LOGINเซี่ยนอิงที่เห็นคุณชายต้วนผู้เงียบขรึ้มเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมืออย่างกะทันหันก็ทำเอาเธอตั้งตัวไม่ทัน จากผู้ชายหน้าเลือดที่มีแต่ข้อเสนอบ้า ๆ มาให้เธอ แต่ตอนนี้เขากลับอยากแต่งงานกับเธอซะงั้น เซี่ยนอิงคิดในใจว่าเขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เธอจึงพูดขึ้น
“ฉันว่าเศษกระสุนคงกระเด็นเข้าไปในสมองของคุณจนทำให้มันเพลี้ยนไปแล้วจริง ๆ แน่ ๆ เอางี้นะคุณชายต้วน! วันนี้คุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านของคุณก่อน แล้วเราค่อยเจอกันวันที่ฉันเอาเงินไปคืนให้กับคุณนะ” พูดจบ เซี่ยนอิงก็รีบเร่งฝีเท้าเดินหนีมาจากเขาให้เร็วที่สุด แต่เขาก็วายยังตะโกนตามหลังเธอขึ้น
“ผมจะไม่มีวันยอมให้คุณแต่งงานกับคนอื่นเด็ดขาด”
“อีตาบ้า!” เซี่ยนอิงตะโกนตอบเขากลับไป ก่อนที่เธอจะรีบขับรถกลับไปที่คฤหาสน์ทันที
เมื่อเซี่ยนอิงกลับมาถึงคฤหาสน์สกุลหวังแล้ว ขณะที่เธอกำลังเดินผ่านห้องโถงเพื่อจะกลับขึ้นไปบนห้องนอนของตนเองอยู่นั้น หวังอิ๋งอิ๋ง คุณหนูสามของสกุลหวังก็เดินเข้ามาหาพี่สาว พร้อมกับทักทายขึ้น
“พี่ใหญ่! วันนี้พี่ออกไปไหนมาหรอ? ทำไมเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นถนนมาอย่างงั้นล่ะ?”
เซี่ยนอิงที่กำลังจะเดินหน้าจึงต้องหยุดลง ก่อนที่จะหันมาตอบน้องสาวของตนเองขึ้น “พอดีว่าพี่ออกไปนั่งดื่มกาแฟมา ระหว่างที่พี่กำลังจะกลับ พี่ก็ดันไปเห็นคุณชายต้วนกำลังถูกคนร้ายซุ่มยิง พี่ก็เลยเข้าไปช่วยเขาหลบทัน ก็เลยเปื้อนกลับมาภาพนี้นี่แหละ!”
“แล้วทำไมพี่ไม่ปล่อยให้คุณชายต้วนตายไปซะล่ะ เราจะได้หาทางเอาบริษัทของเรากลับคืนมาได้ง่ายกว่าเดิม” อิ๋งอิ๋ง หญิงสาวที่เจ้าเล่ห์ที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งสี่คนพูดขึ้น ทำให้เซี่ยนอิงที่รู้จักนิสัยน้องสองของตนเองดีตอบกลับไป “เราทำแบบนั้นไม่ได้หรอก! เราไม่จำเป็นต้องใจร้ายเหมือนกับคนที่ร้ายกับเราก็ได้”
“พี่ใหญ่ก็ชอบใจดีซะอย่างงี้แหละ!” หวังอิ๋งอิ๋งบ่นพี่สาวขึ้น “ถึงข้างนอกพี่ดูจะแข็ง ๆ แต่ข้างในพี่ใจดีเกินไป”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำมาบ่นพี่!” เซี่ยนอิงพูดจบก็ลูบหัวของน้องสาวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนที่เธอจะนึกบ้างอย่างขึ้นได้ว่าคงมีแต่อิ๋งอิ๋งเท่านั้นที่จะเข้าใจ เธอจึงถามอิ๋งอิ๋งขึ้น “เอ่อ...พี่มีเรื่องจะถามหน่อย!”
