Masuk
แพทริก อายุ28ปี สูง 186 CM
เป็นหมอ และเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เรียนจบหมอได้ไม่นาน พ่อก็ล้มป่วยและเสียชีวิต เขาจึงต้องทำหน้าที่บริหารโรงพยาบาลตั้งแต่นั้นมา จดทะเบียนสมรส หลังจากเรียนจบ เพียงดาว อายุ24ปี สูง 162 CM สวย เรียบร้อย เข้มแข็งและอดทน มองโลกในแง่ดี มีรอยยิ้มที่สดใสและเป็นมิตรกับคนรอบข้าง จดทะเบียนสมรสตอนเรียนอยู่ปี2 อชิ ลูกชายของเพียงดาว ซึ่งเกิดจากสเปิร์มของอดีตสามีที่เขายอมบริจาคมาให้เธอ เพื่อแลกกับการหย่าให้เขาได้กลับไปหารักแรก . . . . . ตัวอย่าง “ท้องเธอก็โตขึ้นทุกวัน ต่อไปใครๆก็รู้ว่าเธอท้อง ถ้าใครถาม หรือข้าวหอมถาม เธอก็อย่าบอกเด็ดขาดว่าท้องเพราะสเปิร์มที่รับบริจาคจากฉัน” “เพียงดาวคิดเอาไว้แล้วค่ะ ว่าถ้าต่อไปมีคนถามเรื่องท้อง เพียงดาวก็จะบอกว่าท้องเพราะสเปิร์มของคนที่บริจาคมา แต่จะไม่บอกว่าท้องเพราะสเปิร์มของพี่เด็ดขาด” . . . . “ทำไมฉันถึงเป็นพ่อไม่ได้” “เพราะพี่คือผู้บริจาคสเปิร์ม จะมาเป็นพ่อของลูกไม่ได้ คนอื่นๆ ที่อยากมีลูก แล้วใช้วิธีเดียวกับเพียงดาว พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่มีใครนับว่าผู้บริจาคสเปิร์มเป็นพ่อของลูกหรอกค่ะ” “ท้องด้วยน้ำเชื้อที่ได้จากการบริจาค ไม่นับว่าเป็นพ่อของลูก งั้นก็แสดงว่า ถ้าเธอได้รับน้ำเชื้อจากฉันโดยตรงด้วยการ สอดใส่เข้าไป เธอก็จะนับว่าฉันเป็นพ่อของลูกใช่ไหม” . . . . . . . . . . . . . . . . . โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ห้องทำงานของแพทริก ในขณะที่ร่างสูงนั่งหลับตาพิงเก้าอี้เบาะหนังราคาแพงอยู่นั้น โทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะก็มีเสียงดังขึ้น Rrrr! เขาลืมตาขึ้นมามองพลางเลื่อนมือไปหยิบขึ้นมาดู หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพร้อมกับเพ่งมองไปยังหน้าจอให้ชัดๆ เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของข้าวหอมที่เป็นรักแรกของเขา พลันหัวใจแกร่งก็เต้นระส่ำก่อนจะกดรับสาย “ว่าไงข้าวหอม” (แพทริกอยู่ที่โรงพยาบาลไหม) “ใช่ ข้าวหอมมีอะไรหรือเปล่า” (ตอนนี้ข้าวอยู่กรุงเทพนะ) “มาตั้งแต่เมื่อไหร่” (สองสามวันแล้ว แล้วถ้าข้าวจะเข้าไปหาแพทริกได้ไหม) “ได้สิ ฉันรออยู่ที่ห้องทำงานนะ” (โอเค เดี๋ยวข้าวเข้าไปหานะ) นิ้วหนากดวางสายแล้วคลี่ยิ้มอ่อนๆพลางคิดว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี แต่ความรักที่เขามีให้ข้าวหอมก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขากับข้าวหอมอายุเท่ากัน เรียนปีเดียวกัน ข้าวหอมเรียนคณะบัญชี เขากับข้าวหอมเป็นแฟนกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง เขากับข้าวหอมรักกันมาก วางแผนเอาไว้ว่าถ้าเขาเรียนจบก็จะแต่งงานกัน แต่แล้วในวันที่เขาเรียนจบ ซึ่งตอนนั้นข้าวหอมเรียนจบมาสองปีแล้ว และทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง อยู่ๆพ่อก็มาบอกว่าเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เขาไม่เคยเห็นหน้า ‘พ่ออยากให้ลูกแต่งงานกับหนูเพียงดาว’ วสันต์ พ่อของแพทริกเอ่ยกับลูกชาย ร่างสูงเหมือนกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินประโยคนั้นของพ่อ ก่อนจะตั้งสติแล้วเอ่ยถามย้ำออกไป ‘พ่อว่าอะไรนะครับ’ ‘หนูเพียงดาวเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อสมัยเรียนมหาลัย’ ‘ลูกของเพื่อนพ่อ? เพื่อนพ่อคนไหนเหรอ’ ‘คือ…เพื่อนพ่อเป็นผู้หญิงน่ะ เขาชื่ออ้อม’ อันที่จริงอ้อมก็คือคือแฟนเก่าของวสันต์ตอนอยู่มหาวิทยาลัย วสันต์กับอ้อมเรียนสาขาเดียวกัน พอเรียนจบทั้งสองก็ต้องเลิกกัน เพราะพ่อของวสันต์บอกว่าเขาต้องแต่งงานกับมินตราแม่ของแพทริก ‘ลูกของเพื่อนพ่อ หรือลูกของแฟนเก่าพ่อกันแน่’ แพทริกเอ่ยถามอย่างรู้ทันเพราะเห็นสีหน้าของพ่อเหมือนกับกำลังโกหกอยู่ ‘เอาละ พ่อจะบอกความจริงก็ได้…’ ‘อ้อมเป็นแฟนเก่าของพ่อเองแหละ’ ‘แล้วทำไมพ่อถึงต้องให้ผมไปแต่งงานกับลูกของแฟนเก่าพ่อด้วยล่ะ’ ‘อ้อมเสียไปห้าปีแล้วด้วยโรคร้าย ก่อนตายอ้อมโทรมาฝากฝังหนูเพียงดาวไว้กับพ่อ หลังจากนั้นเดือนนึงอ้อมก็เสีย แล้วพ่อก็รับหนูเพียงดาวมาอุปการะ’ ‘สามีเขาไปไหน’ ‘อ้อมเลิกกับสามีตั้งแต่หนูเพียงดาวยังแบเบาะอยู่เลย ตอนพ่อรับอุปการะหนูเพียงดาว ตอนนั้นหนูเพียงดาวอายุสิบห้าปี พ่อเช่าอพาร์ทเม้นท์ให้หนูเพียงดาวอยู่และส่งเสียให้เขาได้เรียนหนังสือและได้มีชีวิตที่ดี ตอนนี้หนูเพียงดาวเรียนอยู่ปีสองแล้ว’ ‘แล้วทำไมพ่อต้องให้ผมแต่งงานกับเขาด้วย’ ‘เพราะพ่ออยากให้หนูเพียงดาวอยู่ในความดูแลของลูก’ ‘เขาอายุยี่สิบแล้วนะพ่อ ไม่จำเป็นต้องให้ใครไปดูแลหรอก พ่อก็แค่ส่งเสียเขาอย่างที่ผ่านมา’ ‘ถ้าพ่อไม่ป่วย พ่อก็คงไม่มาขอร้องให้ลูกต้องแต่งงานกับหนูเพียงดาวหรอก’ ‘พ่อป่วย? พ่อป่วยเป็นอะไรครับ’ เขาเอ่ยถามด้วยความรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี ‘เมื่อเดือนก่อน พ่อไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย’ ‘…’ แพทริกแทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่าพ่อป่วยเป็นโรคร้าย และอยู่ในระยะสุดท้าย ‘หมอบอกว่าพ่อยังเหลือเวลาอยู่ได้อีกหกเดือน’ ‘…’ ‘พ่อจึงอยากจะขอลูกเป็นครั้งสุดท้าย ช่วยแต่งงานกับหนูเพียงดาวให้พ่อชื่นใจหน่อยนะ’ ‘…’ เขารู้สึกลำบากใจเป็นอย่างมากที่จะต้องตัดสินใจ ถ้าตอนนี้เขาไม่มีแฟน เขาก็รับปากพ่ออย่างไม่ต้องลังเลเพราะเห็นแก่พ่อที่กำลังป่วยหนัก ‘ก่อนตาย พ่ออยากเห็นหนูเพียงดาวอยู่ในความดูแลของลูก’ ‘ผมจะไม่แต่งงานกับเขา แต่ผมจะดูแลเขาแทนพ่อเอง ผมจะส่งเสียเขาจนเรียนจบ’ ‘ถ้าแบบนั้น พ่อก็คงนอนตายตาไม่หลับหรอก แต่ถ้าลูกได้แต่งงานกับหนูเพียงดาว พ่อก็หมดห่วง และไม่ต้องมีอะไรให้ต้องกังวลอีก