจ้าเล่ห์หันมามองขุนเขาและเทวาอย่างตั้งการคำตอบ
“เดี๋ยวมึงก็ถามมันดิ ว่าสาวที่พาขึ้นรถเมื่อวานคือใคร”
“เหอะ! แล้วแม่งเสือกบอกกูว่าจะรีบมาเล่นเกม ที่แท้ก็แอบไปรับสาว...เพื่อนมึงที่ถอดเขี้ยวเสือมันกลับมาใส่อีกแล้วเหรอวะ” ภูผาหันไปถามเทวาอย่างขอไปที
ก็เมื่อวานเขาอุตส่าห์ตอแยให้ไปดื่มกับแก๊งเพื่อน แต่มังกรกลับปฏิเสธหัวชนฝาว่าไม่ว่างเพราะต้องรีบมาไต่อันดับในเกมห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ ด้วยความที่รู้ใจเพื่อนรักภูผาเลยไม่ตื้อเพราะรู้ว่าสำหรับมังกรแล้วเรื่องเกมนั้นสำคัญกว่าสิ่งใดแน่นอน
ทว่าตอนเย็นเทวากลับส่งรูปมาให้เขาดูว่ามังกรแอบไปรับเด็กสาวที่หน้าโรงอาหาร...ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจที่เพื่อนเห็นสาวสำคัญกว่าเหล้า
“เดี๋ยวกูจะตั้งโต๊ะสอบสวนเลยไอ้สะ....เห้ยยย!!”
แกร่ง!!
ภูผาพูดยังไม่ทันจบประโยคประตูบานใหญ่ที่เขายืนพิงก็เปิดออก ทำเอาร่างสูงเกือบหงายหลัง ถ้าไม่มีขุนเขามือไวรั้งเอาไว้ละก็...คงต้องได้หามพาส่งโรงพยาบาลก่อนที่จะได้ตั้งโต๊ะสอบสวนแน่นอน
“ไอ้เวร! กูเกือบหัวฟาดพื้นแล้วไหมล่ะ!” ภูผารีบหันไปเอ็นเพื่อนรักที่ยืนงัวเงียอยู่ตรงหน้า
“พวกมึงมาทำไม?” มังกรเอ่ยถามเสียงแหบบ่งบอกว่าเขาพึ่งตื่น
ชายหนุ่มทั้งสามไม่ตอบใด ๆ ทุกคนเพียงไหวไหล่อย่างขอไปทีก่อนจะเดินเข้าห้องไปราวกับเป็นพื้นที่ของตัวเอง
ตุ๊บ!
ในขณะที่ขุนเขากำลังจะเดินตามเทวาไปนั้นเท้าใหญ่ก็ไปแตะเข้ากับถุงขนมที่วางอยู่บนพื้นทั้งขุนเขาและมังกรก้มมองก่อนจะเงยขึ้นมามองหน้ากันปริบ ๆ
“ของมึง?” ขุนเขาเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปยังถุงคุกกี้บนพื้น
“ไม่ใช่ของกู” มังกรรีบส่ายหน้าพลัน เพราะเขาไม่กินขนมพวกนี้อยู่แล้ว
“แล้วของใคร?” ขุนเขาหรี่ตามองอย่างจ้องจับผิด หรือว่าที่ไอ้ภูผาสงสัยว่ามึงแอบซุกสาวจะเป็นเรื่องจริง?
พรึ่บ!!
ไวกว่าความคิด ขุนเขารีบก้มลงหยิบถุงคุกกี้กับกระดาษโน้ตขึ้นมาแนบอกราวกับกลัวใครมาแย่ง ก่อนจะก้าวฉับ ๆ เดินเลี่ยงผ่านมังกรแล้วตรงดิ่งไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างรวดเร็ว
มังกรเลิกคิ้วมองภาพตรงหน้าด้วยความงุนงง คนพึ่งตื่นพยายามนึกว่าขนมที่วางอยู่หน้าห้องเป็นของใครแต่นึกให้ตายยังไงก็นึกไม่ออกสักที
“ไอ้ผา” เสียงทุ้มของขุนเขาเอ่ยเรียกภูผาที่เดินเข้าเดินออกทุกซอกทุกมุมในห้องราวกับนักสำรวจ “เพื่อนมึงแอบซุกสาวว่ะ”
“เหยดดด จริงหรอวะ?”
