Share

7คนไม่แปลกหน้า

last update publish date: 2026-09-17 14:40:52

บทที่สี่

คนไม่แปลกหน้า

“ท่านหมอฮุ่ยช่วยข้าพลิกตัวคุณชายได้หรือไม่”

“อ๋อ ได้สิ”

เซี่ยจินเย่ทั้งจับคนป่วยไร้สติพลิกตัว จับเปิดเสื้อผ้าโดยมิสนใจธรรมเนียมบุรุษสตรีมิควรใกล้ชิดกัน

หญิงสาวถือคติเป็นหมอต้องมิแบ่งแยกชายหญิง

นั่นอย่างไร ในที่สุดเซี่ยจินเย่ก็สามารถหารอยกัดของเขี้ยวแมงมุมไร้ความรู้สึกได้... อยู่ตรงใต้วงแขนข้างขวา

หากแต่คุณชายผู้นี้ไปโดนแมงมุมชนิดนี้กัดได้อย่างไรกัน

“นี่เป็นรอยแมงมุมพิษกัด คุณชายท่านนี้โดนพิษของแมงมุมไร้ความรู้สึกกัดเป็นแน่”

คนอื่นในห้องที่ตอนแรกคอยเฝ้ามองเซี่ยจินเย่ทำงานอยู่ห่าง ๆ ตื่นตัวขึ้นมาทันใด พวกเขาพากันเดินเข้ามาใกล้เตียงคนป่วยด้วยความหวังที่จะสามารถรักษาบุตรชายให้ฟื้นคืนมาอีกครั้ง

เกือบสองอาทิตย์แล้วที่บุตรชายผู้เคยแข็งแรง เป็นความภาคภูมิใจของเขาสองสามีภรรยาสมาชิกหลักของตระกูลเกา

เกาซีหมิงคือทายาทคนเดียวของพวกเขา ในอนาคตธุรกิจที่กำลังขยับขยายแผ่กระจายทั่วแคว้นจ้าวย่อมต้องฝากผีฝากไข้เจ้าลูกชายมากพรสวรรค์คนนี้ดูแล

หากแต่อยู่ดี ๆ สวรรค์กลับโกรธเคืองพวกเขาหรืออย่างไรมิรู้ทำให้ลูกชายเขาล้มป่วยเพราะถูกพิษกะทันหัน หมอเทวดาที่เชิญมาหลายวันนี้เดินเข้าออกเรือนนี้เป็นว่าเล่นทว่าไม่มีใครมีทางรักษาเลยสักคน

แม้วันนี้มีข้อเสนอจากสตรีผู้อยู่ในข่าวลือไร้ซึ่งชื่อเสียงในด้านดีผู้หนึ่งบอกว่าสามารถช่วยบุตรชายของเขาได้ ใจของสามีภรรยามิได้คาดหวังว่านางจะทำได้อย่างที่เสนอมาเลยสักนิด หากแต่ให้นางได้เข้ามาเพื่อคั่นเวลารอท่านหมอคนถัดไปที่ลูกน้องของตนกำลังพามาต่างหาก

สตรีเป็นหมอนั่นเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ยากอยู่แล้วในแคว้นจ้าว แล้วยิ่งเป็นสตรีที่เกิดในชนบทเล็ก ๆ เพียงแค่ให้พวกนางสามารถอ่านหนังสือออกก็ถือว่าน่าชื่นชมมากแล้ว

ใครจะคิดเล่าว่านางจะสามารถชี้ช่องทางสว่างท่ามกลางความมืดมนได้มากกว่าผู้มีชื่อเสียงคนอื่นเสียอีก

“พิษแมงมุมไร้ความรู้สึก ข้ามิเคยได้ยิน”

“เจ้าค่ะ ไม่แปลก ข้าบังเอิญอ่านตำราสารพัดพิษจากดินแดนไกลโพ้นจึงรู้จักเจ้าค่ะ” เซี่ยจินเย่มิได้บอกความจริงทั้งหมดว่านางรู้จักเพราะในชาติที่แล้วของนางล้ำสมัยกว่าที่นี่มากกว่าเป็นร้อยเท่า เพียงแค่คลิกค้นหาไม่กี่ครั้งก็สามารถศึกษาความรู้ได้จากทั่วทุกมุมโลก

“ตำราใดหรือ ข้าอยากอ่านบ้าง”

