로그인บทที่ 5
--เวลา 02.30 น.--
ตึ่ง!! ตึ่ง!!
เวลาตีสองครึ่ง ภายในห้องอันเงียบสงัดไฟทุกดวงดับลงบ่งบอกว่าเจ้าของห้องพร้อมที่จะดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา ทว่าอยู่ ๆ เสียงดังปริศนาก็แทรกเข้ามาจากชั้นบน ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งเฮือก หลุดจากอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นทันที
“เห้ยย! แผ่นดินไหวเหรอ?”
เสียงงัวเงียดังลอดริมฝีปาก เรเน่รีบเอื้อมมือเรียวไปเปิดโคมไฟข้างหัวเตียง แสงสว่างอุ่น ๆ สาดคลายความมืดรอบกาย เธอสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องเพื่อหาต้นตอของเสียงแปลกประหลาดนั้น
ตึ่ง!!! เพล้งง!!
คราวนี้เสียงนั้นดังสนั่นกว่าเดิม ราวกับมีบางสิ่งตกกระแทกพื้นอย่างแรงตามมาด้วยเสียงแตกหัก เรเน่สะดุ้งเฮือกหัวใจกระตุกวาบพร้อมกับเงยใบหน้าขึ้นมอง
คิ้วเรียวสวยขมวดชนกันอย่างหงุดหงิดเธอยกมือขึ้นถึ่งศีรษะอย่างหัวเสีย นี่มันวันบ้าอะไรของฉันเนี่ยยย โดนด่าในเกมไม่พอ ชั้นบนก็ยังมาเสียงดังอีก!! เธอคิดในใจก่อนจะล้มกายลงนอนพร้อมคว้าหมอนอีกใบมาปิดหูไว้
ตึง!!!
“โว้ยยย!! คนจะนอนนน!!!”
เสียงตึง!...ราวกับสิ่งของที่มีน้ำหนักตกลงพื้นทำเอาหญิงสาวต้องลุกขึ้นมานั่งแล้วเงยหน้าขึ้นตะโกนดังลั่นอย่างรำคาญ
“จะขึ้นไปบอกดีไหมนะ...” เรเน่พึมพำกับตัวเองอย่างชั่งใจ เพราะถ้าปล่อยให้เสียงดังอยู่อย่างนี้ต่อไป เธอคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนแน่ ๆ “งั้น...รอดูอีกสักพักละกัน”
สุดท้ายก็ยอมล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ตัดสินใจว่าจะรอดูสถานการณ์หากเสียงยังดังต่อเนื่อง เธอคงต้องเอาจริงแล้วล่ะ คงต้องถึงขั้นหยิบค้อนกับตะปูไปตอกคนไร้มารยาทให้หายซ่าเลยทีเดียว
--เช้าต่อมา—
หลังจากนอนพลิกไปมาทั้งคืน เรเน่ก็ทนไม่ไหวเช้าวันถัดมา เธอจึงตัดสินใจจะขึ้นไปเตือน เขาจะได้รู้ว่าการกระทำดังกล่าวมันรบกวนคนอื่นมากแค่ไหน
ติ้งง!!
ร่างบางที่แทบจะงีบหลับพิงผนังลิฟต์ลืมตาขึ้นทันทีเมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าก่อนจะก้มมองกระดาษโน้ตแผ่นเล็กในมือ พร้อมกับถุงคุกกี้หอม ๆ ที่เพิ่งซื้อจากมาร์เก็ตด้านล่าง
เรเน่ไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเรื่องหรือโวยวายอะไรหรอกแค่จะบอกกันดี ๆ จะถือว่าสร้างมิตรดีกว่าสร้างศัตรู
เธอไล่สายตาอ่านข้อความที่เขียนบนโน้ตทวนซ้ำอีกรอบด้วยความประหม่าเล็กน้อย ก็เกิดมาไม่เคยต้องตักเตือนใครด้วยตัวเองแบบนี้เลยนี่หน่า กลัวเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะไม่พอใจแล้วตามไปฆ่าเธอถึงห้อง
“สวัสดีค่ะ ฉันพักอยู่ห้องชั้นล่างนะคะ เมื่อคืนคงเหนื่อยใช่ไหมคะถึงได้ทำอาหารตอนดึก ๆ ดื่น ๆ เสียงดังเชียวเลยค่ะ พอดีได้ยินเหมือนของตกแตกเลยเป็นห่วง ยังไงรบกวนช่วยลดเสียงลงนิดหนึ่งนะคะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ลงมาเคาะประตูได้นะคะ...
