Mag-log in
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของคอนโดมิเนียมหรู ปลุกให้คนที่หลับฝันดีต้องสะดุ้งตื่น
ทับทิม หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนในชุดนอนซาตินสีครีมต้องตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความหงุดหงิด มือเรียวควานหาต้นตอของเสียงบนโต๊ะหัวเตียงอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะกดรับสายโดยไม่ได้ดูชื่อ
“ฮัลโหลใครค้า....” เสียงหวานติดแหบพร่าเอ่ยอย่างหงุดหงิด
(เจ้! เจ้ช่วยผมด้วย! ฮือเจ้ทับทิม! พวกมันจะฆ่าผมแล้ว!)
เสียงร้องไห้ฟูมฟายที่คุ้นเคยทำให้อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง ทับทิมดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที
“ไอ้ต้น! แกไปก่อเรื่องอะไรมาอีก คราวนี้บ่อนไหน หรือไปตีหัวหมาที่ไหนมา!”
(เจ้...ฮึก...ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมแค่กะจะลองเสี่ยงดวงนิดหน่อย ฮือออ เจ้! มันเรียกร้องค่าเสียหายห้าล้าน! ถ้าไม่มีเงินมาเคลียร์มันบอกว่าจะตัดนิ้วผมส่งไปให้แม่ดูต่างหน้า!)
“ห้าล้าน!” ทับทิมอุทานเสียงหลง มือสั่นระริกด้วยความโกรธ
“แกบ้าไปแล้วเหรอไอ้ต้น! ห้าล้านนะเว้ย ไม่ใช่ห้าร้อย! ฉันจะไปหาเงินที่ไหนมาให้แกตอนนี้!”
(เจ้ต้องช่วยผมนะ! เจ้สวย เจ้เก่ง เจ้หาทางได้อยู่แล้วโอ๊ย! อย่าเพิ่ง! ...เจ้! รีบมานะเจ้ บอสที่นี่มันไม่ใช่คน มันคือสัตว์ป่ารีบมาตู๊ดๆๆ)
สายตัดไปแล้ว ทิ้งให้ทับทิมนั่งนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความว่างเปล่าผสมกับความเดือดดาล
เดอะ พาเลซ
ชื่อนี้ไม่มีใครในแวดวงสีเทาหรือแม้แต่คนในวงการนางแบบอย่างเธอจะไม่รู้จัก สนามแข่งรถเถื่อนที่หรูหราและอันตรายที่สุดในประเทศ อาณาจักรปิดตายที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ว่ากันว่าเจ้าของที่นั่นไม่ใช่คน แต่เป็นราชาที่โหดเหี้ยมและบ้าอำนาจยิ่งกว่ามาเฟียหน้าไหน
“คิง” นั่นคือชื่อเจ้าของเดอะพาเลซที่ทุกคนเรียกเขาด้วยความยำเกรง
ทับทิมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ เธอรู้ดีว่าการบุกเข้าไปในถ้ำเสือโดยไม่มีเงินติดตัวไปเลยสักบาท มันเท่ากับการเอาชีวิตไปทิ้ง แต่เพราะหน้าตาของเธอคือทับทิมเม็ดงามที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี เธอไม่มีวันยอมให้น้องชายต้องมาพิการเพราะเรื่องพรรค์นี้
เมื่อเธอไม่มี “เงิน” จะไปสู้ เธอก็ต้องใช้ “ต้นทุน” ที่เธอมีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด
ร่างระหงเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า เลือกชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดงเลือดนก สีที่ขับผิวขาวผ่องของเธอให้โดดเด่นสะดุดตา ดีไซน์เกาะอกเผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอิ่ม และชายกระโปรงที่สั้นกุดพร้อมรอยผ่าข้างที่สูงขึ้นมาจนเกือบถึงสะโพก
“ถ้าจะไปเจรจากับราชา...” ทับทิมพึมพำหน้ากระจกขณะทาลิปสติกสีแดงสด
“...ก็ต้องแต่งตัวให้สมศักดิ์ศรีราชินีหน่อย”
.
.
.
เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์นับสิบคันคำรามกระหึ่มในสนามแข่ง ผสมปนเปไปกับเสียงเชียร์และเสียงเพลงจังหวะหนักหน่วง บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของฮอร์โมนเพศชาย กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นเงินตรา
รถแท็กซี่จอดส่งทับทิมที่หน้าซุ้มประตูทางเข้าที่มีการ์ดร่างยักษ์ยืนคุมเข้ม ทันทีที่ประตูรถเปิดออก รองเท้าส้นเข็มสีดำสนิทก็แตะลงบนพื้น ตามด้วยเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นรอยผ่าของชุดเดรสสีแดง
วินาทีที่ทับทิมก้าวลงจากรถ บรรยากาศบริเวณหน้าประตูทางเข้าเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลา สายตาของเหล่าการ์ดและผู้ชายแถวนั้นหันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว ไม่ใช่แค่เพราะความสวย แต่เพราะรังสีความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
ทับทิมสะบัดผมลอนยาวไปด้านหลัง เชิดหน้าขึ้น แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาบอดี้การ์ด
“หยุดครับคุณผู้หญิง” การ์ดร่างใหญ่ขวาง
“ที่นี่โซนไพรเวท”
ทับทิมหยุดเดิน ยืนโพสท่าพักขาให้รอยผ่าของกระโปรงเปิดกว้างขึ้น ถอดแว่นกันแดดออกสบตากับการ์ดนิ่งๆ
“ฉันมาหาเจ้านายของคุณ บอกเขาว่าญาติของไอ้เด็กเวรที่ชื่อต้น มาเคลียร์หนี้”
การ์ดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า กลืนน้ำลายลงคอ
“พี่สาวไอ้ต้นเหรอครับแต่บอสสั่งไว้ว่าถ้าไม่มีเงินห้าล้าน ก็ไม่ต้องให้ใครเข้าไป”
“ใครบอกว่าฉันไม่มี” ทับทิมโกหกหน้าตาย เธอกอดอก ดันให้หน้าอกอวบอิ่มดูโดดเด่นขึ้นมา
“ฉันเตรียมข้อเสนอที่บอสคุณปฏิเสธไม่ลงมาให้ต่างหาก หลีกไปหรืออยากจะให้ฉันโทรฟ้องบอสของคุณว่าพวกนายขัดขวางการเจรจาธุรกิจ”
การ์ดมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ความสวยและท่าทางนางพญาของเธอทำให้การ์ดเริ่มลังเล สุดท้ายหัวหน้าการ์ดก็วิทยุเข้าไปถาม และยอมเปิดทางให้
“เชิญครับห้องทำงานบอสอยู่ชั้นสอง โซนกระจก วีไอพี”
ทับทิมกระตุกยิ้มมุมปาก เดินนวยนาดผ่านดงผู้ชายดิบเถื่อนเข้าไปด้านใน ทุกย่างก้าวคือการโชว์ตัวบนรันเวย์ เธอรู้ดีว่าสายตานับร้อยคู่กำลังโลมเลียแผ่นหลังของเธอ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เธอต้องการ
เธอเดินขึ้นบันไดเหล็กวนไปสู่ชั้นสอง ตรงไปยังประตูไม้บานใหญ่ที่สลักลวดลายไพ่ “Kโพดำ” การ์ดหน้าห้องเปิดประตูให้เธอเข้าไป
เสียงกรีดร้องหวานใสของทับทิมเรียกความสนใจจากทุกคนให้เงยหน้าขึ้นมอง เธอวิ่งลงมาจากบันไดวนด้วยท่าทางตื่นตระหนก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยพองาม ใบหน้าตื่นกลัวเหมือนลูกกวางน้อยหลงฝูง“ทับทิม!” คิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเธอวิ่งลงมากลางดงปืน “ฉันบอกให้อยู่ในห้อง!”“เฮียคะ... ฮือ... หนู...”ทับทิมวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคิงทันที เธอไม่สนใจมังกรที่มองเธอตาค้างด้วยความตะลึงในความสวย เธอพุ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของคิง ใช้แผ่นหลังกว้างของเขาเป็นเกราะกำบัง“โอ้โห ตัวจริงเด็ดกว่าในรูปอีกว่ะ” มังกรผิวปากแซว สายตาโลมเลียทับทิมอย่างจาบจ้วง “น้องทับทิมครับ สนใจเปลี่ยนเจ้าหนี้ไหม พี่ใจดีกว่าไอ้คิงเยอะนะ”“อย่ามองนะ! ไอ้คนน่ากลัว!” ทับทิมโผล่หน้าออกมาแว้ดใส่ แล้วรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคิง สวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น“เฮียคะ หนูไม่อยากไปกับมัน เฮียช่วยหนูด้วยนะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและออดอ้อนจนน่าสงสาร คิงที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า พอโดนกอดและอ้อนเข้าแบบนี้ กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดก็กระตุกวูบ“ฉันยืนหัวโด่อยู่นี่ ใครกล้า” คิงบอกเสียงเข้ม โดยที่ตายังจ้องมังกรเขม็ง ปืนในมือยังคงเล็งเป้าหมายนิ่งสนิทแต่แล้ว ความรู้
ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านบนสนามเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าขาซิ่งและนักพนันเริ่มทยอยเข้ามาในสนามแข่ง ทับทิมที่ถูกขังลืมอยู่ในห้องนอนกว้างขวางของคิงเริ่มเดินวนไปวนมาอย่างหงุดหงิด เธอพยายามหมุนลูกบิดประตูเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็พบว่ามันยังคงล็อกสนิท“ไอ้คนเผด็จการ! ขังกันจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย!” เธอเตะประตูไปทีหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์“คิดว่าประตูแค่นี้จะขังทับทิมได้เหรอ ฝันไปเถอะ!”เธอเดินกลับไปที่โต๊ะหัวเตียง คว้ากิ๊บติดผมสีดำตัวเล็กออกมาดัดให้ตรง สมัยเรียนมหาลัยเธอเคยรับจ็อบพิเศษสารพัดอย่าง หนึ่งในนั้นคือการช่วยเพื่อนที่เป็นช่างกุญแจเปิดห้องเวลาลูกค้าลืมกุญแจ ทักษะเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เธอไม่เคยลืมกริ๊ก... แกรก...ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที เสียงกลไกภายในลูกบิดก็ดัง คลิก เบาๆ ทับทิมยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอค่อยๆ แง้มประตูออกดูลาดเลาทางเดินหน้าห้องเงียบกริบ การ์ดที่เคยเฝ้าหายไปไหนกันหมดทับทิมขมวดคิ้ว ปกติคิงต้องวางคนเฝ้าไข่ในหินอย่างเธอไม่ให้คลาดสายตาสิ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอตัดสินใจย่องออกมาจากห้อง กดลิฟต์ออกมาจากเพ้นเฮ้าส์ที่อยู่ใต้ดิน เดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดิน
ทับทิมยืนกอดอกมองเศษซากชุดเดรสราคาแพงระยับของตัวเองที่นอนกองอยู่บนพื้นในสภาพยับเยิน ซิปแตก ตะขอหลุด และรอยฉีกขาดที่ชายกระโปรงซึ่งเกิดจากน้ำมือของสัตว์ป่าบ้ากามเมื่อคืน“ไอ้เฮียคิงบ้า ฉีกซะไม่เกรงใจป้ายราคาเลยนะ” เธอบ่นอุบอิบ พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยซากอารยธรรมนั้นอย่างไว้อาลัยในเมื่อชุดเก่าใส่ไม่ได้ และเธอก็ไม่ได้พกเสื้อผ้าสำรองมา ทางเลือกของทับทิมจึงมีอยู่ทางเดียวคือตู้เสื้อผ้าของเจ้าของห้องเธอเดินถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำ สีขาว และสีน้ำเงินเข้มที่ถูกรีดเรียบกริบแขวนเรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ลอยออกมาแตะจมูก“มีแต่สีทึมๆ ชีวิตเฮียแกไม่มีสีสันเลยหรือไง”ปากบ่นแต่มือก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งออกมาตัวหนึ่ง เธอสวมมันทับเรือนร่างเปลือยเปล่า ติดกระดุมแบบลวกๆ โดยจงใจเว้นกระดุมสามเม็ดบนให้คอเสื้อแหวกกว้างเผยให้เห็นเนินอกที่มีรอยแดงจางๆ เป็นจ้ำๆ จากศึกรักเมื่อคืน ชายเสื้อเชิ้ตยาวคลุมลงมาถึงหน้าขาพอดิบพอดี ดูเหมือนชุดเดรสสั้นกุดที่ทั้งเซ็กซี่และยั่วยวนในเวลาเดียวกันทับทิมเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องนอ
วินาทีที่ความแข็งขืนร้อนผ่าวแทรกผ่านปราการนุ่มเข้ามาในกาย ความจุกเสียดผสมกับความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างจนทับทิมต้องเผลอกัดริมฝีปากแน่น เล็บยาวจิกเกร็งลงบนบ่ากว้างของคิงจนเสื้อเชิ้ตสีดำราคาแพงยับยู่ยี่“อื๊อ!”