Home / รักโบราณ / สาวใช้ของนายตัวร้าย / ตอนที่ 14 ข้าอยากกลับบ้าน ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว

Share

ตอนที่ 14 ข้าอยากกลับบ้าน ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว

Author: Naiyana
last update publish date: 2026-03-18 21:22:08

เสียงสายลมพัดผ่านเข้ามาในห้อง ทำให้เสียงกระดิ่งที่ตกแต่งอยู่ตรงหน้าต่างปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากการหลับใหล ซิงอีบิดขี้เกียจเล็กน้อยอย่างเกียจคร้าน ตลอด1 อาทิตย์ที่ผ่านมา นางใช้แรงกายแรงใจไปมากกับการเป็นผู้ช่วยของชายหนุ่ม การช่วยงานข้างกายก็เหนื่อยพอแรงแล้วยังต้องมารองรับอารมณ์อีก ดีนะที่โลกก่อนนางเป็นผู้ช่วยดารานางเอกชื่อดังจึงสามารถรับมือกับอารมณ์ไม่พอใจได้ หนิงเกาอยู่กับชายหนุ่มมานานขนาดนี้ได้อย่างไรกันนะ

พอคิดมาถึงตรงนี้ซิงอีก็ต้องหยุดคิดทันทีเพราะหากมัวแต่ทำตัวชักช้าเกรงว่าคงไปสายแล้วโดนบ่นอีกเป็นแน่ นางไม่อยากจะโดนหักค่าแรงหรอกนะ แค่โดนค่าปรับเรื่องถุงหอมก็ไม่มีเงินเหลือแล้ว จึงได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำและแต่งตัวเตรียมไปหาชายหนุ่มที่เรือน

.

ณ เรือนจวี๋ฮวา

"เจ้าหายดีแล้วหรือ" จางเหว่ยที่นั่งบนเตียงพูดพรางเอ่ยถามผู้ช่วยคนสนิทของเขา

"ขอบคุณคุณชายที่เป็นห่วง ข้าหายดีแล้วขอรับ" 

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว"

"เรียนคุณชาย แม่นางซิงอีมาขอรับ" บ่าวรับใช้หน้าเรือนเอ่ยเสียงดังเข้ามาให้ห้อง

"เข้ามา" หลังจากได้รับอนุญาต ซิงอีจึงผลักประตูเข้ามาในห้อง กลับพบว่าหนิงเกาเองก็อยู่ด้วย

"คารวะคุณชาย คารวะท่านหนิงเกาเจ้าค่ะ" ซิงอีทำท่าคารวะจางเหว่ยก่อนที่จะหันไปทางหนิงเกา หนิงเกาเพียงส่งยิ้มกลับมาให้อย่างมีมารยาท "ให้ตายเถอะเป็นแค่ผู้ช่วยเหตุใดหน้าตาดีเช่นนี้ ละมุนเหลือเกิน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจขณะที่หนิงเกายิ้มให้

"แฮ่ม! วันนี้เจ้าไม่ต้องมาช่วยข้า หนิงเกากลับมาแล้ว เจ้ากลับไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ"

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อหญิงสาวเอาแต่มองผู้ช่วยของตนด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม

"เจ้าค่ะ"

หญิงสาวพูดพลางเดินทอดน่องออกจากเรือนไป คิดจะใช้ก็ใช้พอหมดประโยชน์ก็ไล่ยังเห็นข้าเป็นคนอยู่หรือไม่

เพราะตอนนี้ปิ่นบนหัวของหญิงสาวเป็นปิ่นเงิน ฉะนั้นงานที่นางต้องทำหลังจากถูกลดตำแหน่งจากผู้ช่วยคือดูความเรียบร้อยภายในเรือน ไม่ว่าจะคอยรับใช้คุณหนู คุณชาย ซิงอีถือถาดขนมเดินเรียงแถวกับบ่าวรับใช้คนอื่นอีก 3 คนเพื่อนำไปที่ศาลาในสวนหย่อม 

ทันทีที่นางมาถึงก็พบเข้ากับหญิงสาววัยกลางคน ถึงมีอายุแต่กลับมีเค้าโครงของความงามในตอนยังสาวหลงเหลืออยู่มาก

"คารวะเจียอิ๋น"