ปล. ขนมคุกกี้นี้แทนคำขอบคุณและคำขอโทษล่วงหน้า ทานให้อร่อยนะคะ ><”
พออ่านเสร็จก็สูดลมหายใจอีกครั้ง ก่อนจะสาวเท้าเรียวออกจากลิฟต์เดินมุ่งหน้าไปยังหน้าห้องต้นเหตุอย่างระมัดระวัง ก่อนจะวางไว้หน้าประตูแล้วรีบวิ่งเผ่นกลับห้องตัวเองทันที
“ใครจะอยู่ก็อยู่ อิเน่ไม่อยู่แล้วจ้า!!”
เธอว่ากับตัวเองพร้อมสับเท้าวิ่งราวกับวิ่งหนีผี ก็อย่างที่บอก...เรเน่กลัวอีกฝ่ายไม่พอใจแล้วโดนหมายหัวน่ะ เธอพึ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ขออยู่อย่างปกติสุขเถอะ
--เที่ยง—
ก๊อก! ๆ ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูบานใหญ่ดังขึ้นรารัวราวกับตั้งใจปลุกปั่นเจ้าของห้อง ชายหนุ่มร่างสูงยืนกอดอกแน่นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปส่องตาแมว
“มึงจะส่องหาแมลงหวี่เหรอไอ้ผา! มองจากข้างนอกไม่เห็นเว้ย!”
เสียงทุ้มของขุนเขาต่อว่าแฝดน้องอย่างหน่ายใจ ก็ไอ้คนนี้มันร้อนใจอยากจะเจอมังกรตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่รู้ว่าไปหลงเสน่ห์อะไรเข้าถึงได้ร่ำหาเพื่อนรักอย่างมังกรตั้งแต่เมื่อคืน
“มึงว่ามันยังไม่ตื่นหรือว่านอนกกสาวอยู่วะ?”
ภูผาพ่อหนุ่มใส่ใจทุกคนเอ่ยถามเพื่อนทั้งสองพร้อมหันหลังไปพิงกับประตูบานใหญ่ สายตาเจ้าเล่ห์หันมามองขุนเขาและเทวาอย่างตั้งการคำตอบ
“เดี๋ยวมึงก็ถามมันดิ ว่าสาวที่พาขึ้นรถเมื่อวานคือใคร”
“เหอะ! แล้วแม่งเสือกบอกกูว่าจะรีบมาเล่นเกม ที่แท้ก็แอบไปรับสาว...เพื่อนมึงที่ถอดเขี้ยวเสือมันกลับมาใส่อีกแล้วเหรอวะ” ภูผาหันไปถามเทวาอย่างขอไปที
ก็เมื่อวานเขาอุตส่าห์ตอแยให้ไปดื่มกับแก๊งเพื่อน แต่มังกรกลับปฏิเสธหัวชนฝาว่าไม่ว่างเพราะต้องรีบมาไต่อันดับในเกมห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ ด้วยความที่รู้ใจเพื่อนรักภูผาเลยไม่ตื้อเพราะรู้ว่าสำหรับมังกรแล้วเรื่องเกมนั้นสำคัญกว่าสิ่งใดแน่นอน
ทว่าตอนเย็นเทวากลับส่งรูปมาให้เขาดูว่ามังกรแอบไปรับเด็กสาวที่หน้าโรงอาหาร...ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจที่เพื่อนเห็นสาวสำคัญกว่าเหล้า
“เดี๋ยวกูจะตั้งโต๊ะสอบสวนเลยไอ้สะ....เห้ยยย!!”
แกร่ง!!
