Share

ตอนที่ 8 หลานชายข้า

Penulis: Ai Chi Tudou
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 12:30:03

         “ท่านประมุข เจ้าหนุ่มคนนี้สู้ชนะพวกเราเกินครึ่งแล้วขอรับ”

เผยกู่บุรุษร่างสูงผู้ช่วยของโหวปิ่งเจี่ยนเดินมาบอกเจ้านายตนที่กำลังจิบน้ำชาในห้องโถง

         “ข้าให้สู้กับพวกที่เพิ่งฝึกยุทธได้ไม่นาน หากเขาไม่ชนะข้าก็ไม่ควรเก็บเขาไว้” โหวปิ่งเจียนสีหน้าเรียบเฉยไม่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขาต้องการทดสอบชายหนุ่มผู้ซึ่งข่มเหงบุตรสาวของตน นอกจากทดสอบยังถือโอกาสสั่งสอนไปในตัว ไม่ว่าชายหนุ่มคนนี้จะได้รับบาดเจ็บมากหรือน้อย เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรใดๆ ทั้งสิ้น

         เผยกู่ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย เขาลังเลใจก่อนที่จะรายงานต่อ “แต่ว่า วิชาที่เจ้าหนุ่มนั่นใช้นอกจากจะมีวิชาของสำนักหย่งผิง ยังมีวิชาเพลงกระบี่ของราชวงศ์และแม่ทัพโม่เถี่ยด้วยขอรับ”

         โหวปิ่งเจียนได้ยินดังนั้นมุมปากก็กระตุกขึ้นมาทันที “ราชวงศ์อย่างนั้นหรือ ข้าผู้ซึ่งเป็นประมุขยุทธภพยิ่งไม่อยากเกี่ยวข้องกับราชสำนักเสียด้วย”

เขาพูดพลางขมวดคิ้วแล้วยกมือหนาขึ้นมาเท้าคาง ในหัวเริ่มประเมินถึงชายหนุ่มที่เพิ่งได้พบเจอ รวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับบุตรสาวตน

“เจ้าไปถามชื่อของเขาที เมื่อครู่นี้ข้าก็โมโหจนลืมถาม”

         เผยกู่รับคำสั่งจึงเดินกลับไปหาจ้าวซีหนาน แต่ว่ายังไม่ทันถึงก็มีคนมารายงานว่าผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร ใต้เท้าหลิวกวนมาเยี่ยมเยือนโหวปิ่งเจียน เขาจึงต้องออกไปต้อนรับหลิวกวนเพื่อพามาพบโหวปิ่งเจียน

         “คารวะใต้เท้าหลิว” เผยกู่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันแล้วก้มศีรษะลงเล็กน้อยเมื่อพบหน้าหลิวกวน พวกเขาทักทายกันตามประสาคนในยุทธภพ ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองให้มากเรื่องมากราว

         “ผู้ช่วยเผย” หลิวกวนประสานมือตอบ เขาเดินตามเผยกู่เข้ามาภายในจวนโดยไม่มีทีท่าประหม่าแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขามาที่นี่อยู่บ่อยครั้งจนเป็นคนคุ้นเคย

         โหวปิ่งเจียนเมื่อทราบว่ามีแขกมาเยือนก็ออกมาต้อนรับ พบหลิวกวนก็พูดคุยดั่งคนกันเองไม่กี่คำก็เดินข้างหลิวกวนเพื่อพาไปพูดคุยที่เรือนรับรองแขกในสวนหิน

         “สหายหลิวมาหาข้าถึงเขาลวี่หนาน ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือ” โหวปิ่งเจียนเดินไปถามไป

         หลิวกวนกวาดสายตามองโดยรอบ เขาหัวเราะก่อนเอ่ย

“ข้ามาตรวจการทำคดีแถวนี้ ขี่ม้าผ่านเขาลวี่หนานจึงแวะมาหาสหายโหว ว่าจะนั่งเล่นหมากสักตาสองตาแล้วค่อยกลับ อ่อ มาดูแม่หนูเจียเอ๋อร์ด้วย”

เขาเห็นโถวเถียนเจียตั้งแต่เล็ก นางเกิดไล่เลี่ยกับหลิวหลานเอ๋อร์บุตรสาวของเขา ทั้งยังเด็กกว่าหลิวโจวลั่วบุตรชายของเขาแค่สี่ปีเท่านั้น เขาจึงเอ็นดูโหวเถียนเจียเหมือนบุตรสาวอีกคน จนคิดไปไกลว่าหากหลิวโจวลั่วกับโหวเถียนเจียได้แต่งงานกันคงจะดีไม่น้อย

