LOGIN“มันอันตรายมากเลยนะพราว รออีกสักพักได้ไหมเดี๋ยวนัทจะสืบต่อเอง” ธนัทเป็นห่วงพราวฟ้าเป็นอย่างมาก เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะมีอะไรไปต่อกรกับผู้มีอิทธิพลขนาดนั้นได้
“นัทแค่คอยช่วยเราห่าง ๆ ก็พอ แค่นี้ก็รบกวนนัทมากแล้วพราวไม่อยากให้นัทต้องเดือดร้อน” เธอก็รู้สึกเกรงใจเพื่อนเป็นอย่างมาก ไม่อยากให้เพื่อนต้องเอาหน้าที่การงานที่กำลังรุ่งโรจน์มาเสี่ยงกับเรื่องของเธอ
“มีข้อมูลของทั้งสองคนที่พราวควรต้องรู้นะ นี่เป็นข้อมูลส่วนตัวของทั้งสองคนที่นัทพอจะหาได้” ธนัทเอ่ยบอกกับพราวฟ้าพร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้พราวฟ้า หญิงสาวมองซองเอกสารแล้วรับมันเอาไว้
“สัญญากับนัทนะห้ามทำอะไรที่อันตรายมากเกินไป จะทำอะไรต้องปรึกษานัทก่อน” ชายหนุ่มเอ่ยบอกกับเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงห่วงใย เขาอยากจะช่วยเพื่อนให้ได้มากกว่านี้แต่ติดตรงที่เจ้านายสั่งห้ามเอาไว้ว่าถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็หยุดยุ่งกับคดีนี้ ตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างเขาก็ได้แต่คอยช่วยเพื่อนอยู่ห่าง ๆ
“ขอบคุณมากนะนัท ไม่ต้องเป็นห่วงนะเราจะปรึกษานัทตลอด อย่าลืมนะเราเทควันโดสายดำนะ” หญิงสาวเอ่ยบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้มเพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็นห่วงเธอ
ถ้าจะต้องเสี่ยงเธอขอเป็นคนเสี่ยงเองดีกว่าเพราะเธอตัวคนเดียวไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว ส่วนธนัทนั้นเขามีพ่อแม่ และแฟนสาวที่กำลังจะแต่งงานกันต้องดูแล เธอจึงไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องของเธอ
หลังจากเธอคุยกับเพื่อนเรียบร้อยธนัทก็ขอตัวกลับไปก่อนเพราะมีนัดกับแฟนสาว พราวฟ้าก็เดินออกจากคาเฟ่เพื่อไปยังลานจอดรถที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับคาเฟ่ เดินไปก็คิดอะไรไป
พลาง ๆหลังจากพี่สาวของเธอเสียชีวิต เธอก็กลับไปทำงานต่อเพื่อรอให้ตำรวจทำคดีไปเธอเชื่อมั่นว่าพี่แพรต้องได้รับความยุติธรรม
แต่พอผ่านไป 1 เดือน ธนัทได้โทรมาบอกว่าคดีของพี่แพรถูกปิดไปแล้วโดยระบุว่าสาเหตุที่รถตกเขาไปนั้นเกิดจากอุบัติเหตุ เธอโกรธมากที่กฎหมายไม่สามารถทำอะไรคนพวกนี้ได้ เธอจึงลาออกจากงานเพื่อมาตามคดีของพี่แพร และมาดูแลคาเฟ่ของพี่แพรด้วย กว่าจะเคลียร์งานที่บริษัทเรียบร้อยก็กินเวลาไปถึงสองเดือน
ระหว่างที่เธอกำลังเดินข้ามถนนด้วยความเหม่อลอยก็มีรถยนต์คันหรูขับตรงมาพอดี
ปริ้นนนนน!! ปริ้นนนน!! เอี๊ยดดดดดด!!