ช่วยทำตามคำขอของพ่อเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมลูก’ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ก่อนจะกัดฟันและจำใจรับปากออกไป ‘ได้ครับ ผมจะทำตามที่พ่อต้องการ แต่ไม่จัดงานแต่งได้ไหมครับ แค่จดทะเบียนสมรสได้ไหม’ ‘ตกลง งั้นพรุ่งนี้พ่อจะให้ลูกไปรับหนูเพียงดาวที่อพาร์ทเม้นท์ พาหนูเพียงดาวไปจดทะเบียนสมรสเสร็จ หลังจากนั้นลูกกับหนูเพียงดาวก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านหลังเดียวกัน พ่อซื้อเรือนหอไว้ให้เรียบร้อยแล้ว’ ‘ครับ’ ในวันเดียวกันนั้น แพทริกก็ไปหาคนรักที่อยู่คอนโดของเขาแล้วบอกว่าต้องจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงที่พ่ออุปการะมา เขาบอกแฟนสาวว่าพ่อกำลังป่วยหนัก อยู่ได้อีกไม่นาน ดังนั้นเขาจึงต้องทำตามความต้องการของพ่อ เพื่อให้พ่อสบายใจในช่วงบั้นปลายของชีวิต แพทริกกับข้าวหอมเสียใจมากที่ต้องเลิกกันทั้งที่ยังรักกัน แต่ทั้งคู่ก็พยายามทำใจและตัดใจ วันถัดมาแพทริกก็ไปรับเพียงดาวที่อพาร์ทเม้นท์ แล้วพาไปจดทะเบียนสมรส จดทะเบียนสมรสเสร็จก็พากันไปยังบ้านหลังใหญ่ที่พ่อเตรียมไว้ให้ หลังจากที่แพทริกกับเพียงดาวจดทะเบียนสมรสและอยู่ในบ้านหลังเดียวกันจนครบหนึ่งปี พ่อของแพทริกก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ เมื่อเพียงดาวเรียนจบก็ได้เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลของแพทริกตามที่พ่อของเขาได้สั่งไว้ก่อนตาย เพียงดาวได้เข้ามาอยู่ฝ่ายการเงินตอนเที่ยง ในขณะที่เพียงดาวก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่นั้น โทรศัพท์ของเธอก็มีสายโทรเข้า เธอเหลือบไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อของลูก จึงหยิบขึ้นมากดรับสาย “ค่ะพี่แพทริก” (พี่สั่งของกินมาหลายอย่างเลย เดี๋ยวขึ้นมากินที่ห้องทำงานพี่นะ) “ได้ค่ะ” (ขึ้นมาเลยนะ) “ค่ะ” เธอกดวางสายแล้วลุกออกไปจากห้องการเงิน ก่อนจะขึ้นไปยังห้องทำงานของเขา ห้องทำงานแพทริก เมื่อคนตัวเล็กเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าอาหารหลายอย่างวางอยู่บนโต๊ะ แพทริกที่นั่งอยู่บนโซฟา เมื่อเห็นร่างบางจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มานั่งสิ” หญิงสาวเดินไปหย่อนสะโพกนั่งข้างเขา จากนั้นทั้งสองจึงลงมือรับประทานกันด้วยความเอร็ดอร่อย เมื่อทั้งคู่ทานเสร็จ เพียงดาวก็เก็บของบนโต๊ะจนเสร็จเรียบร้อย แล้วหันบอกร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว “เพียงดาวลงไปข้างล่างแล้วนะคะ” เธอทำท่าจะก้าว แต่มือหนาคว้าข้อมือเรียวดึงรั้งให้มานั่งบนตัก พร้อมกับสวมกอดเธอไว้จากด้านหลัง หมับ “ไหนบอกว่าจะให้คำตอบพี่วันนี้ไง พี่อยากฟังคำตอบจากเธอจะแย่แล้วนะ รู้ไหมวันนี้พี่ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเลย เพราะรอคำตอบจากเธอนี่แหละ” เขาหอมแก้มนุ่มแล้วออกแรงสูดดมกลิ่นหอมที่ห่างหายมาเกือบเดือนจนเต