“ได้สิ!” อิ๋งอิ๋งพยักหน้าตอบรับ
“วันนี้หลังจากที่พี่ช่วยชีวิตของคุณชายต้วนลู่เห่อไว้แล้ว คุณชายต้วนก็มีท่าทีประหลาด ปกติเขาจะชอบพูดจาร้ายกาจและทำท่าทางหยิ่งยโสใส่พี่ แต่วันนี้เขาดูอ่อนลง แถมยังพูดขอพี่แต่งงานซ้ำ ๆ พี่ไม่ค่อยใจว่าทำไมจู่ ๆ ผู้ชายก็เปลี่ยนไปได้ไวขนาดนี้?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” อิ๋งอิ๋งหัวเราะออกมาเสียงดัง เพราะเธอคือหญิงสาวที่รู้จักผู้ชายมากที่สุด อิ๋งอิ๋งจึงตอบพี่สาวกลับไป “จากที่ฉันฟังพี่เล่า ฉันก็พอจะเดาได้ว่าในตอนแรกคุณชายต้วนมองพี่เป็นแค่คู่แข่งทางธุรกิจที่เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะให้ได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะมองพี่เป็นคู่รักที่เขาอยากจะเอาพี่เป็นคู่ชีวิตมากกว่านะ”
“จะบ้าหรอ?” เซี่ยนอิงอุทานขึ้นด้วยความตกใจ “เป็นไปไม่ได้หรอก! คุณชายต้วนต้อนพี่จะจนมุมเรื่องบริษัทของเราตั้งหลายรอบ แถมเขาอยากจะกัดคอพี่ให้ตายตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ทั้งหยิ่ง ทั้งทะนงตนเองขนาดนั้น เขาไม่มีทางชอบพี่หรอก อีกอย่าง ต่อให้เขาคิด พี่ก็ไม่มีทางคิดกับเขาเด็ดขาด”
“ไม่แน่นะพี่! พี่อาจจะคิดกับเขาโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ! เพราะความรักมักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว บางครั้งมันก็มาในรูปแบบที่พี่คาดไม่ถึง อย่างการเป็นศัตรูและคู่แข่งกันอะไรแบบนี้” พูดจบ อิ๋งอิ๋งก็ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยให้กับพี่สาวของตน
ทางด้านของเซี่ยนอิงที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบเบรกน้องสาวจอมเล่ห์ของตนเองไว้ทันที “พอ พอได้แล้ว! พี่ไม่ฟังเรื่องเพ้อเจ้อของเธอแล้ว” พูดจบ เซี่ยนอิงก็รีบเดินกลับขึ้นห้องของเธอไปทันที ปล่อยให้อิ๋งอิ๋งยิ้มตามหลังมาอย่างชอบใจ
เมื่อเซี่ยนอิ๋งกลับมาถึงห้องนอนของตนเอง เธอก็ทิ้งตัวนอนลงพร้อมกับคิดถึงเรื่องที่อิ๋งอิ๋งบอก พร้อมกับถามตัวขึ้น “มันจะเป็นไปได้จริง ๆ หรอ? ความรักที่เกิดมาในรูปแบบของศัตรูและคู่แข่ง?” เมื่อถามตัวเองจบ เซี่ยนอิงก็หลับตาลงและจินตนาการนึกถึงการเจอกันครั้งแรกระหว่างเธอกับเขา มันเป็นการเจอกันที่เต็มไปด้วยความคิดทางธุรกิจที่จะแย่งชิงกัน แต่ถ้าหากตัดคำว่าธุรกิจออกไปในวันนั้น หากวันนั้นเป็นวันที่เขาและเธอได้พบกันแบบคนธรรมดาทั่วไป เซี่ยนอิงก็คงจะตกหลุมรักคุณชายต้วนเช่นเดียวกัน เพราะเขาทั้งรูปหล่อ และสูงใหญ่ ๆ ใคร ๆ ก็ต้องปรารถนาที่จะรักและเป็นที่รักของเขาอย่างแน่นอน
“บ้าเอ้ย! นี่ฉันกำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่เนี่ย!” เซี่ยนอิงรีบลืมตาตื่นขึ้นมาและสลัดความคิดของตนเองออกทันที แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามเท่าไหร่ ความคิดพวกนั้นก็ไม่ยอมหายไปเลยแม้แต่น้อย
“บ้าเอ้ย! ฉันไม่น่าไปฟังยัยน้องสาวจอมเจ้าเล่ห์ที่แสนเจ้าชู้เลย” เซี่ยนอิ๋งบ่นอิ๋งอิ๋งขึ้นทันที ก่อนที่เธอจะลุกออกจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่
