LOGIN“นางไปที่ใด”
จางเหว่ยเอ่ยถามบ่าวรับใช้ที่ตนให้ไปตามหญิงสาว
“บ่าวรับใช้ที่ห้องพักบอกว่านางออกไปด้านนอกจวนขอรับ”
“หากนางมาถึงแล้วให้มาพบข้า”
“ขอรับ” บ่าวรับใช้รับคำเสร็จก็วิ่งออกไป
ชายหนุ่มนั่งลงไปกับเตียงอย่างหมดแรง จากนั้นนอนเอามืออังที่หน้าผาก เพราะพิษจากอาการแพ้ ถึงแม้ผื่นจะหายไปแล้วแต่ยังหลงเหลือความอ่อนล้า ภาพในความฝันที่เกิดขึ้นจริงยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของชายหนุ่มไม่หายไปเสียที
วันที่เขาอายุครบ 12 ปีพอดีคือวันเดียวกันกับที่เสด็จแม่ของเขาเสีย และก็คือวันนี้เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ภาพที่เสด็จแม่ของเขาสิ้นใจต่อหน้ายังอยู่ในส่วนลึกความอ่อนแอไม่ลืมเลือน การแก่งแย่งอำนาจในวังหลังนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก หลังจากเสด็จแม่ของเขาเสียไปผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนสังหารคือเขาผู้ที่เป็นบุตรชายแท้ๆ เรื่องที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือเสด็จพ่อของเขาที่เป็นถึงฮ่องเต้เชื่อว่าบุตรชายแท้ๆของตนเองเป็นคนลงมือทำ สิ่งนี้ทำให้เขาเสียใจและไม่คิดว่าตนเองไม่มีบิดาอีกไม่ว่าจะในฐานะบิดาผู้ให้กำเนิดหรือบิดาของแผ่นดินก็ตาม
การถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายที่ฆ่าคนย่อมไม่สามารถเรียกว่าองค์ชายได้อีก น่าขำที่การลอบฆ่าในวังหลังนั้นมีเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากเรื่องแดงขึ้นมาและรู้ว่าเป็นใครกลับทำเป็นเรื่องใหญ่โตเหมือนอย่างกับในวังหลังนั้นเต็มไปด้วยผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่ง ไม่สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไรอย่างนั้น จางเหว่ยถูกถอดถอนจากองค์ชายเป็นแค่สามัญชนธรรมดา แต่เพราะว่าเป็นถึงบุตรชายของมังกรย่อมไม่สามารถขับไล่อย่างหมูหมาได้และอายุยังน้อย อีกทั้งบิดาทางฝั่งแม่ก็ยังเป็นถึงเสนาบดีกรมคลัง จึงได้มอบจวนและคนรับใช้ส่วนหนึ่งให้ออกจากวัง
"เรียนคุณชาย แม่นางซิงอีมาแล้วเจ้าค่ะ" บ่าวรับใช้ส่งเสียงมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้ชายหนุ่มที่นอนคิดถึงอดีตรู้สึกตัว
"เข้ามา"
เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากด้านใน ซิงอีจึงผลักประตูเข้าไปด้านใน นางรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เนื่องจากที่เอวนางตอนนี้ไม่มีถุงหอมเหมือนทุกครั้ง นางเกรงว่าชายหนุ่มจะเหม็นตน แต่เมื่อลองก้มดมตนเองพบว่าไม่ได้กลิ่นอันใดจึงยืนขึ้น แต่ก็ยังเลือกที่จะยืนไกลชายหนุ่มออกมาเล็กน้อยเพื่อความมั่นใจ
"คารวะคุณชายเจ้าค่ะ ท่านเรียกข้าหรือเจ้าคะ" หญิงสาวพูดพลางทำท่าคารวะ
"อืม"
ชายหนุ่มพูดพลางลุกขึ้นนั่ง จากนั้นทำท่าจะรินชา ซิงอีที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปรินชาให้ชายหนุ่มอย่างเอาใจ จางเหว่ยเหลือบมองหญิงสาวแว็บหนึ่งก่อนที่จะยกชาขึ้นดื่ม
"ออกไปไหนมา" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเข้มเล็กน้อย
"ข้าไปตลาดมาเจ้าค่ะ"
"หนิงเกาไม่เคยอยู่ห่างข้า"
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างตำหนิ หนิงเกาผู้ช่วยของเขาจะอยู่ข้างกายเขาตลอดยกเว้นตอนนอน เรียกหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หญิงสาวกลับไปเดินเที่ยวด้านนอกอย่างสบายใจ
"ก็ท่านไล่ข้าหนิเจ้าคะ"
หญิงสาวรีบเอ่ยแย้ง เมื่อกลางวันเขายังตะคอกและไล่นางไปเอง หากว่านางไม่เข้ามาเห็นเขาสลบอยู่ในอ่างน้ำตอนนี้เขาได้จมน้ำตายไปแล้ว ยังมีหน้ามาด่าว่านางอีก
