LOGINณ เมืองจิ่นสือ
เกือบ 3 ปีแล้วที่รูปภาพเหล่าสาวงามหุ่นอวบอัดแห่งยุคซึ่งไร้อาภรณ์
พร้อมเรื่องราวสุดหวามหวิวถูกถ่ายทอดผ่านฝีมือฉีหยางซิ่ว ผู้ใช้ฉายา เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง (ขนนกหงส์ฟ้า)
นอกจากภาพวาด เขาได้ขยายผลงานแต่งหนังสือชุนกง รวมถึงตำรากามสูตรซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดลับๆ ของชายหนุ่มทุกเพศทุกวัย โดยฉากหน้าเขาคือคุณชายซึ่งถูกถีบหัวส่งให้มาอยู่ในเรือนหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเล้าหมู
ดังนั้น ฉีหยางซิ่วจึงกลายเป็นคุณชายผู้ต่ำต้อย คือคนที่ไร้ซึ่งเกรียติและศักดิ์ศรี สุดท้ายจึงถูกหลงลืม
แต่ใครจะรู้ว่าอีกด้านหนึ่งของฉีหยางซิ่ว หรือ เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง
เขาได้ถ่ายทอดศิลปะสุดมหัศจรรย์ซึ่งปลุกไฟราคะของชายหนุ่มทั้งแผ่นดินให้ลุกโชน ต้นแบบสาวงามที่อวดทรวดทรงองค์เอวชวนให้สิเน่หา ส่วนหนึ่งคือนางโลมชื่อดังในหอคณิกากระนั้น ฉีหยางซิ่วมิใช่ชายรักสนุกที่จะมีสัมพันธ์กับหญิงสาวไม่เลือกหน้า แต่การที่ไม่ค่อยมีเพื่อนมาตั้งแต่เด็กเพราะเติบโตอยู่ที่ผาไร้นามทำให้เขาเก็บตัว
กระทั่งย้ายมาอยู่ที่ เมืองจิ่นสือ โลกเขาก็เปิดกว้าง ทุกครั้งที่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตา เขาจึงเลือกที่ไปเที่ยวเตร่ในหอนางโลม นั่นทำให้เขาได้พบต้นแบบซึ่งนำมาสร้างสรรค์ผลงานในเวลาต่อมา
และผลลัพธ์ในตอนนี้ช่างหอมหวาน เงินทองไหลมาเทมาให้ได้ใช้สอยมิขาดสาย โดยได้เพ่ยเพ่ยคุณหนูตระกูลซือแห่งห้างซือเชี่ยน ซึ่งเป็นคนออกหน้าขายภาพวาดให้เขา
อย่างไรเสีย ถึงตอนนี้เขายังไม่รู้ความต้องการที่แท้จริงของเพ่ยเพ่ย แม้นางจะทอดสะพานให้อยู่เนืองๆ แต่เมื่อเขาคิดจะเด็ดดอกฟ้า นางก็บ่ายเบี่ยงเล่นตัวจนเขามันเขี้ยว
และคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่นางเดินทางมาพบเขาอย่างลับๆ
“อาเพ่ย เจ้ามาหายามวิกาล มิกลัวท่านเจ้าบ้านซือตำหนิรึ” เขาเอ่ยถึงซือเหวิน พ่อค้าผู้มั่งคั่ง มีห้างใหญ่โตในเมืองแห่งการค้านี้
“ในเมื่อหัวใจเพรียกหาบุรุษรูปงาม เหตุใดข้าต้องใส่ใจผู้อื่น”
สีหน้าและท่าทางนางดูกร้านโลก แต่ดวงตามิต่างจากเด็กสาวในวัยซุกซน นางถือตนว่าเป็นบุตรสาวคนโตของซือเหวิน และยังดูแลกิจการต่างๆ แทนบิดาได้ จึงมิเกรงกลัวคำครหาใคร หมู่นี้ซือเหวินเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เรียกว่าสามวันดีสี่วันไข้ ดังนั้นห้างซือเชี่ยนจึงตกอยู่ในกำมือนาง
“ในเมื่อมาแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใด”
ลูกตาสีน้ำตาลอ่อนของนางจ้องที่มือเรียวสวยของฉีหยางซิ่ว ก่อนไล่สายตาไปยังดวงหน้าเขา ยามนี้แสงเทียนตกกระทบ ขับให้ใบหน้านั้นงดงามและน่าหลงใหล
“คุณชายเป็นผู้มีฝีมือล้ำเลิศ เป็นชายงามที่หายากในแผ่นดิน แต่น่าประหลาดใจ สิ่งที่ข้าต้องการ ท่านมิล่วงรู้...”
