Mag-log in“มึงกล้าโกงกูในถิ่นของกูมึงคิดว่ากูเป็นใคร”
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ แต่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ แรงกดจากปลายรองเท้าหนังขยี้ลงไปที่แผลสดจนเสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ
“อ๊ากกก! คุณคิงผมขอโทษ!” เหยื่อร้องขอชีวิต
ภาพความรุนแรงตรงหน้าควรจะทำให้ผู้หญิงทั่วไปกรีดร้องแต่ไม่ใช่กับทับทิม หัวใจของเธอแทนที่จะเต้นแรงด้วยความกลัว มันกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด เธอชอบผู้ชายที่ดูอันตรายแบบนี้ ชอบแผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแกร่งนั่น
นี่แหละ! สเป็คมาเฟียในฝัน!
ดุดันไม่เกรงใจใคร!
“อะแฮ่ม” ทับทิมกระแอมเบาๆ
ร่างสูงชะงัก ค่อยๆ หันกลับมามอง ดวงตาสีนิลคู่คมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองมาอย่างว่างเปล่าและไร้ความปรานี ริมฝีปากหยักได้รูปคาบบุหรี่ไว้ ควันสีเทาลอยอ้อยอิ่งบดบังใบหน้าหล่อเหลาที่ดูดุดัน
คิงกวาดสายตามองไล่ตั้งแต่เรียวขา เอวคอด หน้าอกหน้าใจ ขึ้นมาจนถึงใบหน้าสวยเฉี่ยว สายตาของเขาเหมือนจะเปลื้องผ้าเธอออกทีละชิ้น
“เธอเป็นใคร” คำถามห้วนๆ ดังขึ้น
ทับทิมไม่สะทกสะท้านกับคำเรียกแสนหยาบคายนั่น เธอเดินนวยนาดเข้าไปใกล้ จงใจบิดสะโพกให้จังหวะการเดินดูยั่วยวนที่สุด
“ฉันชื่อทับทิม” เธอแนะนำตัวเสียงใสพร้อมรอยยิ้มหวาน
“แล้วไง” คิงเลิกคิ้ว
“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร เข้ามาทำซากอะไรในห้องนี้”
“ฉันเป็นพี่สาวของเด็กที่นอนสลบเหมือดอยู่ตรงมุมห้องนั่นไงคะ” เธอเชิดหน้าไปทางน้องชายของเธอ
คิงเหลือบตามองชายหนุ่มที่นอนหมดสภาพอยู่มุมห้อง ก่อนจะหันกลับมาแสยะยิ้ม
“อ้อพี่สาวไอ้ขยะนั่นเอง เอาเงินห้าล้านมาให้แล้วสินะ ไหนล่ะ”
“ฉันไม่มีเงินหรอกค่ะ”
“ไม่มี?” คิงก้าวเท้าเข้ามาหาเธอ แรงกดดันมหาศาลถาโถมใส่
“ไม่มีเงิน แล้วเสือกเสนอหน้าเข้ามาที่นี่ทำไม! อยากตายพร้อมน้องชายรึไง!”
“ก็เพราะไม่มีเงินไงคะฉันถึงต้องเอาอย่างอื่นมาจ่ายแทน”
ทับทิมไม่ถอยหนี เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนหน้าอกอวบอิ่มแทบจะชิดกับแผงอกกว้าง ใช้นิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปบนสาบเสื้อเชิ้ตของเขา ลากไล้เบาๆ ผ่านกระดุมเม็ดกลางขึ้นมาจนถึงปกเสื้อ
“ห้าล้านแลกกับทับทิมเม็ดนี้...” เธอช้อนตามองเขา ส่งสายตาหวานเชื่อม
“คุ้มยิ่งกว่าคุ้มนะคะ เฮียลองเจียระไนดูหน่อยไหมคะ รับรองว่าแน่นและเด็ดกว่ารถแข่งพวกนั้นเยอะ”
คิงก้มลงมองผู้หญิงตัวเล็กที่กล้ามาเล่นลิ้น กลิ่นกายหอมหวานและเนินเนื้อขาวๆ ที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้ากระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาอย่างรุนแรง
แต่เขาคือ คิงโพดำ เขาไม่หลงกลมารยาหญิงง่ายๆ
หมับ!
มือหนาคว้าหมับเข้าที่รอบคอระหงของทับทิม บีบแน่นพอให้เธอหายใจลำบาก ก่อนจะดันร่างของเธอไปกระแทกกับโต๊ะทำงานด้านหลังอย่างแรง!
ปึก!
“โอ๊ย!”