“มันเก่ามากจนตัวอักษรเลือนหายไปหมดแล้วเจ้าค่ะท่านหมอฮุ่ย เอาไว้วันหลังข้าแบ่งปันตำราที่น่าสนใจเล่มอื่นดีหรือไม่”

“ได้สิ ๆ ข้าจะไปเยี่ยมเจ้าที่เรือนเลยเชียว”

“อะแฮ่ม ๆ” หมอฮุ่ยเจียงตื่นเต้นกับตำราใหม่จนลืมไปว่าเวลานี้ตนเองกำลังอยู่ในช่วงเวลาทำงานตึงเครียด ดีที่เซี่ยจินเย่เหลือบสายตาไปเห็นสีหน้าส่อแววความไม่พอใจของบุรุษวัยกลางคนผู้ซึ่งเป็นประมุขตระกูลเกา

“พิษชนิดนี้เจ้ามีวิธีรักษาหรือไม่”

“บุตรชายของข้าจะหายจากอาการป่วยใช่หรือไม่แม่นางจินเย่”

“เหอะ ท่านประมุข ฮูหยินใหญ่เชื่อหรือว่านางพูดความจริง”

เสียงแหลมแหวกอากาศเข้ามาก่อนตัวเจ้าของเสียง มิใช่ใครที่ไหน เป็นฮูหยินรองจุนซีที่มิรู้ว่าสตรีผู้นี้มีความโกรธแค้นอันใดกับเซี่ยจินเย่มาก่อนหรืออย่างไรจึงได้จิกกัดกันมิปล่อยเช่นนี้

“บางทีนางอาจแสร้งบอกชื่อพิษผิดหรือมั่วก็เป็นได้ ขนาดท่านหมอฮุ่ยมากประสบการณ์มากกว่าสตรีผู้นี้ตั้งกี่สิบปียังบอกว่ามิรู้จัก”

“อะ เอ่อ เจ้ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าเป็นพิษชนิดนี้จริง”

“ข้าวิเคราะห์ตามอาการเจ้าค่ะ เขาเข้าข่ายโดนพิษแมงมุมไร้ความรู้สึก หากให้ตามจับตัวแมงมุมในวันนี้ที่ผ่านมาถึงสิบวันเกรงว่าจะมิสามารถพบตัวแมงมุมดังกล่าวได้แล้ว”

ฮูหยินใหญ่ของตระกูลหันมาตั้งคำถามแก่เซี่ยจินเย่อย่างอดฉุกคิดมิได้

เรื่องความเชื่อใจเป็นปัญหาที่เซี่ยจินเย่คาดไว้อยู่แล้วว่าต้องเจอ เพราะในเวลานี้สถานะของนางเปรียบเสมือนหมอเถื่อน

เป็นปัญหาที่มิมีทางแก้ไขเสียด้วยสิ เรื่องนี้เซี่ยจินเย่ทำเต็มที่ได้แค่พูดยืนยันด้วยความจริงใจ พวกเขาจะเชื่อใจหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพวกญาติของคนไข้ตัดสินใจเอง

การรักษาโรคไม่มีหมอคนไหนมั่นใจว่าคนไข้จะหายได้เต็มสิบส่วนหรอก ทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง

“ท่านพี่ข้ากลัวว่าหากเกิดข้อผิดพลาดอาหมิงอาจสิ้นลมหายใจในวัยเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ ขะ ข้าทำใจมิได้”

เกาเจ๋อฟางรักบุตรชายคนนี้สุดหัวใจ หากลูกรักเป็นอันใดไปเกรงว่านางคงตรอมใจตายตามไปด้วยเป็นแน่

บนใบหน้าเหี่ยวย่นตามอายุของประมุขตระกูลยิ่งยับย่นเข้าไปอีกเมื่อเห็นภรรยาของตนเองร่ำไห้ออกมาอีกครั้งโดยมิอายสายตาคนในและคนนอก

เขาเองก็ลังเลว่าจะตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ต่อชีวิตบุตรชายของตนเองอย่างไรดีเช่นกัน ประมุขตระกูลสบตากับสายตาสงบนิ่ง ท่าทีเยียบเย็นดูภูมิฐานแม้อยู่ในอาภรณ์สีซีดของสตรีอายุน้อยตรงหน้า

“เจ้ามั่นใจว่าสามารถรักษาลูกชายข้าให้หายได้กี่ส่วน”

“ห้าส่วนเจ้าค่ะ” เซี่ยจินเย่ตัดสินใจบอกออกไปตรง ๆ เพราะยามนี้นางรู้ชื่อพิษก็จริงทว่านางยังมิเคยปรุงยาโดยใช้อุปกรณ์ในยุคสมัยนี้เลยสักครั้ง แถมสมุนไพรที่ต้องใช้ทั้งหมดนางก็มิรู้แน่ชัดว่าที่แคว้นแห่งนี้จะมีครบหรือไม่

พอคนในห้องได้ยินคะแนนความมั่นใจของเซี่ยจินเย่พลันเงียบเชียบใบหน้าตึงเครียดขึ้นมาโดยพลัน

“...”