บ่าวรับใช้ที่มาพร้อมกับนางเอ่ยขึ้นพร้อมกันพลางย่อกายเล็กน้อย ก่อนที่จะนำขนมไปวางไว้ที่โต๊ะ และกลับไปยืนเรียงแถวเช่นเดิม เจียอิ๋นเหลือบตามองเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบขนมขึ้นมาทาน ต่อด้วยยกชาขึ้นดื่มมองบรรยากาศรอบข้างที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด ไม่นานก็มีผู้มาใหม่เดินมาทางศาลา หญิงสาวมองผู้ที่มาใหม่คือฟางเหนียงและมีบ่าวรับใช้ผู้ติดตามถึงสองคนเดินตามมาด้วย ฟางเหนียงเดินเข้าไปในศาลาขณะที่เดินผ่านหน้าซิงอีก็เหลือบมามองนางเล็กน้อย และเดินเลยไปหามารดาที่อยู่ในศาลา

"ลูกคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ"

ฟางเหนียงย่อกายเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งฝั่งตรงข้ามมารดาของตน 

"เจ้าลองซิมขนมนี่สิ แม่พึ่งให้คนทำไว้รอเจ้า"

เจียอิ๋นพูดพลางยื่นจานให้บุตรสาวของตน ซิงอีมองภาพสองแม่ลูกที่แสดงความรักต่อกัน ทำให้จู่ๆน้ำตากลับไหลออกมาดื้อๆเสียอย่างนั้น นางรู้สึกคิดถึงพ่อกับแม่ในโลกใบเก่าจนไม่อาจกลั่นอารมณ์ตนเองได้ นานแล้วไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรบ้างจะทุกข์ใจเพียงใดหากรู้ว่านางประสบอุบัติเหตุ หญิงสาวรีบเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม แต่กับไม่พ้นสายตาของฟางเหนียงที่มองนางอยู่ 

"ท่านแม่จำได้หรือไม่ เรื่องที่คุณชายจางเหว่ยรับบ่าวรับใช้นางหนึ่งมาเป็นผู้ช่วย"

"ใครหรือ"

เจียอิ๋นเอ่ยขึ้นถามบุตรสาวของตน นางจำได้ดีว่าวันนั้นบุตรสาวไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถึงขั้นออกปากให้ตนไปพูดกับจางเหว่ยให้ไล่นาง แต่ตนก็ไม่สามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ เพราะแค่เรือนยังต้องพึ่งชายหนุ่ม และที่ตนสุขสบายแบบนี้ก็เพราะชายหนุ่มเองเช่นกัน ถึงเขาจะมีศักดิ์เป็นถึงป้า แต่ก็ยังไม่กล้าวุ่นวายหรือทำให้ชายหนุ่มต้องขุ่นเคืองใจ

"เป็นนาง" ฟางเหนียงพูดพลางหันไปทางซิงอีที่ไม่ได้สนใจสองแม่ลูก เพราะกำลังเช็ดคราบน้ำตาตนเองอยู่ 

"เจ้ามานี่หน่อย" 

เหล่าสาวใช้และคนอื่นๆหันมาทางซิงอีเป็นตาเดียว หญิงสาวที่รู้สึกตัวก็รีบเดินเข้าไปในศาลา และยืนก้มหน้าอย่างเรียบร้อย

"ที่เจ้าร้องให้เมื่อสักครู่ คงเป็นเพราะคุณชายไล่ให้กลับมาเป็นบ่าวรับใช้ธรรมดาสินะ" 

"เจ้าค่ะ"

ซิงอีตอบรับอย่างว่าง่าย ไม่อยากที่จะอธิบายว่าที่ตนได้ทำงานเป็นผู้ช่วยจางเหว่ยเป็นเพราะหนิงเกาลาพักเท่านั้น

"หึ เป็นแค่บ่าวรับใช้เดิมยังเคยเป็นแค่ขอทาน คนอย่างเจ้ายังไม่คู่ควรจะรับใช้พวกข้าเสียด้วยซ้ำ"

เป็นฟางเหนียงที่เอ่ยขึ้นมาอย่างเหยียดหยาม ตอนที่นางกินขนมที่ตนทำเองกับมือครั้งตอนนำไปให้คุณชายจางเหว่ยชายในดวงใจ ภาพที่คุณชายมองซิงอีนั้นทำให้ฟางเหนียงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง

"ท่านแม่คนชั้นต่ำเช่นนาง ไม่คู่ควรที่จะรับใช้ท่านนะเจ้าคะ"

ฟางเหนียงพูดด้วยคำร้ายกาจแต่กลับใช้น้ำเสียงอ่อนโยนและอ่อนหวาน ทำให้ผู้คนแถวนั้นไม่รู้สึกว่านางพูดแรงเกินไปแต่กลับเห็นด้วยกับฟางเหนียงเสียอย่างนั้น ซิงอีที่ได้ยินถึงกับส่ายหน้าคนแบบนี้มีด้วยหรือ นางตีบทนางร้ายในคราบนางเอกแตกเสียยิ่งกว่าดาราที่นางดูแลเสียอีก

"เด็กๆข้ารู้สึกชุดข้าที่พวกเจ้าซักมิสะอาดเลยสักนิด เอาชุดข้าทั้งหมดให้นางสักซะ" ฟางเหนียงเอ่ยเสียงดัง

"ชะ..ชุดคุณหนูมีมากมายแถมทั้งอากาศยังหนาว ข้าเกรงว่านาง....." สาวใช้นางหนึ่งที่มาพร้อมซิงอีเอ่ยขึ้น แต่กลับถูกสายตาของฟางเหนียงส่งมาว่านางพูดมากจึงต้องเงียบปากไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นนางเองที่เป็นคนซักเสื้อผ้านั้นทั้งหมด

"พานางไป"

สิ้นคำฟางเหนียงสั่ง ซิงอีก็เดินตามบ่าวรับใช้ไปที่เรือนซักล้าง 

"เจ้ามิทำเกินไปหน่อยหรือ นางพึ่งถูกปลดจากการเป็นผู้ช่วยคุณชายจางเหว่ย" เจียอิ๋ยเอ่ยเตือนบุตรสาวของตน

"ไม่หรอกเจ้าค่ะท่านแม่ หญิงแพศยาเช่นนางสมควรได้รับบทเรียน ท่านแม่อย่าสนใจเลยเจ้าค่ะ ทานขนมเถิด" ฟางเหนียงพูดพลางยื่นขนมให้มารดาของตน และมองไปทางที่ซิงอีเดินไปด้วยใบหน้าแห่งความสะใจ

.

ณ เรือนซักล้าง

"นี่คือชุดของคุณทั้งหมด เจ้าจัดการซักให้เรียบร้อย" บ่าวรับใช้คนสนิทของฟางเหนียงนามว่าเหยียนจิ๋นเอ่ยสั่งซิงอี และเดินออกไป

ซิงอีมองกองชุดที่ไม่ต่ำกว่า 30 ตัว และน้ำที่เย็นจัดนั้นอย่างท้อแท้ใจ "นี่สินะถึงเรียกว่าบ่าวรับใช้ของจริง" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ และถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นางคิดอยู่แล้วว่าสักวันต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่นางมาอยู่ที่นี่ก็พบเห็นเหตุการณ์ที่บ่าวรับใช้นางอื่นเจอเช่นกันตอนถูกทำโทษ ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้ารังแกนางเพราะเป็นผู้ช่วยของจางเหว่ยสินะ อำนาจแม้แต่ในจวนเช่นนี้ยังสำคัญมากจริงๆ 

ซิงอีตักน้ำมาเทใส่เสื้อผ้าและลงมือซักทันที ด้วยอากาศในตอนนี้ที่เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว และคาดว่าอีกไม่กี่วันหิมะก็คงจะตกลงมาให้เห็น น้ำเย็นจัดเมื่อกระทบเข้ากับร่างกาย หญิงสาวถึงกับขนลุกซู่แต่นางก็ไม่ท้อ ยังนั่งซักต่อไป ซิงอีซักไปได้แค่ 10 กว่าตัวมือทั้งสองข้างกลับแดงอย่างกับลูกตำลึงสุก

"หนาวจัง"

หญิงสาวเอ่ยออกมาในที่สุดเพราะไม่สามารถทนไหวแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันสู้ซักต่อไป เวลาผ่านไปถึง 3 ชั่วยามหญิงสาวก็ยังซักไม่เสร็จเพราะเหยียนจิ๋นนำชุดมาให้นางเพิ่มอีก 10 กว่าชุด 

"โอ๊ย! ซี๊ดด~~"