และเมื่อเวลายามค่ำคืนมาถึง ในขณะที่เซี่ยนอิ๋งกำลังนอนหลับสนิทอยู่นั้น จู่ ๆ หน้าต่างห้องนอนของเธอก็ค่อย ๆ เปิดออกพร้อมกับร่างใหญ่ของคุณชายต้วนที่กำลังปีนเข้ามา ทางด้านของเซี่ยนอิงที่มีความไวต่อความรู้สึกจึงสะดุ้งตัวตื่นขึ้น และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาพบว่าคุณชายต้วนกำลังปีนเข้ามาในห้องนอนของเธอ เธอก็รีบลุกออกจากเตียงและรีบวิ่งไปหยิบแจกันที่อยู่ใกล้มือของตนเองที่สุดพร้อมกับเล็งไปที่หัวของเขาทันที แต่ถึงก็ยังใจดีถามเขาขึ้นก่อนที่จะลงมือ
“นี่คุณปีนเข้ามาในห้องนอนของฉันได้อย่างไงกันเนี่ย?” เซี่ยนอิงถามเขาขึ้นพร้อมกับแจกันที่อยู่ในมือ
“ผม...ผมนอนไม่หลับ ผมก็แต่คิดถึงคุณ ผมก็เลยปีนเข้ามา!”
“หา?” เซี่ยนอิงอุทานขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้น “นี่คุณจะบ้าหรือไง! ดึก ๆ ดืนปานนี้มาคิดถึงอะไรฉัน รอให้เช้าก่อนไม่ได้หรืออย่างไงกัน?”
“ความคิดถึงมันห้ามกันได้ด้วยหรอ? ถ้ามันห้ามได้ ผมก็คงห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดถึงคุณไปแล้ว”
คำตอบของเขาทำเอาเซี่ยนอิงแทบอ้วกออกมา แต่เมื่อเธอได้เห็นสีหน้าที่พูดจาจริงจังของเขา ก็ทำให้เธอได้รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่นอย่างแน่นอน เธอจึงตัดสินใจถามเขาขึ้นตรง ๆ
“นี่คุณ! นี่คุณตกหลุมรักฉันจริง ๆ หรอเนี่ย?”
“ก็ใช่นะสิ! ตั้งแต่ที่คุณช่วยชีวิตของผมไว้ ผมก็หยุดคิดถึงคุณไม่ได้ พอได้ยินว่าคุณกำลังจะแต่งงาน หัวใจก็ยิ่งโหยหาคุณเข้าไปใหญ่เพราะกลัวว่าคุณจะไปแต่งงานกับคนอื่น”
ตอนนี้เซี่ยนอิงอยากจะเอาแจกันในมือฟาดหัวของตัวเองแรง ๆ สักทีให้สลบไปเสียเหลือเกิน เพราะถ้าหากเธอรู้ว่าการช่วยชีวิตของเขาจะทำให้เขามาตามคลั่งรักเธอแบบนี้ เธอน่าจะปล่อยให้เขาตายไปซะยังจะดีกว่า
แต่จะว่าไป...เซี่ยนอิงเองก็แอบเผลอยิ้มออกมาที่ได้ถูกผู้ชายจอมร้ายกาจอย่างเขามาคลั่งรักเธอแบบนี้ แถมเขายังทุ่มทุนสร้างปีนขึ้นมาหาเธอทางหน้าต่างของคฤหาสน์อีกด้วย เรียกว่าบ้าเอาเรื่องเลยทีเดียว
“เอาล่ะ! งั้นตอนนี้คุณช่วยกลับไปก่อนได้ไหม? ไว้พรุ่งนี้เช้าเราค่อยมาคุยกันใหม่ ฉันสัญญาว่าพรุ่งนี้เราจะคุยกันจนกว่าจะหาทางออกได้” เซี่ยนอิงพูดขึ้น
“ความรักไม่ใช่ธุรกิจ เราไม่มีทางหาทางออกหรือทางเข้าได้เป็นอันขาด สิ่งเดียวที่เราต้องหาคือหัวใจของเราเท่านั้น”
“หา?” เซี่ยนอิงอุทานขึ้นอย่างไม่เข้าใจในบทกวีแสนหวานของเขา ก่อนที่เธอจะรีบพูดขึ้นใหม่ “จะอย่างไงก็ช่าง วันนี้คุณช่วยกลับไปก่อนได้ไหม? แล้วพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันใหม่นะ”
“ก็ได้!” คุณชายต้วนลู่เห่อยอมทำตามแต่โดยดี เซี่ยงอิงจึงอาศัยจังหวะที่ผู้คนในคฤหาสน์กำลังหลับใหลแบบนี้เดินลงไปส่งเขาที่หน้าประตุของคฤหาสน์โดยที่ไม่ต้องให้เขาปีนลงไป เพราะเธอคิดว่าคงไม่มีใครเห็นเขาอย่างแน่นอน