“ฮึก ๆ ท่านพี่ข้ากลัวเจ้าค่ะ”

“ไยจึงน้อยนักเพียงครึ่งหนึ่งเองหรือ ชีวิตบุตรของข้ามิอาจตั้งอยู่บนเส้นด้ายเส้นบางเพียงเท่านี้ได้หรอกนะ”

“ใจเย็นก่อนเถอะท่านประมุขตระกูลเกา” หมอฮุ่ยเจียงก้าวขึ้นมาช่วยคลี่คลายบรรยากาศน่าอึดอัดอย่างทันท่วงที

“พิษนี้มิใช่พิษที่พบโดยทั่วไปพวกท่านเองก็น่าจะทราบดี ข้าให้ความมั่นใจได้เพียงเท่านี้จากใจจริงเจ้าค่ะ”

“พิษนี้ข้าและหมอหลายท่านยังมิเคยพบเห็น นางมิได้มาหลอกพวกท่านกระมัง หากมาหลอกแล้วสิ่งใดคือประโยชน์ที่ได้จากการหลอกครั้งนี้เล่า”

“...”

“อะ เอ่อ จะว่าไปท่านหมอฮุ่ยก็พูดถูกนะเจ้าคะ ท่านพี่สามีเซินรุ่ยเจ้าคะ ข้าว่าลองเชื่อนางดูสักหนก็มิเป็นการเสียหายกระมังเจ้าคะ”

เซี่ยจินเย่หรี่ตามองฮูหยินรองที่อยู่ดี ๆ ก็กลับฝั่งมาช่วยไกล่เกลี่ยข้างนางเสียอย่างนั้น

แปลกยิ่งนักสตรีผู้นี้

ก่อนสลับไปมองสองสามีภรรยาตระกูลสายหลักอย่างพิจารณาในความสัมพันธ์ของพวกเขา

ดูท่าสองตระกูลสายหลักสายรองจะมิได้ปรองดองกันอย่างที่ร่ำลือกันข้างนอกจวนกระมัง

เซี่ยจินเย่กอดอกตั้งใจจับผิดฮูหยินรองอย่างตั้งใจ

“หากนางมิสามารถถอนพิษได้พวกเราก็ใช้ชีวิตของนางสังเวยให้อาหมิงเผื่อสวรรค์จะเมตตาประทานพรให้หลานชายฟื้นขึ้นมา มิรู้ว่าหมอคนถัดไปจะช่วยรักษาได้หรือไม่อีก ข้าละเป็นห่วงอาหมิงยิ่งนักเกรงว่าจะมิทันเวลา”

“...”

สังเวยชีวิตนางหากรักษามิได้... นี่มันตรรกะใดกัน นัยน์ตาของเซี่ยจินเย่เข้มขึ้นอย่างน่ากลัว

“ข้าจะลองเชื่อใจเจ้าดูก็แล้วกัน หากรักษาอาหมิงสำเร็จเจ้าปรารถนาสิ่งใดหากข้าประมุขตระกูลเกาสามารถให้ได้ข้าจะมอบให้เป็นสิ่งตอบแทน ทว่าหากเจ้าทำให้บุตรชายข้าสิ้นชีวี...”

น้ำเสียงดุดันส่งตรงมาที่เซี่ยจินเย่โดยตรง ดีที่นางมีภูมิต้านทานต่อพวกคนมีอำนาจมามากจึงสามารถรักษาสีหน้าท่าทางสงบนิ่งของตนได้

“หากข้าทำเขาตายเพราะความผิดพลาด ข้าจะเดินเข้าไปให้ทางการตัดสินโทษด้วยตัวเองเจ้าค่ะท่านประมุขเกา”

“ดี ข้าจะจำคำเจ้าในวันนี้เอาไว้ !”