ภูผาพูดยังไม่ทันจบประโยคประตูบานใหญ่ที่เขายืนพิงก็เปิดออก ทำเอาร่างสูงเกือบหงายหลัง ถ้าไม่มีขุนเขามือไวรั้งเอาไว้ละก็...คงต้องได้หามพาส่งโรงพยาบาลก่อนที่จะได้ตั้งโต๊ะสอบสวนแน่นอน
“ไอ้เวร! กูเกือบหัวฟาดพื้นแล้วไหมล่ะ!” ภูผารีบหันไปเอ็นเพื่อนรักที่ยืนงัวเงียอยู่ตรงหน้า
“พวกมึงมาทำไม?” มังกรเอ่ยถามเสียงแหบบ่งบอกว่าเขาพึ่งตื่น
ชายหนุ่มทั้งสามไม่ตอบใด ๆ ทุกคนเพียงไหวไหล่อย่างขอไปทีก่อนจะเดินเข้าห้องไปราวกับเป็นพื้นที่ของตัวเอง
ตุ๊บ!
ในขณะที่ขุนเขากำลังจะเดินตามเทวาไปนั้นเท้าใหญ่ก็ไปแตะเข้ากับถุงขนมที่วางอยู่บนพื้นทั้งขุนเขาและมังกรก้มมองก่อนจะเงยขึ้นมามองหน้ากันปริบ ๆ
“ของมึง?” ขุนเขาเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปยังถุงคุกกี้บนพื้น
“ไม่ใช่ของกู” มังกรรีบส่ายหน้าพลัน เพราะเขาไม่กินขนมพวกนี้อยู่แล้ว
“แล้วของใคร?” ขุนเขาหรี่ตามองอย่างจ้องจับผิด หรือว่าที่ไอ้ภูผาสงสัยว่ามึงแอบซุกสาวจะเป็นเรื่องจริง?
พรึ่บ!!
ไวกว่าความคิด ขุนเขารีบก้มลงหยิบถุงคุกกี้กับกระดาษโน้ตขึ้นมาแนบอกราวกับกลัวใครมาแย่ง ก่อนจะก้าวฉับ ๆ เดินเลี่ยงผ่านมังกรแล้วตรงดิ่งไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างรวดเร็ว
มังกรเลิกคิ้วมองภาพตรงหน้าด้วยความงุนงง คนพึ่งตื่นพยายามนึกว่าขนมที่วางอยู่หน้าห้องเป็นของใครแต่นึกให้ตายยังไงก็นึกไม่ออกสักที
“ไอ้ผา” เสียงทุ้มของขุนเขาเอ่ยเรียกภูผาที่เดินเข้าเดินออกทุกซอกทุกมุมในห้องราวกับนักสำรวจ “เพื่อนมึงแอบซุกสาวว่ะ”
“เหยดดด จริงหรอวะ?”
เทวาที่พึ่งออกจากห้องน้ำมารีบเอ่ยเสียงแซวเจ้าของห้องที่เดินตามมานั่งคนสุดท้าย ก่อนร่างสูงใหญ่จะเดินไปนั่งประชิดตัวขุนเขาอย่างสอดรู้สอดเห็น
“นี่เหรอวะที่พึ่งไม่ไปดื่มกับพวกกู” ภูผาเดินตามมานั่งทีหลังรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
“อะไรของพวกมึง แค่กูไม่ไปแดกเหล้าด้วยก็ตามมาปลุกกูถึงห้องเลยรึไง?” มังกรว่าอย่างหงุดหงิด
“ไม่ใช่แค่มึงไม่ไป...แต่มึงบอกว่าจะรีบมาเล่นเกมแต่กูเห็นมึงแวะรับสาวที่หน้าโรงอาหาร” ภูผาเลิกคิ้วตั้งคำถามพร้อมยกยิ้มร้ายรอคำแก้ตัวจากคนพึ่งตื่น
“อย่าไร้สาระ”
มังกรว่าเสียงเรียบอย่างไม่ใส่ใจพร้อมเอนกายพิงพนักโซฟาพลางหลับตาลงอย่างไม่สนใจเพื่อน ๆ
“เดี๋ยวนะ...” เทวาที่กำลังตื่นเต้นกับคุกกี้รีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงโน้ตมาอ่านพลางขมวดคิ้วเป็นปมอย่างสงสัย “มึงก่อกวนชาวบ้านเหรอไอ้กร? เหอะ”
“??”
