Share

8ฮะฮ่า

last update publish date: 2026-09-17 14:41:00

“ฮะฮ่า”

“หัวเราะทำไมอี้เอ๋อร์เจ็บนะ พวกพี่ชายนิสัยมิดี ท่านแม่บอกว่ามิให้ยุ่งกับพวกคนเกเร”

เด็กน้อยยันมือเพื่อลุกขึ้นยืนทว่ากลับโดนเด็กเกเรผลักลงไปอีกรอบ คราวนี้ทั้งสามคนกระจายตัวล้อมรอบตัวเด็กน้อย สร้างความหวาดหวั่นให้เด็กน้อยผู้โดนรุมยิ่งนัก

อี้เอ๋อร์พยายามมิให้ตัวสั่นเทาแล้วทว่าเขาฝืนตัวเองมิได้ ตัวเขามันสั่นเอง น้ำตาก็เหมือนกัน ท่านแม่บอกว่าเป็นเด็กผู้ชายต้องเข้มแข็ง แต่เวลานี้อี้เอ๋อร์ทำตามคำสอนท่านแม่มิได้เลยสักอย่าง

“ฮึก จะกลับบ้าน จะกลับบ้าน”

อี้เอ๋อร์กอดหนังสือในอ้อมแขนแน่น ปากน้อยพึมพำฟังมิได้ศัพท์

“ไอ้เด็กนี่มิมีบิดา มารดานางมิกล้ามาเอาเรื่องพวกเราหรอก แกล้งมันได้เต็มที่”

“ข้าอยากเตะก้นมันยิ่งนัก”

“ข้าอยากลองตบหน้า ข้ามิเคยตบหน้าใครเลยสักที”

“เอาเลย ๆ”

“ฮึก ฮึก”

เด็กน้อยไม่มีทางหนีจึงได้แต่นั่งกอดตัวเองด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ มองเด็กชายอายุมากกว่าย่างกรายเข้ามาด้วยใบหน้ารื่นเริง ยิ่งเด็กน้อยร้องพวกนั้นก็ยิ่งหัวเราะเสียงดัง

“ไอ้เด็กมิมีบิดาสั่งสอน”

“อย่าเข้ามานะ โอ๊ย...” แม้เป็นแรงเตะจากเด็กทว่าทำให้เด็กน้อยอายุเพียงสี่หนาวนิด ๆ รู้สึกเจ็บมาก “อี้เอ๋อร์ผิดอะไร ทำไมต้องรังแก ฮึก”

“ผิดที่เจ้ามิมีพ่อ หรืออ่อนแอเช่นนี้จึงโดนพ่อทิ้งเล่า นี่แน่ะ...”

“ฮึก โอ๊ย...”

เด็กน้อยโดนเตะและต่อยอีกหลายครั้งจนเจ็บระบมไปหมด ร่างเล็กค่อย ๆ ล้มนอนลงไปอย่างหมดแรง ทว่าสิ่งหนึ่งที่เด็กน้อยโอบอุ้มปกป้องเป็นอย่างดีแม้กระทั่งตัวเองจะเจ็บปวดขนาดไหนคือหนังสือที่ท่านแม่มอบให้

อี้เอ๋อร์ต้องรักษามันด้วยชีวิต เดี๋ยวท่านแม่เสียใจและร้องไห้เหมือนอี้เอ๋อร์

“เจ้ากอดสิ่งใดไว้ ของเล่นหรือ... เอามาให้ข้า !”

เด็กน้อยส่ายศีรษะรุนแรง เบี่ยงตัวหลบมือของอีกฝ่ายบังหนังสือให้มิดไว้ในอ้อมกอด

“แย่งของเล่นของมันมาให้ข้า”

“ได้เลย”

“จัดให้”

“ไม่นะ ฮึก อี้เอ๋อร์ไม่ให้”

ก่อนที่เด็กเกเรทั้งสามคนจะสามารถแย่งของที่เด็กน้อยกอดแนบอกเอาไว้แน่นได้ มีเสียงตวาดดุเข้มเสียงหนึ่งดังเข้ามาทำให้เด็กทั้งสามสะดุ้ง พากันถอยกรูไปข้างหลังด้วยความหวาดกลัวราวกับเจอปิศาจร้าย

“หยุดนะ ! รุมทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า แม้เป็นเด็กข้าก็มิคิดละเว้นนะ !”