เพ่ยเพ่ยยิ้มหวานหยด ก่อนหัวเราะน้อยๆ ด้วยกิริยาน่าชม ใครต่างรู้ว่านางเป็นผู้หญิงที่ชอบเป็นช้างเท้าหน้า อีกทั้งมักมัดใจผู้ชายด้วยเสน่ห์ นางยังมีหัวการค้าล้ำเลิศ โดยเฉพาะการที่เป็นตัวแทนจำหน่ายภาพวาดของ
ฉีหยางซิ่วจนสามารถส่งขายให้กับเหล่าขุนนางรวมถึงคนในราชวงศ์“จิตใจสตรียากแท้หยั่งถึง” หนุ่มรูปงามกล่าว
“โถ คุณชายช่างอ่อนต่อโลก และไม่ได้เรื่องเสียจริง”
นางเอ่ยจบก็ก้าวไปยังเตียงนอน เริ่มปลดสายรัดเอว และเสื้อคลุมตัวนอกออก ก่อนกระดิกนิ้วเชิญชวนให้ฉีหยางซิ่วก้าวเข้าไปหา
“นั่น...อาเพ่ย เจ้ากระทำการใด” เขาว่าเสียงตื่น เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก
ดวงตาแฝงกิเลสหยาดเยิ้มของเพ่ยเพ่ยมองมาที่หนุ่มรูปงาม แล้วเอ่ยเสียงแหบพร่า
“คุณชายย่อมรู้ดีแก่ใจ ข้ารอเวลานี้มาเนิ่นนาน กระทั่งถึงวันที่อยากเก็บเกี่ยวผลแห่งรักที่กำลังสุกงอม”
ฉีหยางซิ่วหาใช่ชายหนุ่มไม่ประสีประสา เขารู้เล่ห์กลของนาง หากยอมโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี เขาก้าวไปข้างหน้าช้าๆ จวบจนยืนอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวที่มีเรือนร่างอวบอิ่ม และกลิ่นกายก็หอมจัดชวนให้คิดถึงเรื่องบัดสี
ริมฝีปากสีสดของเพ่ยเพ่ยเผยอเล็กน้อย มือนุ่มนิ่มของนางวนเวียนอยู่กับสายรัดเอวของหนุ่มรุ่นน้อง วันนี้เขาเติบโตเต็มวัย มิใช่เด็กหนุ่มอย่างเช่นวันวานที่แรกพบหน้า
“คุณชายคิดว่าข้าเป็นสตรีประเภทใด วานบอก”
นางกล่าวพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปากอวบอิ่ม แสร้งทำกิริยาราวกับอยากใช้ลิ้นเล็กๆ ไล้เลียผิวกายขาวละเอียดของอีกฝ่าย
“ฮึ คนค้าขายนั่นย่อมหวังได้กำไร และคุณหนูคงเห็นข้าเป็นสินค้า
ประเภทหนึ่ง แต่น่าเสียดาย ตัวข้ายากที่จะทำให้ท่านพึงใจ”
“คุณชายถ่อมตัวเกินไป อย่างน้อยท่านก็เป็นชาย และหญิงสาวอย่างข้าก็นิยมชมชอบบุรุษงามมากกว่าภาพวาด ท่านรู้ไหม การสัมผัสเนื้อตัวและได้ลิ้มรสหอมหวานจากเรืองร่าง คือสิ่งประเสริฐที่บุรุษพึงมอบให้แก่นางผู้ที่เป็นที่รักของเขา”
เพ่ยเพ่ยว่าจ้างให้ฉีหยางซิ่ววาดภาพชายงามในหอคณิกาชาย แม้จะเป็นเรื่องลามกอนาจาร แต่หญิงสาวชมชอบมาก นางนำรูปภาพเหล่านี้ไปขายในกลุ่มแม่หม้ายและเหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่นิยมเรื่องคาวโลกีย์ รวมถึงพวกขันที และบุรุษที่นิยมชมชอบชายงาม
ฉีหยางซิ่วเป่าลมหายใจออกมาพรูใหญ่ การลูบไล้ร่างกายของเพ่ยเพ่ยปลุกเร้าอารมณ์ให้ลุกโชน แม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่ยามนี้เขาถูกกระตุ้นจนแทบอยากโน้มกายทับร่างหอมกรุ่นตรงหน้า