ใบหน้าคมคายของคิงโน้มลงมาจนปลายจมูกแทบชนกัน แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ฉันไม่กินของต่ำ” เขาตะคอกใส่หน้าเธอ
“แล้วก็อย่ามาทำตัวร่านแถวนี้ ฉันไม่ชอบ! เก็บจริตกระหรี่ของเธอกลับไป!”
เขาบีบคอเธอแน่นขึ้นอีกนิด บังคับให้เธอสบตา
“ฉันให้เวลา ยี่สิบสี่ชั่วโมงไปหาเงินมาคืน! ถ้าพรุ่งนี้ไม่เอาเงินมาวางตรงหน้า ฉันจะตัดนิ้วน้องเธอทีละนิ้ว แล้วส่งไปรษณีย์ไปให้แม่เธอดูต่างหน้าเข้าใจไหม!”
“แล้วตอนนี้ฉันจะขังมันไว้ที่คุกใต้ดินจนกว่าเธอจะเอาเงินมาไถ่หัวมันออกไปไสหัวไป!”
เขาผลักเธอออกอย่างแรงจนทับทิมเซถลาเกือบล้ม
ทับทิมหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด เธอมองไปที่น้องชายที่นอนไม่ได้สติอยู่มุมห้อง เธอรู้ดีว่าด้วยแรงผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีทางแบกน้องชายฝ่าดงการ์ดนับร้อยออกไปได้ และถ้าขืนดึงดันจะช่วยตอนนี้ อาจจะกลายเป็นศพทั้งคู่
ในเมื่อเขายื่นคำขาดมา 24 ชั่วโมงนั่นคือทางรอดเดียวของเธอ
ทับทิมยันตัวขึ้นยืนจัดชุดเดรสให้เข้าที่ เธอเงยหน้ามองคิงอีกครั้งแล้วยกยิ้มมุมปาก
รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย
“ปากบอกไม่ชอบไม่กินของต่ำ...” เธอพึมพำเบาๆ สายตาลดต่ำลงไปมองที่เป้ากางเกงสแล็คของเขาที่เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างนูนเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“แต่ ‘ลูกน้อง’ ของเฮียมันดูตื่นเต้นกับหนูมากเลยนะคะ”
“เธอ!!!”
คิงหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัดผสมความเสียหน้า เขากำลังจะชักปืนออกมาสั่งสอน
แต่ทับทิมรู้จังหวะดี เธอส่งจูบให้เขาหนึ่งที แล้วรีบหันหลังเดินนวยนาดออกจากห้องไป ทิ้งน้องชายไว้เบื้องหลังอย่างจำยอม เพราะรู้ว่าตอนนี้ไอ้ต้นปลอดภัยไปอีกหนึ่งวันและเธอต้องกลับมาเอาคืนเขาแน่
“ฝากไว้ก่อนนะเฮียพรุ่งนี้หนูมาเอาคืน”
ปัง!
คิงมองประตูที่ปิดลงด้วยความเดือดดาล
เสียงกรีดร้องหวานใสของทับทิมเรียกความสนใจจากทุกคนให้เงยหน้าขึ้นมอง เธอวิ่งลงมาจากบันไดวนด้วยท่าทางตื่นตระหนก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยพองาม ใบหน้าตื่นกลัวเหมือนลูกกวางน้อยหลงฝูง“ทับทิม!” คิงตวาดลั่นเมื่อเห็นเธอวิ่งลงมากลางดงปืน “ฉันบอกให้อยู่ในห้อง!”“เฮียคะ... ฮือ... หนู...”ทับทิมวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปหาคิงทันที เธอไม่สนใจมังกรที่มองเธอตาค้างด้วยความตะลึงในความสวย เธอพุ่งเข้าไปหลบที่ด้านหลังของคิง ใช้แผ่นหลังกว้างของเขาเป็นเกราะกำบัง“โอ้โห ตัวจริงเด็ดกว่าในรูปอีกว่ะ” มังกรผิวปากแซว สายตาโลมเลียทับทิมอย่างจาบจ้วง “น้องทับทิมครับ สนใจเปลี่ยนเจ้าหนี้ไหม พี่ใจดีกว่าไอ้คิงเยอะนะ”“อย่ามองนะ! ไอ้คนน่ากลัว!” ทับทิมโผล่หน้าออกมาแว้ดใส่ แล้วรีบซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของคิง สวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น“เฮียคะ หนูไม่อยากไปกับมัน เฮียช่วยหนูด้วยนะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและออดอ้อนจนน่าสงสาร คิงที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า พอโดนกอดและอ้อนเข้าแบบนี้ กล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดก็กระตุกวูบ“ฉันยืนหัวโด่อยู่นี่ ใครกล้า” คิงบอกเสียงเข้ม โดยที่ตายังจ้องมังกรเขม็ง ปืนในมือยังคงเล็งเป้าหมายนิ่งสนิทแต่แล้ว ความรู้
ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันเสียงอึกทึกครึกโครมจากด้านบนสนามเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าขาซิ่งและนักพนันเริ่มทยอยเข้ามาในสนามแข่ง ทับทิมที่ถูกขังลืมอยู่ในห้องนอนกว้างขวางของคิงเริ่มเดินวนไปวนมาอย่างหงุดหงิด เธอพยายามหมุนลูกบิดประตูเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็พบว่ามันยังคงล็อกสนิท“ไอ้คนเผด็จการ! ขังกันจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย!” เธอเตะประตูไปทีหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์“คิดว่าประตูแค่นี้จะขังทับทิมได้เหรอ ฝันไปเถอะ!”เธอเดินกลับไปที่โต๊ะหัวเตียง คว้ากิ๊บติดผมสีดำตัวเล็กออกมาดัดให้ตรง สมัยเรียนมหาลัยเธอเคยรับจ็อบพิเศษสารพัดอย่าง หนึ่งในนั้นคือการช่วยเพื่อนที่เป็นช่างกุญแจเปิดห้องเวลาลูกค้าลืมกุญแจ ทักษะเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เธอไม่เคยลืมกริ๊ก... แกรก...ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที เสียงกลไกภายในลูกบิดก็ดัง คลิก เบาๆ ทับทิมยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอค่อยๆ แง้มประตูออกดูลาดเลาทางเดินหน้าห้องเงียบกริบ การ์ดที่เคยเฝ้าหายไปไหนกันหมดทับทิมขมวดคิ้ว ปกติคิงต้องวางคนเฝ้าไข่ในหินอย่างเธอไม่ให้คลาดสายตาสิ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอตัดสินใจย่องออกมาจากห้อง กดลิฟต์ออกมาจากเพ้นเฮ้าส์ที่อยู่ใต้ดิน เดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดิน
ทับทิมยืนกอดอกมองเศษซากชุดเดรสราคาแพงระยับของตัวเองที่นอนกองอยู่บนพื้นในสภาพยับเยิน ซิปแตก ตะขอหลุด และรอยฉีกขาดที่ชายกระโปรงซึ่งเกิดจากน้ำมือของสัตว์ป่าบ้ากามเมื่อคืน“ไอ้เฮียคิงบ้า ฉีกซะไม่เกรงใจป้ายราคาเลยนะ” เธอบ่นอุบอิบ พลางใช้ปลายเท้าเขี่ยซากอารยธรรมนั้นอย่างไว้อาลัยในเมื่อชุดเก่าใส่ไม่ได้ และเธอก็ไม่ได้พกเสื้อผ้าสำรองมา ทางเลือกของทับทิมจึงมีอยู่ทางเดียวคือตู้เสื้อผ้าของเจ้าของห้องเธอเดินถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำ สีขาว และสีน้ำเงินเข้มที่ถูกรีดเรียบกริบแขวนเรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ลอยออกมาแตะจมูก“มีแต่สีทึมๆ ชีวิตเฮียแกไม่มีสีสันเลยหรือไง”ปากบ่นแต่มือก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งออกมาตัวหนึ่ง เธอสวมมันทับเรือนร่างเปลือยเปล่า ติดกระดุมแบบลวกๆ โดยจงใจเว้นกระดุมสามเม็ดบนให้คอเสื้อแหวกกว้างเผยให้เห็นเนินอกที่มีรอยแดงจางๆ เป็นจ้ำๆ จากศึกรักเมื่อคืน ชายเสื้อเชิ้ตยาวคลุมลงมาถึงหน้าขาพอดิบพอดี ดูเหมือนชุดเดรสสั้นกุดที่ทั้งเซ็กซี่และยั่วยวนในเวลาเดียวกันทับทิมเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องนอ
วินาทีที่ความแข็งขืนร้อนผ่าวแทรกผ่านปราการนุ่มเข้ามาในกาย ความจุกเสียดผสมกับความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างจนทับทิมต้องเผลอกัดริมฝีปากแน่น เล็บยาวจิกเกร็งลงบนบ่ากว้างของคิงจนเสื้อเชิ้ตสีดำราคาแพงยับยู่ยี่“อื๊อ!”เสียงครางอู้อี้ในลำคอของเธอไม่ได้ทำให้ราชาผู้ป่าเถื่อนหยุดยั้งการกระทำ ตรงกันข้าม เขากลับกดสะโพกสวนเข้ามาจนสุดลำในคราวเดียว ราวกับจงใจจะตอกย้ำความเป็นเจ้าของและลงโทษเธอในเวลาเดียวกัน“แน่นชิบ” คิงสบถเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายแกร่งเกร็งเครียดจนเส้นเลือดปูดโปน “ทำเป็นเก่งแต่ข้างในตอดจนจะขาดแบบนี้ ไม่ค่อยได้ขายหรือไง”คำพูดดูถูกของเขาเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งศักดิ์ศรี ทับทิมเชิดหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตาซึมจากความเจ็บระคนเสียวซ่าน เธอขยับสะโพกตอบรับแรงกระแทกของเขาอย่างไม่ยอมแพ้“ก็บอกแล้วไงคะ” เธอตอบเสียงกระท่อนกระแท่น “ว่าทับทิมเม็ดนี้... แน่น... กว่าที่เฮียคิด”“ปากดี!”