تسجيل الدخولบทที่ 4
เวลา 22.00 น.
ในยามดึกวันศุกร์ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของใครหลาย ๆ คน ทว่าสำหรับหญิงสาวแล้วเวลานี้เป็นเวลาที่พึ่งจะได้มานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำการบ้านงั้นเหรอ? ...เปล่าหรอก เธอมีอาชีพเสริมคือนักสตรีมเมอร์
ทุกคืนวันศุกร์ เวลาสี่ทุ่มตรง เรเน่จะมีนัดกับคนดูเสมอ เธอเรียกกลุ่มผู้ชมเหล่านั้นอย่างเป็นกันเองว่า ‘เพื่อน ๆ’ แล้วถามว่าเธอสตรีมเกมอะไร? ก็คงหนีไม่พ้นเกมยอดฮิตที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้
เกม WRL (ชื่อเกมสมมุติ) ซึ่งเป็นเกมยิงเชิงกลยุทธ์แบบทีม โดยแต่ละผู้เล่นจะสามารถเลือกตัวละครที่มี “สกิลพิเศษ” แตกต่างกันไป บางตัวทึกหนาฆ่าไม่ตายแต่ดาเมจน้อยเหลือเกิน บางตัวดาเมจสุดโหดแต่ก็ตายง่ายสุด ๆ หรือบางตัวก็สามารถชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีมได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย
ซึ่งเป้าหมายของเกมก็เรียบง่ายแต่ชวนให้ลุ้น คือฝ่ายใดตายทั้งทีมก่อนจะถือว่าแพ้ทันที ไม่มีภารกิจให้ทำ มีแต่ต้องตามล่าหมายหัวกันเท่านั้น ทำให้เกมนี้ดูดุเดือดและแฝงไปด้วยไหวพริบของผู้เล่น สกิลการเล่น การวางแผนการเดินเมพและกลยุทธ์เชิงรุกของทีมที่เหมาะสม
ทุกแมตช์ของเธอจึงเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดและความตึงเครียดที่ทำให้ห้องแชทคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและลุ้นตามทุกจังหวะการเล่นของเธอ
คลิ๊ก!
นิ้วชี้เรียวยาวกดคลิกเมาส์ก่อนที่หน้าจอสตรีมจะสว่างขึ้น รอไม่นานผู้ชมที่ติดตามเธอก็ทยอยกันเข้ามาดูพร้อมพิมพ์ทักทายในห้องแชทอย่างล้นหลาม
“สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ” เสียงใสเอ่ยทักทายผู้ชมพร้อมยกมือขึ้นปรับหูฟังให้เข้าที่เข้าทาง
ตื่อดึ่ง~
NuNuT โดเนทมา 500 บาท :: สวัสดีค่ะคนสวย วันนี้แต่งตัวน่ารักจังง
นัท...แฟนคลับตัวยงที่ติดตามเธอมาตั้งแต่เปิดช่องแรก ๆ เป็นคนรู้จักที่ไม่เคยเห็นหน้าแต่ก็ขยันเข้ามาซัพพอร์ต ให้กำลังใจเธอทุกครั้งราวกับราวญาติชิดมิตรสหายอย่างไงอย่างงั้น
“สวัสดีพี่นัทค่ะ วันนี้เน่มาแปบเดียวนะคะ”
ว่าไปก็ยิ้มไปราวกับมีพลังเหลือล้น ทว่าในความเป็นจริงแล้ว เรเน่นั้นเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงบนเตียงสะเหลือเกิน แต่เพราะไม่อยากปล่อยให้ ‘เพื่อน ๆ’ ที่รอต้องผิดหวัง เธอจึงฝืนยกตัวเองขึ้นมาสตรีม แม้จะไม่ได้นานมากแต่สำหรับเธอแค่ได้ขึ้นมาทักทายและเล่นให้ดูสักหน่อย ก็ถือว่าได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้ว