เด็กทั้งสามคนตัวสั่น แข้งขาอ่อนแรงจนพากันทรุดตัวลงคุกเข่าเมื่อหันมาเห็นกลุ่มคนที่มาขัดจังหวะการเล่นสนุกของพวกเขา

คิดว่าเสียงตวาดน่าหวั่นเกรงแล้ว ภาพหนึ่งบุรุษสวมชุดผ้าแพรอย่างดีสีครามเข้มยืนข้างหน้าสุด เบื้องหลังมีบุรุษตัวโตสวมเครื่องแบบทางการยืนเรียงกันเป็นระเบียบแล้วยิ่งน่าหวาดกลัวมากกว่า

“ข้าน้อยมิได้ตั้งใจ”

“ข้าน้อยแค่จะช่วยเจ้าเด็กนั่นจากการล้มขะ ขอรับ”

“ฮึก ๆ แง~”

สุดท้ายเด็กก็ยังคงเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ เมื่อโดนสายตาโกรธขึ้งตวัดมองแวบเดียวพวกเด็กเกเรทั้งสามก็บ่อน้ำตาแตก ร้องไห้กันจ้าละหวั่น

บุรุษแสนน่ากลัวสวมผ้าแพรมองเมินพวกเด็กเกเรทั้งสาม โบกมือหนึ่งทีส่งสัญญาณให้ลูกน้องของตนจัดการสั่งสอนเด็กดื้อแทนตนเองที่เดินมุ่งหน้ามายังเด็กน้อยผู้โดนรังแกอีกทาง

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บหรือไม่”

ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างใจเย็น มือหนายังมิกล้าเอื้อมออกมาช่วยเหลือด้วยเพราะกลัวอีกฝ่ายหวาดกลัวตนเอง

“อี้เอ๋อร์เจ็บ ฮึก ฮือ”

เสียงอู้อี้ตอบกลับมาในขณะดวงตากลมโตเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตาเงยหน้าจ้องมองผู้ใหญ่ใจดีที่มาช่วยตนเอง

“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปทำแผลก่อน มิต้องร้อง เจ้าปลอดภัยแล้ว”

“มิได้ร้องไห้สักหน่อย ฝนตกที่ตาอี้เอ๋อร์เฉย ๆ ฮึก”

“มิได้ร้องก็มิได้ร้อง มาข้าช่วย”

“คิดถึงท่านแม่ ยะ... อยากกลับบ้าน”

“เอาไว้หายเจ็บข้าจะส่งเจ้ากลับ ตอนนี้เชื่อฟังข้าก่อนนะเด็กดี”

“อย่า อย่าแย่งของรักอี้เอ๋อร์นะ ฮึก อี้เอ๋อร์มิให้ ฮึก หนังสือเล่มนี้ท่านแม่ให้อี้เอ๋อร์เพราะอี้เอ๋อร์อยากเป็นผู้ใหญ่หล่อ ๆ ทำงานเก่ง ๆ ในวังเพื่อหาเงินมาเลี้ยงท่านแม่ ช่วยเหลือชาวบ้านทุกข์ยาก ฮึก อี้เอ๋อร์ไม่ให้หรอกนะ”

คงกำลังหมายถึงขุนนางรับใช้ฮ่องเต้ในราชสำนักละสินะ

มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยด้วยความพอใจก่อนจะหายไปเมื่อได้ยินเด็กน้อยในเมืองบ้านนอกเช่นนี้ฝันยิ่งใหญ่ น่าชื่นชมอย่างยิ่ง

มือหนาที่กำลังหยิบของที่เด็กน้อยกอดไว้แน่นชะงักค้าง เขามิได้แย่งเสียหน่อยเพียงแต่เขาเห็นว่าสิ่งนั้นเกะกะจึงจะช่วยถือไว้ให้ก่อนต่างหาก