หญิงสาวอุทานขึ้นมาเสียงดัง เพราะตอนนี้ที่มือของหญิงสาวมีโลหิตสีแดงไหลออกมาจึงรีบล้างน้ำทันที ซิงอีนั่งมองชุดที่เหลืออีกแค่ 2 ชุดกลับสภาพของตนเองตอนนี้ มือสองข้างที่แดงจัดเพราะสัมผัสกับน้ำเย็นๆเป็นเวลานาน บาดแผลที่นิ้วทั้งสองข้างและข้าวที่ตนไม่ได้กินทั้งวัน จู่ๆน้ำตาที่นางอดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้ม

"ข้าอยากกลับบ้าน ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว" 

.

หลังจากจัดการซักชุดของฟางเหนียงเสร็จ ซิงอีก็ตรงกลับห้องพักเลยเพราะนางเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก แต่ก่อนที่จะถึงเรือนพักกลับเจอกับผู่เย่วสหายของตนเสียก่อน

"คารวะคุณชายผู่เย่วเจ้าค่ะ"

ซิงอีพูดพลางย่อกายเล็กน้อย ผู่เย่วยิ้มให้หญิงสาวทันทีแต่ตากลับเหลือบไปเห็นมือของนางที่แดงและยังมีบาดแผลอีกจึงรีบเข้ามาจับที่มือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ซิงอีที่เห็นท่าทีของชายหนุ่มก็ตกใจเล็กน้อย

"ขออภัยที่ทำให้เจ้าตกใจ มือของเจ้าไปโดนอันใดมาหรือ"

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเขายังไม่รู้ว่าหญิงสาวไม่ได้เป็นผู้ช่วยของจางเหว่ยแล้ว จึงคิดว่านางอาจได้รับบาดเจ็บมาจากจางเหว่ย ผู่เย่วพาหญิงสาวไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนบริเวณที่เขาและนางต่างตกลงเป็นสหายกันครั้งแรก และเป็นที่ๆไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมามากนัก หากมาที่นี่คงไม่มีใครเห็นว่าตนทำตัวสนิทสนมกัน ชายหนุ่มพันผ้าให้หญิงสาวอย่างเรียบร้อยหลังทำแผลเสร็จ

"ขอบคุณคุณชายเจ้าค่ะ"

หญิงสาวกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ ชายหนุ่มเป็นคนแรกและคนเดียวที่ดีกับนางเช่นนี้ตั้งแต่มาอยู่ที่โลกแห่งนี้ พอได้รับความเอาใจใส่จิตใจที่เข้มแข็งของนางเมื่อสักครู่กลับอ่อนแอเสียอย่างงั้น เหมือนกับอย่างเมื่อตอนเด็กๆ เวลานางได้รับบาดเจ็บ เมื่ออยู่คนเดียวไม่เจ็บเท่ากับตอนอยู่กับแม่หรือพ่อ ตอนนี้ก็เช่นกันตอนนางกัดฟันซักผ้าให้เสร็จยังไม่เจ็บเท่าตอนชายหนุ่มถามว่าไปทำอันใดมา

น้ำตาของซิงอีค่อยๆไหลอาบแก้มทำให้ชายหนุ่มตกใจคิดว่าตนทำนางเจ็บจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก ขณะนั้นเองกลับมีเกร็ดน้ำสีขาวหล่นลงมาจากฟากฟ้า

"หิมะตกแล้ว"

ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างเปลี่ยนบรรยากาศ ซิงอีมองหิมะที่ตกลงมาอย่างสวยงาม ทำให้อารมณ์ของนางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ในวันที่แย่ก็ยังมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น หิมะแรกของโลกที่นี่" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจและยิ้มให้ชายหนุ่ม 

"นี่นับเป็นครั้งแรกที่ข้าได้นั่งชมหิมะแรกกับสหาย" ชายหนุ่มพูดพลางหันมายิ้มให้หญิงสาว

"ข้าเองก็เช่นกัน" ซิงอีพูดพลางยิ้มให้ชายหนุ่ม และทั้งคู่ก็พูดคุยและหัวเราะกัน ทำให้หญิงสาวลืมความทุกข์ที่ผ่านมาในวันนี้ได้ แต่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาที่นั่งคู่อยู่ จางเหว่ยพึ่งกลับมาจากทำธุระข้างนอก เพราะนี้คือภารกิจลับจึงต้องแอบออกไปนอกจวนเพื่อไม่ให้ใครรู้ และทางที่ทั้งคู่นั่งอยู่นั้นคือทางที่จางเหว่ยใช้ออกไปบ่อยๆ จางเหว่ยเข้ามาทันเห็นตอนที่หญิงสาวกำลังร้องให้พอดี ชายหนุ่มมองชายหญิงที่กำลังคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุขก็รู้สึกหงุดหงิดเสียอย่างนั้น จึงสะบัดแขนเสื้อตรงกลับตำหนักจวี๋ฮวาทันที 

.