คิงคำรามก่อนจะเริ่มขยับสะโพกด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วง เขาจับเอวคอดของเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก บังคับให้เธอรับแรงกระแทกจากเขาทุกดอกเน้นๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
คิงตวาดลั่น มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดของเธอแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างของทับทิมเสียหลักล้มลงมานั่งบนตักแกร่งของเขา“ว้าย!”เธออุทานด้วยความตกใจ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นยิ้มยั่วยวน วาดแขนโอบรอบลำคอเขาไว้ทันที เพื่อไม่ให้ตก“ปากดีนักนะ” คิงกัดฟันกรอด ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้น กลิ่นหอมของวานิลลาจากตัวเธอมันรบกวนระบบประสาทเขาอย่างรุนแรง “คิดว่าเป็นใคร ถึงกล้ามาลองดีกับฉันแบบนี้”“ก็เป็นลูกหนี้ที่สวยที่สุดของเฮียไงคะ”ทับทิมตอบอย่างไม่เกรงกลัว เธอขยับสะโพกบดเบียดลงบนหน้าขาของเขาอย่างจงใจ รับรู้ได้ถึงความแข็งขืนที่เริ่มตื่นตัวภายใต้กางเกงเนื้อดี“หึ...” คิงแค่นหัวเราะ แววตาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความปรารถนาที่ดำมืด “อยากขายตัวใช้หนี้นักใช่ไหม”มือหยาบกร้านของเขาเลื่อนจากเอว ไล้ต่ำลงไปตามสะโพกมน ก่อนจะสอดเข้าไปใต้กระโปรงเดรสตัวสวย สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มลื่นที่ต้นขาด้านใน“อ๊ะ...” ทับทิมสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัมผัสของเขาร้อนผ่าวยิ่งกว่าไฟ“แน่นดีนี่” เขาพึมพำเสียงพร่า ขณะบีบขย้ำต้นขาเธอแรงๆ “แต่จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงที่ฉันเคยเอา ทั้งสวยกว่า นมใหญ่กว่า ลีลาดีกว่าเธอมีเป็นร้อย แล้วเ
เวลา 23.00 น.หนึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนเส้นตายบรรยากาศภายในห้องนอนของคอนโดมิเนียมหรูดูเงียบเหงาและตึงเครียด แตกต่างจากเจ้าของห้องที่กำลังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทับทิมมองภาพสะท้อนของตัวเองที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิท มันเป็นชุดที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ดีไซน์รัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดและสะโพกกลมกลึง แต่ทีเด็ดอยู่ที่รอยผ่าหน้าขาที่สูงลิบลิ่วจนเกือบจะถึงจุดสงวน และซิปสีทองเส้นยาวที่พาดผ่านกลางลำตัวตั้งแต่หน้าอกลงไปจนสุดชายกระโปรงเป็นชุดที่ตะโกนบอกคนทั้งโลกว่าพร้อมถอด“เงินห้าล้าน...” ทับทิมพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมฟีโรโมนขึ้นมาฉีดพรมตามจุดชีพจร “หาทั้งชาติก็คงไม่ทันคืนนี้หรอก”เธอไม่ได้โง่พอที่จะวิ่งเต้นไปกู้หนี้ยืมสินใครให้ตัวเองลำบากเพิ่ม ทางรอดของน้องชายและทางรอดของเธอมีเพียงทางเดียว คือการทำให้ราชายอมรับ ‘เครื่องบรรณาการ’ ชิ้นนี้ให้ได้แม้เมื่อคืนเขาจะไล่ตะเพิดเธอเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ทับทิมเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง สายตาที่เขามองเธอ ร่างกายของเขาที่ตอบสนองต่อสัมผัสของเธอ มันโกหกกันไม่ได้ ผู้ชายอย่างคิงอาจจะปากแข็งและหยิ