เฮ้อ ชายหนุ่มถอนหายใจเมื่อตนเองเกือบทำให้เด็กน้อยผู้น่าสงสารตรงหน้ากลัวเข้าไปอีก

“หยางเซียงเจ้ามาอุ้มเด็กน้อยผู้นี้ที”

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

“ข้ามิยุ่งแล้ว ลุกเถอะเด็กดี เดี๋ยวเลือดไหลหมดตัวเอา”

“ไม่ไป ท่านแม่สอนว่ามิให้ไปไหนมาไหนกับคนแปลกหน้า อี้เอ๋อร์จะกลับบ้าน ฮึก โอ๊ย...”

“ถูกต้อง แต่พวกข้ามิใช่คนแปลกหน้าแล้วอย่างไรเด็กน้อย ข้าช่วยเจ้าแสดงว่าพวกเราเป็นคนรู้จักกัน”

“...จริงหรือ ทะ ท่านแม่มิเห็นเคยบอกเลยว่าคนแปลกหน้าจะกลายเป็นคนไม่แปลกหน้าเมื่อช่วยอี้เอ๋อร์”

“...”

“อะ เอ่อ ท่านอ๋องจะเอาอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มลังเลว่าควรเข้าไปอุ้มเลยหรือให้ยืนรอเด็กน้อยยอมรับก่อนดี ทว่าเมื่อเห็นมือเจ้านายยกขึ้นห้ามจึงค่อย ๆ ถอยหลังออกไปเล็กน้อยอย่างรู้ความ

“แล้วท่านแม่บอกเจ้าว่าคนไม่แปลกหน้าเป็นเช่นไรล่ะเด็กน้อย”

“คนไม่แปลกหน้าคือคนที่อี้เอ๋อร์รู้จักชื่อ”

“เช่นนั้นข้านามว่าเฉินเทียนอี เจ้าล่ะนามว่าอันใด”

“เซี่ยเจ๋ออี้ รู้จักกันแล้วจริงด้วย”

ดวงตาของเด็กน้อยไร้เดียงสาเปล่งประกายราวกับลืมเลือนเหตุการณ์สะเทือนขวัญก่อนหน้าไปหมดสิ้นแล้วเสียอย่างนั้น

“รู้จักกันแล้วจะยอมไปกับข้าได้หรือยัง”

“สัญญานะว่าจะมิรังแกอี้เอ๋อร์เหมือนคนพวกนั้น”

นิ้วก้อยสั่นเทายกขึ้นมาชูรอให้คนไม่แปลกหน้าตรงหน้าเกี่ยวก้อยทำสัญญาลูกผู้ชายอย่างที่ท่านแม่สอน

“สัญญา”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   11หมั้นกับบุตรชายคนเดียวของเจ้าเมืองสือเจ้า

    บทที่หกหมั้นกับบุตรชายคนเดียวของเจ้าเมืองสือเจ้าช่วงนี้เซี่ยจินเย่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทดลองปรุงยาที่เรือนหลังน้อยของตนเอง ทั้งปรุงยาตำรับง่ายเพื่อให้เฟยซาเอาไปเสนอขายที่ร้านขายยาในตัวตลาด กับปรุงยาถอนพิษให้คุณชายตระกูลเกา ซึ่งอย่างหลังนี่ช่างเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนัก เพราะนางยังมิสามารถทำได้สำเร็จสักทีเกิดปัญหาหลายเรื่องขึ้นเหลือเกินส่วนประกอบสมุนไพรไม่พอแถมอุปกรณ์ไม่เอื้ออำนวยอีกต่างหากยามนี้เซี่ยจินเย่สามารถทำสำเร็จแค่เพียงยาที่ช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของพิษชั่วคราวเท่านั้นสงสัยต้องหาเวลาไปขอคำแนะนำจากท่านหมอฮุ่ยเจียงสักหน่อยเสียแล้ว“คุณหนู คุณหนูพวกเราต้องหนีไปแล้วเจ้าค่ะ” เสียงแตกตื่นของเฟยซาทำให้เซี่ยจินเย่ที่กำลังนั่งหลับตาเข้าไปมิติของนาฬิกาอัจฉริยะเพื่อหาศึกษาตำราเกี่ยวข้องกับพิษแถบทางทวีปอเมริกาตื่นจากสมาธิ“ใจเย็นก่อนเฟยซา พูดให้รู้เรื่องหน่อย”“คุณหนูเจ้าคะ พวกครอบครัวกัวกำลังมุ่งหน้ามาทางเรือนของเราเจ้าค่ะ ทั้งฮูหยินกัวและลูกสาวของนางกำลังมาทางนี้ โชคดีที่บ่าวกำลังเดินไปจะนำยาของคุณหนูไปขายพอดีจึงพบพวกนางก่อน”“เช่นนั้นทำไมพวกเราจึงต้องหนีด้วยเล่า เจ้าอย่าแสดงท่