เสียงแตรและเสียงเบรกดังลั่นจนผู้คนแถวนั้นแตกตื่น ส่วนหญิงสาวที่เกือบจะถูกรถชนตกใจจนสะดุดล้มลงตรงหน้ารถยนต์หรูคันนั้นพอดี คนขับรถรีบวิ่งลงมาดูทันที
“หนู ๆ เป็นอะไรไหม” ลุงคนขับรถเอ่ยถามหญิงสาวทำให้เธอได้สติขึ้นมา
“เอ่อ ไม่เป็นอะไรค่ะ หนูขอโทษนะคะที่เดินไม่ดูทางเกือบทำคุณลุงเดือดร้อนเลย” หญิงสาวเอ่ยบอกพร้อมพนมมือไหว้ขอโทษคุณลุงอย่างรู้สึกผิด
“ไปหาหมอไหม หนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“ไม่เป็นอะไรค่ะคุณลุง ขอบคุณนะคะ ขอโทษอีกครั้งค่ะ” หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินกะเผลก ๆ ข้ามถนนไปทันที
การกระทำทั้งหมดของหญิงสาวอยู่ในสายตาของคนที่นั่งอยู่บนรถตลอด แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพียงแค่รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง สวยจนเขาละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เขาต้องรีบไปธุระจึงกดกระจกให้เปิดลงเพื่อเรียกคนขับรถ
“ถ้าไม่มีอะไรก็ไปกันเถอะ ฉันรีบ”
“ครับ ๆ พ่อเลี้ยง”
เมื่อหญิงสาวเดินมาถึงรถยนต์ของตัวเองเธอก็ขึ้นไปนวดขาตัวเองสักพักก็ดีขึ้น จากนั้นเธอก็ขับรถกลับบ้านที่เช่าเอาไว้ เธอยังไม่ได้ไปพักที่บ้านของพี่แพรก็เพื่อความปลอดภัยตามคำแนะนำของธนัทซี่งเธอก็เห็นด้วยกับเพื่อน แม้แต่คาเฟ่เธอก็ไม่ได้เข้าไปดูแลเอง เธอให้พี่เมี่ยงผู้จัดการคาเฟ่ทำแทนเธอทั้งหมดเพราะพี่เมี่ยงทำงานกับพี่แพรมานาน อีกทั้งพี่แพรก็เคยให้ความช่วยเหลือครอบครัวของพี่เมี่ยงหลายครั้งทำให้พี่เมี่ยงรักพี่แพรมาก พี่เมี่ยงเป็นอีกหนึ่งคนที่เธอจะไว้ใจได้
เมื่อนึกถึงพี่เมี่ยงเธอก็คิดขึ้นมาได้ว่าพี่เมี่ยงอาจจะพอมีข้อมูลให้กับเธอได้บ้าง มือบางจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาทันที
“สวัสดีค่ะน้องพราว” เสียงปลายสายเอ่ยทักทายเธอ
“พี่เมี่ยงเย็นนี้มาหาพราวที่บ้านได้ไหมคะ พราวอยากคุยด้วย”
“ได้ค่ะน้องพราว เดี๋ยวปิดร้านเสร็จพี่จะรีบไปค่ะ” เมื่อสิ้นเสียงตอบรับจากปลายสายเธอก็กดวางสายทันที
เมี่ยงรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องมาหาพราวฟ้าที่ไหนเพราะบ้านเช่าที่พราวฟ้าอยู่ตอนนี้ ก็ได้เมี่ยงเป็นธุระจัดหาให้ เมี่ยงก็ไม่เชื่อว่าการตายของแพรไหมจะเกิดจากอุบัติเหตุ เมี่ยงจึงพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือพราวฟ้าน้องสาวของผู้มีพระคุณเพื่อสืบหาความจริงให้ปรากฏ...
พราวฟ้าไล่สายตามองตั้งแต่มัดกล้ามที่ต้นแขนแกร่งลงมาถึงซิกซ์แพ็กเป็นลอนเรียงตัวสวยจนน่าสัมผัส และเมื่อไล่สายตาลงมาดวงตาก็ต้องเบิกโพลงกับท่อนเอ็นที่ขยายใหญ่เต็มตัวตรงกลางร่างกายของเขา มือหนาค่อย ๆ ขยับรูดขึ้นลงแล้วเดินมาใกล้ ๆ ใบหน้าของคนตัวเล็ก ดวงตากลมมองหน้าเขาสลับกับท่อนเอ็นลำใหญ่ที่มีเส้นเลือดปูดโปน พราวฟ้ากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก“พะ...พ่อเลี้ยงให้พราวใช้มือช่วยไหมคะ” เธอเริ่มรู้สึกหวั่นใจกับเจ้าท่อนยักษ์ตรงหน้าเธอเสียแล้ว“ไม่ต้องกลัวนะเด็กดี ฉันจะทำให้เธอมีความสุขที่สุด” มือหนาลูบแก้มบางด้วยความเอ็นดู เขารู้ว่าเธอกำลังหวาดกลัวกับเจ้าท่อนยักษ์ของเขาแต่มาถึงขนาดนี้แล้ว เขาหยุดมันไม่ได้แล้วมือหนาค่อย ๆ จับมือบางมาลูบไล้ท่อนยักษ์เพื่อทำความคุ้นเคยกัน เมื่อคนตัวเล็กเริ่มผ่อนคลายแล้วเขาก็ขึ้นไปนั่งคุกเข่าบนเตียงตรงหว่างขาของร่างบาง จับเรียวขาค่อย ๆ แยกออก แล้วก้มไปใช้ลิ้นฉกชิมน้ำหวานโดยที่คนตัวเล็กไม่ทันตั้งตัว“ว้าย...พ่อเลี้ยง อย่าค่ะ” พราวฟ้าพยายามถดก้นหนีแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของคนตัวโตกว่าได้จึงได้แต่นอนอ่อนระทวยรับความเสียดเสียวที่คนมากประสบการณ์เป็นผู้มอบให้ในระหว่