"ไม่ว่าข้าไล่เจ้าหรือไม่ ก็ไม่มีสิทธิ์ออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก"
ชายหนุ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย เขาไม่เคยเจอบ่าวรับใช้คนไหนที่กล้าเถียงเขาเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิดที่ให้นางมาเป็นผู้ช่วย แล้วจะทำอย่างไรได้เพราะบ่าวรับใช้ส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือเช่นนาง และงานของเขาก็ต้องการคนที่มีความรู้
"เจ้าค่ะ.." หญิงสาวเอ่ยรับเสียงเบา หากนางเถียงอีกมีหวังโดนสั่งฆ่าเป็นแน่
"นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าออกไปในเวลางาน ข้าจะหักเงินเจ้าแค่ครึ่งหนึ่ง"
"ครึ่งหนึ่งหรือเจ้าคะ" ซิงอีตกใจจึงขั้นพูดเสียงดัง
"อุ้ย~~~ขออภัยเจ้าค่ะ แต่หักครึ่งหนึ่งมันไม่มากเกินไปหรือเจ้าคะ ข้ามิได้กลับมาตัวเปล่านะเจ้าคะ ข้ามีของมาฝากท่านด้วย"
หญิงสาวพูดพลางเดินเข้าไปที่พื้นใกล้เตียงของชายหนุ่ม จากนั้นนวดไปที่ขาอย่างเอาอกเอาใจเจ้านายของตน จางเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า เพื่อเงินนางสามารถทำได้ทุกอย่างจริงๆ
"ของอะไร"
ซิงอีที่ได้ยินว่าชายหนุ่มเหมือนจะไม่หักเงินนางแล้ว จึงรีบล้วงเอาสร้อยข้อมือที่ตนซื้อจากตลาดออกมา เป็นสร้อยข้อมือลูกปัดหยกสีเขียวมิ้นต์ ที่จริงนางไม่ได้เป็นคนจ่ายเงินเองหรอก แต่เป็นผู่เย่วต่างหากที่อาสาเป็นคนจ่าย ตอนแรกนางเห็นว่าสวยจึงอยากได้ไม่คิดว่าจะเอามาให้ชายหนุ่ม เมื่อเห็นเขาโกรธจึงคิดวิธีเอาตัวรอดแต่สร้อยหยกนี้ก็ดูเหมือนจะเข้ากับเขาจริงๆ ชายหนุ่มมองสร้อยหยกที่นางยื่นมาให้ เป็นสีที่เขาชอบและถูกใจเขายิ่งนักหญิงสาวยื่นให้ชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่ แต่เขากลับยังอยู่นิ่งไม่เอ่ยปากหรือรับไป
"หากท่านมิชอบข้า....."
ซิงพูดพลางจะเอาเก็บคืน แต่กลับถูกมือของชายหนุ่มคว้าเอาไว้เสียก่อน จางเหว่ยจับที่ข้อมือของหญิงสาว เพราะตอนนี้ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเตียงแต่หญิงสาวเองก็นั่งที่พื้นด้านล่างเตียง ทำให้ตอนนี้ร่างกายชายหนุ่มโน้มตัวลงมาหาหญิงสาวเล็กน้อย จังหวะที่คว้ามือจึงทำให้ทั้งคู่เผลอสบตากัน เหมือนอย่างมีมนตร์สะกดด้วยระยะห่างที่ใกล้กันเพียงคืบ ลมหอมอ่อนๆที่ลอยออกมาจากหญิงสาวและกลิ่นหอมสะอาดจากตัวของชายหนุ่มเอง ยิ่งทำให้ทั้งคู่หัวใจเต้นแรง
เสียงของบ่าวรับใช้ด้านนอกเรือนกำลังสับเปลี่ยนเวรยามทำให้ทั้งคู่รู้สึกตัว ซิงอีหน้าแดงและชายหนุ่มเองก็เก็บอาการไม่อยู่จนหน้าร้อนหูแดงไปหมด
"ถ้าท่านมิมีอันใดแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"
ซิงอีพูดพลางวิ่งออกไปจากห้องโดยไม่รอได้รับอนุญาตจากชายหนุ่มก่อน
ปัง! เสียงปิดประตู
จางเหว่ยส่ายหัวและยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยให้กับท่าทีของหญิงสาว เขามองสร้อยข้อมือหยกในมือเส้นที่นางให้ นี่นับเป็นของขวัญที่เขาได้ในวันเกิดในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา ถึงนางจะไม่รู้ว่าวันนี้คือวันเกิดของเขาและคงให้เพราะกลัวว่าเขาจะหักเงินค่าแรง แต่กลับทำให้เขารู้สึกมีความสุขเสียอย่างนั้น
ชายหนุ่มเปิดลิ้นชักที่หัวเตียง ด้านในมีกล่องไม้ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ต้องใช้กุญแจไขเท่านั้นถึงเปิดได้ เขาเปิดกล่องไม้และใส่สร้อยข้อมือที่หญิงสาวให้เข้าไป และในนั้นยังมีถุงหอม 4-5 ถุง ที่ถุงหอมมีชื่อปักว่า "ซิงอี" จากนั้นปิดกล่องไม้และล็อกเอาไว้เช่นเดิม
.