ณ ตำหนักจวี๋ฮวา

จางเหว่ยยกชาขึ้นดื่ม 3 ครั้งรวดแต่กลับไม่สามารถทำให้เขาใจเย็นลงได้

"ไปตามซิงอีมา" ชายหนุ่มสั่งเสียงดัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 30 คุณชายแบบนี้หนักเกินไปหรือไม่

    ณ ห้องโถงของเรือนรับรองบรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความเงียบจนชวนน่าอึดอัด จางเหว่ยนั่งที่หน้าสุดมีสีหน้าเหมือนอย่างจะฆ่าคนได้หากผู้ใดเผลอขยับตัวหรือส่งเสียงออกมาอย่างไรอย่างนั้น ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกหนิงเกาพาเข้ามาทั้งหมด รวมไปถึงเจียอิ๋นและฟางเหนียงด้วย"คุณชายเรียกพวกเรามามีอันใดหรือ"เป็นเจียอิ๋นเอ่ยถามขึ้น ที่จริงนางก็พอรู้ว่าชายหนุ่มเรียกมาเพราะเรื่องอันใด แต่ด้วยความที่นางมีอาวุโสมากที่สุดจึงกล้าที่จะเอ่ยถาม ถึงแม้ว่านางจะมีความผิดแต่ชายหนุ่มก็ยังต้องเกรงใจนางหลายส่วน"ที่ข้าเรียกทุกคนมาวันนี้ท่านก็น่าจะพอทราบมาแล้ว ข้าจึงอยากถามว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นมาอย่างไรจะได้ลงโทษคนให้ถูก"ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น จนทำให้เจียอิ๋นถึงกลับหน้าเสีย"ต้องลงโทษอันใดกันเจ้าคะนางเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ เหตุใดท่านต้องเรียกพวกเรามาเพื่อสอบถามถึงเพียงนี้"ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยความโมโหจนลืมตัวที่จะรักษาภาพลักษณ์อ่อนหวานที่ตนทำมาตลอด นางทนไม่ได้ที่คุณชายทำเช่นนี้เพื่อบ่าวรับใช้คนเดียวเขาถึงขนาดเรียกนางและท่านแม่ของนางมาถามเช่นนี้"เหนียงเอ๋อร์" เจียอิ๋นรีบเอ่ยห้ามบุตรสาวของตนเอง

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 29 ข้าขอเป็นคนไม่เจียมตัวที่จะชอบท่านได้หรือไม่

    ผู่เย่วกำร่มในมือแน่นขณะที่มองจางเหว่ยอุ้มซิงอีเข้าไปในเรือน นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อนาง สุดท้ายก็ยังช้ากว่าอยู่ดี "คุณชายไปเถอะขอรับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้ว""ไปเถอะ"ผู่เย่วเอ่ยเพียงสั้นๆจากนั้นเดินกลับเรือนของตน บ่าวรับใช้คนสนิทมองผู่เย่วด้วยแววตาสงสาร เมื่อสักครู่ตอนที่คุณชายตามหาแม่นางซิงอีอย่างบ้าคลั่งยังติดตาเขาอยู่เลย แต่ตอนนี้เมื่อมาเจอนางมากับคุณชายจางเหว่ยแล้วทำให้อดเห็นใจไม่ได้.จางเหว่ยหลังจากสั่งการลูกน้องเสร็จก็เดินเข้ามาในเรือน ชายหนุ่มนั่งที่เตียงข้างๆหญิงสาวที่ยังใช้เสื้อคลุมของเขาคลุมเอาไว้ มือหนาเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าขาวซีดของนางอย่างทะนุถนอม เขาพึ่งคลาดกับนางไม่นาน มาอีกทีกลับเห็นนางตกอยู่ในสภาพนี้ ดีที่ตอนเขาคุยอยู่กับฝ่าบาทอยู่นั้นไม่มีองครักษ์แน่นหนามาก จึงทำให้องครักษ์ที่เขาให้ตามคอยดูแลนางสามารถเข้ามาใกล้ได้และใช้วรยุทธบอกกล่าวให้เขารู้ได้"เจ็บมากหรือไม่" จางเหว่ยเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน ซิงอีลืมตาขึ้นและทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกชายหนุ่มห้ามไว้"ข้าเปียกอยู่เจ้าค่ะ" "เจ้าบาดเจ็บอยู่ หากขยับมากจะทำให้บาดแผลอักเสบมากยิ่งขึ้น"

