تسجيل الدخولบทที่ 4
เวลา 22.00 น.
ในยามดึกวันศุกร์ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของใครหลาย ๆ คน ทว่าสำหรับหญิงสาวแล้วเวลานี้เป็นเวลาที่พึ่งจะได้มานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำการบ้านงั้นเหรอ? ...เปล่าหรอก เธอมีอาชีพเสริมคือนักสตรีมเมอร์
ทุกคืนวันศุกร์ เวลาสี่ทุ่มตรง เรเน่จะมีนัดกับคนดูเสมอ เธอเรียกกลุ่มผู้ชมเหล่านั้นอย่างเป็นกันเองว่า ‘เพื่อน ๆ’ แล้วถามว่าเธอสตรีมเกมอะไร? ก็คงหนีไม่พ้นเกมยอดฮิตที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้
เกม WRL (ชื่อเกมสมมุติ) ซึ่งเป็นเกมยิงเชิงกลยุทธ์แบบทีม โดยแต่ละผู้เล่นจะสามารถเลือกตัวละครที่มี “สกิลพิเศษ” แตกต่างกันไป บางตัวทึกหนาฆ่าไม่ตายแต่ดาเมจน้อยเหลือเกิน บางตัวดาเมจสุดโหดแต่ก็ตายง่ายสุด ๆ หรือบางตัวก็สามารถชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีมได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย
ซึ่งเป้าหมายของเกมก็เรียบง่ายแต่ชวนให้ลุ้น คือฝ่ายใดตายทั้งทีมก่อนจะถือว่าแพ้ทันที ไม่มีภารกิจให้ทำ มีแต่ต้องตามล่าหมายหัวกันเท่านั้น ทำให้เกมนี้ดูดุเดือดและแฝงไปด้วยไหวพริบของผู้เล่น สกิลการเล่น การวางแผนการเดินเมพและกลยุทธ์เชิงรุกของทีมที่เหมาะสม
ทุกแมตช์ของเธอจึงเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดและความตึงเครียดที่ทำให้ห้องแชทคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและลุ้นตามทุกจังหวะการเล่นของเธอ
คลิ๊ก!
นิ้วชี้เรียวยาวกดคลิกเมาส์ก่อนที่หน้าจอสตรีมจะสว่างขึ้น รอไม่นานผู้ชมที่ติดตามเธอก็ทยอยกันเข้ามาดูพร้อมพิมพ์ทักทายในห้องแชทอย่างล้นหลาม
“สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ” เสียงใสเอ่ยทักทายผู้ชมพร้อมยกมือขึ้นปรับหูฟังให้เข้าที่เข้าทาง
ตื่อดึ่ง~
NuNuT โดเนทมา 500 บาท :: สวัสดีค่ะคนสวย วันนี้แต่งตัวน่ารักจังง
นัท...แฟนคลับตัวยงที่ติดตามเธอมาตั้งแต่เปิดช่องแรก ๆ เป็นคนรู้จักที่ไม่เคยเห็นหน้าแต่ก็ขยันเข้ามาซัพพอร์ต ให้กำลังใจเธอทุกครั้งราวกับราวญาติชิดมิตรสหายอย่างไงอย่างงั้น
“สวัสดีพี่นัทค่ะ วันนี้เน่มาแปบเดียวนะคะ”
ว่าไปก็ยิ้มไปราวกับมีพลังเหลือล้น ทว่าในความเป็นจริงแล้ว เรเน่นั้นเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงบนเตียงสะเหลือเกิน แต่เพราะไม่อยากปล่อยให้ ‘เพื่อน ๆ’ ที่รอต้องผิดหวัง เธอจึงฝืนยกตัวเองขึ้นมาสตรีม แม้จะไม่ได้นานมากแต่สำหรับเธอแค่ได้ขึ้นมาทักทายและเล่นให้ดูสักหน่อย ก็ถือว่าได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้ว
“เอาล่ะ หาห้องแปบบบ...วันนี้เน่จะเล่นสายซัพนะคะ เพื่อนคนไหนอยากวัดก็กดมาชนได้เลยย”
เธอพูดทักทายกับไมค์เช่นทุกครั้ง พลางใช้ดวงตาคู่สวยกวาดอ่านคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามาในห้องแชท บ้างก็เข้ามาทักทายสวัสดี บ้างก็ชมว่าน่ารักไม่หยุด และก็มีไม่น้อยที่ชอบเข้ามาเม้นต์ปั่นกวนประสาทให้เธอโมโหเล่น ๆ