ตอนเย็น แพทริกออกจากห้องทำงานแล้วลงชั้นล่างมาหาเพียงดาวที่ห้องการเงิน ก็เห็นว่าเธอเดินออกมาจากห้องพอดี เห็นอย่างนั้นเรียวขายาวจึงก้าวยาวๆเข้ามาหาเธอ พร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าตึงนิดๆ เพราะเขายังรู้สึกไม่พอใจที่เธอไปทานข้าวกับเพื่อนชายของเธอ “วันนี้ไปรับลูกด้วยกันนะ” “ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างว่าง่ายแล้วสาวเท้าตามคนตัวสูงไปขึ้นรถ “แวะกินข้าวกันก่อนนะ ตอนเที่ยงพี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย” “พี่ยังไม่ได้กินอะไร? แล้วทำไมถึงไม่กินล่ะคะ” เธอถามด้วยความแปลกใจพลางรู้สึกเป็นห่วงไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยง “พี่ไม่ค่อยหิวน่ะ” “ไม่หิว?” “อืม” “งั้นก็ไปกินเถอะค่ะ” ว่าแล้ว แพทริกก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง รับประทานเสร็จก็ไปรับอชิที่บ้านมินตราและพาสองแม่ลูกมาส่งที่บ้าน สองอาทิตย์ต่อมา ตอนนี้อชิก็มีอายุครบหกเดือนแล้ว สองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ แพทริกจะชวนเพียงดาวไปรับลูกทุกวันเพราะเขาอยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากที่สุด บ้านเพียงดาว เมื่อทั้งสองเข้ามาในบ้าน เพียงดาวก็บอกกับร่างสูงที่อุ้มลูกชายเดินตามหลังเข้ามา “เพียงดาวขอไปซักผ้าก่อนนะคะ พี่อยู่กับอชิก่อนนะ” “เดี๋ยวพี่
เมื่อเข้ามาในห้องนอนก็เห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้ว เขาที่เห็นอย่างนั้นจึงสาวเท้าเข้าไปหย่อนตัวนั่งข้างเธออย่างกระตือรือร้น พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน คลี่ยิ้มบางๆ “ตื่นนานยัง” “ห้านาทีได้” ฝ่ามือหนาแตะหน้าผากมน จึงรู้ว่าไข้ลดลงบ้างแล้ว “ไข้ลดแล้วนะ งั้นเดี๋ยวพี่ลงไปเอาข้าวต้มมาให้” “ค่ะ” เขาออกไปจากห้องนอนแล้วลงชั้นล่างไปตักข้าวต้มหมูใส่ถ้วย และเอาขึ้นมาให้เธอ เขาจัดแจงให้เธอนั่งพิงหัวเตียงแล้วยกถ้วยข้าวต้มมาถือไว้ แพทริกตักข้าวต้มและป้อนให้เธอ เธออ้าปากงับข้าวต้มอย่างว่าง่าย เขาป้อนข้าวให้เธอห้าช้อน พอจะป้อนช้อนที่หก “พอแล้วค่ะ อิ่มแล้ว” ชายหนุ่มวางถ้วยลงบนที่นอนแล้วหยิบขวดน้ำยื่นให้เธอเอาไปดื่ม “เธอรู้สึกเวียนหัวไหม” “นิดหน่อยค่ะ” “งั้นก็นอนพักผ่อนต่อเถอะ เดี๋ยวพอถึงเวลากินยา พี่จะมาบอก” “ค่ะ” เขาลุกจากเตียงแล้วจะหยิบถ้วยข้าวต้ม ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเพียงดาวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็มีสายโทรเข้า Rrrr! เขาหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของเพื่อนชายของเธอ พลันสันกรามแกร่งก็ขบกันแน่นอย่างหงุดหงิด “ใครโทรมาเหรอคะ” “เพื่อนเธอที่ชื่อเจโรม” “เอาโทรศัพท์มาค่ะ” เธอย