“เมื่อก่อนเป็นไงไม่รู้ ต่อไปนี้ถ้าเธอยังไปสนิทกับมันอีก ฉันจะทำมากกว่าปล่อยลมยางรถมันนะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่คิดเลยว่ายางรถยนต์ของธนัทที่แบนหมด 4 ล้อ จะเป็นฝีมือของเขา “พ่อเลี้ยง ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ” “ก็มันหงุดหงิดอะ เธอหายไปในบ้านกับหมอนั่นสองต่อสองตั้งนาน” คนตัวโตตัดพ้อด้วยใบหน้าง้ำงอเหมือนเด็กที่โดนขัดใจ จนพราวฟ้าอดที่จะอมยิ้มให้กับความขี้หวงของเขาไม่ได้ “สามคนค่ะ มีพี่เมี่ยงด้วย แล้วเราก็เข้าไปคุยธุระกัน พราวก็บอกพ่อเลี้ยงไปหมดแล้วไงคะ” “ไม่รู้แหละ ต่อไปนี้ถ้าไม่มีฉันอยู่ด้วยห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนอีก” คนเอาแต่ใจยังคงออกคำสั่งกับเธอไม่หยุด แต่ทำไมคำสั่งของเขามันทำให้เธอพร้อมที่จะปฏิบัติตามก็ไม่รู้ “หึงพราวเหรอคะ” พราวฟ้าอดไม่ได้ที่จะกระเซ้าเย้าแหย่คนเอาแต่ใจ เธอก็อยากรู้คำตอบของเขาเหมือนกัน “ทั้งหึง ทั้งหวง จนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว” ใบหน้าของพราวฟ้าร้อนฉ่าขึ้นมายิ่งกว่าแดดตอนเที่ยงของเดือนเมษายน เธอไม่คิดว่าเขาจะตอบมาตรง ๆ แบบนี้ คนบ้า มาทำให้เขินไม่หยุดหย่อนเธอจะไม่ปกป้องหั
มือหนาประคองใบหน้าหวานที่เคยสดใสแต่บัดนี้มันกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เขาใช้นิ้วโป้งมือทั้งสองข้างค่อย ๆ ลูบเช็ดหยดน้ำตาให้คนตรงหน้า พราวฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมที่แววตาสั่นไหว เธอยอมรับว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนี้มีผลกับหัวใจของเธอเป็นอย่างมาก ใบหน้าหวานค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้กับใบหน้าคร้ามคม ริมฝีปากบางเคลื่อนเข้าไปประกบกับริมฝีปากหนา ทั้งสองหลับตาพริ้มเพื่อรับสัมผัสของกันและกัน หัวใจสองดวงเต้นตึกตักด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นจนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงหัวใจของใครกันแน่ เมื่อช่วงเวลาผ่านไปสักพักทั้งคู่ก็ผละใบหน้าออกจากกัน สายตาทั้งสองคู่สบประสานกันจนพราวฟ้าต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อน “ยั่วแบบนี้ รู้ตัวหรือเปล่าว่าจะเจออะไร” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาทำคนตัวเล็กใบหน้าร้อนผ่าว “พ่อเลี้ยง......” พราวฟ้าแทบอยากจะทุบคนตรงหน้าสักทีสองทีกับคำพูดสองแง่สองง่ามของคนเจ้าเล่ห์ พอพระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูงใกล้เวลาเที่ยงวันแล้ว ภาคินก็พาพราวฟ้ากลับมาที่บ้านของเขา เมื่อถึงบ้านพราวฟ้าก็รีบเดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อช่วยป้านงค์เตรียมข้าวกลางวัน ส่วนภาคินก็ขอ
เมื่อเดินมาถึงคอกม้าของพ่อเลี้ยงพราวฟ้าก็ตาเป็นประกายทันที เนื่องจากคนดูแลม้าจูงม้าออกมายืนรอต้อนรับพ่อเลี้ยงหนึ่งตัว ถ้าเธอจำไม่ผิดเจ้าตัวนี้มันชื่อหมอกเพราะมันมีขนสีน้ำตาลทั้งตัว “อยากขี่ม้าไหมพราวฟ้า” เมื่อภาคินทักทายกับม้าตัวโปรดแล้วก็หันมาถามคนตัวเล็กที่ยืนมองม้าของเขาตาเป็นประกาย จนชายหนุ่มอดที่จะเอ็นดูเธอไม่ได้ “อยากค่ะ แต่ฉันขี่ม้าไม่เป็นนะคะพ่อเลี้ยง” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจกับสรรพนามที่เธอใช้แทนตัวเอง “ฉัน?” “อะ...