เสียงครางอู้อี้ในลำคอของเธอไม่ได้ทำให้ราชาผู้ป่าเถื่อนหยุดยั้งการกระทำ ตรงกันข้าม เขากลับกดสะโพกสวนเข้ามาจนสุดลำในคราวเดียว ราวกับจงใจจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของและลงโทษเธอในเวลาเดียวกัน“แน่นชิบ” คิงสบถเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายแกร่งเกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน “ทำเป็นเก่งแต่ข้างในตอดจนจะขาดแบบนี้ ไม่ค่อยได้ขายหรือไง”คำพูดดูถูกของเขาเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งศักดิ์ศรี ทับทิมเชิดหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตาซึมจากความเจ็บระคนเสียวซ่าน เธอขยับสะโพกตอบรับแรงกระแทกของเขาอย่างไม่ยอมแพ้“ก็บอกแล้วไงคะ” เธอตอบเสียงกระท่อนกระแท่น “ว่าทับทิมเม็ดนี้... แน่น... กว่าที่เฮียคิด”“ปากดี!”คิงคำรามก่อนจะเริ่มขยับสะโพกด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วง เขาจับเอวคอดของเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก บังคับให้เธอรับแรงกระแทกจากเขาทุกดอกเน้นๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
คิงตวาดลั่น มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดของเธอแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างของทับทิมเสียหลักล้มลงมานั่งบนตักแกร่งของเขา“ว้าย!”เธออุทานด้วยความตกใจ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นยิ้มยั่วยวน วาดแขนโอบรอบลำคอเขาไว้ทันที เพื่อไม่ให้ตก“ปากดีนักนะ” คิงกัดฟันกรอด ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น กลิ่นหอมของวานิลลาจากตัวเธอมันรบกวนระบบประสาทเขาอย่างรุนแรง “คิดว่าเป็นใคร ถึงกล้ามาลองดีกับฉันแบบนี้”“ก็เป็นลูกหนี้ที่สวยที่สุดของเฮียไงคะ”ทับทิมตอบอย่างไม่เกรงกลัว เธอขยับสะโพกบดเบียดลงบนหน้าขาของเขาอย่างจงใจ รับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่เริ่มตื่นตัวภายใต้กางเกงเนื้อดี“หึ...” คิงแค่นหัวเราะ แววตาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความปรารถนาที่ดำมืด “อยากขายตัวใช้หนี้นักใช่ไหม”มือหยาบกร้านของเขาเลื่อนจากเอว ไล้ต่ำลงไปตามสะโพกมน ก่อนจะสอดเข้าไปใต้กระโปรงเดรสตัวสวย สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มลื่นที่ต้นขาด้านใน“อ๊ะ...” ทับทิมสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัมผัสของเขาร้อนผ่าวยิ่งกว่าไฟ“แน่นดีนี่” เขาพึมพำเสียงพร่า ขณะบีบขย้ำต้นขาเธอแรงๆ “แต่จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงที่ฉันเคยเอา ทั้งสวยกว่า นมใหญ่กว่า ลีลาดีกว่าเธอมีเป็นร้อย แล้วเ
เวลา 23.00 น.หนึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนเส้นตายบรรยากาศภายในห้องนอนของคอนโดมิเนียมหรูดูเงียบเหงาและตึงเครียด แตกต่างจากเจ้าของห้องที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทับทิมมองภาพสะท้อนของตัวเองที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิท มันเป็นชุดที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ดีไซน์รัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดและสะโพกกลมกลึง แต่ทีเด็ดอยู่ที่รอยผ่าหน้าขาที่สูงลิบลิ่วจนเกือบจะถึงจุดสงวน และซิปสีทองเส้นยาวที่พาดผ่านกลางลำตัวตั้งแต่หน้าอกลงไปจนสุดชายกระโปรงเป็นชุดที่ตะโกนบอกคนทั้งโลกว่าพร้อมถอด“เงินห้าล้าน...” ทับทิมพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมฟีโรโมนขึ้นมาฉีดพรมตามจุดชีพจร “หาทั้งชาติก็คงไม่ทันคืนนี้หรอก”เธอไม่ได้โง่พอที่จะวิ่งเต้นไปกู้หนี้ยืมสินใครให้ตัวเองลำบากเพิ่ม ทางรอดของน้องชายและทางรอดของเธอมีเพียงทางเดียว คือการทำให้ราชายอมรับ ‘เครื่องบรรณาการ’ ชิ้นนี้ให้ได้แม้เมื่อคืนเขาจะไล่ตะเพิดเธอเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ทับทิมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง สายตาที่เขามองเธอ ร่างกายของเขาที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเธอ มันโกหกกันไม่ได้ ผู้ชายอย่างคิงอาจจะปากแข็งและหยิ