แต่ในขณะที่เซี่ยนอิงกำลังเดินไปส่งคุณชายต้วนลู่เห่ออยู่นั้น เธอหารู้ไม่ว่า...หวังซินเหมย ลูกพี่ลูกน้องที่เกลียดเธอเป็นอย่างมากได้เห็นทุกอย่างหมดแล้ว และซินเหมยก็คิดไปเองว่าเซี่ยนอิงได้พาคุณชายต้วนลู่เห่อมามีความสัมพันธ์ถึงในคฤหาสน์เลย
____________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“หุบปาก!” เยี่ยนอิงตะคอกใส่หน้าของหยางหลินซีทันที พร้อมกับพูดขึ้น “ฉันไม่มีทางกลับไปรักคนเลว ๆ อย่างคุณได้เด็ดขาด และอย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้ว ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ขอรู้จักคนอย่างคุณเด็ดขาด”“เยี่ยนอิง!” หยางหลินซีเรียกชื่อของเธอขึ้นด้วยความเจ็บปวด“แกอย่าได้มาเอยชื่อของเยี่ยนอิงออกจากปากสกปรกของแกอีกนะ! ในขณะที่เธอให้อภัยกับความผิดร้ายแรงของแกครั้งที่แล้ว แทนที่แกจะสำนึกได้ แต่แกกลับคิดที่จะฆ่าเธอ” คุณชายหยางเว่ยพูดขึ้นต่อ“นี่แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!” หยางหลินซีเถียงกลับไปทันที“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายแก! เพราะพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือคนขับรถที่ไปกับเยี่ยนอิงอย่างไงล่ะ! แกเห็นเยี่ยนอิงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า แกกลับปล่อยให้เยี่ยนอิงต้องตายอยู่นั้น ไม่เพียงเท่านั้น แกนั่นแหละที่เป็นคนขับรถไปชนท้ายรถของเยี่ยนอิงอย่างแรง จนทำให้รถเสียการควบคุมและพลิกคว่ำทันที”เมื่อหยางหลินซีได้ยินความจริงออกมาแบบนั้นเขาก็ร้อนรนใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะรีบหาข้ออ้างขึ้นอีกครั้ง “แกไปเชื่อไอ้คนขับรถห่วย ๆ คนนั้นได้อย่างไงกัน! มันก็แค่ต้องการที่จะใส่ร้ายฉัน เพราะมันนั่นแหละที่ทำผิดที่ขับรถไม่ดีเอง
บทที่ 6หัวใจดวงเดียวกันเมื่อคุณชายหยางเว่ยทำกำลังทำงานอยู่ที่บริษัทได้รับข่าวของเยี่ยนอิง เขาก็รีบทิ้งงานทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าและรีบมาหาเธอที่โรงพยาบาลทันที และเมื่อเขามาถึงเขาก็พบว่าคนในสกุลหยางและสกุลหวังได้มาอยู่ที่นี่กันจนครบแล้ว รวมถึงหยางหลินซีที่มาอยู่ที่นี่ด้วย เพราะตอนนี้หยางหลินซีไม่รู้ว่าคนขับรถของเยี่ยนอิงได้รู้ว่าเขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ส่วนเยี่ยนอิงก็ยังคงอยู่ในการดูแลของหมอในห้องฉุกเฉินนั่นเองหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ในขณะที่คุณชายหยางเว่ยเดินไปเดินมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจอยู่นั้น ในที่สุดคุณหมอก็ออกมาแจ้งให้เขาทราบว่าตอนนี้เยี่ยนอิงได้พ้นจากขีดอันตรายแล้ว ร่างกายของเธอได้รับเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น ซึ่งนำไปสู่การเป็นแผลเป็นที่อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย หรืออาจจะไม่หายเลย แต่ส่วนด้านในร่างกายของเธอข้างในไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก คงเป็นเพราะว่า ตอนช่วงที่เยี่ยนอิงกระเด็นออกมาจากรถนั้น เธอสามารถรวบรวมสติของตนเองไว้ให้ได้มากที่สุด และให้ร่างกายของเธอกระแทกลงพื้นในท่าที่ปลอดภัยที่สุด“เดี๋ยวรออีกสักพัก คนไข้ก็คงจะฟื้นแล้วนะครับ! ตอนนั้นพวกคุณค่