ตอนเย็น แพทริกกับเพียงดาวรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเวลาหกโมงเย็น ร่างแกร่งพลิกตะแคงหันหน้าเข้าหาร่างบางที่กำลังลังขยี้ตาด้วยความงัวเงีย แพทริกที่เห็นจึงคลี่ยิ้มอ่อนๆมองเธอด้วยความนึกเอ็นดู เพียงดาวที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกคนนอนอยู่ข้างๆด้วย จึงหันมามองก็เห็นว่าเขามองเธอและยิ้มอยู่ก่อนแล้ว “นอนเต็มตื่นหรือยัง” เรียวปากหยักถาม “ค่ะ นี่กี่โมงแล้วคะ” เขาดูนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ “หกโมงแล้ว หิวแล้วใช่ไหม” “ค่ะ” “งั้นเดี๋ยวพี่ลงไปจัดการเรื่องของกินให้ เมื่อเช้าพี่ซื้อมาเผื่อมื้อเย็นด้วย พี่ลงไปอุ่นก่อนนะ อีกยี่สิบนาทีเธอค่อยตามลงไป” “ค่ะ” เขาก้มลงจูบหน้าผากเกลี้ยงเกลาแล้วลงจากเตียง ร่างสูงออกจากห้องลงชั้นล่าง และเข้าครัวไปอุ่นอาหาร เพียงดาวที่นอนอยู่คิดทบทวนกับคำพูดที่พ่อของลูกพูดเมื่อตอนกลางวัน จึงคิดว่าเธอยังให้คำตอบวันนี้ไม่ได้ แต่เธอจะกลับบ้านไปคิดใคร่ครวญอีกที เธอชอบเขา และตอนนี้เขาบอกว่าชอบเธอพลางคิดว่าก่อนที่คนเราจะรักกันมันต้องเริ่มจากชอบกันก่อนไม่ใช่เหรอ ร่างเล็กขยับตัวลุกจากเตียงแล้วออกจากห้อง ก่อนจะลงไปข้างล่าง จึงเห็นว่าร่างสูงกำลังวุ่นอยู่ในครัว ภาพนั้นมันทำให้เธอเผลอยิ
เมื่อเพียงดาวอาบน้ำเสร็จ แพทริกก็เข้ามาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่อยู่ในมือ เรียวขาขาวเนียนก้าวออกจากอ่างพลางยื่นมือไปรับผ้าเช็ดตัวจากเขามาพันรอบกาย ก่อนทั้งสองจะพากันออกไปจากห้องน้ำ แพทริกเดินไปหยิบเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินในตู้มายื่นให้คนตัวเล็ก “ใส่เสื้อฉันไปก่อน” เพียงดาวรับเสื้อมาจัดการสวมใส่ต่อหน้าร่างสูงที่จ้องมองเธอ จากนั้นเธอจึงยื่นผ้าขนหนูให้เขาเอาไปเก็บ แพทริกเดินมาบอกกับร่างบาง “ลงไปกินข้าวกันเถอะ” ว่าแล้วทั้งสองก็พากันลงไปทานข้าวที่เขาสั่งมาจากร้านอาหารชื่อดัง เมื่อทานกันเสร็จ เพียงดาวก็มานั่งบนโซฟาในห้องโถง แพทริกที่มีแก้วน้ำและยาอยู่ในมือเดินมาหย่อนกายนั่งข้างเธอ พร้อมกับพูดออกไป “กินยาคุมฉุกเฉินก่อนนะ แล้วก็กินยาแก้ปวดด้วย” เขายื่นยาคุมและยาแก้ปวดที่ไม่มีสเตียรอยด์ให้หญิงสาว เพียงดาวรับไปกินพร้อมกับดื่มน้ำตาม “อยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันนะ เรื่องลูกเธอไม่ต้องเป็นห่วง อชิเป็นเด็กเลี้ยงง่ายอยู่แล้ว และไม่ค่อยร้องไห้งอแง ลูกอยู่กับแม่อีกสองสามวัน เธอสบายใจได้ แม่จะดูแลอชิเป็นอย่างดีเลย” เขาพูดเพื่อให้เธอวางใจเรื่องลูก และไม่ให้เธอต้องกังวล เพราะเขารู้ดีว่าคนเป็นแม่ถ้าห่าง