ไม่นานนัก เกมที่เธอรอคอยก็จับคู่หาแมตช์ได้สำเร็จ มือเรียวทั้งสองวางลงบนคีย์บอร์ดและเมาส์อย่างคล่องแคล่ว ราวกับเป็นท่วงท่าที่ฝึกซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนริมฝีปากก่อนที่เรเน่จะกดไมค์พูดกับผู้ชมอีกครั้ง
“วันนี้เน่จะลองเปิดไมค์คุยกับเพื่อนในทีมดูนะคะ”
เธอเปล่งเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างประหม่า เพราะปกติแล้วเรเน่มักจะเล่นเกมเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยปากทำความรู้จักหรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมสักเท่าไหร่ แต่ไม่รู้เป็นเพราะนึกครึ้มอะไรขึ้นมา วันนี้เธอกลับอยากลองท้าทายตัวเองดูสักครั้ง
อีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อหาคอนเทนต์เก็บไว้ตัดลงช่องของตัวเอง อย่างน้อยถ้าออกมาฮา ๆ ก็น่าจะเรียกเสียงหัวเราะจาก ‘เพื่อน ๆ’ ในสตรีมได้ไม่น้อย
“สะ…สวัสดีค่ะ”
เรเน่สูดหายใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยทักเสียงสั่น เธอเหลือบตามองคอมเมนต์ที่วิ่งผ่านหน้าจอรัว ๆ ไปพร้อมกับเปิดไมค์ในเกม
[คอมเมนต์1] : อุ๊ยยยย! เรเน่กล้าเปิดไมค์แล้วววว
[คอมเมนต์2] : เสียงน่ารักเกินไปมั้ยเนี่ย ทีมแตกแน่ ๆ 555
[คอมเมนต์3] : เพื่อนร่วมทีมโชคดีสุด ๆ ได้ฟังเสียงนางฟ้า
ส่วนฝั่งในเกมเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงก็มีเสียงรับตอบกลับมาทันที
“เหยดด~ มีผู้หญิงด้วยว่ะ สวัสดีครับ~” น้ำเสียงทุ้มสดใสของเพื่อนร่วมทีมดังขึ้น
“แหม่ะ…เสียงหวานขนาดนี้ ต้องแบกพวกพี่ ๆ แล้วล่ะน้อง” อีกคนแซวตาม
เพียงแค่ได้เสียงตอบรับจากเพื่อนร่วมทีมก็ทำเอาแก้มเนียนของเรเน่ขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอกระแอมเล็กน้อยก่อนตอบกลับไปเบา ๆ
“หนูเล่นไม่เก่งหรอกค่ะ...แต่จะคอยซัพพอร์ตพวกพี่ ๆ เอง”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังผ่านหูฟัง ทั้งจากเพื่อนร่วมทีมและจากเหล่า ‘เพื่อน ๆ’ ในห้องแชทที่กำลังสนุกไปกับบรรยากาศแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็นจากเธอ
“หนูจะปกป้องพวกพี่เองค่ะ!”
เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมความมั่นใจที่เพิ่งก่อตัว หลังจากได้รับเสียงหัวเราะอย่างเป็นมิตรจากเพื่อนร่วมทีม เรเน่ยืดหลังตรงเหมือนพร้อมออกรบในสนามรบเสมือนจริง ดวงตากลมโตจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์แน่วแน่
ทว่าทุกอย่างกลับหยุดชะงักเมื่อเสียงเรียบเย็นแฝงความดูแคลนดังลอดเข้ามาทางหูฟัง
“เหอะ! ปัญญาอ่อน”
คำสั้น ๆ ที่เหมือนน้ำเย็นราดลงบนหัว ทำเอารอยยิ้มสดใสที่ยังประดับอยู่บนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไปทันที
“อ้าวว”
เรเน่เผลอพูดออกมาด้วยความผิดหวัง ก่อนจะหันมาอ่านคอมเม้นต์อีกหน้าจอแล้วรีบปิดไมค์ในเกมเพื่อบ่นกับ ‘เพื่อน ๆ’ ทันที
“ชิ! ถ้าการที่หนูจะช่วยมันดูปัญญาอ่อน งั้นหนูไปช่วยคนอื่นก็ได้ เพื่อนในทีมไม่ได้มีแค่คนเดียวสักหน่อย จริงไหมคะเพื่อน ๆ”
งอนจริงงอนจัง แล้วอย่ามาโวยวายขอให้ช่วยละกัน เชอะ!