มังกรเบิกตาขึ้นพร้อมยืดหลังตรงอย่างไม่เข้าใจที่เพื่อนว่า เขาไปก่อกวนคนอื่นที่ไหนกัน ออกจะรักสงบขนาดนี้
“ชั้นข้างล่างโน้ตมาด่าว่ามึงเสียงดังจนเขาไม่ได้หลับได้นอนเนี่ย”
“เชี่ยย!!”
มังกรได้ยินอย่างนั้นก็รีบแย่งมาอ่านทันที แม้จะเป็นถ้อยคำที่ไม่หยาบคายและเต็มไปด้วยความขอร้องให้เห็นใจ แต่ทำไม...มังกรรู้สึกผิดจนหน้าชาอย่างบอกไม่ถูกก็ไม่รู้
“มึงทำอะไรเสียงดัง?” ภูผายิ้มเยาะเย้ยเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน
ไม่ใช่ว่าตอกสาวจนเสียงดังรบกวนชาวบ้านนะเว้ย
“กูแค่ทุบน้ำแข็งแล้วเผลอทำแก้วตกแตก”
“ทุบน้ำแข็งกี่โมง?” ขุนเขาถามแล้วแย่งโน้ตมาอ่านอีกรอบ
“ตีสองกว่ามั้ง”
“อืม สมควรโดน...เค้าไม่เขียนด่ามึงก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว!”
บทที่ 40ตุ๊บ!ตุ๊กตาหมีตัวโปรดของหญิงสาวถูกทิ้งลงพื้นอย่างจงใจ จนเจ้าของต้องหันไปมองตามอย่างอาวรณ์ก่อนจะเอ็ดคนมือไวด้วยสายตาทันที“พี่ทิ้งตุ๊กตาหนูทำไม!”เสียงหวานแข็งขึ้นกว่าปกติ ริมฝีปากอวบอิ่มขยับบ่นพร้อมโน้มตัวลงตั้งใจจะหยิบขึ้นมาวางบนเตียงดังเดิม ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับของรัก ร่างบางเปลือยเปล่าก็ถูกกระชากกลับด้วยฝ่ามือหนาอย่างรวดเร็ว มังกรดึงเธอขึ้นมานั่งอย่างง่ายดายก่อนจะจับคนตัวเล็กหมุนปรับท่าให้นั่งโก้งโค้งหันหลังชนอกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวมังกรโน้มกายขยับเข้ามาใกล้ชิดใบหูพลางกระซิบเสียงแผ่วเบา พร้อมเลื่อนฝ่ามือหนาสัมผัสลูบไล้ไปตามเอวคอดจนเรเน่เผลอสะท้าน“เอากับพี่อยู่ ทำไมต้องกอดตุ๊กตาด้วย”จะว่ามังกรขี้อิจฉาก็ได้ เพราะเรเน่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ก็มีอย่างที่ไหนมีอะไรกับแฟนแต่ก็ยังซุกหน้าอยู่ที่ตุ๊กตา ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่ามังกรก็อยากจะให้เธอซุกเขาบ้าง“เอ้า!”เรเน่หันไปสบดวงตาคมแล้วอุทานออกมาอย่างไม่เข้าใจ คนบ้าอะไรอิจฉาแม้แต่ตุ๊กตามังกรไม่ได้เอ่ยคำใดทั้งสิ้น เขาเลื่อนมือมาดันแผ่นหลังขาวเนียนทำให้เรเน่ต้องยอมโค้งกายไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้“พี่มังกรพอแล
บทที่ 39--เวลา 02.00 น.—ภายในห้องนอนขนาดใหญ่อันเงียบสนิท บนเตียงหนานุ่มมีร่างบางนอนซุกผ้าห่มกอดตุ๊กตาตัวโปรดที่มังกรซื้อให้ไว้แน่นอย่างหวงแหน เธอค่อย ๆ คลายอ้อมแขนหมายจะพลิกกายหันมากอดร่างสูงทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าคิ้วเล็กขมวดมุ่นทันทีก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความงัวเงีย เรเน่หันไปมองรอบ ๆ ห้องด้วยความหงุดหงิด ก็อยู่ ๆ มังกรก็หายไปทั้ง ๆ ที่ตอนสี่ทุ่มเขายังนอนกอดเธอไว้แน่นอยู่เลย แล้วตอนนี้หายไปไหนไม่บอกไม่กล่าว ไม่ใช่ว่าแอบหนีเที่ยวหรอกนะ...