“เอาล่ะ หาห้องแปบบบ...วันนี้เน่จะเล่นสายซัพนะคะ เพื่อนคนไหนอยากวัดก็กดมาชนได้เลยย”
เธอพูดทักทายกับไมค์เช่นทุกครั้ง พลางใช้ดวงตาคู่สวยกวาดอ่านคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามาในห้องแชท บ้างก็เข้ามาทักทายสวัสดี บ้างก็ชมว่าน่ารักไม่หยุด และก็มีไม่น้อยที่ชอบเข้ามาเม้นต์ปั่นกวนประสาทให้เธอโมโหเล่น ๆ
ไม่นานนัก เกมที่เธอรอคอยก็จับคู่หาแมตช์ได้สำเร็จ มือเรียวทั้งสองวางลงบนคีย์บอร์ดและเมาส์อย่างคล่องแคล่ว ราวกับเป็นท่วงท่าที่ฝึกซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนริมฝีปากก่อนที่เรเน่จะกดไมค์พูดกับผู้ชมอีกครั้ง
“วันนี้เน่จะลองเปิดไมค์คุยกับเพื่อนในทีมดูนะคะ”
เธอเปล่งเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างประหม่า เพราะปกติแล้วเรเน่มักจะเล่นเกมเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยปากทำความรู้จักหรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมสักเท่าไหร่ แต่ไม่รู้เป็นเพราะนึกครึ้มอะไรขึ้นมา วันนี้เธอกลับอยากลองท้าทายตัวเองดูสักครั้ง
อีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อหาคอนเทนต์เก็บไว้ตัดลงช่องของตัวเอง อย่างน้อยถ้าออกมาฮา ๆ ก็น่าจะเรียกเสียงหัวเราะจาก ‘เพื่อน ๆ’ ในสตรีมได้ไม่น้อย
“สะ…สวัสดีค่ะ”
เรเน่สูดหายใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยทักเสียงสั่น เธอเหลือบตามองคอมเมนต์ที่วิ่งผ่านหน้าจอรัว ๆ ไปพร้อมกับเปิดไมค์ในเกม
[คอมเมนต์1] : อุ๊ยยยย! เรเน่กล้าเปิดไมค์แล้วววว
[คอมเมนต์2] : เสียงน่ารักเกินไปมั้ยเนี่ย ทีมแตกแน่ ๆ 555
[คอมเมนต์3] : เพื่อนร่วมทีมโชคดีสุด ๆ ได้ฟังเสียงนางฟ้า
ส่วนฝั่งในเกมเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงก็มีเสียงรับตอบกลับมาทันที
“เหยดด~ มีผู้หญิงด้วยว่ะ สวัสดีครับ~” น้ำเสียงทุ้มสดใสของเพื่อนร่วมทีมดังขึ้น
“แหม่ะ…เสียงหวานขนาดนี้ ต้องแบกพวกพี่ ๆ แล้วล่ะน้อง” อีกคนแซวตาม
เพียงแค่ได้เสียงตอบรับจากเพื่อนร่วมทีมก็ทำเอาแก้มเนียนของเรเน่ขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอกระแอมเล็กน้อยก่อนตอบกลับไปเบา ๆ
“หนูเล่นไม่เก่งหรอกค่ะ...แต่จะคอยซัพพอร์ตพวกพี่ ๆ เอง”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังผ่านหูฟัง ทั้งจากเพื่อนร่วมทีมและจากเหล่า ‘เพื่อน ๆ’ ในห้องแชทที่กำลังสนุกไปกับบรรยากาศแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็นจากเธอ
“หนูจะปกป้องพวกพี่เองค่ะ!”
เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมความมั่นใจที่เพิ่งก่อตัว หลังจากได้รับเสียงหัวเราะอย่างเป็นมิตรจากเพื่อนร่วมทีม เรเน่ยืดหลังตรงเหมือนพร้อมออกรบในสนามรบเสมือนจริง ดวงตากลมโตจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์แน่วแน่
ทว่าทุกอย่างกลับหยุดชะงักเมื่อเสียงเรียบเย็นแฝงความดูแคลนดังลอดเข้ามาทางหูฟัง
“เหอะ! ปัญญาอ่อน”
คำสั้น ๆ ที่เหมือนน้ำเย็นราดลงบนหัว ทำเอารอยยิ้มสดใสที่ยังประดับอยู่บนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไปทันที
“อ้าวว”
เรเน่เผลอพูดออกมาด้วยความผิดหวัง ก่อนจะหันมาอ่านคอมเม้นต์อีกหน้าจอแล้วรีบปิดไมค์ในเกมเพื่อบ่นกับ ‘เพื่อน ๆ’ ทันที
“ชิ! ถ้าการที่หนูจะช่วยมันดูปัญญาอ่อน งั้นหนูไปช่วยคนอื่นก็ได้ เพื่อนในทีมไม่ได้มีแค่คนเดียวสักหน่อย จริงไหมคะเพื่อน ๆ”
งอนจริงงอนจัง แล้วอย่ามาโวยวายขอให้ช่วยละกัน เชอะ!
--ผ่านไป 20 นาที—
เสียงประกาศ “Defeated” ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่ตัดเข้าสู่สถิติหลังเกม สีแดงเข้มสะท้อนบนใบหน้าเรเน่ ราวกับตอกย้ำความพ่ายแพ้ที่ไม่อาจปฏิเสธได้
มือเล็กค่อย ๆ คลายออกจากเมาส์ เธอเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วถอนหายใจออกเบา ๆ ความมั่นใจที่เคยมีเมื่อเริ่มต้นเหมือนถูกกดทับด้วยความผิดหวัง
เธอรู้ดีว่าตัวเองเล่นไม่ดีเท่าไรนัก ก็คำพูดที่ว่า ปัญญาอ่อน มันดังวนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ เธอเอาแต่โฟกัสที่จะไม่ช่วยเขาคนนั้นตลอดทั้งเกม ก็ใครมาสั่งให้ปากแจ๋วกับเธอเองล่ะ ปากแจ๋วใส่แล้วเรื่องอะไรเธอจะยอมเสียพลังวิเศษให้เขาล่ะ เก็บไปช่วยเพื่อนในทีมคนอื่นดีกว่า
“เห้ย! ซัพแม่งเล่นเป็นปะวะ ผมเสียเลือดจะตายห่าอยู่แล้วทำไมคุณไม่ช่วยผม!?”
เสียงทุ้มแข็งกระด้างของเพื่อนร่วมทีมที่ถูกเธอหมายหัวไม่ชอบขี้หน้าเอ็ดเธออย่างไม่พอใจ เรเน่เบะปากพลางไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะเลื่อนนิ้วเรียวไปกดเปิดไมค์ในเกมทันที
“ไม่ช่วยค่ะ ปัญ!...ญา!!...อ่อน!!”
เรเน่พูดทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำราวกับต้องการตอบให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเธองอนเขามาก ๆ งอนที่เขาพูดจาไม่ดีใส่ งอนที่มาหาว่าเธอปัญญาอ่อนทั้ง ๆ ที่ก่อนเริ่มเกมเธอตั้งใจจะช่วยเขาแท้ ๆ
สิ้นเสียงเหน็บแนมเย้ยหยันคอมเมนต์ในห้องแชทก็ไหลเข้ามาไม่ขาดสายอย่างชอบใจที่เธอตอบกลับได้อย่างเจ็บแสบ
เรเน่ไม่รอช้าให้อีกคนได้ด่ากลับ เธอรีบออกจากห้องเกมแล้วกดออกจากเกมทันที ก่อนจะบอกลา ‘เพื่อน ๆ’ ด้วยความเร่งรีบเพราะตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะเล่นเกมแล้ว
เซ็ง นอยด์ หงุดหงิดสุด ๆ
-----------------