--ผ่านไป 20 นาที—
เสียงประกาศ “Defeated” ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่ตัดเข้าสู่สถิติหลังเกม สีแดงเข้มสะท้อนบนใบหน้าเรเน่ ราวกับตอกย้ำความพ่ายแพ้ที่ไม่อาจปฏิเสธได้
มือเล็กค่อย ๆ คลายออกจากเมาส์ เธอเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วถอนหายใจออกเบา ๆ ความมั่นใจที่เคยมีเมื่อเริ่มต้นเหมือนถูกกดทับด้วยความผิดหวัง
เธอรู้ดีว่าตัวเองเล่นไม่ดีเท่าไรนัก ก็คำพูดที่ว่า ปัญญาอ่อน มันดังวนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ เธอเอาแต่โฟกัสที่จะไม่ช่วยเขาคนนั้นตลอดทั้งเกม ก็ใครมาสั่งให้ปากแจ๋วกับเธอเองล่ะ ปากแจ๋วใส่แล้วเรื่องอะไรเธอจะยอมเสียพลังวิเศษให้เขาล่ะ เก็บไปช่วยเพื่อนในทีมคนอื่นดีกว่า
“เห้ย! ซัพแม่งเล่นเป็นปะวะ ผมเสียเลือดจะตายห่าอยู่แล้วทำไมคุณไม่ช่วยผม!?”
เสียงทุ้มแข็งกระด้างของเพื่อนร่วมทีมที่ถูกเธอหมายหัวไม่ชอบขี้หน้าเอ็ดเธออย่างไม่พอใจ เรเน่เบะปากพลางไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะเลื่อนนิ้วเรียวไปกดเปิดไมค์ในเกมทันที
“ไม่ช่วยค่ะ ปัญ!...ญา!!...อ่อน!!”
เรเน่พูดทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำราวกับต้องการตอบให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเธองอนเขามาก ๆ งอนที่เขาพูดจาไม่ดีใส่ งอนที่มาหาว่าเธอปัญญาอ่อนทั้ง ๆ ที่ก่อนเริ่มเกมเธอตั้งใจจะช่วยเขาแท้ ๆ
สิ้นเสียงเหน็บแนมเย้ยหยันคอมเมนต์ในห้องแชทก็ไหลเข้ามาไม่ขาดสายอย่างชอบใจที่เธอตอบกลับได้อย่างเจ็บแสบ
เรเน่ไม่รอช้าให้อีกคนได้ด่ากลับ เธอรีบออกจากห้องเกมแล้วกดออกจากเกมทันที ก่อนจะบอกลา ‘เพื่อน ๆ’ ด้วยความเร่งรีบเพราะตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะเล่นเกมแล้ว
เซ็ง นอยด์ หงุดหงิดสุด ๆ
-----------------
ปากแซ่บเหรอ?...งั้นก็ช่วยเหลือตัวเองไปจ๊ะ เรเน่งอนนน
**********************
ฝากกดหัวใจ + คอมเม้นต์ + กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
อย่าลืมกดติดตามไรท์ไว้ด้วยน้า เพื่อจะได้ไม่พลาดเรื่องต่อ ๆ ไปค่ะ
บทที่ 40ตุ๊บ!ตุ๊กตาหมีตัวโปรดของหญิงสาวถูกทิ้งลงพื้นอย่างจงใจ จนเจ้าของต้องหันไปมองตามอย่างอาวรณ์ก่อนจะเอ็ดคนมือไวด้วยสายตาทันที“พี่ทิ้งตุ๊กตาหนูทำไม!”เสียงหวานแข็งขึ้นกว่าปกติ ริมฝีปากอวบอิ่มขยับบ่นพร้อมโน้มตัวลงตั้งใจจะหยิบขึ้นมาวางบนเตียงดังเดิม ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับของรัก ร่างบางเปลือยเปล่าก็ถูกกระชากกลับด้วยฝ่ามือหนาอย่างรวดเร็ว มังกรดึงเธอขึ้นมานั่งอย่างง่ายดายก่อนจะจับคนตัวเล็กหมุนปรับท่าให้นั่งโก้งโค้งหันหลังชนอกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวมังกรโน้มกายขยับเข้ามาใกล้ชิดใบหูพลางกระซิบเสียงแผ่วเบา พร้อมเลื่อนฝ่ามือหนาสัมผัสลูบไล้ไปตามเอวคอดจนเรเน่เผลอสะท้าน“เอากับพี่อยู่ ทำไมต้องกอดตุ๊กตาด้วย”จะว่ามังกรขี้อิจฉาก็ได้ เพราะเรเน่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ก็มีอย่างที่ไหนมีอะไรกับแฟนแต่ก็ยังซุกหน้าอยู่ที่ตุ๊กตา ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่ามังกรก็อยากจะให้เธอซุกเขาบ้าง“เอ้า!”