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   9บุรุษผู้สูงศักดิ์ทว่าปากร้ายกาจ

    บทที่ห้าบุรุษผู้สูงศักดิ์ทว่าปากร้ายกาจ“อี้เอ๋อร์ แม่กลับมาแล้ว อยู่ที่ใด แม่ซื้อขนมของโปรดเจ้ากลับมาฝากด้วยนะ”“...”ไร้เสียงใสตอบโต้กลับรวดเร็วอย่างทุกที เซี่ยจินเย่ขมวดคิ้ว กวาดสายตามองรอบเรือนหลังน้อยหลังจากวางของที่ซื้อมาในมือลงบนโต๊ะ“เฟยซา อี้เอ๋อร์มิอยู่เรือนหรือ หลังเรือนที่เจ้าอยู่มีหรือไม่”เซี่ยจินเย่เริ่มร้อนใจเมื่อรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดีเกี่ยวกับลูกชายตัวน้อยของตน“คุณหนูกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ คุณชายน้อยบอกบ่าวว่าจะออกเดินเล่นข้างหน้าเรือนเจ้าค่ะ... เอ ป่านนี้ยังมิกลับเข้ามาอีกหรือเจ้าคะ”“ข้าเข้ามาทางประตูหน้า มิเห็นอี้เอ๋อร์อย่างที่เจ้าว่า เฟยซา เจ้าไปดูหลังบ้าน ส่วนข้าจะออกไปถามท่านป้าข้างบ้านเราเอง”“เจ้าค่ะคุณหนู”สองก้านธูปถัดมาทั้งเซี่ยจินเย่และเฟยซาตามหาบริเวณในและรอบเขตเรือนของตนเองโดยละเอียดก็มิมีใครพบเด็กน้อยวัยสี่หนาวเลยสักคน เซี่ยจินเย่สอบถามเพื่อนบ้านโดยรอบมีคนหนึ่งบอกเห็นเด็กน้อยเดินผ่านหน้าบ้านไปทางถนนสายเล็กที่สามารถเดินเท้ามุ่งสู่ตลาดกลางเมืองได้“ข้าจะออกไปตามหาที่ตลาด เจ้าดูแลเรือนอยู่ที่นี่ หากอี้เอ๋อร์กลับมาเรือนเราแล้ว เจ้าวานให้หลานป้าลี่ถังไปบอกข