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 28 ซิงอี นางแย่แล้วขอรับ

    ณ ป้อมปราการทางเข้าประตูวังหลวง มีคนผู้หนึ่งที่เป็นถึงมังกรของแผ่นดิน และอีกคนที่มีฐานะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ยืนมองดูภาพชาวบ้านที่ดำรงชีวิตอีกด้านของกำแพงวังหลวง ด้านในดูเงียบสงบจนวังเวงส่วนอีกด้านดูครึกครื้นมีชีวิตชีวา"ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมาวันนี้มีเรื่องอันใดก็บอก กล่าวมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของชายชาวบ้านธรรมดาคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มคนนั้นคือจางเหว่ยที่จู่ๆก็ถูกเรียกตัวเข้ามาอย่างลับๆ"ข้าเป็นพ่อของเจ้า เหตุใดไม่เรียกเช่นนั้น"ชายอายุวัยกลางคนที่เป็นถึงมังกรแผ่นดินเอ่ยเสียงเข้มพลางหันมามองหน้าบุตรชายของตนที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นแรมปี"ฝ่าบาทคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง พระองค์เป็นถึงเจ้าแผ่นดิน หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจะไปเป็นถึงบุตรชายของพระองค์ได้เช่นไร" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบพลางมองภาพทิวทัศน์ของชาวบ้านด้านล่าง"เจ้ายังคงเป็นเช่นเคย""ฝ่าบาทก็เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ มีคนเคยบอกว่าแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความจริงก็คือความจริง ข้าไม่เคยลืมว่าฐานะตนเองเป็นใคร"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบอย่างมั่นคง เพื่อทำให้คนตรงหน้าเขานั้นรับรู้ได้ว่า คำว่าพ่อคำนั้นไม่ได้มีอิทธิพลต่อเขาอีกแล้ว ฮ่องเ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   คอนที่ 27 แค่สหาย หรือว่าที่เจ้าบ่าวในห้องหอกันแน่

    ก๊อกๆ"คุณชายข้าซิงอีเจ้าค่ะ" "เข้ามา"เสียงชายหนุ่มอนุญาตดังออกมาจากในเรือน หญิงสาวก้มสูดดมตัวเองเล็กน้อยว่าไร้กลิ่นสุราหรือไม่ จากนั้นใช้มือตบไปที่แก้มของตนอย่างเรียกสติ นางไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้กลับมึนๆหัวเสียอย่างนั้น หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแต่ก็ยังอยู่ห่างมากอยู่ดีเพราะกลัวเขาได้กลิ่นสุรา ถ้าขืนนางมัวแต่อาบน้ำแล้วมาช้าก็คงถูกดุอยู่ดี มาเร็วแบบนี้ยังดีเสียกว่า"เหตุใดมิเข้ามา" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย"คะ...คือว่าข้ายังไม่ได้อาบน้ำเจ้าค่ะ กลัวท่านจะเหม็น" "ข้าไม่ถือ"จางเหว่ยเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ เขาจะรังเกียจนางได้เช่นไร นางคือคนประเภทเดียวกับเขาที่ต้องอาบน้ำเช้าเย็น ถึงตอนนี้นางจะไม่ได้อาบน้ำตัวนางก็หอมเช่นเคย"ข้ายืนตรงนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านมีอันใดก็สั่งข้ามาได้เลย" ซิงอียังยืนยันคำเดิม "เข้ามานี่"จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้มขึ้น ซิงอีจึงจำใจต้องเดินเข้าไปใกล้ ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้ามาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุใดวันนี้นางถึงยืนอยู่ห่างเขามากเสียอย่างนั้น มือหนากำเข้ากันแน่นด้วยความโมโห นางพึ่งห่างกับเขาได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม เอาเวลาที่ไหนไปดื่มสุราได้ ชายหนุ่มเงยหน้ามองหญิงส