ซิงอีกลับมาถึงห้องก็ล้มตัวไปกับเตียงทันที หญิงสาวนึกถึงตอนที่ตนเผลอสบตาเข้ากับชายหนุ่ม จู่ๆหน้าก็แดงขึ้นมาอีกครั้ง
"ไม่ได้ๆ นั่นมันมารอสูรเจ้าห้ามคิดไปไกลเด็ดขาด" หญิงสาวพูดพลางตบที่แก้มตัวเองเบาๆอย่างเรียกสติ
"ใช่! เจ้าต้องรีบเก็บเงินใช้หนี้ และออกไปจากที่จวนนี้ให้ได้" หญิงสาวกล่าวกับตนเองอย่างหมายมั่น จากนั้นก็ไปอาบน้ำเพื่อเข้านอนทันที
ณ ห้องโถงของเรือนรับรองบรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความเงียบจนชวนน่าอึดอัด จางเหว่ยนั่งที่หน้าสุดมีสีหน้าเหมือนอย่างจะฆ่าคนได้หากผู้ใดเผลอขยับตัวหรือส่งเสียงออกมาอย่างไรอย่างนั้น ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกหนิงเกาพาเข้ามาทั้งหมด รวมไปถึงเจียอิ๋นและฟางเหนียงด้วย"คุณชายเรียกพวกเรามามีอันใดหรือ"เป็นเจียอิ๋นเอ่ยถามขึ้น ที่จริงนางก็พอรู้ว่าชายหนุ่มเรียกมาเพราะเรื่องอันใด แต่ด้วยความที่นางมีอาวุโสมากที่สุดจึงกล้าที่จะเอ่ยถาม ถึงแม้ว่านางจะมีความผิดแต่ชายหนุ่มก็ยังต้องเกรงใจนางหลายส่วน"ที่ข้าเรียกทุกคนมาวันนี้ท่านก็น่าจะพอทราบมาแล้ว ข้าจึงอยากถามว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นมาอย่างไรจะได้ลงโทษคนให้ถูก"ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น จนทำให้เจียอิ๋นถึงกลับหน้าเสีย"ต้องลงโทษอันใดกันเจ้าคะนางเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ เหตุใดท่านต้องเรียกพวกเรามาเพื่อสอบถามถึงเพียงนี้"ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยความโมโหจนลืมตัวที่จะรักษาภาพลักษณ์อ่อนหวานที่ตนทำมาตลอด นางทนไม่ได้ที่คุณชายทำเช่นนี้เพื่อบ่าวรับใช้คนเดียวเขาถึงขนาดเรียกนางและท่านแม่ของนางมาถามเช่นนี้"เหนียงเอ๋อร์" เจียอิ๋นรีบเอ่ยห้ามบุตรสาวของตนเอง
ผู่เย่วกำร่มในมือแน่นขณะที่มองจางเหว่ยอุ้มซิงอีเข้าไปในเรือน นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อนาง สุดท้ายก็ยังช้ากว่าอยู่ดี "คุณชายไปเถอะขอรับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้ว""ไปเถอะ"ผู่เย่วเอ่ยเพียงสั้นๆจากนั้นเดินกลับเรือนของตน บ่าวรับใช้คนสนิทมองผู่เย่วด้วยแววตาสงสาร เมื่อสักครู่ตอนที่คุณชายตามหาแม่นางซิงอีอย่างบ้าคลั่งยังติดตาเขาอยู่เลย แต่ตอนนี้เมื่อมาเจอนางมากับคุณชายจางเหว่ยแล้วทำให้อดเห็นใจไม่ได้.จางเหว่ยหลังจากสั่งการลูกน้องเสร็จก็เดินเข้ามาในเรือน ชายหนุ่มนั่งที่เตียงข้างๆหญิงสาวที่ยังใช้เสื้อคลุมของเขาคลุมเอาไว้ มือหนาเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าขาวซีดของนางอย่างทะนุถนอม เขาพึ่งคลาดกับนางไม่นาน มาอีกทีกลับเห็นนางตกอยู่ในสภาพนี้ ดีที่ตอนเขาคุยอยู่กับฝ่าบาทอยู่นั้นไม่มีองครักษ์แน่นหนามาก จึงทำให้องครักษ์ที่เขาให้ตามคอยดูแลนางสามารถเข้ามาใกล้ได้และใช้วรยุทธบอกกล่าวให้เขารู้ได้"เจ็บมากหรือไม่" จางเหว่ยเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน ซิงอีลืมตาขึ้นและทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกชายหนุ่มห้ามไว้"ข้าเปียกอยู่เจ้าค่ะ" "เจ้าบาดเจ็บอยู่ หากขยับมากจะทำให้บาดแผลอักเสบมากยิ่งขึ้น"