         โหวปิ่งเจียนได้ยินก็พอเดาความในใจของสหายผู้นี้ของตนออก เขาถอนหายใจเสียงดังจนหลิวกวนหันหน้ามอง

         “ทำไมหรือ เจ้ายังคงไม่อยากให้ลั่วเอ๋อร์ของข้ามาพบเจียเอ๋อร์หรืออย่างไร” หลิวกวนถามพร้อมชักสีหน้า

         “มิได้ๆ เดิมข้าไม่อยากข้องเกี่ยวกับราชวงศ์ บุตรชายเจ้าเป็นถึงท่านชาย อนาคตเป็นถึงท่านอ๋องของแคว้น ไหนเลยที่เจียเอ๋อร์ของข้าจะคู่ควร”

         “อย่าพูดซี้ซั้ว ข้าไม่ได้เลือกลูกสะใภ้จากฐานะทางสังคม อีกอย่างบุตรสาวเจ้ายุทธภพไหนเลยจะไม่คู่ควร”

หลิวกวนเถียงกลับทันควัน เขาได้ยินการบ่ายเบี่ยงเช่นนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งจนเข้าใจเจตนาของโหวปิ่งเจียน แต่ว่าเขาก็ไม่ยอมแพ้ คอยตามมาหาพูดคุยกับสหายผู้นี้และบุตรสาวอยู่เป็นประจำ

         โหวปิ่งเจียนถอนหายใจอีกครั้งแล้วส่ายศีรษะ

“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ตอนนี้เจียเอ๋อร์คงแต่งให้ลั่วเอ๋อร์ไม่ได้หรอก เพราะนางมีคู่ครองแล้ว” เดิมเขาก็อยากจะปิดบังเรื่องของโหวเถียนเจีย แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อบุตรสาวของตนก็มีสามีทางพฤตินัยแล้วจริงๆ

         “อะไรกัน เจียเอ๋อร์ยังไม่ได้แต่งงาน ไหนเลยจะมีสามีได้” หลิวกวนตาโตด้วยความตกใจ เขาส่งเสียงดังถามอย่างลืมตัว แต่เมื่อคิดถึงเรื่องของตนกับจ้าวม่านอวิ๋นผู้เป็นภรรยา เขาก็เปลี่ยนท่าทีโดยเร็ว เพราะสมัยที่เขายังหนุ่มยังแน่นก็มีสัมพันธ์ลึกซึ้งก่อนแต่งงานเช่นกัน ทั้งยังยอมเป็นสามีลับของอีกฝ่ายเสียด้วย

         “แล้วลูกเขยเจ้าอยู่ที่ใดกันล่ะ ข้าอยากเห็นสักหน่อยว่ามีดีขนาดไหนกัน เจียเอ๋อร์จึงเลือกเขา” หลิวกวนกระแอมแล้วพูดพลางมองไปโดยรอบบริเวณ

         ‘ลูกสาวข้าได้เลือกที่ไหนกัน นางถูกกระทำต่างหาก’ โหวปิ่งเจี่ยนคิดในใจแต่ไม่พูดออกมา “อยู่ลานฝึกซ้อมน่ะ” เขาตอบแล้วส่งยิ้มแห้งให้อีกฝ่าย ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนั้นตอนนี้มีสภาพอย่างไรบ้าง

         เมื่อพวกเขาทั้งสองเดินใกล้ลานฝึกซ้อม หลิวกวนเห็นบุรุษที่กำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายก็อุทานเสียงดังอีกครั้งด้วยความตกใจ “หนานเอ๋อร์”

         บุรุษบนลานซ้อมได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียกก็หยุดชะงัก เขาหันหน้ามาทางหลิวกวนพร้อมกับส่งยิ้มและโบกมือให้ “ท่านน้าเขย”

         “นะ น้าเขยงั้นหรือ” เผยกู่ที่เดินตามหลังทวนคำของจ้าวซีหนาน ในหัวประมวลผลด้วยความฉับไว ‘ลูกของพี่สาวฝั่งแม่ ฮูหยินของใต้เท้าหลิวเป็นองค์หญิง เช่นนั้นพี่สาวขององค์หญิง ไอ่หยา จักรพรรดินี’ เขาเหลือบมองไปทางโหวปิ่งเจียนที่หันหน้ามาสบตาเขาในเวลาแทบจะพร้อมกัน

