เข้าสู่ระบบซิงอีผู้จัดการดารานางเอกชื่อดัง พลัดตกจากที่สูงแต่เมื่อฟื้นขึ้นมา กลายเป็นขอทานซะงั้นด้วยความหิวจึงวางแผนแอบเข้าจวนคนอื่นแต่ใครจะรู้ว่าจวนที่เธอเข้ามาอยู่นั้นเจ้าของเป็นพวกโหดเหี้ยมอำมหิตและอารมณ์ร้าย
ดูเพิ่มเติม10 ปีผ่านไปแสงอาทิตย์ในยามเช้าส่องกระทบเข้ากับใบหน้าเนียนที่นอนอยู่ที่เตียงกว้าง"อื้ออ... เจ้าอย่าขยับยังเช้าอยู่เลย"จางเหว่ยส่งเสียงห้ามคนตัวเล็กที่ซุกอยู่ในอ้อมกอด ตอนนี้นางกำลังจะลุกหนีเขาเหมือนทุกวันอีกแล้ว ชายหนุ่มจึงต้องกระชับอ้อมกอดไม่ให้นางลุกไปไหนได้ ซิงอีผลักร่างชายหนุ่มออกเล็กน้อยอย่างไม่ให้เขาเอาแต่ใจ"นี่มันสายแล้วนะเพคะ พระองค์ควรลุกได้แล้ว""แต่ข้าพึ่งได้นอนกอดเจ้าไม่กี่ชั่วยามเองนะ" จางเหว่ยส่งเสียงออดอ้อนเหมือนอย่างเด็กน้อย และใช้ใบหน้าถูไปที่ซอกคอขาวอย่างเอาแต่ใจ"ท่านหยุดนะเพคะ"หญิงสาวดิ้นพลางผลักชายหนุ่มออกห่างตัว แต่นั้นยิ่งทำให้เขาได้ใจนอกจากจะถูใบหน้าแล้วยังพรมจูบและไซ้คอหญิงสาวไม่หยุด"หอมจัง...""ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ อีกไม่นานจะได้เวลาประชุมหน้าท้องพระโรงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"เสียงหม่ากงกงตะโกนเข้ามาในห้องบรรทม ซิงอีที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาในทันที จางเหว่ยถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ พลางทำหน้าไม่พอใจ"พระองค์ควรลุกจริงๆแล้วเพคะ"เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับก้นกลมของหญิงสาวไม่แรงนัก ซิงอีทำสีหน้าตกใจและเปลี่ยนเป็นโมโหในทันที"ท่านตีข้าทำไมเจ้าคะ""ก็พูดได้หนิ ข้าบอกเจ้
1 เดือนผ่านไปเสียงบรรเลงเพลงมงคลล่องลอยไปตามสายลมในช่วงสาย ดวงอาทิตย์สีทองอร่ามที่ทำหน้าที่เพียงส่องสว่างแต่ไม่ร้อนแผดเผา ทุกพื้นที่ในวังหลวงถูกตกแต่งด้วยผ้ามงคลสีแดง การตกแต่งดูงดงามอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่นอกวังหลวง ชาวบ้านที่ถึงแม้จะหวาดกลัวความโหดเหี้ยมของเจ้าบ่าวมานาน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะร่วมตกแต่งบ้านเรือนเพื่อร่วมแสดงความยินดี เพราะรู้ดีว่าคนที่คอยช่วยเหลือและปกป้องมาตลอดนั้นไม่ใช่ใครแต่เป็นเจ้าบ่าวในวันนี้พรมแดงถูกปูตั้งแต่ด้านนอกจนถึงท้องพระโรง เหล่าทหารกล้ายืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบหลายหมื่นนายเพื่อร่วมเป็นพยานรักให้แก่ทั้งคู่ จางเหว่ยในชุดสีแดงมงคลที่ถูกตัดทำขึ้นพิเศษ ทั้งประณีตและสง่างามมือหนากระชับมือบางที่กุมอยู่ ซิงอีก้มมองมือหนาและเงยขึ้นมายิ้มให้ชายหนุ่ม วันนี้นางสวมชุดสีแดงเข้าคู่กับจางเหว่ยและถูกคลุมหน้าด้วยผ้าบางมงคลสีแดง แต่ก็ยังสามารถมองเห็นภาพได้อย่างเลือนรางว่ามีใครอยู่ที่นี่กับนางบ้าง เมื่อพิธีเริ่มคู่บ่าวสาวก็กุมมือกันเดินเข้าท้องพระโรงด้วยท่าทางสง่างามและเหมาะสมกันอย่างเป็นที่สุด กลีบดอกกุหลาบสีแดงถูกโปรยขณะที่ทั้งคู่ค่อยๆก้าวเดิน เหล่าทหารที่
วันก่อนงานอภิเษกซิงอียืนอยู่ที่หน้าต่าง เหม่อมองด้านนอกที่อากาศเริ่มเย็นในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล"พรุ่งนี้ท่านจะมาใช่หรือไม่"ซิงอีเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ นี่ก็เกือบ 2อาทิตย์แล้วที่นางไม่ได้ข่าวคราวจากจางเหว่ยเลย และพรุ่งนี้ก็เป็นวันสมรสแล้วด้วย ถึงนางจะเป็นกังวลแต่ก็เชื่อมั่นในตัวเขาอย่างที่เคยเชื่อมั่นมาโดยตลอด อีกด้านในตอนนี้ จื่อหยางกำลังเดินหมากกับฮ่องเต้ในห้องส่วนตัว แต่ระหว่างสองคนกลับไม่ได้เอ่ยคำสนทนาอันใดกันเลย มีเพียงเสียงของหมากกระทบที่กระดานเท่านั้น แต่ขณะนั้นเองก็มีเสียงของคนจำนวนมากรูเข้ามาที่ห้อง "นี่มันอะไรกัน ทหาร~~~~"ฮ่องเต้เอ่ยตะโกนเสียงดังลั่นห้อง แต่กลับไม่มีทหารเลยแม้แต่สักคนเข้ามาจื่อหยางที่กำลังเดินหมากอยู่กับฮ่องเต้ก็ต้องตกใจเช่นกัน นี่มันเรื่องอันใดกัน หัวหน้าที่นำคนพวกนี้เข้ามานั่นก็คือลูกน้องคนสนิทอีกคนของเขาเอง อย่าบอกนะว่า....."ทหารไปที่ใดหมด"ฮ่องเต้ตะโกนเสียงดังอีกครั้ง จากนั้นหันไปทางจื่อหยางที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆด้วยแววตาที่มีคำถามมากมาย จื่อหยางที่รู้แล้วว่าตอนนี้คนที่บุกเข้ามาทั้งหมดคือคนของตน นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าลูกน้องของเขาเข้าใจว่าเขาจะก่อกบฏ
"องค์ชาย แม่นางซิงอีมาขอรับ"หนิงเกาที่อยู่หน้ากระโจมเอ่ยขึ้น ที่หนิงเกาเอ่ยเช่นนี้เป็นเพราะคนทั่วไปรู้จักหญิงสาวนาม ห่าวเข่อซิงเท่านั้น ส่วนซิงอีเป็นนามที่ไม่รู้จักมากนัก จึงใช้ชื่อนี้แทน "เข้ามา" จางเหว่ยเอ่ยอนุญาตอย่างรวดเร็ว ซิงอีตอนนี้ไม่ได้แต่งกายด้วยชุดที่นางสวมใส่ แต่เป็นชุดของนางกำนัลแทน"หมอตัวจริงมาแล้วสินะ เช่นนั้นก็คงหมดหน้าที่ข้า"กู้จวินเอ่ยแซวสหายของตน ก่อนที่จะหันมายิ้มให้หญิงสาวและเดินออกไปจากกระโจม ปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่ตามลำพัง"ท่านเจ็บมากหรือไม่" ซิงอีเอ่ยถามชายหนุ่มและเข้าไปนั่งลงข้างๆ จางเหว่ยเอื้อมมือไปจับที่มือบางขึ้นมาหอมด้วยความคิดถึง"ขอเพียงกลับมาแล้วเจอหน้าเจ้า ไม่ว่าจะเจออะไร หนักหนามากแค่ไหนข้าก็ไม่มีทางเป็นอะไรไปแน่" ซิงอีที่ได้ยินเช่นนั้นจึงขึงตาใส่ชายหนุ่มเล็กน้อย"กู้จวินบอกว่า เจ้าบรรเลงเพลงกู่เจิงเช่นนั้นหรือ""เจ้าค่ะ ท่านคงไม่ว่าอะไรที่ข้าเอ่อ....""ไม่เป็นอันใด เจ้ามิต้องกังวลไม่ว่าเจ้าจะทำอันใด ทำเพื่อข้าหรือตัวเจ้าเองขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้าไม่มีวันโทษเจ้า" จางเหว่ยเอ่ยพลางดึงหญิงสาวเข้ามากอด "คืนนี้นอนกับข้าเถิด""ได้อย่างไรเจ้าคะ ข้าต้องร
ในป่าลึกจางเหว่ยกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับคนร้ายฝีมือดีกว่า 20 คน พวกมันสามารถตั้งรับและเข้าจู่โจมเหมือนอย่างที่ฝึกฝนร่วมกันมาเป็นอย่างดี จางเหว่ยตวัดปลายดาบขึ้นจนปาดเข้าที่คอของคนร้าย โลหิตสีแดงพุ่งเป็นสายน้ำออกมา "1"จางเหว่ยเอ่ยขึ้นเมื่อสังหารได้ 1คน ยังเหลืออีก19 คน เขาใช้วรยุทธ์พุ่งทะยานขึ้
"คุณชายนั่นแม่นางซิงอี...เอ่อ..องค์หญิงห่าวเข่อซิงนิ่ขอรับ"หนิงเกาเอ่ยขึ้นเมื่อจางเหว่ยกำลังจะขึ้นรถม้าเข้าวังบริเวณหน้าเรือน จางเหว่ยมองไปตามทางผู้ช่วยเขาเอ่ยบอก พบว่านางกำลังเลือกซื้อของอยู่ด้วยความเพลิดเพลิน "คงแอบหนีออกมาเที่ยวเล่นสินะ" จางเหว่ยกล่าวกับตนเองในใจ แต่ขณะนั้นเองเขากลับเห็นชายอายุ
ณ ตำหนักจวี่ฮวาจางเหว่ยยังคงนั่งอยู่ที่พื้นข้างเตียงนอน ด้วยสภาพเนื้อตัวยังคงชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนเมื่อเย็นวานจนถึงเช้า ขอบตาบวมและแดงก่ำจากการร้องไห้ทั้งคืน หนวดเคราขึ้นและฟุ้งไปกลิ่นสุรา"ข้ามาขอพบคุณชาย" ฟางเหนียงเอ่ยบอกคนเฝ้าที่หน้าเรือนอย่างออกคำสั่ง"ต้องขออภัยคุณหนู คุณชายสั่งห้ามไว้ว่าห้ามใค
ที่หน้ากระจกบานใหญ่ ซิงอีมองภาพตนเองในกระจกที่ถูกแต่งแต้มหน้าตาด้วยความพิถีพิถัน พร้อมด้วยสวมเสื้อผ้าเนื้อดีงดงามอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนนางคิดว่านี่มันคือความฝันเสียอีก จื่อรั่วกำลังยุ่งอยู่กับการหวีผมและถอดเครื่องประดับบางชิ้นที่เกินความจำเป็นให้ผู้เป็นนายข

















![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางเอก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)