ปากแซ่บเหรอ?...งั้นก็ช่วยเหลือตัวเองไปจ๊ะ เรเน่งอนนน
**********************
ฝากกดหัวใจ + คอมเม้นต์ + กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกดติดตามไรท์ไว้ด้วยน้า เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องต่อ ๆ ไปค่ะ
บทที่ 15“หนูน่ะ จำได้ขึ้นใจ! ว่าไอ้คนที่ด่าว่าหนู ปัญญาอ่อน ชื่อไอดีคือ DragonHamYai!!”สิ้นเสียงกระแทกกระทั้นก็หันไปสบตากับชายหนุ่มที่ตัวแข็งทื่อดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ“นั่นมันพี่นิ” มังกรพึมพำเสียงเบาทว่าเรเน่กลับได้ยินอย่างชัดเจน“เหอะ” ร่างบางเค้นหัวเราะเย้ยหยันพร้อมขยับตัวออกห่างเพื่อเว้นระยะ“ปกติพี่ไม่ได้ปากหมาแบบนั้นนะ”มังกรรีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่มือหนาเลื่อนไปกอบกุมต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงเอาไว้แน่น ก็ถ้าไม่จับไว้เธอคงดีดตัวหนีไปจนสุดมุมโซฟาแน่ ๆ“อะไรอีกล่ะ? จะมาบอกว่าเพื่อนเล่นงั้นเหรอ?”คิ้วเรียวขมวดแน่น ดวงตาคู่สวยจับจ้องเขาอย่างไม่ลดละ แววตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียว“เปล่า...พี่เองแหละ” ไหล่หนาไหวเบา ๆ อย่างไม่ยี่หระ “ก็ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเราอะ”เพราะถ้าเขารู้สักนิดว่า เจ้าของเสียงหวานในวันนั้นน่ารักตรงสเปกเขาแทบทุกกระเบียดนิ้วแบบนี้ มังกรก็คงหักห้ามใจตัวเองมากกว่านี้ ไม่ปล่อยให้ปากไวด่าไปถึงโคตรเหง้าของตระกูลขนาดนั้นหรอก“ถ้าเป็นหนูพี่คงจะด่าหนักกว่านั้น ใช่ไหมล่ะ”น้ำเสียงแข็งกระด้างเอ่ยถามพร้อมยกแขนเรียวขึ้นกอดอกแ
บทที่ 14“เรารู้ได้ไงว่าห้องพี่อยู่ชั้นบน”คนตัวสูงโน้มลงมาพร้อมหรี่ตามองอย่างจ้องจับผิด ทำเอาหญิงสาวเม้มปากแน่นทำหน้าเลิ่กลัก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก“ก็วันนั้นหนูออกมาจากห้องพี่ ทำไมจะไม่รู้”เรเน่ว่าเสียงแผ่วเบาในประโยคหลังพร้อมเงยขึ้นสบดวงตาเป็นประกายอย่างไม่เกรงกลัว“แล้ววันนั้นออกมา...ทำไมไม่บอกพี่ก่อน?”เป็นคำถามเดิม ๆ ที่มังกรอยากรู้ ก็วันนั้นเธอออกมาไม่บอกไม่กล่าว แถมยังหายตัวไปอีก ช่องทางติดต่อก็ไม่ทิ้งไว้ให้ นี่ถ้าเขาไม่ตามไปดูกิจกรรมรับน้องวันนี้คงไม่ได้เจอเธอหรอกมังกรก็แค่อยากรู้ว่า...อะไรถึงทำให้เธอทิ้งเขาไปแบบนั้น เขาไม่เด็ดถึงใจหรือยังไง? ตั้งใจจะ YeDแล้วทิ้งงี้เหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าจะบอกกันก่อนสิ เขาจะได้เตรียมใจไม่หลวมตัวไปถูกใจเธอแบบนี้“แล้วทำไมต้องบอก ปกติ ONS เค้าต้องรายการกันด้วยรึไง?”เรเน่ไหวไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนจะก้มตัวหลุดออกจากอ้อมแขนแกร่งของชายหนุ่มทันที ร่างบางรีบสาวเท้าไปวางกระเป๋าบนโต๊ะหน้าโซฟาแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า“ONS คืนเดียวจบ พี่คงไม่ใช่คนประเภทคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนี้ใช่ไหมล่ะ?”คำพูดของเธอทำเอาคนตัวสูงกัดฟันกร่อน ดวงตาคมกริบจ้องเธอไม่วางตา กล