“วันนี้ท่านแม่จะทำอาหาร ลั้ลล้า” เซี่ยเจ๋ออี้เดินเตาะแตะ ๆ อยู่บนถนนเล็กสายที่มุ่งออกจากตลาดใหญ่ ศีรษะน้อยโยกเยกไปมาเพราะเจ้าก้อนแป้งน้อยกำลังอารมณ์ดีเมื่อคิดถึงอาหารที่ท่านแม่บอกว่าจะทำให้กิน

ท่านแม่ของอี้เอ๋อร์ดีที่สุด เก่งที่สุด ขนาดอาหารยังทำอร่อยอย่าบอกใครเชียวละ คิก ๆ

เมื่อวานท่านแม่ทำขนมก็อร่อย หลายวันมานี้บ้านของพวกเรามีเงินกินของอร่อยแล้ว

ขณะเดินไปคิดไปอี้เอ๋อร์ก็ปรบมือให้กับท่านแม่ในความคิด ทั้งที่ในอ้อมกอดตนเองมีหนังสือเล่มหนาอยู่เล่มหนึ่งกอดเอาไว้ด้วยความหวงแหน

หนังสือเล่มนี้ท่านแม่เพิ่งซื้อให้เด็กน้อยเมื่อสองวันก่อน อี้เอ๋อร์ชอบตัวหนังสือ แม้ว่าจะอ่านออกยังไม่หมดทุกตัวก็ตามที

ของขวัญชิ้นแรกจากท่านแม่อี้เอ๋อร์ย่อมเห่อเป็นธรรมดา ไปเดินเล่นที่ไหนก็มักพกพาไปด้วยเสมอ

พลั่ก ! ตุ้บ !

“อี้เอ๋อร์เจ็บนะ”

ดวงตากลมโตใสแจ๋วเงยหน้ามองกลุ่มเด็กผู้ชายสามคนอายุแต่ละคนน่าจะมากกว่าอี้เอ๋อร์ทั้งหมด มีคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหน้าสุด น่าจะเป็นคนผลักบ่าเด็กน้อยอย่างแรงจนเด็กน้อยล้มตุ้บ ก้นกระแทกลงมาที่พื้นถนนแข็งโป๊ก

“เกะกะทางเดิน”

“กล้าจ้องหน้าพวกข้าหรือ เจ้าผอมแห้งแรงน้อย เหอะ ข้าแตะนิดเดียวก็ปลิวเสียแล้ว”

“พี่ชายมิได้แตะ พี่ชายผลักอี้เอ๋อร์ต่างหาก อี้เอ๋อร์ไม่รู้ อี้เอ๋อร์ล้มเลย”

“ดูมันดิ ล้มแค่นี้จะร้องไห้แล้ว อ่อนแอยิ่งกว่าสตรี ฮะฮ่า”

“นั่นดิ บุรุษที่ไหนตัวขาวเช่นนี้”

“หรือไอ้เด็กนี่เป็นลูกขุนนางวะ หากมันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องบิดามารดามันเล่าพวกเราจะโดนท่านแม่ตีก้นลายเอาได้นะ”

“ไร้สาระ ไอ้เด็กนี่ข้าเคยเห็นมันอยู่ที่เรือนหลังเก่าติดชายป่านู่น หาใช่ลูกหลานผู้ดีไม่ พวกเรารังแกมันได้เต็มที่เลย มันมิมีบิดาปกป้องด้วยสบายใจได้”

“ดียิ่ง ข้ากำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี”

“อี้เอ๋อร์มิได้จะร้องไห้สักหน่อย ลูกผู้ชายมิร้อง ฮึก ไห้ ง่าย ๆ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   27จุดจบของตระกูลเกาสายรอง