         “น้าแปลกใจมากที่พบเจ้าที่นี่” หลิวกวนพูดอย่างเป็นกันเอง เขาจะใช้คำราชาศัพท์กับจ้าวซีหนานเวลาอยู่ในท้องพระโรงหรืออยู่กับขุนนางคนอื่นๆ เท่านั้น

         “ข้ามาหาแม่นางโหวน่ะ” ชายหนุ่มตอบพร้อมยิ้มเคอะเขินจนหลิวกวนอดหัวเราะชอบใจไม่ได้

         “เจ้าเห็นหรือไม่ บุตรของซีหมิงก็ไม่ด้อยเรื่องวรยุทธ” หลิวกวนพูดกับโหวปิ่งเจียนน้ำเสียงชอบใจ

         โหวปิ่งเจียนมองหน้าจ้าวซีหนานชัดๆ อีกครั้ง ภาพของเฉินซีหมิงสมัยยังหนุ่ม ราชครูผู้มีชื่อเสียงแห่งราชสำนักลอยขึ้นมาซ้อนทับกับใบหน้าของจ้าวซีหนาน

“จิ้งจอกเจ้าเล่ห์” เขาอุทานขึ้นมาอย่างลืมตัว

         “ยังจะเรียกแบบนี้อยู่อีก ต่อไปก็จะได้ดองกันแล้ว”

หลิวกวนหัวเราะชอบใจ เขาไม่ขุ่นเคืองแม้แต่น้อยที่โหวเถียนเจียจะไม่ได้แต่งให้หลิวโจวลั่ว เพราะจ้าวซีหนานเป็นบุตรของสหายสนิทกับพี่สาวของภรรยา เขาจึงเอ็นดูจ้าวซีหนานเหมือนเป็นบุตรชายอีกคนของตน ในบรรดาองค์ชายทั้งสามเขาจึงเข้าข้างจ้าวซีหนานมากกว่าผู้ใด

         “ไม่ ไม่ดอง ไม่ต้องแต่ง บุตรสาวข้า ข้าเลี้ยงดูเองได้” โหวปิ่งเจียนทำไม้ทำมือให้หลิวกวนอยู่พูดคุยกับจ้าวซีหนาน ส่วนตัวเขารีบเดินไปเรือนของโหวเถียนเจียอย่างรวดเร็ว

         ต้องพานางหนี หนีไปให้ไกลจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์และลูกชายของเขา ในหัวของโหวปิ่งเจียนคิดเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา

         แต่เมื่อเขาไปถึงเรือนของโหวเถียนเจียก็พบว่านางไม่ได้อยู่ที่เรือนแล้ว บุรุษเรียกบรรดาสาวใช้มาสอบถามก็ได้ความว่าบุตรสาวของตนไปทำอาหารเพื่อจะเอาไปให้จ้าวซีหนาน

         “เฮ้อ เจียเอ๋อร์เอ๋ย เจียเอ๋อร์ลูกข้า เจ้าหลงเสน่ห์เจ้าหนุ่มนั่นได้อย่างไรนะ พ่อเลี้ยงเจ้ามาจนป่านนี้ เจ้าไม่เคยคิดทำอาหารให้พ่อ แต่พอรู้จักเจ้านั่นกลับกระตือรือร้นทำอาหารให้มัน”

โหวปิ่งเจียนรู้สึกแขนขาอ่อนแรง แน่นหน้าอกจนอยากร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยใจ

         เขานั่งหมดอาลัยตายอยากบนเก้าอี้ในสวนดอกไม้ได้ไม่นานนัก จ้าวซีหนานก็เดินมาหาด้วยใบหน้าและน้ำเสียงยิ้มแย้มแจ่มใส ข้างกายเขามีโหวเถียนเจียและหลิวกวนเดินอยู่ด้านข้าง

         “ท่านพ่อตา ขนมที่เจียเอ๋อร์ทำช่างอร่อยยิ่งนัก พวกเรามากินด้วยกันเถอะ”

         โหวปิ่งเจียนชำเลืองมองคนทั้งสามที่เดินเข้ามา เห็นท่าทางของพวกเขามีความสุขและพูดคุยกันถูกคอ โหวปิ่งเจียนจึงส่ายหน้า

“ไม่กิน ข้าไม่หิว พวกเจ้าจะกินก็กินไปเถอะ”

