LOGINกู้จือเหนียนเซ็นชื่อในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาตอนที่ทนายความโทรมาบอก ฉันกำลังสรุปคำนวณภาษีประจำปีให้ลูกค้าอยู่"คุณกู้ไม่มีข้อคัดค้านใด ๆ ครับ ยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงทั้งหมด ส่วนการแบ่งทรัพย์สินก็เป็นไปตามข้อเสนอของคุณ คุณจะได้เพียงส่วนที่ควรได้ตามกฎหมาย เขาก็เลยฝากให้ผมมาถามคุณอีกรอบ ว่าจะลองทบทวนดูใหม่เพื่อรับเพิ่มอีกสักหน่อยไหม"ฉันตอบว่าไม่ต้องแล้วทนายความเงียบไปครู่หนึ่ง"คุณนายกู้ครับ ขออนุญาตพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดนะครับ จากหลักฐานและสถานการณ์ในปัจจุบันของคุณ คุณสามารถเรียกร้องได้มากกว่านี้เยอะมากนะครับ"ฉันบอกว่า"ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันไม่อยากติดค้างเขา และไม่อยากให้เขารู้สึกว่า สามารถใช้เงินมากลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้"ทนายความตอบรับคำขอในวันที่ไปสำนักงานเขตกู้จือเหนียนยืนรออยู่ที่หน้าประตูเขาซูบผอมลงไปมากใต้ตาคล้ำดำ โหนกแก้มตอบเห็นชัดกว่าเมื่อสามปีก่อนพวกเราเดินเข้าไปในโถงใหญ่ของอาคารเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์เริ่มตรวจสอบและยืนยันข้อมูลกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีตอนที่เดินออกมา แดดข้างนอกแรงมากกู้จือเหนียนยืนอยู่บนบันไดในมือกำทะเบียนหย่าสีเขียวไว้สอง
ประสิทธิภาพการทำงานของทนายความนั้นดีมากภายในสามวัน เส้นทางการโอนเงินในนามลูกพี่ลูกน้องของลู่ซาก็ถูกแกะรอยและกู้ข้อมูลกลับมาได้อย่างสมบูรณ์บัญชีผู้โพสต์กระทู้ บันทึกการโทรติดต่อญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ และหลักฐานการจ่ายค่าจ้างให้บัญชีสื่อออนไลน์ ทั้งหมดชี้ไปที่แหล่งข่าวเดียวกันตอนที่เวิ่นถังส่งรายงานการตรวจสอบมาให้ฉัน ฉันกำลังจัดทำแบบยื่นภาษีประจำไตรมาสของลูกค้าคนหนึ่งอยู่"ยืนยันแล้ว การดำเนินการทั้งหมดผ่านบัตรของลูกพี่ลูกน้องลู่ซา แต่การมอบอำนาจและคำสั่งมาจากตัวลู่ซาเอง"ฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายไม่ใช่เพราะไม่สนใจ แต่เพราะตั้งแต่อีกฝ่ายใช้น้ำเสียงแบบนั้นเตือนฉันตอนอยู่ในร้านกาแฟ ฉันก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องพวกนี้ตามมาช่วงบ่ายวันนั้น ผู้ช่วยของกู้จือเหนียนโทรศัพท์มา บอกว่าเขาอยากจะขอเจอฉันสักครั้งฉันตอบปฏิเสธไปผู้ช่วยลังเลอยู่ไม่นาน แล้วบอกว่ากู้จือเหนียนฝากมาบอกว่า เขาได้สั่งให้ญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ถอนข้อกล่าวหาทั้งหมดออกอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมทั้งจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดในช่วงที่สำนักงานต้องหยุดทำการฉันบอกว่าเรื่องค่าเสียหายให้ไปคุยกับทนาย ไม่ต้องมาคุ