ณ ป้อมปราการทางเข้าประตูวังหลวง มีคนผู้หนึ่งที่เป็นถึงมังกรของแผ่นดิน และอีกคนที่มีฐานะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ยืนมองดูภาพชาวบ้านที่ดำรงชีวิตอีกด้านของกำแพงวังหลวง ด้านในดูเงียบสงบจนวังเวงส่วนอีกด้านดูครึกครื้นมีชีวิตชีวา"ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมาวันนี้มีเรื่องอันใดก็บอก กล่าวมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของชายชาวบ้านธรรมดาคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มคนนั้นคือจางเหว่ยที่จู่ๆก็ถูกเรียกตัวเข้ามาอย่างลับๆ"ข้าเป็นพ่อของเจ้า เหตุใดไม่เรียกเช่นนั้น"ชายอายุวัยกลางคนที่เป็นถึงมังกรแผ่นดินเอ่ยเสียงเข้มพลางหันมามองหน้าบุตรชายของตนที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นแรมปี"ฝ่าบาทคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง พระองค์เป็นถึงเจ้าแผ่นดิน หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจะไปเป็นถึงบุตรชายของพระองค์ได้เช่นไร" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบพลางมองภาพทิวทัศน์ของชาวบ้านด้านล่าง"เจ้ายังคงเป็นเช่นเคย""ฝ่าบาทก็เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ มีคนเคยบอกว่าแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความจริงก็คือความจริง ข้าไม่เคยลืมว่าฐานะตนเองเป็นใคร"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบอย่างมั่นคง เพื่อทำให้คนตรงหน้าเขานั้นรับรู้ได้ว่า คำว่าพ่อคำนั้นไม่ได้มีอิทธิพลต่อเขาอีกแล้ว ฮ่องเ
ก๊อกๆ"คุณชายข้าซิงอีเจ้าค่ะ" "เข้ามา"เสียงชายหนุ่มอนุญาตดังออกมาจากในเรือน หญิงสาวก้มสูดดมตัวเองเล็กน้อยว่าไร้กลิ่นสุราหรือไม่ จากนั้นใช้มือตบไปที่แก้มของตนอย่างเรียกสติ นางไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้กลับมึนๆหัวเสียอย่างนั้น หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแต่ก็ยังอยู่ห่างมากอยู่ดีเพราะกลัวเขาได้กลิ่นสุรา ถ้าขืนนางมัวแต่อาบน้ำแล้วมาช้าก็คงถูกดุอยู่ดี มาเร็วแบบนี้ยังดีเสียกว่า"เหตุใดมิเข้ามา" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย"คะ...คือว่าข้ายังไม่ได้อาบน้ำเจ้าค่ะ กลัวท่านจะเหม็น" "ข้าไม่ถือ"จางเหว่ยเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ เขาจะรังเกียจนางได้เช่นไร นางคือคนประเภทเดียวกับเขาที่ต้องอาบน้ำเช้าเย็น ถึงตอนนี้นางจะไม่ได้อาบน้ำตัวนางก็หอมเช่นเคย"ข้ายืนตรงนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านมีอันใดก็สั่งข้ามาได้เลย" ซิงอียังยืนยันคำเดิม "เข้ามานี่"จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้มขึ้น ซิงอีจึงจำใจต้องเดินเข้าไปใกล้ ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้ามาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุใดวันนี้นางถึงยืนอยู่ห่างเขามากเสียอย่างนั้น มือหนากำเข้ากันแน่นด้วยความโมโห นางพึ่งห่างกับเขาได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม เอาเวลาที่ไหนไปดื่มสุราได้ ชายหนุ่มเงยหน้ามองหญิงส