เยี่ยนอิงที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณชายหยางเว่ยเช่นนั้นก็รู้สึกผิดขึ้น เธอรู้สึกผิดว่าการที่เธอให้โอกาสหยางหลินซีแบบนั้นจะเป็นการหักหน้าคุณชายหยางเว่ยผู้เป็นสามีที่แสนดีของเธอมาโดยตลอด เธอจึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา และถามเขาขึ้นทั้งน้ำตา“ฉันให้อภัยคุณชายหยางหลินซีต่อหน้าคนทั้งคฤหาสน์สกุลหยาง ฉันคงทำให้คุณรู้สึกไม่ดีอย่างแน่นอน?”คุณชายหยางเว่ยที่ได้ยินคำถามปนคำบอกเล่าของเธอแบบนั้น เขาก็ยิ้มออกมาเบา ๆ พร้อมกับพูดขึ้น “คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรเลย! ความรู้สึกในอดีตเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และการที่คุณให้อภัยเขาก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย” เยี่ยนอิงที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็กอดเข้าไว้แน่นกว่าเก่า เยี่ยนอิงไม่เคยคิดเลยว่าหัวใจที่แตกสลายของเธอในวันแต่งงานนั้นจำได้พบกับแรกแท้อีกครั้ง แถมรักแท้ของเธอก็ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ดูมั่นคงเสียเหลือเกิน หลังจากที่คุณชายหยางเว่ยและเยี่ยนอิงกอดกันได้สักพัก คุณชายหยางเว่ยก็แยกตัวออกไปทำงาน ส่วนเยี่ยนอิงก็เลือกที่จะกลับคฤหาสน์ของสกุลหวังเพื่อพบปะกับครอบครัวของเธอหลังจากที่แต่งงานออกมาการกลับมาของเยี่ยนอิง ณ คฤหาสน์ของสกุลหวังทำให้ทุกคนดีใจเป็นอ
บทที่ 5ความรู้สึกในหัวใจเช้าวันใหม่เริ่มต้นเยี่ยนอิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าคุณชายหยางหลินซีที่ควรจะออกจากคฤหาสน์สกุลหยางไปแล้วกำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องอยู่ที่เท้าของคุณปู่หยางทั้งน้ำตา“คุณปู่! ได้โปรดอภัยผมด้วยนะครับ! ฮืออออออออออ เมื่อคืนนี้ผมหึงหวงเยี่ยนอิงหน้ามืดตามัวจนทำอะไรไม่คิด เพราะผมยังรักเธออยู่ ผมจึงทนเห็นเธออยู่ร่วมหอกับคนอื่นทุกคืนแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ ครับ ฮือออออออออออ”คุณนายหยางที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก็รีบเข้าไปคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องคุณปู่หยางเพื่อช่วยลูกชายของเขาด้วยอีกคน “คุณพ่อค่ะ! ได้โปรดอภัยให้หลินซีด้วยนะคะ เพราะเขาและเยี่ยนอิงเคยรักกันและหมั้นหมายกัน มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่ต้องเห็นเธอเป็นของคนอื่นแบบนั้นค่ะ ฮือออออออออออ”คุณปู่หยางรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ใจหนึ่งของเขาก็ไม่อยากไล่หลานชายของตนเองให้ออกไปเร่ร่อนลำบากตรากตำอยู่ที่นอกบ้าน แต่เพราะความโกรธที่ได้เห็นการกระทำที่เลวทรามของเขาเมื่อคืนจึงทำให้คุณปู่หยางไม่อาจจะทนต่อไปไม่ได้ ดังนั้น...คุณปู่หยางมิใช่ผู้ที่จะสามารถให้อภัยเขาได้ มีเพียงเยี่ยนอิงเท่านั้นเมื่อคุณปู่หยางคิดได้ดังนั้น เขาก็มองไปที่เยี่ยนอิงที่