เทวาที่พึ่งออกจากห้องน้ำมารีบเอ่ยเสียงแซวเจ้าของห้องที่เดินตามมานั่งคนสุดท้าย ก่อนร่างสูงใหญ่จะเดินไปนั่งประชิดตัวขุนเขาอย่างสอดรู้สอดเห็น
“นี่เหรอวะที่พึ่งไม่ไปดื่มกับพวกกู” ภูผาเดินตามมานั่งทีหลังรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
“อะไรของพวกมึง แค่กูไม่ไปแดกเหล้าด้วยก็ตามมาปลุกกูถึงห้องเลยรึไง?” มังกรว่าอย่างหงุดหงิด
“ไม่ใช่แค่มึงไม่ไป...แต่มึงบอกว่าจะรีบมาเล่นเกมแต่กูเห็นมึงแวะรับสาวที่หน้าโรงอาหาร” ภูผาเลิกคิ้วตั้งคำถามพร้อมยกยิ้มร้ายรอคำแก้ตัวจากคนพึ่งตื่น
“อย่าไร้สาระ”
มังกรว่าเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจพร้อมเอนกายพิงพนักโซฟาพลางหลับตาลงอย่างไม่สนใจเพื่อน ๆ
“เดี๋ยวนะ...” เทวาที่กำลังตื่นเต้นกับคุกกี้รีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงโน้ตมาอ่านพลางขมวดคิ้วเป็นปมอย่างสงสัย “มึงก่อกวนชาวบ้านเหรอไอ้กร? เหอะ”
“??”
มังกรเบิกตาขึ้นพร้อมยืดหลังตรงอย่างไม่เข้าใจที่เพื่อนว่า เขาไปก่อกวนคนอื่นที่ไหนกัน ออกจะรักสงบขนาดนี้
“ชั้นข้างล่างโน้ตมาด่าว่ามึงเสียงดังจนเขาไม่ได้หลับได้นอนเนี่ย”
“เชี่ยย!!”
มังกรได้ยินอย่างนั้นก็รีบแย่งมาอ่านทันที แม้จะเป็นถ้อยคำที่ไม่หยาบคายและเต็มไปด้วยความขอร้องให้เห็นใจ แต่ทำไม...มังกรรู้สึกผิดจนหน้าชาอย่างบอกไม่ถูกก็ไม่รู้
“มึงทำอะไรเสียงดัง?” ภูผายิ้มเยาะเย้ยเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน
ไม่ใช่ว่าตอกสาวจนเสียงดังรบกวนชาวบ้านนะเว้ย
“กูแค่ทุบน้ำแข็งแล้วเผลอทำแก้วตกแตก”
“ทุบน้ำแข็งกี่โมง?” ขุนเขาถามแล้วแย่งโน้ตมาอ่านอีกรอบ
“ตีสองกว่ามั้ง”
“อืม สมควรโดน...เค้าไม่เขียนด่ามึงก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว!”
บทที่ 20“อะ...อย่าขยับ...ก้นเรามันกำลังถู มังกรน้อย ของพี่อยู่”“พี่มังกร! อ๊ะ!”เรเน่หันไปเอ็ดเสียงแข็ง เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่พูดจาเรื่องใต้สะดือไม่หยุด ซ้ำยังอาศัยจังหวะที่เธอกำลังตกใจล้วงมือหนาเข้ามาใต้สาบเสื้อผืนบางแล้วบีบขย้ำทรวงอกอิ่มอย่างเอาแต่ใจ“ให้พี่เอาเถอะนะ…เรเน่”เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ยข้างหู ราวกับไม่อาจทนต่อไฟราคะของตัวเองได้ ริมฝีปากร้อนแตะจูบซับที่ติ่งหู ก่อนเลื่อนไล่ต่ำลงมาที่ลำคอระหงส์และลาดไหล่ขาวเนียนอย่างหวงแหน“ไม่เอาค่ะ…”หญิงสาวครางปฏิเสธเสียงสั่น มือเล็กพยายามดันแขนแกร่งออกทว่าเหมือนยิ่งปฏิเสธ วงแขนแข็งแรงนั้นก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับพันธนาการรักที่ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดไปง่าย ๆทว่าเพียงพริบตาเดียว ร่างเล็กที่เคยนั่งอยู่บนตักแกร่งก็ถูกคนตัวโตกว่าตวัดพลิกให้นอนแนบกับเตียงหนานุ่ม มังกรเองก็ไม่รอช้ารีบทาบทับกายลงมาด้วยความรวดเร็วเขารู้ดีว่ากำลังล้ำเส้นและก็รู้ดีว่าไม่ควรทำแบบนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อยิ่งมองเรเน่ในชุดรัดรูปที่เผยทุกสัดส่วนชวนหลงใหลแบบนี้ ไฟราคะในอกของเขามันยิ่งโหมแรงจนไม่อาจห้ามตัวเองได้สายตาคมฉายแววคลั่งไคล้ปนกระหาย จดจ้องมองคนใต้