         “ท่านพ่ออย่าดื้อสิเจ้าคะ”

โหวเถียนเจียดุบิดาตัวเอง นางหยิบขนมในจานที่จ้าวซีหนานถืออยู่แล้วนำมาจ่อที่ริมฝีปากของบิดา “กินหน่อยนะเจ้าคะ อ้าม” นางพูดเสียงหวาน

         หลิวกวนกับเจ้าซีหนานมองโหวปิ่งเจียนที่ทำหน้างอนบุตรสาวก่อนอ้าปากงับขนมที่นางป้อนให้ ก็เริ่มมีสีหน้าและแววตาที่แปลกประหลาด นี่หรือประมุขผู้ปกครองยุทธภพ อยู่ต่อหน้าผู้อื่นช่างองอาจดุดันและเกรี้ยวกราด แต่พออยู่กับบุตรสาวกลับยอมทุกอย่างคล้ายกับเด็กน้อยก็ไม่ปาน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 9 ลางสังหรณ์

    “ท่านพ่อตา ข้าจะให้เสด็จพ่อเสด็จแม่มาสู่ขอเจียเอ๋อร์ ท่านสะดวกให้พวกเขามาเมื่อไหร่หรือ”ชายหนุ่มถามด้วยสีหน้าท่าทางกระตือรือร้น มีโหวเถียนเจียยืนบิดไปมาด้วยความเขินอาย “ไม่เอาทั้งบิดามารดาเจ้า แค่เขาก็พอ”โหวปิ่งเจียนชี้นิ้วใส่หลิวกวน เขามุ่ยหน้าทำตากะหลับกะเหลือก จนหลิวกวนยืนอมยิ้มกลั้นขำอย่างเห็นได้ชัด “ได้ๆ ข้าจะไปพูดกับซีหมิงเอง เจ้าก็สงบจิตสงบใจรอเถอะ ส่วนเรื่องของเด็กๆ ก็ปล่อยพวกเขาศึกษาดูใจกันเถอะ” หลิวกวนพูดต่ออีกไม่กี่ประโยคก็รีบเดินทางกลับ ตอนนี้มีภารกิจสำคัญที่ต้องไปทำ ชักช้าไม่ได้เพราะเดี๋ยวโหวปิ่งเจียนเปลี่ยนใจ ........ ยามค่ำคืนที่เงียบสงบ บนเขาลวี่หนานฝั่งทิศตะวันตกไร้ผู้คนอยู่อาศัย ทั้งไม่มีคนมาคอยเดินตรวจตราดูแลความปลอดภัย กระท่อมน้อยหลังหนึ่งเปิดหน้าต่างและประตูทุกบาน ทำให้แสงจันทร์สาดส่องเข้าสู่ภายในได้เต็มที่ ภายในกระท่อมมีบุรุษสตรีกำลังทำกิจกรรมรักที่ร้อนแรงจนเหงื่อออกท่วมกาย สตรีนอนหงายยกขาเรียวทั้งสองข้างพาดบ่าชายหนุ่ม ส่วนชายหนุ่มก็ขยับสะโพกดันเข้าดันออกตรงหว่างขานาง หากเข้าไปชะโงกหน้ามองด้านข้างก็จะเห็นว่าเขากำลังกร

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 8 หลานชายข้า

    “ท่านประมุข เจ้าหนุ่มคนนี้สู้ชนะพวกเราเกินครึ่งแล้วขอรับ”เผยกู่บุรุษร่างสูงผู้ช่วยของโหวปิ่งเจี่ยนเดินมาบอกเจ้านายตนที่กำลังจิบน้ำชาในห้องโถง “ข้าให้สู้กับพวกที่เพิ่งฝึกยุทธได้ไม่นาน หากเขาไม่ชนะข้าก็ไม่ควรเก็บเขาไว้” โหวปิ่งเจียนสีหน้าเรียบเฉยไม่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขาต้องการทดสอบชายหนุ่มผู้ซึ่งข่มเหงบุตรสาวของตน นอกจากทดสอบยังถือโอกาสสั่งสอนไปในตัว ไม่ว่าชายหนุ่มคนนี้จะได้รับบาดเจ็บมากหรือน้อย เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เผยกู่ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย เขาลังเลใจก่อนที่จะรายงานต่อ “แต่ว่า วิชาที่เจ้าหนุ่มนั่นใช้นอกจากจะมีวิชาของสำนักหย่งผิง ยังมีวิชาเพลงกระบี่ของราชวงศ์และแม่ทัพโม่เถี่ยด้วยขอรับ” โหวปิ่งเจียนได้ยินดังนั้นมุมปากก็กระตุกขึ้นมาทันที “ราชวงศ์อย่างนั้นหรือ ข้าผู้ซึ่งเป็นประมุขยุทธภพยิ่งไม่อยากเกี