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   10ช่างเถอะ

    เซี่ยจินเย่หยุดยืนอยู่กลางห้อง ใช้โอกาสนี้ลอบสำรวจบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ชาติก่อนนางเคยเห็นดาราหรือพวกไฮโซคนดังต่าง ๆ ทว่ายามมองดูอีกฝ่ายอย่างชัดเจน นางเพิ่งรู้สึกว่าตนเองเข้าใจคำว่าเหนือชั้นอย่างมิมีใครเทียบติดนั้นเป็นอย่างไรเครื่องหน้าคมเข้ม กรอบหน้าโค้งเหลี่ยมได้รูป แถมดูเส้นผมของบุรุษผู้นี้สิ ช่างดูสุขภาพดีดำสนิทราวกับน้ำหมึกริมฝีปากบางชุ่มชื่น ดวงตารียาวตวัดขึ้นเล็กน้อยทำให้เจ้าของดูหยิ่งยโสแม้นั่งอยู่เฉย ๆ แล้วยิ่งภายในดวงตานั้นมืดสนิทราวกับท้องฟ้ายามราตรี ทำให้ใครที่เผลอจ้องเข้าไปรู้สึกเหมือนตกเข้าไปในเวิ้งความมืดมนไม่มีที่สิ้นสุดเอาเป็นว่าโดยรวมแล้วบุรุษผู้นี้สามารถเดบิวต์เป็นดาราชายได้เลยหากเป็นในชาติที่แล้วของนางเซี่ยจินเย่ชอบมองของสวย ๆ งาม ๆ อยู่แล้วจึงทำให้นางเผลอมองชายหนุ่มตาค้างโดยไม่รู้ตัว“ฮึ่ม”คนถูกมองรู้สึกตัว เรียวคิ้วกระบี่ขมวดยู่เข้าหากัน มุมปากเรียบตึงเป็นเส้นตรงแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน“เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่จ้องหน้าข้าคนล่าสุด เกิดสิ่งใดขึ้นกับมัน“...”เซี่ยจินเย่อยากกรีดร้องในใจเมื่อรู้สึกตัวช้าไป สักครู่นี้นางตกหลุมพลางคนงามจนเผลอแสดงกิริยาไร้มารยาทออกไ

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   8ฮะฮ่า

    “ฮะฮ่า”“หัวเราะทำไมอี้เอ๋อร์เจ็บนะ พวกพี่ชายนิสัยมิดี ท่านแม่บอกว่ามิให้ยุ่งกับพวกคนเกเร”เด็กน้อยยันมือเพื่อลุกขึ้นยืนทว่ากลับโดนเด็กเกเรผลักลงไปอีกรอบ คราวนี้ทั้งสามคนกระจายตัวล้อมรอบตัวเด็กน้อย สร้างความหวาดหวั่นให้เด็กน้อยผู้โดนรุมยิ่งนักอี้เอ๋อร์พยายามมิให้ตัวสั่นเทาแล้วทว่าเขาฝืนตัวเองมิได้ ตัวเขามันสั่นเอง น้ำตาก็เหมือนกัน ท่านแม่บอกว่าเป็นเด็กผู้ชายต้องเข้มแข็ง แต่เวลานี้อี้เอ๋อร์ทำตามคำสอนท่านแม่มิได้เลยสักอย่าง“ฮึก จะกลับบ้าน จะกลับบ้าน”อี้เอ๋อร์กอดหนังสือในอ้อมแขนแน่น ปากน้อยพึมพำฟังมิได้ศัพท์“ไอ้เด็กนี่มิมีบิดา มารดานางมิกล้ามาเอาเรื่องพวกเราหรอก แกล้งมันได้เต็มที่”“ข้าอยากเตะก้นมันยิ่งนัก”“ข้าอยากลองตบหน้า ข้ามิเคยตบหน้าใครเลยสักที”“เอาเลย ๆ”“ฮึก ฮึก”เด็กน้อยไม่มีทางหนีจึงได้แต่นั่งกอดตัวเองด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ มองเด็กชายอายุมากกว่าย่างกรายเข้ามาด้วยใบหน้ารื่นเริง ยิ่งเด็กน้อยร้องพวกนั้นก็ยิ่งหัวเราะเสียงดัง“ไอ้เด็กมิมีบิดาสั่งสอน”“อย่าเข้ามานะ โอ๊ย...” แม้เป็นแรงเตะจากเด็กทว่าทำให้เด็กน้อยอายุเพียงสี่หนาวนิด ๆ รู้สึกเจ็บมาก “อี้เอ๋อร์ผิดอะไร ทำไมต้องร