    บทที่สิบสี่จุดจบของตระกูลเกาสายรองใครจะไปคิดเล่าว่าจากคิดร้ายวางแผนจะสังหารปิดปากคนอื่นเพื่อมิให้ตระกูลสายหลักสามารถรักษาทายาทสืบตระกูลอย่างคุณชายเกาซีหมิงได้เกาจุนซีผู้ตีสองหน้าเก่งกาจแสร้งแสดงกิริยาเรียบร้อยดังผ้าพับไว้ ที่ผ่านมาแสร้งเป็นผู้ตาม ผู้สนับสนุนตระกูลหลักที่ดีเสมอมา หากแต่ลับหลังนั้นจะมีใครรู้ว่าสมาชิกตระกูลสายรองอย่างพวกนางนั้นเจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหน ทั้ง ๆ ที่พวกนางก็มีวาสนาให้กำเนิดบุตรชายออกมาเช่นกัน ทว่ามิได้แม้แต่โอกาสในการสืบทอดตำแหน่งทายาทตระกูลเกาสามีนางเป็นน้องคนรองแต่มิได้สืบทอดตำแหน่งประมุขไปแล้วหนหนึ่ง แม้ได้รวงร้านในเครือตระกูลเกามาครอบครองทว่านับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ตระกูลสายหลักได้ไป จึงต้องขยับขยายกิจการเพิ่ม หาทำสิ่งอื่นเพื่อมิต้องตกอยู่ในเบื้องล่างของตระกูลหลักอีกต่อไปใช่ เรื่องวางยาพิษเป็นแผนของนางจริง และแผนใกล้สำเร็จ ทายาทตัวจริงใกล้ตายอยู่แล้ว หากไม่มีสตรีแส่มิเข้าเรื่องผู้นี้บุตรชายคนเก่งของนางจะต้องได้รับตำแหน่งทายาทแทนโดยชอบธรรมอยู่แล้วฉะนั้นนางจึงมิลังเลเลยสักนิดที่จะเลือกสังหารชีวิตน้อย ๆ นั่นทิ้งแต่ไฉนนังตัวอุปสรรคนั่นจึงยืนหัวโด

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   26เป็นอันใดไป

    “นี่เป็นเรือนรับรองหลังเล็กของข้า เจ้าเข้าไปนั่งรอที่โต๊ะรับแขกก่อนสิ เดี๋ยวข้าให้บ่าวยกของว่างและน้ำชามาให้กินรองท้อง”“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”ไม่นานของว่างที่เจ้าของเรือนบอกว่าจะให้คนยกเข้ามาให้ก็ทยอยมาวางลงบนโต๊ะรับแขกตัวโตโดยมีเจ้าของเรือนเดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเซี่ยจินเย่“เจ้าเดินทางมาเหนื่อย ๆ จิบน้ำชาแก้กระหายก่อนสิ หรือหากหิวลองชิมขนมเฉียวกั่วดู”“ตรวจอาการฮูหยินรองเลยก็ได้เจ้าค่ะ ข้ามิค่อยหิว”“เจ้าบ้านเช่นข้าเองก็มิรีบร้อนเหมือนกัน เจ้าดื่มชาดูก่อนเถอะเดี๋ยวหายร้อนนะ อาหลางรินชาให้แม่นางเซี่ยที”“เจ้าค่ะฮูหยินรอง”สาวใช้นามว่าอาหลางรินชาใส่ถ้วยเสร็จก็รู้ความขนาดยกขึ้นส่งให้ถึงมือของเซี่ยจินเย่ การทำเช่นนี้หากนางมิยกขึ้นดื่มก็เกรงว่าจะเป็นการมิให้เกียรติอีกฝ่ายจนเกินไป เซี่ยจินเย่เหลือบตามองสตรีฝั่งตรงข้ามที่กำลังมองมาที่นางและส่งยิ้มเยือกเย็นมาให้ ก็ทำให้คนกำลังดื่มชาที่มิได้โง่เง่าขนาดไม่รู้ว่าตนเองกำลังเดินเข้าไปในหลุมพรางของอีกฝ่ายแสยะยิ้มก่อนยกชาขึ้นจิบ“ชาดี มิทะ... แค่ก นี่ นี่ท่านให้ข้ากินสิ่งดะ... แอ้ก”เซี่ยจินเย่วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ยังไม่ทันที่หญิงสาวสามารถพูดได้จบป