เขาจับคนตัวเล็กที่ร่างกายอ่อนปวกเปียกพลิกให้หันหลังมาทางเขา ฝ่ามือแกร่งยกขึ้นไปจับสองเต้าเต่งตึงพลางฟอนเฟ้นอยู่อย่างนั้น เพียงดาวที่ร่างกายอ่อนล้าก็นอนนิ่งปล่อยให้อีกคนเล่นกับร่างกายเธออย่างไม่มีการคัดค้าน เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาต้องทำกับร่างกายเธอจนเขารู้สึกพอใจ แต่เธอก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาจะพอใจเมื่อไหร่ “เธอนี่ก็ซ่อนรูปเหมือนกันนะ ไม่คิดเลยว่านมเธอจะใหญ่เกินตัวแบบนี้” “พี่จะปล่อยให้เพียงดาวได้นอนตอนไหน” “ก็จนกว่าฉันได้yedเธอจนน้ำหมดตัวนั่นแหละ ฉันบอกแล้วไงว่ากว่าเธอจะได้นอนก็เกือบเช้า” “อดอยากมานานแล้วเหรอ” “อืม” เขาจับขาเรียวยกขึ้นมาก่ายไว้บนเอวของเขาแล้วจับท่อนเอ็นที่ไม่ยอมอ่อนตัวสอดสวมไปจากด้านหลัง สวบ “โอ๊ย เจ็บนะ ใส่เข้ามาได้” เธอส่งเสียงร้องเมื่อเขาสอดลำกายมาทางด้านหลังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว “ถ้าเสียวแล้วเธอจะไม่บ่นว่าเจ็บ ก็เหมือนเมื่อกี้ไง ที่เธอบอกว่าเจ็บ แต่พอฉันทำให้เธอเสียว เธอก็เสร็จเหมือนกัน” “เสร็จรอบนี้แล้วพอได้ไหม” “ต้องดูก่อน ยังบอกตอนนี้ไม่ได้” “ง่วงแล้วนะ” “ถ้าง่วงมากก็หลับไปก่อน” เขาว่าพลางจมูกก็ไซ้ซอกคอระหง จนเพียงดาวขนลุกซู่อีกครั้ง แพทริกลูบแขนเส
เวลาต่อมา เมื่อเพียงดาวทำอาหารเสร็จก็เดินออกจากครัว จึงเห็นว่ารถหรูของเจโรมขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน เพราะเธอเปิดประตูรั้วไว้ก่อนแล้ว คนตัวเล็กเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อต้อนรับเพื่อนหนุ่ม ร่างสูงลงจากรถพร้อมกับหิ้วถุงของฝากสาวเท้ามาหาเธอ ก่อนเพียงดาวจะเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “หิ้วอะไรมาเยอะแยะเลยเจโรม”
สองชั่วโมงผ่านไปเมื่อร่างเล็กที่นอนอยู่บนโซฟารู้สึกตัวตื่นและขยับตัว ร่างสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานก็ละจากหน้าจอแมคบุ๊กแล้วหันไปมองเธอคนตัวเล็กขยับตัวลุกจากโซฟาพลางยกมือจับที่คอและมีสีหน้าพะอืดพะอม เพราะเธอคลื่นไส้อีกแล้ว แพทริกที่เห็นจึงเอ่ยถาม“คลื่นไส้อีกแล้วเหรอ”“ค่ะ”“เข้าห้องน้ำไปสิ ถ้าจะ
ตอนเที่ยงเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน เพียงดาวก็สั่งอาหารจากแอปพลิเคชันมาทานในที่ทำงาน บางวันเธอก็ไปทานในศูนย์อาหารของโรงพยาบาลเมื่อพนักงานมาส่งอาหาร หญิงสาวก็ออกไปเอาของกินหน้าโรงพยาบาล ตอนเดินกลับเข้ามาในห้องการเงินก็เห็นร่างสูงกับคนรักของเขาพากันเดินออกมาพอดีแพทริกเหลือบมองคนตัวเล็กเล็กน้อย ก่อนจะเ
สามวันต่อมาเป็นเวลาสามวันแล้วที่เพียงดาวไม่ได้ไปทำงาน เพราะเธอมีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก ได้กลิ่นอาหารทีไรก็คลื่นไส้และอาเจียนออกมาทุกทีด้านแพทริกเป็นเวลาสามวันแล้วที่แพทริกไม่เห็นเพียงดาวที่ห้องการเงิน เขารู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่อยากจะถามใคร เพราะคิดว่าเธออาจจะไม่สบายจึงลางานก็ได้บนรถแพทริกกับข้าวหอ