ซิงอีปูที่นอนของตนที่ข้างเตียงใหญ่ โชคดีที่ทางโรงเตี๊ยมมีที่นอนสำรองเอาไว้ให้ ไม่งั้นคืนนี้หญิงสาวจะต้องนอนหนาวเพราะไม่มีผ้าห่มหรือที่นอนอุ่นๆให้นอนเป็นแน่ ไม่นานก็เห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยกลิ่นหอมสดชื่น หญิงสาวก้มดมตนเองเพื่อดูว่ามีกลิ่นตัวหรือไม่ ปกตินางจะอาบน้ำทุกเย็นถึงแม้เข้าฤดูหนาวคนที่นี่จะไม่อาบน้ำกันเท่าไหร่ บางคนก็ 4-5 วันอาบครั้ง เมื่อพบว่าตนไม่มีกลิ่นตัวก็สบายใจขึ้นมา เพราะถ้าหากให้นางอาบน้ำทั้งที่ชายหนุ่มอยู่ในห้องข้างๆเช่นนี้นางยอมนอนทั้งที่ไม่อาบน้ำยังจะดีกว่า จะให้นางทำเช่นไรได้ก็คนไม่ชินนี่หน่าหญิงสาวนอนพลิกไปมาท่ามกลางความมืด ตอนนี้นางรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมากเพราะไม่ได้อาบน้ำ หญิงสาวยื่นหนูไปข้างเตียงเพื่อฟังว่าชายหนุ่มนั้นหลับหรือยัง แต่กลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ "นี่เขายังหายใจอยู่หรือไม่กัน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ เมื่อไม่ได้ยินเสียงชายหนุ่มมาสักพักใหญ่และแน่ใจว่าเขาหลับไปแล้ว ซิงอีจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปที่ห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกาย นางใช้เวลาไม่นานก็ปลดเสื้อผ้าและลงไปแช่น้ำทันที โชคดีที่ยังมีน้ำอุ่นที่ยังไม่ได้ใช้เหลืออยู่ หากให้อาบน้ำเย็นพ
เกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่ถูกสะสมมาหลายวันตอนนี้เริ่มละลายลง จนพื้นดินกลายเป็นสีเขียวในรอบหลายวันจากสีของใบหญ้า แสงแดดสีทองในยามเย็นส่องกระทบมาที่ผิวของหญิงสาวในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างไม่รีบเร่ง ม่านหน้าต่างทั้งสองข้างของรถม้าถูกเปิดออกเพื่อให้คนด้านในสามารถมองเห็นทัศนียภาพด้านนอกได้ซิงอีใช้แขนทั้งสองข้างเกาะหน้าต่างรถม้าเพื่อดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้รถม้ากำลังเคลื่อนตัวอยู่บนเนินภูเขาสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า ทำให้เห็นภาพของบ้านเรือนด้านล่างและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด“สวยจังเลยเจ้าค่ะ”หญิงสาวเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ได้ละสายตามาจากภาพวิวด้านนอก นางอยากจะเก็บความรู้สึกนี้ไปนานๆ เป็นอย่างที่คนเคยว่าภาพถ่ายหรือภาพวาดต่อให้เหมือนจริงแค่ไหนก็ไม่สู้เห็นด้วยตา"ย่อมงดงามอยู่แล้ว" จางเหว่ยที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางสุขุมมองไปที่หญิงสาวแล้วเอ่ยตอบ"ว๊าย~~~" ซิงอีอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อจู่ๆรถม้าก็โคลงเคลงเมื่อตกหลุม จังหวะนั้นทำให้นางที่กำลังเกาะริมหน้าต่างอยู่ต้องหงายหลัง จางเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงใช้แขนรับร่างหญิงสาวไม่ให้กองไปกับพื้น เป็นช่วงเดียวกับที่ซิงอีเองก็พยายามหาอันใดยึดเกาะ จึงใช