หยางหลินซีที่กลัวว่าจะต้องรับความผิด เขาจึงรีบโกหกขึ้นทันที “ก็เยี่ยนอิงมาอ่อยผมตอนนี้ที่พี่หยางเว่ยไม่อยู่! เธอให้ท่าผม และขอให้ผมมาหาเธอกลางดึกแบบนี้”“โกหก!” เยี่ยนอิงด่าเขาขึ้นทันที ก่อนที่จะพูดขึ้นบ้าง “ฉันไม่มีทางอยากได้ผู้ชายเลว ๆ อย่างคุณเด็ดขาด! และฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหลับหลังของสามีของฉันด้วย คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายงัดเข้ามาในห้องนอนของฉัน ไม่เชื่อก็ดูที่กลอนประตูนั้นสิ” เยี่ยนอิงชี้ไปที่กลอนประตูที่มีรอยงัดอยู่ทันทีคุณปู่หยางที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกโกรธหยางหลินซีเป็นอย่างมาก เขาจึงด่าขึ้นทันที “ไอ้หลานสารเลว! แกมีทั้งพ่อและแม่ที่ให้การสั่งสอน ฉันเองก็ให้เงินแกไม่ขาดโดยที่แกไม่เคยต้องไปลำบากอะไร แต่แกยังกล้าที่จะเข้าไปข่มขืนพี่สะใภ้ของแกอีก แกนี่มันน่าไม่อายชะมัด ภรรยาสองคนที่แกมีอยู่ตอนนี้มันไม่พอหรือไง?”น้ำเสียงคุณปู่เต็มไปด้วยความ ซึ่งทำให้คนในบ้านทั้งหมดที่ได้ยินรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก เพราะปกติคุณปู่จะเป็นคนใจดีกับทุกคนเสมอ“ภรรยาสองคนนี้ไม่ใช่คนที่ผมเลือกซะหน่อย! คนที่ผมต้องการคือเยี่ยนอิงต่างหาก! และหากไม่ใช่เพราะผมทำพลาด หลานรักของคุณปู่ไม่มีทางได้แต่งงานกับเยี่ย
บทที่ 4การถูกล้างแค้นคุณปู่หยางที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกชอบใจในตัวหลานสะใภ้ใหญ่ของตนเองเป็นอย่างมาก เขาจึงพูดขึ้นมา “จริงอย่างที่เยี่ยนอิงว่า...ในเมื่อแกเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แกก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบอีกเช่นเคย”“หา!” หยางหลินซีอุทานออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง ไม่ว่าเยี่ยนอิงจะพูดอะไร คุณปู่หยางก็เห็นดีเห็นงามไปซะหมด ขืนถ้าปล่อยไว้เป็นแบบนี้ มีหวังชีวิตของเขาคงต้องพังไม่เป็นท่าแน่ ๆ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้เขาคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ดังนั้นในการแต่งงานวันนี้เขาจึงต้องก้มหน้ายอมรับไปก่อน และหาทางเอาคืนเธอทีหลังอย่างแน่นอนหลังจากงานแต่งงานที่แสนวุ่นวายของหยางหลินซี และหญิงสาวทั้งสองคนได้จบลงไป เยี่ยนอิงก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เห็นหลินซีต้องทุกข์ทนในวันแต่งงานของตนเองเช่นนั้น เพราะการแต่งงานกับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เยี่ยนอิงกำลังนั่งคุยกับคุณปู่หยางด้วยเสียงหัวเราะแต่เช้าอยู่นั้น คุณปู่หยางก็เห็นว่าคฤหาสน์ของตนเองครึกครืนไปด้วยสะใภ้ที่มีมากถึง 3 คน คุณปู่หยางจึงพูดกับเยี่ยนอิงขึ้น“ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์ของ