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   25นางไม่หายใจแล้ว

    บทที่สิบสามนางไม่หายใจแล้ว“ฮึก ท่านแม่ ท่านแม่กลับมาหาอี้เอ๋อร์แล้วหรือ”สิ่งแรกที่เซี่ยจินเย่เห็นหลังจากเปิดประตูรั้วบ้านหลังเล็กของตนเองคือใบหน้าเปื้อนหยาดน้ำตาของลูกชายในสายเลือดทำให้เซี่ยจินเย่รู้สึกเจ็บระบมไปทั้งดวงใจยิ่งกว่าตอนตกมาจากหน้าผาอีกด้วยซ้ำ“อี้เอ๋อร์ของแม่มิต้องร้อง แม่ขอโทษที่ปล่อยให้เจ้ารอนาน ไหน มาให้แม่ดูหน้าเจ้าคลายความคิดถึงหน่อยซิ”เซี่ยจินเย่ประคองสองแก้มกลมขึ้นมาหลังจากนั่งคุกเข่ากอดปลอบลูกจนอี้เอ๋อร์เริ่มหยุดตัวสั่นเพราะร้องไห้หนัก“กินข้าวน้อยใช่หรือไม่ เนี่ย...” นางหยิบก้อนแก้มไขมันของลูกน้อยยืดออกอย่างเอ็นดู “แก้มกลมของรักของแม่หายไปไหนหมดแล้ว”“ฮึก อี้เอ๋อร์กินข้าวไม่อร่อย พี่เฟยซาทำไม่อร่อย ฮึก”“โถ คุณชายน้อย บ่าวก็ทำเหมือนเดิมนะเจ้าคะ ไยจึงโยนความผิดมาให้กัน”สาวใช้ประจำตัวหนึ่งเดียวของเซี่ยจินเย่ยืนน้ำตาซึมมองมาที่คนเพิ่งกลับมาบ้านอยู่เช่นกัน“เอาละ แม่กลับมาแล้ว แม่จะเข้าครัวทำของอร่อยให้อี้เอ๋อร์กินดีหรือไม่”“ดี ดีเยี่ยม ดีที่สุดขอรับ อี้เอ๋อร์หิวแล้ว”“แต่ว่าท่านแม่ขอรับ นอกจากอี้เอ๋อร์แล้วยังมีอีกคนหนึ่งที่รอคอยการกลับมาของท่านแม่นะ”เด็กน้อยเ

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   24แม่นางผู้นี้เป็นใคร

    “ได้แน่นอนขอรับ”เซี่ยจินเย่เห็นโจรคนนั้นลดดาบลงจึงกล้าเดินออกมาจากหลังลูกน้องของเขา“ข้าคิดว่าข้ารู้สถานะของชายที่พวกท่านจะจับตัวไปขอรับ ข้ามีแผ่นป้ายหยกแกะสลักที่ชายผู้นั้นพกติดตัวตลอดเวลาจะมอบให้พวกท่าน เชื่อข้าสิว่าหลักฐานจากข้าดีกว่าจับเขาไปเค้นความจริงเป็นไหน ๆ ดูจากบุคลิกของชายผู้นั้นอย่างไรก็ง้างปากให้สารภาพได้ยากเป็นแน่”“ไหนเล่าป้ายบอกสถานะที่เจ้าพูดถึง อยู่ที่ใด”“ข้ามีแน่ขอรับ ข้าขโมยมันมาจากบุรุษผู้นั้นตอนที่เขาหลับฉะนั้นมันจึงอยู่กับข้า แต่พวกท่านต้องสัญญาก่อนว่าจะปล่อยตัวข้าไปแลกกับแผ่นป้ายชิ้นนั้น”พวกโจรลอบสบตากันเพื่อปรึกษากันแบบไร้เสียง ซึ่งการกระทำของพวกเขานั้นล้วนอยู่ในสายตาของเซี่ยจินเย่ตลอดเวลา“ตกลง เจ้ามอบป้ายนั้นมา ข้าจะปล่อยตัวเจ้าไป”“พวกมันไม่รักษาสัญญาเจ้าหรอก ยะ...”“หุบปาก !”เฉินเทียนอียังอุตส่าห์มาหวังดีต่อนางอีกหนอ เซี่ยจินเย่เหลือบตามองด้ามดาบที่ยกจ่อหน้าชายหนุ่มห่างเพียงไม่ถึงหนึ่งกำมือ“ข้าเชื่อพวกพี่ชายมากกว่าเขานะขอรับ ข้าหวังว่าพวกท่านจะรักษาคำพูด”“ข้าพูดอย่างไรก็จะทำเช่นนั้น เร็วสิ ไหนหยิบหลักฐานของเจ้าออกมาดู”“อยู่นี่ขอรับ” เซี่ยจินเย่ตื่นเ

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   23ข้ากับเขาหาใช่พวกเดียวกัน