ทว่าในขณะที่สอดส่องไปรอบห้อง สายตาพลันเห็นแสงไฟลอดมาจากประตูห้องนั่งเล่น เรเน่รีบขยับกายลงจากเตียงแล้วเดินเท้าเปล่าออกไปตามแสงทันทีแกร่ก!“พี่มังกร!”เสียงเล็กที่แฝงความน้อยใจดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังคลิกเมาส์รัว ๆ อยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์หันตามเสียงเรียกทันที“ตื่นมาทำไมครับ?”มังกรเอ่ยถาม น้ำเสียงปนเอ็นดูหญิงสาวที่ยืนกอดอกทำแก้มป่อง ใบหน้าบึ้งตึงราวกับไม่ชอบใจที่ถูกทิ้งให้นอนคนเดียว“ก็พี่ทิ้งหนูนอนคนเดียว นึกว่าหนีไปเที่ยวไหนสะอีก” เรเน่ตอบเสียงแผ่วเบางัวเงียพร้อมส่งสายตาออดอ้อนแฟนหนุ่มมังกรเห็นท่าทีข
บทที่ 38หลังจากที่พูดคุยกับเป้เสร็จมังกรก็รีบกลับคอนโด ข่มความครุ่นเคืองไว้ในใจ ที่เขาไม่โวยวายไม่ใช่ไม่โมโหแต่เพียงแค่อยากใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และในเมื่อเป้กล้ารับปากต่อหน้าเขาว่าจะไม่ทักไปจีบเรเน่อีก มังกรจึงยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี แต่ถ้าหมอนั่นคิดตุกติก กลับคำ หรือเล่นแง่กับเขาแม้แต่นิดเดียวละก็…สิ่งที่จะได้เจอไม่ใช่รุ่นพี่ที่คอยส่งแนวข้อสอบให้เหมือนทุกวันนี้แต่จะเป็น “มังกรร่างพี่ว้าก” ที่โหดเหี้ยมจนใครต่อใครต้องขยาดหากย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน มังกรคือหนึ่งในพี่ว้ากสุดโหดของภาคเครื่องกล ซึ่งคือตำแหน่งเดียวกับที่เก่งกำลังรับตำแหน่งอยู่ในตอนนี้ และชื่อเสียงของเขาก็ไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำของรุ่นน้องเลยสักคน เรื่องเล่าสุดโหดถูกพูดถึงจนเป็นตำนานว่า พี่ว้ากมังกรนั้นดุยิ่งกว่าหมาเฝ้าโรงงาน ทำผิดเพียงเล็กน้อยก็ถูกสั่งลงโทษให้ออกไปวิ่งรอบสนามอย่างไม่ปรานีเก่งเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักความโหดนั้น เพราะในฐานะรุ่นน้องที่ซนไม่เคยอยู่นิ่ง เขาคือหนึ่งในคนที่โดนมังกรจับลงโทษบ่อยที่สุด…จนถึงทุกวันนี้ยังจำได้ไม่ลืม@คอนโดเรเน่แกร่ก!ทันทีที่บานประตูถูกผลักออก ก็ได้ยินเสียงเพลงจังหวะคุ้นหู
บทที่ 37“มึงจีบเรเน่เหรอ?”เสียงทุ้มห้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของเก่งดังขึ้น เอ่ยถามเพื่อนสนิทที่กำลังถูกเสือเจ้าถิ่นมองด้วยแววตาวาวโรจน์ เก่งเลื่อนสายตามามองเป้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ทางซ้ายเชิงตั้งคำถาม แต่เมื่อไม่ได้คำตอบใด ๆ เขาจึงละสายตากลับไปยังเสือเจ้าถิ่นอีกครั้ง...