“อาเพ่ย...โปรดยั้งมือ”
เสียงเขาสั่นกระเส่า แม้จะเคยต้องมือหญิงมาก่อน แต่การถูกรุกอย่างหนักหน่วงจากนางที่หมายตาเพิ่งจะเกิดขึ้นครั้งแรก
“หืม คุณชายท่านคิดเลื่อนเปื้อนประการใด ข้าเพียงเย้าหยอก เอาละ...พู่กันกับผืนผ้าไหมเนื้อดีจากห้างซือเชี่ยนวางอยู่บนโต๊ะ โปรดจัดการหน้าที่ของท่าน ก่อนที่ข้าจะหมดอารมณ์” นางว่าแล้วก็ผลักหน้าอกเขาเบาๆ ออกห่างตัว
จากนั้น นางรับใช้สองคนของเพ่ยเพ่ยก็ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมเครื่องดื่มและผลไม้
ฉีหยางซิ่วขมวดคิ้วมุ่น เขาสับสนในตอนแรก กระทั่งกระจ่างใจว่านางแค่ปั่นหัวเขาเล่น และที่มาเยือนในยามวิกาลก็เพียงแค่ต้องการเป็นแบบให้เขาวาดรูป
“นั่นคือความต้องการของคุณหนูจริงหรือ” เขาถามย้ำ พลางมองนางด้วยดวงตาหวานซึ้ง
“ใช่ หรือท่านคิดว่า ข้าเป็นผู้หญิงใจง่ายพรรค์นั้น”
ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ก่อนสลัดความงุ่นง่านออกมาจากตัว เป็นยามนั้นที่เพ่ยเพ่ยถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ตามด้วยชุดด้านในที่ปกปิดสัดส่วนอันเย้ายวน
เพียงพริบตา ร่างอวบอัดก็มีเพียงผ้าไหมสีแดงเนื้อดีคลุมเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ หัวใจชายหนุ่มเต้นระส่ำ เขาหลงใหลรูปโฉมนี้จนมือไม้อยู่ไม่เป็นสุข
“วาดรูปข้าให้สำเร็จก่อนเถิด อย่าเพิ่ง...ซุกซนคิดถึงสิ่งอื่น มิเช่นนั้น ข้าจะปรับคุณชายจนไม่ให้มีเสื้อผ้าสวมใส่ กลายเป็นศิลปินเปลือยกายล่อนจ้อน นุ่งลมห่มฟ้า”
นับจากคืนนั้น ฉีหยางซิ่วได้ก้าวออกจากโลกใบเล็กไปสู่ยุทธภพอย่างที่เขาวาดฝัน ถึงจะเป็นยุทธภพที่แต้มแต่งกิเลสและราคะแต่เขาหา
ได้นำพา ชายหนุ่มได้คบหากับสหายซึ่งต้องการภาพวาดหญิงงาม ตั้งแต่คนหาเช้ากินค่ำจนถึงคหบดีผู้ร่ำรวยและคนในราชสำนักกระทั่งสืบทราบถึงความตายของบิดาและความโชคร้ายของมารดาซึ่งด่วนจากไปหลังจากเขาลืมตาดูโลกได้ไม่นาน แต่สุดท้าย พรสวรรค์ของฉีหยางซิ่วต้องพบอันตรายถึงชีวิต เมื่อการวาดรูปเปลือยของเพ่ยเพ่ยหลุดไปถึงหูฉีเจียนหลิว
ชายวัยกลางคนตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพบ เวลานี้ต้องติดต่อสาวอวบอย่างเร่งด่วน เพราะหล่อนคือทางออกเดียวในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะปิดเครื่องหนี ประตูเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นสถานการณ์สยองเกล้าจึงถูกปิดตายร่างผอมสูงนั่งกอดเข่าแผ่นหลังชิดกับตู้เก็บของใต้โต๊ะทำอาหาร เขาหนาวสั่นประหนึ่งกำลังจับไข้ เสียงห่าฝนข้างนอกยังดังไม่หยุด ในบางครั้งฟังแล้วเหมือนเสียงหัวเราะจากผีร้ายเขายกมือปิดหู ไม่อยากรับรู้สิ่งใด แต่เสียงแปลกๆ ชวนหลอนยังแทรกพายุด้านนอกมาให้ได้ยินมันดังแกรกกราก และตามด้วยเสียงตุบๆ ก่อนจะมีเสียงกรีดร้องแหลมเล็กเหตุการณ์ทั้งหมดจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากเขาไม่หลงคารมเจ้าของบริษัท วี.พี.รักคุณ...วีรินทร์ผู้หญิงหุ่นอวบอัดจอมปลิ้นปล้อน หล่อนมีดวงหน้าจิ้มลิ้ม หน้าอกไซส์มหึมา เห็นแล้วก็อยากฉุดขึ้นเตียง แต่ในความเป็นจริง หล่อนคือนางมารจิ้งจอก หลอกล่อจนเขาเห็นดีเห็นงามไปด้วย สุดท้ายจึงทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บหอมรอมริบมานาน ซื้อบ้านหลังเก่ากลางป่าใกล้ทะเลสาบบัวแดงซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทั้งหมดจะไม่มีปัญหาใด หากบ้านหลังนี้จะไม่มีสิ่งลึกลับซ่อนอยู่!!หลายเดือนก่อน“สบายใจได้ค่ะ แก้มอุ่
ฉีหยางซิ่วมองนางโจรซึ่งถือกระบี่ปลายหักไว้มั่น สายตานางกวาดหาเสียงฝีเท้านับสิบซึ่งกำลังกรูเข้ามา“เจ้ามันโง่เขลา พวกนั้นมันไม่มีทางทำร้ายข้า มันเพียงต้องการตัวข้าเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ตอนนี้เจ้าควรหนีเอาตัวรอดเสีย ไม่อย่างนั้นอาจไม่ทันการณ์”นางโจรหันหน้ากลับมามองคุณชาย ดวงตานางแดงก่ำ หากไม่มีน้ำตาสักหยด“สัญญากับข้าได้ไหม ไม่ว่าอย่างไร อย่าให้คนชั่วพวกนั้นจับตัวได้”“ห่วงตัวเองบ้าง ชีวิตเจ้าก็สำคัญไม่ต่างกับชีวิตของข้า...หงเซ่อ”ดวงหน้าฉาบด้วยเลือดเผยรอยยิ้มซีดเซียว จากนั้นนางก็ถีบตัวลอยขึ้นเหนือพื้น แล้วกระโจนเข้าใส่ชายชุดดำด้วยความว่องไว วิทยายุทธ์นางดุดัน อีกทั้งการเข้าห้ำหั่นศัตรูก็แข็งแรง และห้าวหาญราวกับบุรุษมากกว่าจะเป็นสตรีฉีหยางซิ่วแม้ไม่ถนัดด้านบู๊สักเท่าไรทั้งที่เขาคือทายาท พู่กันปลิดวิญญาณ กระนั้นก็เป็นคนหัวไวจึงเอาตัวรอดเก่ง เขาพยายามช่วยเหลือนางโจรทุกวิถีทาง แต่ศัตรูล้อมหน้าล้อมหลังและมีจำนวนมากเสียจนเขาเพลี่ยงพล้ำ ล้มลุกคลุกคลานจนเนื้อตัวเคล็ดขัดยอก และภาพวาดที่อยู่ในย่ามก็หล่นกระจัดกระจายชายหนุ่มห่วงภาพเหล่านั้นจับใจ มันมิใช่ภาพสาวงามยั่วยวนตัณหาให้ลุ่มหลงอย่างที่