    บทที่สิบสองข้ากับเขาหาใช่พวกเดียวกัน“อันใดนะ ให้พวกเราเฝ้ารออยู่ที่ถ้ำแห่งนี้มิต้องเดินคลำทางออกไปจากที่นี่เองหรือ”“ใช่ ข้าได้ส่งสัญญาณบอกพวกพ้องของข้าถึงตำแหน่งของพวกเราแล้ว อีกไม่เกินหนึ่งวันจะมีคนมาช่วยเหลือพวกเรา”ไม่แปลกเลย ก็เขาเป็นถึงจวิ๋นอ๋องนี่นาย่อมต้องมีทหารเป็นของตนเองคอยตามหาอยู่แล้ว“ท่านจะช่วยข้าออกจากป่าด้วยใช่หรือไม่ พี่ชายคงมิใจร้ายปล่อยให้สตรีบอบบางเช่นข้าอยู่ที่นี่คนเดียวกระมัง”“ข้ามิใคร่ชอบทรมานสตรีอยู่แล้ว ย่อมต้องออกไปด้วยกัน”“ดีเลย ค่อยสมกับที่ข้าดูแลท่านทั้งคืนหน่อย”“วาจาพล่อยเช่นนี้ระวังคนอื่นเข้าใจผิดหากมาได้ยินเข้า”“อ้าว ข้าพูดผิดตรงไหนเล่า เมื่อคืนใครกันที่ใส่ยาทาแผล เช็ดตัว และให้ความอบอุ่นแก่ท่าน หรือจะเถียงข้า”“นี่ ดูเจ้าพูดออกมาได้... ช่างสองแง่สองง่ามมิน่าฟัง คนอื่นเขาจะคิดว่าเจ้ากับข้า...”“ท่านกับข้าทำไมหรือ...”เซี่ยจินเย่รู้แก่ใจว่าอีกฝ่ายคิดอันใด ทว่านางเพิ่งรู้ตัวว่านางชื่นชอบการกลั่นแกล้งบุรุษหัวโบราณผู้นี้ยิ่งนักจึงพูดปั่นหัวเขาอย่างสบายใจตอนนี้นางแกล้งทำเป็นไม่รู้สถานะที่แท้จริงของเขา ดังนั้นนางจึงมีโอกาสโต้ตอบอีกฝ่ายเสียบ้าง“เจ้าช่

  • สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูพิษไร้ค่า   22แปลกคน

    “อาการป่วยข้าดีขึ้นแล้ว เจ้าอย่าเข้ามาใกล้ข้า”นี่เขารังเกียจนางหรือ ดูสายตาที่มองมาสิ ทำราวกับนางเป็นอุจจาระเสียอย่างนั้น“เอาเถอะ หายป่วยก็ดีแล้ว ทว่าบาดแผลบนตัวท่านยังมิหายดีอย่างแน่นอน นอนลง เดี๋ยวข้าจะล้างแผลใส่ยาให้ใหม่”“แผลข้าหรือ” เฉินเทียนอีกวาดสายตามองตามร่างกายที่เต็มไปด้วยผ้าพันและสมุนไพรโปะของตนเอง “ทั้งหมดนี้เจ้าช่วยทำแผลให้ข้าหรือ”“แน่นอน ที่นี่มีแค่เราสองคน คงเป็นพวกลิงข้างนอกถ้ำกระมังที่ใส่ยาให้ท่าน”“...”ไม่คิดว่าบุรุษปากดีที่เซี่ยจินเย่เคยพบเจอจะกลายเป็นบุรุษขี้สงสัยกำลังยกแขนโอบกอดตนเองเช่นนี้ไปได้เซี่ยจินเย่รู้สึกขบขันจนมิอาจกลั้นยิ้มได้อีกต่อไป“ฮะฮะฮ่า ท่านช่างเป็นคนตลกธรรมชาติยิ่งนัก”คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากันพลางมองนางอย่างไม่เข้าใจ พร้อมกับด่าเซี่ยจินเย่กลับหนึ่งกรุบ “เพ้อเจ้อ เจ้าเอายาวางเอาไว้เถอะ ข้าทาด้วยตัวเองได้”เซี่ยจินเย่ที่กำลังกุมท้องนั่งขำกลิ้ง จงใจหรี่ตามองอีกฝ่าย“มีแผลที่หลังด้วยนะ อย่าลืมทาเล่า คิก”“ข้ารู้ นี่ร่างกายข้า ! เจ้ามิต้องมายุ่ง”“ได้ ๆ เช่นนั้นข้าออกไปหาอะไรให้กินก็แล้วกัน เดี๋ยวมานะพี่ชาย”“...”เฉินเทียนอีไร้ซึ่งคำจะหามานิยามบุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status