เช้าวันต่อมาฉันไปถึงเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมงหน้าสำนักงานมีคนยืนอยู่แล้วประมาณห้าหกคนสามคนในนั้นเป็นญาติห่าง ๆ ของตระกูลกู้ ฉันเคยเจอในงานเลี้ยงครอบครัวส่วนอีกสองคนกำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีคือลุงเขยคนที่โทรหาฉันเมื่อคืนในมือของเขาถือภาพแคปหน้าจอกระทู้ที่ปริ้นท์ออกมาใบหนึ่ง"นี่ไงยัยคนที่บีบเอาเงินจากให้พี่สะใภ้แม่หม้าย! ตัวเองแท้งลูกเองก็มาพาลโกรธพี่สะใภ้ ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม"คนข้าง ๆ เอ่ยปากผสมโรงตามฉันไม่ได้หยุดเดิน เดินตรงไปที่หน้าประตูสำนักงานแล้วแตะบัตรเปิดประตูลุงเขยยื่นมือออกมาขวางฉันไว้"วันนี้ถ้าเธอไม่อธิบายเรื่องราวให้ชัดเจน ก็อย่าหวังว่าใครจะได้เข้าไป"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา"คุณลุงจะให้ฉันอธิบายเรื่องอะไร""ซาซาดูแลป้ายวิญญาณของจือเหิงให้ตระกูลกู้มาสามปี ส่วนเธอน่ะคิดว่าตัวเองเป็นใคร เงินเยียวยาของจือเหิงน่ะ ซาซาควรจะได้ เธอมีสิทธิ์อะไรไปบังคับให้เขาคืนเงิน"ฉันหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋า"ฉันไม่เคยแตะต้องเงินเยียวยาของกู้จือเหิงสักนิดเลย สิ่งที่ฉันเรียกร้องให้คืน คือค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลู่ซาที่ดึงไปจากบัญชีคู่สมรสโดยไ
งานที่สำนักงานเริ่มเข้าที่เข้าทางขึ้นเรื่อย ๆฉันมาทำงานตอนแปดโมงเช้าทุกวัน เลิกงานหนึ่งทุ่ม เสาร์อาทิตย์ทำโอทีครึ่งวันรายชื่อลูกค้าค่อย ๆ เพิ่มจากสามรายขยับเป็นสิบกว่ารายทั้งหมดเป็นบริษัทขนาดเล็ก บัญชีไม่ซับซ้อน แต่ฉันก็ทำอย่างละเอียดรอบคอบทุกรายการเพื่อนร่วมงานบอกว่าฉันจริงจังเกินไป บัญชีของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมไม่จำเป็นต้องตรวจสอบละเอียดขนาดนี้ฉันบอกว่าฉันชินแล้วที่จริงไม่ใช่หรอก ไม่ใช่เพราะฉันเคยชินแต่เป็นเพราะฉันต้องการใช้ตัวเลขที่ยุบยิบพวกนี้มาเติมเต็มในหัวให้เต็มต่างหากเพราะเมื่อสมองว่างเมื่อไร ก็จะไปนึกถึงเรื่องที่ไม่ควรนึกถึงอีกหนึ่งเดือนต่อมา ฉันนั่งรอเวินถังทานมื้อเที่ยงอยู่ที่ร้านกาแฟชั้นล่างกระดิ่งลมตรงประตูดังขึ้นหนึ่งครั้งลู่ซาเดินเข้ามาเธอสวมเสื้อโค้ชตัวยาวเข้ารูป รวบผมอย่างเรียบร้อยไม่มีออร่าของความอ่อนแอขี้โรคเหมือนตอนที่เธออยู่ในบ้านตระกูลกู้เลยสักนิดเธอยื่นอัลบั้มภาพเก่าเล่มหนึ่งมาตรงหน้าฉัน"หว่านหนิง ฉันมาขอโทษเธอน่ะ"ฉันไม่ได้ยื่นมือไปแตะอัลบั้มรูปนั้น"ช่วงนี้ฉันคิดมานานมาก ฉันรู้ว่าฉันทำเรื่องที่ทำให้เธออึดอัดใจไปหลายอย่าง แต่ฉ