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 26 อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ

    ซิงอีปูที่นอนของตนที่ข้างเตียงใหญ่ โชคดีที่ทางโรงเตี๊ยมมีที่นอนสำรองเอาไว้ให้ ไม่งั้นคืนนี้หญิงสาวจะต้องนอนหนาวเพราะไม่มีผ้าห่มหรือที่นอนอุ่นๆให้นอนเป็นแน่ ไม่นานก็เห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยกลิ่นหอมสดชื่น หญิงสาวก้มดมตนเองเพื่อดูว่ามีกลิ่นตัวหรือไม่ ปกตินางจะอาบน้ำทุกเย็นถึงแม้เข้าฤดูหนาวคนที่นี่จะไม่อาบน้ำกันเท่าไหร่ บางคนก็ 4-5 วันอาบครั้ง เมื่อพบว่าตนไม่มีกลิ่นตัวก็สบายใจขึ้นมา เพราะถ้าหากให้นางอาบน้ำทั้งที่ชายหนุ่มอยู่ในห้องข้างๆเช่นนี้นางยอมนอนทั้งที่ไม่อาบน้ำยังจะดีกว่า จะให้นางทำเช่นไรได้ก็คนไม่ชินนี่หน่าหญิงสาวนอนพลิกไปมาท่ามกลางความมืด ตอนนี้นางรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมากเพราะไม่ได้อาบน้ำ หญิงสาวยื่นหนูไปข้างเตียงเพื่อฟังว่าชายหนุ่มนั้นหลับหรือยัง แต่กลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ "นี่เขายังหายใจอยู่หรือไม่กัน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ เมื่อไม่ได้ยินเสียงชายหนุ่มมาสักพักใหญ่และแน่ใจว่าเขาหลับไปแล้ว ซิงอีจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปที่ห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกาย นางใช้เวลาไม่นานก็ปลดเสื้อผ้าและลงไปแช่น้ำทันที โชคดีที่ยังมีน้ำอุ่นที่ยังไม่ได้ใช้เหลืออยู่ หากให้อาบน้ำเย็นพ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 25 ท่านหมายถึง...พักห้องเดียวกับท่านหรือเจ้าคะ

    เกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่ถูกสะสมมาหลายวันตอนนี้เริ่มละลายลง จนพื้นดินกลายเป็นสีเขียวในรอบหลายวันจากสีของใบหญ้า แสงแดดสีทองในยามเย็นส่องกระทบมาที่ผิวของหญิงสาวในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างไม่รีบเร่ง ม่านหน้าต่างทั้งสองข้างของรถม้าถูกเปิดออกเพื่อให้คนด้านในสามารถมองเห็นทัศนียภาพด้านนอกได้ซิงอีใช้แขนทั้งสองข้างเกาะหน้าต่างรถม้าเพื่อดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้รถม้ากำลังเคลื่อนตัวอยู่บนเนินภูเขาสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า ทำให้เห็นภาพของบ้านเรือนด้านล่างและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด“สวยจังเลยเจ้าค่ะ”หญิงสาวเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ได้ละสายตามาจากภาพวิวด้านนอก นางอยากจะเก็บความรู้สึกนี้ไปนานๆ เป็นอย่างที่คนเคยว่าภาพถ่ายหรือภาพวาดต่อให้เหมือนจริงแค่ไหนก็ไม่สู้เห็นด้วยตา"ย่อมงดงามอยู่แล้ว" จางเหว่ยที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางสุขุมมองไปที่หญิงสาวแล้วเอ่ยตอบ"ว๊าย~~~" ซิงอีอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อจู่ๆรถม้าก็โคลงเคลงเมื่อตกหลุม จังหวะนั้นทำให้นางที่กำลังเกาะริมหน้าต่างอยู่ต้องหงายหลัง จางเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงใช้แขนรับร่างหญิงสาวไม่ให้กองไปกับพื้น เป็นช่วงเดียวกับที่ซิงอีเองก็พยายามหาอันใดยึดเกาะ จึงใช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status