เรเน่หันไปสบดวงตาคมแล้วอุทานออกมาอย่างไม่เข้าใจ คนบ้าอะไรอิจฉาแม้แต่ตุ๊กตามังกรไม่ได้เอ่ยคำใดทั้งสิ้น เขาเลื่อนมือมาดันแผ่นหลังขาวเนียนทำให้เรเน่ต้องยอมโค้งกายไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้“พี่มังกรพอแล
บทที่ 39--เวลา 02.00 น.—ภายในห้องนอนขนาดใหญ่อันเงียบสนิท บนเตียงหนานุ่มมีร่างบางนอนซุกผ้าห่มกอดตุ๊กตาตัวโปรดที่มังกรซื้อให้ไว้แน่นอย่างหวงแหน เธอค่อย ๆ คลายอ้อมแขนหมายจะพลิกกายหันมากอดร่างสูงทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าคิ้วเล็กขมวดมุ่นทันทีก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความงัวเงีย เรเน่หันไปมองรอบ ๆ ห้องด้วยความหงุดหงิด ก็อยู่ ๆ มังกรก็หายไปทั้ง ๆ ที่ตอนสี่ทุ่มเขายังนอนกอดเธอไว้แน่นอยู่เลย แล้วตอนนี้หายไปไหนไม่บอกไม่กล่าว ไม่ใช่ว่าแอบหนีเที่ยวหรอกนะ...ทว่าในขณะที่สอดส่องไปรอบห้อง สายตาพลันเห็นแสงไฟลอดมาจากประตูห้องนั่งเล่น เรเน่รีบขยับกายลงจากเตียงแล้วเดินเท้าเปล่าออกไปตามแสงทันทีแกร่ก!“พี่มังกร!”เสียงเล็กที่แฝงความน้อยใจดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังคลิกเมาส์รัว ๆ อยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์หันตามเสียงเรียกทันที“ตื่นมาทำไมครับ?”มังกรเอ่ยถาม น้ำเสียงปนเอ็นดูหญิงสาวที่ยืนกอดอกทำแก้มป่อง ใบหน้าบึ้งตึงราวกับไม่ชอบใจที่ถูกทิ้งให้นอนคนเดียว“ก็พี่ทิ้งหนูนอนคนเดียว นึกว่าหนีไปเที่ยวไหนสะอีก” เรเน่ตอบเสียงแผ่วเบางัวเงียพร้อมส่งสายตาออดอ้อนแฟนหนุ่มมังกรเห็นท่าทีข
บทที่ 38หลังจากที่พูดคุยกับเป้เสร็จมังกรก็รีบกลับคอนโด ข่มความครุ่นเคืองไว้ในใจ ที่เขาไม่โวยวายไม่ใช่ไม่โมโหแต่เพียงแค่อยากใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และในเมื่อเป้กล้ารับปากต่อหน้าเขาว่าจะไม่ทักไปจีบเรเน่อีก มังกรจึงยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี แต่ถ้าหมอนั่นคิดตุกติก กลับคำ หรือเล่นแง่กับเขาแม้แต่นิดเดียวละก็…สิ่งที่จะได้เจอไม่ใช่รุ่นพี่ที่คอยส่งแนวข้อสอบให้เหมือนทุกวันนี้แต่จะเป็น “มังกรร่างพี่ว้าก” ที่โหดเหี้ยมจนใครต่อใครต้องขยาดหากย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน มังกรคือหนึ่งในพี่ว้ากสุดโหดของภาคเครื่องกล ซึ่งคือตำแหน่งเดียวกับที่เก่งกำลังรับตำแหน่งอยู่ในตอนนี้ และชื่อเสียงของเขาก็ไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำของรุ่นน้องเลยสักคน เรื่องเล่าสุดโหดถูกพูดถึงจนเป็นตำนานว่า พี่ว้ากมังกรนั้นดุยิ่งกว่าหมาเฝ้าโรงงาน ทำผิดเพียงเล็กน้อยก็ถูกสั่งลงโทษให้ออกไปวิ่งรอบสนามอย่างไม่ปรานีเก่งเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักความโหดนั้น เพราะในฐานะรุ่นน้องที่ซนไม่เคยอยู่นิ่ง เขาคือหนึ่งในคนที่โดนมังกรจับลงโทษบ่อยที่สุด…จนถึงทุกวันนี้ยังจำได้ไม่ลืม@คอนโดเรเน่แกร่ก!ทันทีที่บานประตูถูกผลักออก ก็ได้ยินเสียงเพลงจังหวะคุ้นหู