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 7 ไปหาที่จวน

    ทว่าเช้าขึ้นมา โหวปิ่งเจียนบิดาของโหวเถียนเจียก็ผลักประตูเรือนของบุตรสาวตนเองอย่างแรง “เจียเอ๋อร์ เจ้าขโมยวิชาในห้องลับใต้ดินของพ่อไปฝึกใช่หรือไม่” เขาส่งสายตาที่น่าครั่นคร้ามไปที่เตียงนอนของบุตรสาว เมื่อเห็นนางยังไม่ตื่นจึงเดินไปด้านข้างเพื่อหมายจะปลุกนางเพื่อสอบถามให้รู้เรื่อง “เจียเอ๋อร์ เจียเอ๋อร์” บุรุษวัยกลางคนรูปร่างกำยำสูงใหญ่แต่ยังคงความหล่อเหลาให้เห็น เขายกมือหนาขึ้นแตะหน้าผากของโหวเถียนเจียที่ยังคงนอนหลับไม่รู้สึกตัว“ตัวร้อน เป็นไข้หรอกหรือ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม “ไปตามหมอมาดูอาการนางที”โหวปิ่งเจียนเอ่ยเสียงเข้มสั่งสาวใช้ที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตู ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ หมอประจำจวนสกุลโหวก็มาถึงอย่างรวดเร็ว เขาลงนั่งเก้าอี้ด้านข้างเตียงแล้วเอื้อมสามนิ้วไปแมะจับชีพจรโหวเถียนเจียโดยพลัน เมื่อจับชีพจรในชั่วเวลาไม่กี่ลมหายใจเขาก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ “ขะ คุณหนู อัยย่ะ ข้าไม่กล้าพูดออกมา” “นางเป็นอะไร บอกข้ามาเดี๋ยวนี้” โหวปิ่งเจี่ยนกดเสียงต่ำอารมณ์เริ่มหงุดหงิดขุ่นมัว “หากข้าบอก ท่านประมุขก็ต้องใจเย็นๆ”

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 6 ฝึกวิชาผิดพลาด

    เมืองหม่านฉายภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาภายในลานกว้างของบ้านร้างหลังหนึ่ง มีเรือนร่างของสตรีวัยประมาณสิบแปดปีสวมเสื้อผ้าหลุดลุ่ยนอนดิ้นส่ายไปมาบนพื้นดินที่มีหญ้าขึ้นแซมเล็กน้อยหากสังเกตดีๆ จะพบว่านิ้วมือขวาของสตรีนางนี้ล้วงเข้าไปในส่วนสงวนของตนเอง ส่วนมือซ้ายยกขึ้นมาขยำเต้าอวบและจุกหวาน หน้าอกของนางยกขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ค่อนข้างจะกระชั้น ทำให้เสียงลมหายใจและเสียงครางที่ดังออกมาจากริมฝีปากสีแดงระเรื่อฟังดูสับสนยุ่งเหยิงทั้งรอบกายของนางยังมีควันสีเทาปกคลุมจนทั่ว แม้ว่าจะเป็นคืนแสงจันทร์สว่างแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ควันนั้นจางลงไปได้ไม่ไกลจากบ้านร้างหลังนี้ บุรุษผู้หนึ่งกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เขาได้รับภารกิจสำคัญจากสำนักให้ไปสำรวจสุสานเก่าของตระกูลหวางซึ่งต้องสำรวจเวลากลางคืนถึงจะรู้เส้นสนกลในของความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในสุสาน ทว่าเมื่อเขากำลังจะผ่านบ้านร้างกลับได้ยินเสียงครางอย่างทรมานของสตรีดังเข้าหูจนชายหนุ่มเกิดความสงสัย“เสียงครางแบบนี้ในบ้านร้างเนี่ยนะ” จ้าวซีหนานชะงักฝีเท้าแล้วผินหน้ามองไปทางต้นเสียง ลักษณะการเปล่งเสียงที่คุ้นเคยทำให้ทั้งสงสัยและใจเต้นไม่เป็นจังห