ตั้งแต่รุ่งสาง เขากับนางโจรรูปโฉมอัปลักษณ์ซึ่งมีปานแดงบนซีกหน้าด้านซ้าย กำลังหลบหนีกลุ่มชายชุดดำที่มีอาวุธครบมือ คนเหล่านั้นสวมหน้ากากประหลาดเป็นรูปโครงกระดูก พิศแล้วประหนึ่งผีร้ายที่โผล่ออกมาจากหลุมศพ!นางควบอาชาโลหิตตัวโตบึกบึนไปตามทางแคบๆ พาฉีหยางซิ่วหนีจากทหารของเมืองจิ่นสือมาได้ ก็ถูกไล่ล่าจากกลุ่มคนที่มากด้วยฝีมือ พวกมันคือมือสังหารของฉีเจียนหลิวฉีหยางซิ่วอ่อนหัดด้านบู๊ ถึงจะเคยฝึกปรืออยู่บ้างแต่ความที่มีนิสัยเกียจคร้าน วรยุทธ์จึงไม่ก้าวหน้า และการที่ไม่ค่อยได้ออกแรงหนักๆ เมื่อต้องเร่งรีบเดินทางไกล เขาจึงขอหยุดพักบ่อยครั้ง แต่นางโจรกลับเร่งเร้าให้เขาบ่ายหน้าไปให้ถึงเขตแดนป่าไผ่ ก่อนจะเข้าไปสู่สถานที่ลับซึ่งมีกองกำลังของผู้เฒ่าถานซ่อนอยู่ ซึ่งในอดีต ผู้เฒ่าถานเป็นผู้ติดตามปรมาจารย์ฉีหย่งชางหนุ่มรูปงามนั่งบนหลังมาโดยมีนางโจรประกบอยู่ด้านหลังเป็นเวลาร่วมสองชั่วยาม และรู้สึกปวดเบาจนกลั้นไม่ไหว แม้นางโจรจะใช้วาจาข่มขู่และกำลังบีบบังคับ แต่เขาไม่ทนได้อีกต่อไป จึงท้าว่าหากนางขืนน้ำใจเขาไปมากกว่านั้น เขาจะปล่อยปัสสาวะรดหลังม้า!!“เจ้าไม่ใช่ลูกผู้ชาย”นางว่าแล้วก็สะบัดหน้าหนีจากชายหนุ
“เจ้าล่วงรู้ความลับดีเช่นนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้ตายสมใจ อยู่อย่างทรมานต่อไปเถอะ และคอยดูข้าเป็นประมุขของขุนเขาไหมงาม”“ฮึ ท่านอาจะไม่มีวันได้เสวยสุข หากข้ามีชีวิตอยู่ ท่านมิอาจครอบครองสิ่งใดที่เป็นของตระกูลฉี...”สิ้นคำประกาศนั้น เจียนหลิวก็เตรียมใช้มีดสั้นกรีดใบหน้าฉีหยางซิ่วดวงตาคมของชายหนุ่มจ้องเขม็งอีกฝ่าย แม้จะกลัวอยู่มาก แต่เขาไม่ยอมให้มันเห็นน้ำตา“ดี! ข้าชอบคนกล้าหาญ ฉะนั้นจงอยู่ในโลกนี้ด้วยใบหน้าสยดสยอง และดูความรุ่งโรจน์ของข้าด้วยดวงตาเพียงข้างเดียว”มีดสั้นในมือฉีเจียนหลิวเตรียมกดลงบนแก้มชายหนุ่ม ฉีหยางซิ่ว แค้นใจหนัก ตลอดเวลา หากเขาตั้งใจฝึกฝนวรยุทธ์จากท่านปู่ฉีหย่งชางคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้“ร้องสิ ร่ำร้องเหมือนบิดาของเจ้าที่ขอชีวิตข้าก่อนตาย!”ฉีหยางซิ่วเดือดดาลจัด มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น แต่ยิ่งออกแรงต่อต้านคนของฉีเจียนหลิวก็ยิ่งใช้กำลังต่อเขาเมื่อมีดสั้นกดลงบนแก้มฉีหยางซิ่ว ยามนั้นเหมือนโลกจะกลั่นแกล้งให้เขาเป็นของเล่นของฉีเจียนหลิว และมันหัวเราะเสียงดังด้วยความสาแก่ใจที่ทำให้เขาตกต่ำถึงเพียงนั้น“ถ้าเจ้ากล้าหาญจริง ก็ฆ่าข้าเสียเถิด มิเช่นนั้นหากข้ารอดพ้นวันนี้