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   7คนไม่แปลกหน้า

    บทที่สี่คนไม่แปลกหน้า“ท่านหมอฮุ่ยช่วยข้าพลิกตัวคุณชายได้หรือไม่”“อ๋อ ได้สิ”เซี่ยจินเย่ทั้งจับคนป่วยไร้สติพลิกตัว จับเปิดเสื้อผ้าโดยมิสนใจธรรมเนียมบุรุษสตรีมิควรใกล้ชิดกันหญิงสาวถือคติเป็นหมอต้องมิแบ่งแยกชายหญิงนั่นอย่างไร ในที่สุดเซี่ยจินเย่ก็สามารถหารอยกัดของเขี้ยวแมงมุมไร้ความรู้สึกได้... อยู่ตรงใต้วงแขนข้างขวาหากแต่คุณชายผู้นี้ไปโดนแมงมุมชนิดนี้กัดได้อย่างไรกัน“นี่เป็นรอยแมงมุมพิษกัด คุณชายท่านนี้โดนพิษของแมงมุมไร้ความรู้สึกกัดเป็นแน่”คนอื่นในห้องที่ตอนแรกคอยเฝ้ามองเซี่ยจินเย่ทำงานอยู่ห่าง ๆ ตื่นตัวขึ้นมาทันใด พวกเขาพากันเดินเข้ามาใกล้เตียงคนป่วยด้วยความหวังที่จะสามารถรักษาบุตรชายให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งเกือบสองอาทิตย์แล้วที่บุตรชายผู้เคยแข็งแรง เป็นความภาคภูมิใจของเขาสองสามีภรรยาสมาชิกหลักของตระกูลเกาเกาซีหมิงคือทายาทคนเดียวของพวกเขา ในอนาคตธุรกิจที่กำลังขยับขยายแผ่กระจายทั่วแคว้นจ้าวย่อมต้องฝากผีฝากไข้เจ้าลูกชายมากพรสวรรค์คนนี้ดูแลหากแต่อยู่ดี ๆ สวรรค์กลับโกรธเคืองพวกเขาหรืออย่างไรมิรู้ทำให้ลูกชายเขาล้มป่วยเพราะถูกพิษกะทันหัน หมอเทวดาที่เชิญมาหลายวันนี้เดินเข้าออกเรือนนี้

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   6ขอตรวจ

    “ฮูหยินรองได้โปรดให้พวกข้าน้อยเข้าไปข้างในเรือนก่อนเถอะขอรับ”“ข้าเป็นห่วงหลานชายของข้า จะมิยอมให้นังโชคร้ายนี่เข้าไปเด็ดขาด !”“ฮูหยินรองดูรักใคร่หลานชายตนเองดีเหลือเกินนะเจ้าคะ หากข้ามิรู้จักตระกูลเกาคงคิดว่าผู้ป่วยคือบุตรของฮูหยินรองแล้วเสียอีก”เซี่ยจินเย่อดสงสัยท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนแทนบิดามารดาที่แท้จริงของนางมิได้จริง ๆสตรีผู้นี้ทำให้นางเสียเวลาชีวิตยิ่งนัก“เจ้าจะหาว่าข้าสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นหรือ เจ้า !”“มิได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้เอ่ยเช่นนั้นเลยสักคำ”ท่าทีไม่สั่นสะเทือนสักนิดของเซี่ยจินเย่ช่างเป็นเสมือนน้ำมันราดรดบนกองไฟยิ่งนัก ทำให้ฮูหยินรองเกาจุนซีพุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายร่างกายเซี่ยจินเย่อีกรอบ ทว่าหนนี้ถือเป็นโอกาสดีงามของฝ่ายตรงข้าม เซี่ยจินเย่เบี่ยงตัวหลบการจู่โจมของนางอย่างง่ายดายพร้อมกับเบี่ยงตัวเดินลอดผ่านเข้าไปยังเรือนหลังใหญ่ในทันที“เอาไว้ข้าเสร็จธุระข้างในแล้วเดี๋ยวค่อยมาด่าข้าต่อนะเจ้าคะ ฮูหยินรอง” เซี่ยจินเย่ตั้งใจยิ้มเยาะเย้ยให้อีกฝ่ายที่เสียรู้แก่นางมิอาจขัดขวางนางได้อีกต่อไป ก่อนจะเดินตามบ่าวสาวใช้ที่มายืนคอยอยู่สักพักใหญ่เข้าไปข้างในเรือน“เจ้า !”สิ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status