บทที่ 37“มึงจีบเรเน่เหรอ?”เสียงทุ้มห้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของเก่งดังขึ้น เอ่ยถามเพื่อนสนิทที่กำลังถูกเสือเจ้าถิ่นมองด้วยแววตาวาวโรจน์ เก่งเลื่อนสายตามามองเป้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ทางซ้ายเชิงตั้งคำถาม แต่เมื่อไม่ได้คำตอบใด ๆ เขาจึงละสายตากลับไปยังเสือเจ้าถิ่นอีกครั้ง...ผู้ชายที่ภายนอกดูนิ่งขรึม แต่ทว่าภายในใจกลับลุกโชนด้วยไฟโทสะ เพียงเพราะแค่เห็นใบหน้าของคนที่ทักไปจีบแฟนตัวเองเมื่อคืน นึกแล้วมังกรก็อยากจะพุ่งเข้าไปซัดให้รู้แล้วรู้รอดสะให้เข็ดและถ้าไม่ติดตรงที่ว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของเก่ง ซึ่งเป็นน้องรหัสของมังกรแล้วละก็…อย่าได้หวังเลยว่าจะได้นั่งคุยกันอย่างใจเย็นแบบนี้“มันไม่รู้เหรอว่าเรเน่เป็นแฟนกู?”เสียงเรียบเย็นของมังกรดังขึ้นขณะดวงตาคมยังคงจ้องเขม็งไปที่เป้ไม่กะพริบ ทว่ากลับไม่ถามตรง ๆ หากแต่พยักพเยิดหน้าไปทางเก่งแทนใช่แล้ว…ฟังไม่ผิดหรอก มังกรกำลังใช้เก่งเป็นปากเป็นเสียงให้ ทั้ง ๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันแค่เอื้อมมือ แต่กลับเลือกจะกดดันผ่านคนกลางอย่างเก่งแทน“ถะ...ถามผม?”เก่งเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางชี้เข้าหาตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ก็มันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่ามังกรจะพูดกับใครกันแน่ ระหว่าง
บทที่ 36--หลายเดือนผ่านไป—ช่วงเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแค่ชั่วพริบตาก็ล่วงเลยมาเกือบห้าเดือน หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยแปรผันเลยแม้แต่น้อย นั่นคือความสัมพันธ์อันหวานชื่นของมังกรกับเรเน่ ที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักกันออกหน้าออกตาจนเพื่อน ๆ รอบข้างพากันหมั่นไส้ อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว“ตั้งแต่มีแฟน มึงก็ไม่ทำแนวข้อสอบมาให้พวกกูอ่านเลยนะ”เทวาเปรยขึ้นเสียงเรียบทว่าดวงตาคู่คมกลับแอบเหลือบมองหน้าจอไอแพดเครื่องหรูของเพื่อนรักอย่างเนียน ๆเพราะปกติแล้วมังกรจะตั้งใจเรียนในคลาสทุกครั้ง ทว่าครั้งนี้ในขณะที่อาจารย์กำลังสอน มังกรกลับเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องเขม็งใส่หน้าจอไอแพดตรงหน้าราวกับจะกลืนมันลงท้อง อย่างไงอย่างงั้น“พวกมึงก็ควรรู้ตัวบ้างแล้ว” มังกรละสายตาเหลือบมองเทวาทันที“รู้อะไร?”“รู้ตัวว่าควรตั้งใจเรียนไงไอ้ควาย จะให้กูมานั่งติวพวกมึงตลอดเลยรึไง...กูเพื่อนมึงนะไม่ใช่อาจารย์”“ทีเมื่อก่อนไม่เห็นจะบ่น” ขุนเขาที่นั่งอยู่อีกข้างเอ่ยพึมพำกลัวว่าอาจารย์หน้าห้องจะได้ยิน “พอมีแฟนแม่งบ่นเก่งฉิบหาย”“มีแฟนก็ต้องอยากอยู่กับแฟนไหมวะ...เรื่องมานั่งติวให้พวกมึ