ฉีหยางซิ่วแค้นจนแทบกระอักเลือด ดวงตาเขาประหนึ่งมีลูกไฟปะทุออกมา แต่ตอนนี้เขาจะทำสิ่งใดได้ แม้แต่หลุดออกจากพันธนาการของสมุนเจียนหลิวก็มิอาจกระทำ“คุณชาย ถ้ายังอยากมีดวงตาสวยๆ มองดูสาวงาม และโลกใบนี้ต่อไป ก็รีบบอกมาว่า รูปวาดคุณหนูเพ่ยเพ่ยอยู่ที่ใด”คราวนี้ชายหนุ่มแจ้งใจถึงความต้องการของมัน“น้ำหน้าอย่างเจ้าไม่มีวันหาพบ” เขาตอบเสียงเย็นหลี่เปียวกระตุกยิ้มขึ้นคราหนึ่ง ก่อนสั่งคนของมันลากบ่าวรับใช้ของฉีหยางซิ่วไปที่ลานโล่ง“รูปนั้นอยู่ที่ใด”ฉีหยางซิ่วหลับตา เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เสี้ยววินาทีต่อมา ใบหูข้างหนึ่งของเต่าน้อยก็ถูกฟันฉับ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน เลือดสดๆ ไหลอาบร่างมัน พร้อมเสียงแผดร้องโหยหวน“ท่านมันเป็นคนไร้ศักดิ์ศรี บ่าวรับใช้ที่จงรักภักดียังไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย”หลี่เปียวว่าและส่งสัญญาณให้ลูกสมุนใช้มีดสั้นควักลูกตาเต่าน้อย ฉีหยางซิ่วไม่กล้าลืมตาดูภาพตรงหน้าทั้งที่บ่าวของเขาร้องขอให้ช่วยชีวิต ตอนนี้เขาเป็นเพียงคุณชายผู้ไม่เอาไหน ไร้ซึ่งเกียรติและวรยุทธ์“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเป็นเยี่ยงนี้ ถึงได้ตกยาก ไม่มีบุญวาสนา”สิ้นเสียงนั้น สมุนอีกคนจ่อมีดเข้าไปยังเบ้าตาเต่าน้อย แต่
1 ปีต่อมาความตายอย่างเป็นปริศนาของเหล่าคณิกาทั้งหญิงชาย กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญต่อผู้คนในเมืองจิ่นสือ ผืนดินที่มีห้าขุนเขาไหมงามล้อมรอบ หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดจากการทำเรื่องชั่วช้า ด้วยการมีภาพเขียนชุนกงเป็นต้นเหตุกล่าวกันว่า วิญญาณปีศาจในภาพเขียนเหล่านั้นร่วมหลับนอนทำบัดสีกับผู้ที่ครอบครอง จากนั้นพวกเขาก็กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนคนที่เป็นแบบในภาพวาดนั้นต่างได้รับเคราะห์กรรมเลวร้ายมิต่างกัน ต่างถูกตัดหัว ควักลูกตา ก่อนถูกนำไปทิ้งตามจุดต่างๆ ในเมืองจนเป็นที่อกสั่นขวัญแขวน เรื่องนี้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญครึกโครมไปทั่ว“คุณชายกำลังตกอยู่ในอันตราย ปีศาจร้ายกำลังออกอาละวาด มันสร้างความตื่นกลัวให้ผู้คน และท่านตกอยู่ในอาญาบ้านเมือง”“ปีศาจ เจ้าเชื่ออย่างนั้นหรืออาเพ่ย” ฉีหยางซิ่วถามสาวงามเขาแทบไม่คาดคิดว่านางก็พลอยตื่นตระหนกไปกับข่าวลือ แม้จะมีศีรษะของเหยื่อและร่างที่ถูกควักหัวใจให้พบเห็น แต่โลกนี้จะมีปีศาจได้อย่างไร คนอย่างเขาไม่มีวันเชื่อ!!“หากไม่ใช่ฝีมือของมัน คุณชายจะให้ข้าคิดเป็นอื่นอย่างงั้นหรือ” นางว่าแล้วก็ยกมือทาบหน้าอก ดวงหน้าขาวซีดไร้สีเลือด “รูปของข้า แม้จะไม่มีชายใด