เอ่อ พราวขี่ม้าไม่เป็นค่ะพ่อเลี้ยง” พราวฟ้าเมื่อรู้ตัวว่ากำลังทำให้คนหน้ายักษ์ไม่พอใจก็รีบเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองทันที “มาสิ ไปกับฉันเดี๋ยวจะพาไปที่จุดชมวิวท้ายไร่”“......” พอได้ยินคำชักชวนของคนตรงหน้า พราวฟ้าก็ยิ่งงุนงงไปกันใหญ่ แล้วเขาจะให้เธอไปอย่างไรเมื่อภาคินเห็นยัยตัวแสบยืนงงไม่ยอมขยับตัวเดินมาหา เขาจึงเดินไปดึงมือคนตัวเล็กให้มายืนใกล้กับหมอก จากนั้นเขาก็ส่งเธอขึ้นไปนั่งก่อน ดีนะที่วันนี้เธอใส่กางเกงยีนขายาวมาจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการขี่ม้า แล้วร่างหนาก็เหยียบโกลนขึ้นไปนั่งซ้อนหลังคนตัวเล
“ตอบแทนยังไงคะ” พราวฟ้าเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างไรก็ไม่รู้กับสายตาเจ้าเล่ห์ที่ผู้ชายตรงหน้ามองมา ทำไมรู้สึกขนลุกแปลก ๆ กับสายตาของเขานะ “ก็เป็นแม่บ้านส่วนตัวของฉันไง” ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเดินไปหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก แขนแกร่งรวบเอวบางเข้ามาให้ลำตัวแนบชิดกัน จนมือบางต้องยกขึ้นมาดันหน้าอกแกร่งของร่างสูงเอาไว้ “แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” ดวงตากลมโตก้มมองแผงอกแกร่งด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ หัวใจของเธอตอนนี้เต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาจากหน้าอกแล้ว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหูแล้วกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา “พรุ่งนี้มากินข้าวเช้ากับฉันนะ ฉันมีที่หนึ่งอยากพาเธอไป” เมื่อพูดจบภาคินก็ปล่อยมือจากร่างกายเธอให้เป็นอิสระ ร่างบางเก้อเขินมือไม้หาที่วางไม่ได้จับโน่นจับนี่เหมือนคนทำตัวไม่ถูก “ดะ...ได้ค่ะพ่อเลี้ยง” เมื่อตกปากรับคำเรียบร้อย พราวฟ้าก็รีบหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานทันที ภาคินยืนมองตามแผ่นหลังของร่างบางที่วิ่งดุ๊ก ๆ ออกไป ถามว่าเขาโกรธยัยตัวดีไหมที่เข้ามาตุ๋นเขาจนเปื่อยแรก ๆ ที่ได้ยินคำสารภาพของเธอมันก็มีบ้างแต่พอฟังเหตุผลขอ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” เมื่อได้รับคำอนุญาตแล้ว มือบางก็เปิดประตูเข้าไปแล้วยกกาแฟเข้าไปเสิร์ฟให้กับชายหนุ่มที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ที่โต๊ะทำงาน “นั่งลง มีอะไรจะคุยกับฉันก็รีบพูดมา” ร่างบางค่อย ๆ เดินมานั่งตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับคนหน้ายักษ์ บรรยากาศโดยรอบปกคลุมด้วยความเงียบและอึดอัด เธอไม่เคยรู้สึกอึดอัดแบบนี้มาก่อนเลย “เอ่อ...คือ ดิฉันมีเรื่องจะสารภาพค่ะ คือ...” พราวฟ้ากระอึกกระอักคล้ายคนที่น้ำท่วมปากไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี “......” สรรพนามแทนตัวเองเปลี่ยนไป ภาคินเริ่มมีสีหน้าที่จริงจังยิ่งขึ้นเขาไม่รู้ว่าเธอกำลังจะบอกอะไรกับเขา แต่ดูจากอาการของเธอแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่ ๆ “คือ จริง ๆ แล้วฉันชื่อพราวฟ้าค่ะ เป็นน้องสาวของพี่แพรไหมที่ขับรถตกเขาตายไปเมื่อ 3 เดือนก่อนค่ะ” หญิงสาวกลั้นใจเอ่ยความจริงออกไปอย่างไรเธอก็ต้องพึ่งพาคนตรงหน้าจนกว่าคดีของพี่แพรจะจบ “......” เขาเงียบจนเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง “ขอโทษนะคะที่หลอกพ่อเลี้ยง คือมันจำเป็นจริง ๆ ค่ะ มันไม่มีทางเลือกอื่น ฉันต้องการจะสืบเรื่อ




![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