บทที่ 19“เจ็บตรงไหนไหม?”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเรียบนิ่งทันทีที่มาถึงรถ นัยน์ดวงตาคมเข้มเป็นประกายฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดเรเน่ก้มสำรวจตัวเองด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อก่อนจะส่ายศีระพลันเป็นคำตอบ“เรามาเข้าห้องน้ำทำไมไม่บอกพี่?” คิ้วหนาขมวดเป็นปมก็เมื่อกี้เขาออกไปคุยโทรศัพท์แค่แปบเดียวพอกลับเข้ามาเธอก็ไม่อยู่โต๊ะแล้ว พอถามจากเก่งที่เมาจนแทบไม่ได้สติก็ไม่ได้ความอะไร มังกรต้องเดินหาตั้งแต่โซนในผับจนถึงหน้าห้องน้ำ กว่าจะเจอเธอก็เสียเวลาไปไม่น้อย“ก็พี่ไม่อยู่ หนูปวดฉี่”เรเน่ช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวสูงก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ราวกับตั้งใจออดอ้อน แตกต่างกับเรเน่คนก่อนที่พยายามตีตัวออกห่างเขาราวกับรังเกียจนักหนามังกรเห็นดังนั้นก็รีบดันร่างบางขึ้นรถทันที ก่อนจะเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับและเช่นเคย เขาโน้มตัวลง เอื้อมมือหนาไปคาดเข็มขัดให้เธอด้วยความคล่องแคล่วเรเน่จับจ้องใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้จนแทบจะรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ และได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคย เสียงเครื่องยนต์รถดังเป็นจังหวะเบา ๆ เธอรีบฉวยโอกาสขยับเข้าไปใกล้กดจูบลงบนแก้มสากนั้นอย่างใจกล้า ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วรีบเบือนใบหน้ามองออกไปข้างนอ
บทที่ 18--เวลา 00.30 น.—“น้องครับ…”ในขณะที่เรเน่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำก็ถูกเสียงทุ้มเอ่ยทักจากด้านหลัง หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยังต้นเสียง เจอชายหนุ่มร่างสูงแต่งตัวเนี้ยบแต่สายตากลับโลมเลียไปทั่วร่างเธออย่างโจ่งแจ้ง“สวัสดีครับคนสวย มาคนเดียวเหรอครับ?”เขายกยิ้มมุมปาก มือถือแก้วเหล้าแกว่งไปมา พร้อมก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับน้ำหอมแรงฉุนตีขึ้นจมูก“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณคะ?”“เกี่ยวสิครับ…” เขาก้มลงกระซิบใกล้หูจนลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดแก้มเธอ “เพราะคนสวย ๆ ไม่ควรเดินคนเดียวแบบนี้”มือหนาเอื้อมมาแตะที่ต้นแขนเรียวเบา ๆ เรเน่เห็นแบบนั้นก็รีบขยับหลบทันที ทว่าชายหนุ่มกลับยิ้มยียวนราวกับไม่รู้สึกผิดอะไรเลย“เล่นตัวจังนะครับ…แต่แบบนี้ ผมยิ่งชอบ”ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ถ้าก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดริมฝีปากก็เกือบจะเฉียดแก้มเธอ“ไม่ได้เล่นตัวค่ะ…แค่เลือก”เสียงหวานติดยานคางเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่ประโยคที่พ่นออกมากลับเฉือนบาดจนรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาสะดุดค้างเรเน่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาฉ่ำปรือเหลือบมองคนตรงหน้าอย่างดูแคลน“ผู้ชายที่คิดว่าผู้หญิงเมาแล้วจะทำอะไรก็ได้…มันน่ารังเกียจย
บทที่ 17“เน่ไม่ใช่แฟนพี่มังกรนะคะ!”ก่อนที่ภูผาจะพูดจบเรเน่ที่นั่งฟังอยู่นานรีบโพล่งขึ้นทันที ทำเอาบรรยากาศรอบโต๊ะเงียบไปชั่วขณะ“เอ่อ…เน่เป็นน้องรหัสพี่เก่งค่ะ” เรเน่รีบชิงเอ่ยขึ้น ราวกับว่าการอธิบายความสัมพันธ์จะช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลง เธอพยายามยิ้มแหย ๆ พลางเหลือบมองไปรอบโต๊ะ “ก็คือ...