ผู้ชายที่ภายนอกดูนิ่งขรึม แต่ทว่าภายในใจกลับลุกโชนด้วยไฟโทสะ เพียงเพราะแค่เห็นใบหน้าของคนที่ทักไปจีบแฟนตัวเองเมื่อคืน นึกแล้วมังกรก็อยากจะพุ่งเข้าไปซัดให้รู้แล้วรู้รอดสะให้เข็ดและถ้าไม่ติดตรงที่ว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของเก่ง ซึ่งเป็นน้องรหัสของมังกรแล้วละก็…อย่าได้หวังเลยว่าจะได้นั่งคุยกันอย่างใจเย็นแบบนี้“มันไม่รู้เหรอว่าเรเน่เป็นแฟนกู?”เสียงเรียบเย็นของมังกรดังขึ้นขณะดวงตาคมยังคงจ้องเขม็งไปที่เป้ไม่กะพริบ ทว่ากลับไม่ถามตรง ๆ หากแต่พยักพเยิดหน้าไปทางเก่งแทนใช่แล้ว…ฟังไม่ผิดหรอก มังกรกำลังใช้เก่งเป็นปากเป็นเสียงให้ ทั้ง ๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันแค่เอื้อมมือ แต่กลับเลือกจะกดดันผ่านคนกลางอย่างเก่งแทน“ถะ...ถามผม?”เก่งเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางชี้เข้าหาตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ก็มันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่ามังกรจะพูดกับใครกันแน่ ระหว่าง
บทที่ 36--หลายเดือนผ่านไป—ช่วงเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแค่ชั่วพริบตาก็ล่วงเลยมาเกือบห้าเดือน หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยแปรผันเลยแม้แต่น้อย นั่นคือความสัมพันธ์อันหวานชื่นของมังกรกับเรเน่ ที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักกันออกหน้าออกตาจนเพื่อน ๆ รอบข้างพากันหมั่นไส้ อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว“ตั้งแต่มีแฟน มึงก็ไม่ทำแนวข้อสอบมาให้พวกกูอ่านเลยนะ”เทวาเปรยขึ้นเสียงเรียบทว่าดวงตาคู่คมกลับแอบเหลือบมองหน้าจอไอแพดเครื่องหรูของเพื่อนรักอย่างเนียน ๆเพราะปกติแล้วมังกรจะตั้งใจเรียนในคลาสทุกครั้ง ทว่าครั้งนี้ในขณะที่อาจารย์กำลังสอน มังกรกลับเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องเขม็งใส่หน้าจอไอแพดตรงหน้าราวกับจะกลืนมันลงท้อง อย่างไงอย่างงั้น“พวกมึงก็ควรรู้ตัวบ้างแล้ว” มังกรละสายตาเหลือบมองเทวาทันที“รู้อะไร?”“รู้ตัวว่าควรตั้งใจเรียนไงไอ้ควาย จะให้กูมานั่งติวพวกมึงตลอดเลยรึไง...กูเพื่อนมึงนะไม่ใช่อาจารย์”“ทีเมื่อก่อนไม่เห็นจะบ่น” ขุนเขาที่นั่งอยู่อีกข้างเอ่ยพึมพำกลัวว่าอาจารย์หน้าห้องจะได้ยิน “พอมีแฟนแม่งบ่นเก่งฉิบหาย”“มีแฟนก็ต้องอยากอยู่กับแฟนไหมวะ...เรื่องมานั่งติวให้พวกมึ