บทที่ 35“นี่อย่าบอกนะว่าโกรธแตงแล้วพาลมาลงที่พี่อะ?”มังกรหน้าเหวอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมเลิกคิ้วเชิงตั้งคำถาม“ค่ะ!!” ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเธอนั้นเป็นคนพาล ก็ถึงได้บอกไงว่าขอเวลาระงับอารมณ์ตัวเองก่อน“ละ...แล้วพี่ต้องทำไงอะ?”ชายหนุ่มไหวไหล่ทั้งสองข้างเมื่อมองหาทางออกไม่เจอ ก็จะให้ง้อยังไงอะ ในเมื่อเขาไม่มีความผิด“อยู่เฉย ๆ ไง หนูถึงได้บอกว่าอยากอยู่คนเดียว” เรเน่ว่าเสียงกระด้างไร้ความเสนาะหู“อย่าพูดแบบนั้น” มังกรรวบร่างบางมากอดไว้หลวม ๆ พลางซบใบหน้าหล่อที่ไหล่มนก่อนจะกดจูบที่แก้มนวลฟอดใหญ่ “เราจะอยู่คนเดียวได้ไง”“ก็...”“พี่มาง้อ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลจนทำให้คนฟังขวยเขิน “จะให้พี่ง้อยังไงดีคะ?”ว่าพร้อมกับจับใบหน้าสวยให้หันเข้าหาตัวเอง ก่อนจะประทับริมฝีปากอวบอย่างแผ่วเบา ทำเอาใบหน้าสวยเห่อแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเรียวปากหนาผละออก ก่อนจะหันหน้าหนีหลบซ่อนความเขินอายของตัวเองไม่ให้อีกคนรู้“ต่อไปนี้หนูต้องไปทำความสะอาดที่สนามบาสทุกวัน พี่ต้องไปเฝ้าหนู”“ถึงไม่บอกพี่ก็ไป” มังกรว่าอย่างมั่นใจแล้วคลายวงแขนให้หลวมขึ้น“แล้วก็ห้ามคุยกับอีแก่นั่น”“หมายถึงแตงไทย?”“
บทที่ 9“พี่สอนหนูเหมือนเมื่อกี้ได้ไหมคะ...นะคะพี่มังกร”ในเมื่อเธอกล้าขอ เขาก็จัดให้เลยทันที น้ำเสียงออดอ้อนกับสายตาเว้าวอนนั้นมันช่างยั่วยวนจนทนไม่ไหว มังกรโน้มตัวเข้าใกล้แล้วประกบริมฝีปากลงบนความอวบอิ่มของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งหนักหน่วงและอ่อนหวานปะปนกันไปจากตอนแรกที่สนใจเธออยู่แล้ว…พอเธอเป็นฝ่
บทที่ 8“เห้ย ยัยแป้ง! ดูน้องแกหน่อยดิ”เสียงของหญิงสาวร่างอวบอั๋นตะโกนแข่งกับจังหวะดนตรี EDM ที่ดังกระหึ่มไปทั่วบาร์ มือยังคงโอบประคองร่างเล็กที่เซไปมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์“เน่ไม่เมาค่ะเพ้~~”เสียงหวานลากยาวพลางเงยหน้า
บทที่ 7--เวลา 23.30 น.--ผับกึ่งบาร์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของผู้คนในย่านนี้ ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในร้านมีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระเบียบและชัดเจนบริเวณชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นสองโซน ได้แก่ โซนดนตรี EDM ที่เต็มไปด้วยแสงไฟหลากสีสาดกระทบไปทั่ว เสียงบีทหนัก ๆ เร่งเร้าอารมณ์ให้ผู้คนโยกต
บทที่ 6“อืม สมควรโดน...เค้าไม่เขียนด่ามึงก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว!”ขุนเขาว่าพร้อมกับวางถุงคุกกี้ลงโต๊ะกลมโซฟาแล้วเอนกายพิงพนักพลางส่ายศีรษะเบา ๆ อย่างเอือมระอากับนิสัยของเพื่อน คิดดูเถอะเวลาตีสองแต่แม่งมานั่งทุบน้ำแข็ง เป็นบ้าอะไรของมัน“คนในคอนโดมึงแม่งมีมารยาทจังหวะ” เทวาเอ่ยพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย ก็