เช้าวันต่อมา ฉันย้ายไปอยู่ที่บ้านของเวินถังจากนั้นฉันก็จัดการเรื่องสามเรื่องเรื่องแรก กดออกจากกลุ่มแชตญาติทั้งหมดของตระกูลกู้เรื่องที่สอง ติดต่อธนาคารอายัดสิทธิ์อนุมัติการเบิกจ่ายเงินก้อนใหญ่จากบัญชีร่วมของสามีภรรยาเรื่องที่สาม นำกำไลเงินวงนั้นกลับคืนมาตอนที่ฉันไปเอากำไล ลู่ซาไม่ไม่อยู่คนรับใช้หยิบออกจากลิ้นชักโต๊ะกาแฟแล้วส่งให้ฉัน บนอักษรสลักด้านในของกำไลเงินมีรอยขีดข่วนตื้น ๆ เพิ่มขึ้นมาหนึ่งรอยฉันใช้นิ้วหัวแม่มือลูบรอยขีดข่วนนั้นเบา ๆ แล้วเก็บกำไลลงกระเป๋าเสื้อสัปดาห์แรกที่พักอยู่บ้านเวินถัง ฉันรื้อค้ใบอนุญาตนักวิเคราะห์การเงินที่สอบได้ก่อนแต่งงานออกมาจากก้นหีบขอบใบอนุญาตม้วนงอเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระยะเวลาที่มีผลบังคับใช้เวินถังช่วยติดต่อสำนักงานบัญชีของเธอในเมืองนี้ให้ ทางนั้นกำลังขาดคนอยู่พอดีเงินเดือนไม่มาก แต่ก็เพียงพอให้ฉันเช่าห้องและซื้อข้าวกินฉันเริ่มกลับมารับงานทำบัญชีพื้นฐานของบริษัทอีกครั้ง นั่งเฝ้างบการเงินและเอกสารหลักฐานจนดึกดื่นทุกวันสัปดาห์ที่สอง เวินถังกลับมาจากเลิกงานแล้วเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ฉันฟัง"กู้จือเหนียนไปที่ร้านเครื่องเงินเก่
ฉันไปหาป้ายกระเบื้องรำลึกของลูกนั่นเป็นสิ่งที่ฉันแอบทำขึ้นมา ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ บนนั้นสลักชื่อเล่นและวันเกิดของลูกเอาไว้ฉันนำมันไปเก็บไว้ในลิ้นชักห้องหนังสือแล้วล็อกไว้อย่างดี กุญแจมีอยู่ในมือฉันคนเดียวพอเปิดลิ้นชักออก ด้านในกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยฉันซักไซ้คนรับใช้ แต่เธอส่ายหน้าปฏิเสธฉันหาจนทั่วทั้งบ้าน จนไปเจอแผ่นกระเบื้องอยู่ในถุงขยะรีไซเคิลข้างถังขยะแผ่นกระเบื้องแตกออกเป็นสามชิ้น ตัวหนังสือหลงเหลือเพียงแค่ส่วนประกอบด้านข้างลู่ซาเดินมาที่ห้องหนังสือ เห็นฉันกำลังนั่งยอง ๆ เก็บเศษกระเบื้องจึงหยุดเดิน"หว่านหนิง... ป้ายกระเบื้องนั่น ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันเผลอไปโดนลิ้นชักตอนจัดห้องหนังสือ ฉันมือลื่น มันก็เลย..."ฉันเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง"ลิ้นชักมันล็อกอยู่นะ"เธอชะงักเล็กน้อย"คนรับใช้อาจลืมล็อกตอนทำความสะอาดก็ได้ หว่านหนิง ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ เห็นบนนั้นสลักชื่อลูกไว้ ในใจมันเศร้ามาก มือก็เลย..."ดวงตาเธอเริ่มแดงแล้วแม่สามีเดินเข้ามาจากประตูแล้วดึงแขนของลู่ซาเอาไว้"ซาซา อย่าร้องเลยลูก เรื่องแค่นี้เอง หว่านหนิง พี่สะใภ้เดิมทีก็จิตใจเปราะบางอยู่แล้ว