อยู่สายรหัสเดียวกับพี่มังกรนั่นแหละค่ะ”ประโยคนั้นฟังดูเหมือนเป็นการบอกเล่าเรื่องใหม่ แต่ทว่าทุกคนบนโต๊ะรู้อยู่แล้วและต่างก็รู้ดีว่า มังกรไม่ใช่คนที่จะให้ความสำคัญกับ “สายรหัส” ถึงขั้นต้องตามไปประกบใกล้ชิดแบบนี้ขุนเขาที่ฟังอย่างตั้งใจถึงกับกลั้นหัวเราะไว้แทบไม่อยู่ ส่วนเทวาที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบยกแก้วขึ้นจิบเพื่อกลบรอยยิ้มแต่สายตากลับหันไปมองเพื่อนตัวดีอย่างรู้งาน“อะแฮ่ม!”มังกรกระแอมเบา ๆ แสร้งทำเป็นกลบเสียงแซว ก่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ แขนแกร่งยกขึ้นวางพาดบนพนักด้านหลังราวกับตั้งใจโอบไหล่หญิงสาวข้างกายโดยไม่ต้องแตะต้องจริง ๆ“แล้วน้องรู้ไหมว่าสายไอ้กรต้องดื่มเก่ง”ภูผาที่รู้ทุกอย่างเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความขี้เล่น พร้อมเลื่อนแก้วเครื่องดื่มแก้วใหม่มาหยุดตรงหน้าเรเน่
บทที่ 16--ผ่านไป 2 สัปดาห์—สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับใครหลายคน…แต่ไม่ใช่สำหรับเรเน่เลย เพราะสองสัปดาห์ที่ผ่านมาแทบจะดูดพลังชีวิตเธอไปจนเกือบหมด ทั้งการบ้าน ทั้งการเรียน ไหนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องอีกจนในที่สุด…วันนี้ก็มาถึง วันที่กิจกรรมรับน้องสุดโหดของคณะวิศวกรรมสาขาเครื่องกลได้จบลง ซึ่งเป็นสัญญาณอันดีที่ต่อไปนี้เธอจะไม่ต้องทนได้ยินเสียงว้ากดุ ๆ ของรุ่นพี่อีกแล้ว และที่สำคัญเธอจะไม่ต้องเห็นหน้าใครบางคนที่คอยตามเฝ้าเธอทุกเย็นอีกต่อไปใช่แล้ว…ไม่ผิดหรอก เขาคนนั้นคือมังกร คนที่แต่งตั้งตำแหน่งตัวเองให้เป็น ผัวของเธอ และแต่งตั้งเธอ ให้เป็นเมียของเขา แม้อีกฝ่ายจะค้านหัวชนฝาก็ตาม“สวัสดีค่ะพี่เก่ง”มือเรียวสวยยกขึ้นไหว้พี่ว้ากสุดโหด หรือ พี่รหัสสุดแสนจะใจดีของเธอพร้อมรอยยิ้มทันทีที่มาถึงโต๊ะกลางบาร์นั่งชิว เก่งซึ่งนั่งจิบเครื่องดื่มเพียงลำพังหันมาทักทายน้องรหัสสุดสวยที่ถูกกำชับมาจากใครบางคนว่า...ดูแลเด็กกูให้ดี ๆ นะไอ้เก่งวันนี้เป็นอีกวันที่นัดเลี้ยงสายรหัส แม้จะเคยเลี้ยงมาหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม...ถามว่าทำไมถึงเลี้ยงบ่อย ก็มังกรสั่งเก่งมาแบบนี้ว่าให้เลี้ยงน้องทุกอาทิตย์ แ
บทที่ 15“หนูน่ะ จำได้ขึ้นใจ! ว่าไอ้คนที่ด่าว่าหนู ปัญญาอ่อน ชื่อไอดีคือ DragonHamYai!!”สิ้นเสียงกระแทกกระทั้นก็หันไปสบตากับชายหนุ่มที่ตัวแข็งทื่อดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ“นั่นมันพี่นิ” มังกรพึมพำเสียงเบาทว่าเรเน่กลับได้ยินอย่างชัดเจน“เหอะ” ร่างบางเค้นหัวเราะเย้ยหยันพร้อมขยับตัวออกห่างเพื่อเว้นระยะ“ปกติพี่ไม่ได้ปากหมาแบบนั้นนะ”มังกรรีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่มือหนาเลื่อนไปกอบกุมต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงเอาไว้แน่น ก็ถ้าไม่จับไว้เธอคงดีดตัวหนีไปจนสุดมุมโซฟาแน่ ๆ“อะไรอีกล่ะ? จะมาบอกว่าเพื่อนเล่นงั้นเหรอ?”คิ้วเรียวขมวดแน่น ดวงตาคู่สวยจับจ้องเขาอย่างไม่ลดละ แววตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียว“เปล่า...พี่เองแหละ” ไหล่หนาไหวเบา ๆ อย่างไม่ยี่หระ “ก็ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเราอะ”เพราะถ้าเขารู้สักนิดว่า เจ้าของเสียงหวานในวันนั้นน่ารักตรงสเปกเขาแทบทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้ มังกรก็คงหักห้ามใจตัวเองมากกว่านี้ ไม่ปล่อยให้ปากไวด่าไปถึงโคตรเหง้าของตระกูลขนาดนั้นหรอก“ถ้าเป็นหนูพี่คงจะด่าหนักกว่านั้น ใช่ไหมล่ะ”น้ำเสียงแข็งกระด้างเอ่ยถามพร้อมยกแขนเรียวขึ้นกอดอกแ