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 5 ทำให้ตั้งครรภ์

    เรือนโบตั๋น จ้าวอันเล่อนอนเล่นบนเตียงได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เหวยเหว่ยสตรีน้อยก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “อาจารย์แม่ ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ” นางหยุดหายใจกระหืดกระหอบชั่วครู่แล้วรายงานต่อ “ท่านอาจารย์เจ้าสำนักพักอยู่ที่เรือนธารธารา อยู่ด้านหลังของสำนักเจ้าค่ะ” “ข้าเข้าใจล่ะ ขอบใจนะเหวยเหว่ย” จ้าวอันเล่อตอบรับ ริมฝีปากยกยิ้มพึงพอใจ ยามดึกคืนนั้น จ้าวอันเล่อสวมชุดสีดำตลอดทั้งร่างเพื่อพรางกาย นางเดินย่องเสียงเบาไปจนถึงเรือนธารธาราที่หลิวเจินหลงพักอยู่ “ฮู่ว ก็ไม่เห็นยาก” จ้าวอันเล่อยิ้มเจ้าเล่ห์ ขนาดในวังหลวงที่มีองครักษ์มากมายนางยังแอบไปดูเสด็จพี่ทั้งสามเริงรักได้ นับประสาอะไรกับสำนักหย่งผิงที่เน้นป้องกันตรวจสอบแค่บุคคลภายนอกสำนัก สตรีค่อยๆ แง้มประตู แล้วก้าวเท้าข้ามธรณีประตูอย่างแผ่วเบา นางปิดประตูลงช้าๆ จนแทบไม่เกิดเสียง แล้วก็เดินสำรวจภายในจนเจอบุรุษรูปงามนั่งสมาธิอยู่บนเตียงไม้หลังใหญ่ “หึหึ” สตรียิ้มมุมปากอีกครั้ง นางลงนั่งข้างเตียงแล้วยกมือเรียวผลักร่างแกร่งของบุรุษให้ล้มลงนอนช้าๆ เมื่อร่างบุรุษลงนอนราบบนเตียง จ้า

  • สำนักวุ่นวายเพราะเจ้านายป่วนรัก   ตอนที่ 4 ห้องเรียนใต้ดิน

    ขณะที่สามบุรุษและหนึ่งสตรีกำลังรีบสวมชุดกันอย่างเร่งรีบอยู่นั้น เงาร่างสูงใหญ่และหนึ่งร่างเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงประตูห้อง“อุ่ย ดีนะที่ข้าสวมครบทุกชิ้นแล้ว” จ้าวซีหนานพูดออกมาด้วยความตกใจจ้าวโหย่วเต๋อพยักหน้าหงึกๆ เพราะเขาก็เพิ่งคาดสายคาดเอวเสร็จพอดีเหลือเพียงจ้าวสืออิ้งและสตรีอีกนางที่กำลังสวมเสื้อชิ้นสุดท้าย“ว้าย นั่นใครน่ะ” สตรีร้องเสียงดังออกมา เมื่อเห็นสายตาโกรธเกรี้ยวถูกส่งมาจากหน้าประตูไม่นานนักบรรดาอาจารย์ก็วิ่งตามมาจนถึงหน้าห้องเรียนเช่นกัน พวกเขาต่างชะโงกหน้าเพื่อดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“ไอ่หยา อีกแล้วสินะ” ไป๋เกายกมือขึ้นมาเช็ดหน้าผากของตนซึ่งเริ่มมีเหงื่อไหลออกมา“อะไรคืออีกแล้ว” หลิวเจินหลงเอ่ยถามน้ำเสียงดุดัน“ข่ะ คือ เด็กหนุ่มสามคนนี้มักใช้เวลาว่างทำเอ่อ เรื่องอย่างว่าขอรับ” ไป๋เกาตอบน้ำเสียงอึกอักด้วยเกรงว่าจะถูกทำโทษที่ควบคุมศิษย์ในสำนักไม่ดี“พวกเจ้าทำไมไม่รู้จักเวล่ำเวลา ท่านอาจารย์เจ้าสำนักกลับสำนักทั้งทีทำไมไม่รีบแต่งตัวออกไปต้อนรับ” ไป๋เกาตะโกนใส่หน้าพวกเขาเสียงดังบุรุษสตรีที่ถูกดุรีบคุกเข่าพร้อมกัน พวกเขาก้มหน้าหลบสายตาเพราะกลัวถูกลงโทษ“ขอให้อาจารย์เจ้าสำนักโปร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status