บทที่ 13“พี่คะ หนูมาเอาทะ…เห้ยยย!!”“ครับ? จะมาเอาพี่ หรือจะมาเอาอะไรดีครับ?”เสียงทุ้มเอ่ยหยอกทันทีพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำเอาหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะผู้ชายคนนี้ คือคนที่เธอไม่อยากเจอที่สุด“ทำไมมาอยู่ตรงนี้”ร่างบางเอ่ยพำพึมก่อนจะหันไปมองพี่รหัสตัวเอง คนที่บอกให้เธอมารับโทรศัพท์คืนที่มังกร“นั่นไอ้เก่ง เป็นน้องรหัสพี่เอง...และมันก็เป็นพี่รหัสเราด้วย ใช่ไหม?”มังกรว่าเสียงเรียบพลางหมุนโทรศัพท์หญิงสาวในมืออย่างสบายใจ ต่างกับเรเน่ที่มองพวกเขาสลับกันไปมาพลางคิดในใจ...นี่มันสวรรค์ลงโทษกันชัด ๆ“ยินดีต้อนรับสู่สายรหัสว้ากนะครับน้องเรเน่”“ไม่ได้สนิทไม่ต้องมาเรียกชื่อค่ะ...เอาโทรศัพท์หนูคืนมา”น้ำเสียงห้าวไร้ซึ่งความอ่อนหวานเหมือนครั้งก่อนเปล่งออกจากปากเล็ก พร้อมกับแบมือขึ้นตรงหน้าชายหนุ่มอย่างขอไปทีมังกรเหลือบมองคิ้วเรียวที่ขมวดชนกันก่อนริมฝีปากหยักจะยกยิ้มมุมปาก พลางเลื่อนสายตาคมกวาดมองฝ่ามือเรียวที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน“ของเราเหรอ…แล้วถ้าพี่ไม่คืนล่ะ?”มังกรทำเป็นไขสือทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าโทรศัพท์ในมือนั้น
บทที่ 12@มหาวิทยาลัย“เห้ย! ไอ้เก่ง”เสียงทุ้มห้าวของหนุ่มรุ่นพี่ปีสามดังเรียกชื่อรุ่นน้องอย่างสนิทสนม คนถูกเรียกจึงละสายตาจากกลุ่มรุ่นน้องปีหนึ่งในแถวแล้วหันไปมองต้นเสียงทันทีเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าที่เมื่อครู่ยังเข้มดุกลับเปลี่ยนเป็นยิ้มร่าอย่างเป็นกันเอง แตกต่างจากโทนจริงจังที่รุ่นน้องปีหนึ่งได้เห็นโดยสิ้นเชิง“อุ้ย พี่มังกรของเก่งงง” เก่งรีบเดินเข้าไปหาพี่รหัสตัวเองแล้วหยอกล้ออย่างที่เคยทำ ทำให้มังกรต้องดันออกตัดความรำคาญ“กูบอกว่าอย่าพูดแบบนี้ไอ้สัส! ขนลุก!” มังกรเอ็ดน้องรหัสที่ติดเล่นติดตลก“ลมอะไรหอบให้พี่แถวนี้เนี่ย”เพราะปกติแล้วมังกรจะงดร่วมกิจกรรมทุกกรณี ยกเว้น...อยากมาด้วยตัวเองจริง ๆ เหมือนครั้งนี้“มันมาส่องเด็ก”มังกรยังไม่ทันได้อ้าปากตอบ เสียงทุ้มของภูผาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ตอบแทนทันที“เดี๋ยวนี้หัดมีดงมีเด็กแล้วเหรอครับพี่ผม” เก่งเอ่ยแซวพร้อมหรี่ตามองพี่รหัสอย่างจ้องจับผิด“เด็กปีหนึ่งอะ สักคนในแถวนี้แหละ” ภูผารีบเสริม ทำเอามังกรตวัดหางตาใส่กับความรู้มากของเพื่อนรักทันที“หุบปากไอ้ผา”มังกรเอ็ดภูผาเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองรุ่นน้องปีหนึ่งที่นั่งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ
บทที่ 11--วันถัดมา—ซ่า~~~เสียงหยาดน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำปลุกหญิงสาวที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาพลิกกายไปมาอย่างงัวเงีย ก่อนเธอจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตปรือมองเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย“ที่นี่…ไม่ใช่ห้องเรา” เธอพึมพำแผ่วเบาและทันใดนั้นภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ฉายวาบขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน ริมฝีปากหยักที่กดจูบ ร่างกายร้อนผ่าวที่โอบรัด นิ้วหนาและลิ้นร้อนที่ปลดความใคร่ให้เธออย่างสุขสม อีกทั้งเสียงทุ้มของเขาที่ดังกระซิบข้างหูเมื่อคืน...ทำให้ใบหน้าจิ้มลิ้มของเรเน่เห่อร้อนแดงระเรื่อในทันที“ฮืออ…ตายแน่ ๆ”เธอยกมือปิดหน้าแน่น กลิ้งตัวไปมาบนเตียงด้วยความอาย เมื่อคืนเธอพูดอะไรลงไปกันนะ “One Night Stand”One Night Stand ที่หมายความว่า คืนเดียวจบไม่สานสัมพันธ์ใด ๆ ต่อ...น่าเสียดายชะมัดที่มังกรดันหล่อถูกใจตรงสเปคเธอสุด ๆ คงจะมีไม่น้อยมามีต่ออีกสักสองสามคืนตึ้ง!!เสียงแจ้งเตือนจากคอมพิวเตอร์ปลายเตียงทำให้เรเน่ชะโงกหน้าไปมอง ก่อนจะรีบคว้าเสื้อผ้าของตัวเองมาสวมใส่อย่างลวก ๆ พยายามกลบเกลื่อนความเขินที่ยังติดบนแก้มใสเมื่อมองไปที่โต๊ะคอมฯ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเป็นประกายทันที คีย์บอร์ดเรืองแสงสีรุ้ง
บทที่ 10พรึ่บ!เสื้อผ้าทุกชิ้นของชายหญิงบนเตียงคิงไซซ์ถูกโยนลงพื้นราวกับสิ่งของไร้ค่า ทำให้บนเรือนร่างของทั้งสองไร้อาภรณ์ปกปิด เนื้ออวบนุ่มสัมผัสกับอกแกร่งในขณะที่มือหนากำลังลูบไล้ส่วนเว้าโค้งก่อนจะมาหยุดวางที่อกอวบแล้วบีบเคล้นอย่างเบามือ“อื้ออ”เสียงหวานครางในลำคอพร้อมตบที่ลาดไหล่กว้างเบา ๆ บอกเป็นนัยว่าเธอเริ่มหายใจไม่ทันแล้ว ก็จูบของเขาดุเดือดราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย มังกรเห็นแบบนั้นก็ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง เลื่อนสายตามองต่ำมายังหน้าอกอวบของหหญิงสาวแล้วเลียริมฝีปากตัวเองราวกับโรคจิต“พี่ขอดูด...นมได้ไหม?”แม้จะอยากดูดแทบตายแต่ก็ต้องขอเธอก่อน เรเน่ก้มมองตามสายตาเจ้าเล่ห์พลางเม้มริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจเธอเคยเห็นในหนังR บ่อย ๆ ที่ฝ่ายชายจะเล้าโลมฝ่ายหญิงด้วยการดูดยอดประทุมทัน...และก็เคยอ่านนิยายโรมานซ์มาหลายเล่มเวลาที่โดนดูดนมจะรู้สึกเสียวสะท้านตามจังหวะลิ้นร้อนของอีกฝ่ายฉะนั้นคนที่อยากรู้อยากลองอย่างเธอ...มีหรือจะปฏิเสธ ใบหน้าสวยพยักเบา ๆ อย่างเหนียมอาย ทำเอามังกรกระตุกยิ้ม เมื่อขออะไรเธอก็ให้เขาได้หมดทุกอย่างมังกรขยับตัวลงพร้อมจูบซับตามผิวเนียนสวยอย่างนุ่มนวลจนมาถึงยอดเต้าที่ตนห