บทที่ 35“นี่อย่าบอกนะว่าโกรธแตงแล้วพาลมาลงที่พี่อะ?”มังกรหน้าเหวอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมเลิกคิ้วเชิงตั้งคำถาม“ค่ะ!!” ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเธอนั้นเป็นคนพาล ก็ถึงได้บอกไงว่าขอเวลาระงับอารมณ์ตัวเองก่อน“ละ...แล้วพี่ต้องทำไงอะ?”ชายหนุ่มไหวไหล่ทั้งสองข้างเมื่อมองหาทางออกไม่เจอ ก็จะให้ง้อยังไงอะ ในเมื่อเขาไม่มีความผิด“อยู่เฉย ๆ ไง หนูถึงได้บอกว่าอยากอยู่คนเดียว” เรเน่ว่าเสียงกระด้างไร้ความเสนาะหู“อย่าพูดแบบนั้น” มังกรรวบร่างบางมากอดไว้หลวม ๆ พลางซบใบหน้าหล่อที่ไหล่มนก่อนจะกดจูบที่แก้มนวลฟอดใหญ่ “เราจะอยู่คนเดียวได้ไง”“ก็...”“พี่มาง้อ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลจนทำให้คนฟังขวยเขิน “จะให้พี่ง้อยังไงดีคะ?”ว่าพร้อมกับจับใบหน้าสวยให้หันเข้าหาตัวเอง ก่อนจะประทับริมฝีปากอวบอย่างแผ่วเบา ทำเอาใบหน้าสวยเห่อแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเรียวปากหนาผละออก ก่อนจะหันหน้าหนีหลบซ่อนความเขินอายของตัวเองไม่ให้อีกคนรู้“ต่อไปนี้หนูต้องไปทำความสะอาดที่สนามบาสทุกวัน พี่ต้องไปเฝ้าหนู”“ถึงไม่บอกพี่ก็ไป” มังกรว่าอย่างมั่นใจแล้วคลายวงแขนให้หลวมขึ้น“แล้วก็ห้ามคุยกับอีแก่นั่น”“หมายถึงแตงไทย?”“
บทที่ 4เวลา 22.00 น.ในยามดึกวันศุกร์ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของใครหลาย ๆ คน ทว่าสำหรับหญิงสาวแล้วเวลานี้เป็นเวลาที่พึ่งจะได้มานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำการบ้านงั้นเหรอ? ...เปล่าหรอก เธอมีอาชีพเสริมคือนักสตรีมเมอร์ทุกคืนวันศุกร์ เวลาสี่ทุ่มตรง เรเน่จะมีนัดกับคนดูเสมอ เธอเรียกกลุ่มผู้ชมเหล่านั้นอย่าง
บทที่ 3“ขอบคุณนะคะที่ช่วยหนูไว้เมื่อกี้”เรเน่เอ่ยเสียงหวานพร้อมก้มขอบคุณคนตัวสูงที่ช่วยเธอไว้เมื่อครู่ ก็ต้องพูดกันตามตรงเลยว่าถ้าไม่ได้มังกรเข้ามาช่วย เธอก็ไม่รู้จะปลีกตัวออกมายังไงเหมือนกันครั้นจะออกมาดื้อ ๆ ก็กลัวโดนตบ ไม่ใช่ไม่สู้คนหรอก แต่อีกฝ่ายมีสองคนถ้ามีเรื่องขึ้นมาจริง ๆ เธอจะสู้ยังไงไห
บทที่ 2ตึก ตึก ตึก!“โอ้ย!!”เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินตรงเข้ามาก่อนจะชนเข้ากับร่างบางที่กำลังเดินชิล ๆ จิบชาไทยอย่างอารมณ์ดี แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้แก้วในมือหล่นลงพื้นทั้งที่เพิ่งดื่มไปไม่ถึงครึ่งแก้ว ความตกใจทำให้เธอชะงักแล้วก้มมองแก้วพลาสติกที่กลิ้งอยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธผสมความงงตีตื้นขึ้นมาทันท
เรื่อง สายรหัสว้ากวิศวะรักบทที่ 1ณ ลานเกียร์วิศวกรรมเครื่องกล“ฮัลโหล ๆ ๆ น้องเมค60 (Mech.60 = รหัสรุ่น) ก่อนจะลุกจากที่นั่งขอให้ทุกคนตรวจสอบสัมภาระของตัวเอง ใครที่เอาขนมมากินก็เก็บไปทิ้งถังขยะและอย่าลืมแยกขยะด้วยนะครับ!!”เสียงของพี่ว้ากวิศวะปีสองดังลั่นผ่านโทรโข่งคู่กาย น้ำเสียงเหี้ยมและดุดันขอ







