ログイン1 ปีต่อมา
ความตายอย่างเป็นปริศนาของเหล่าคณิกาทั้งหญิงชาย กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญต่อผู้คนในเมืองจิ่นสือ ผืนดินที่มีห้าขุนเขาไหมงามล้อมรอบ หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดจากการทำเรื่องชั่วช้า ด้วยการมีภาพเขียนชุนกงเป็นต้นเหตุ
กล่าวกันว่า วิญญาณปีศาจในภาพเขียนเหล่านั้นร่วมหลับนอนทำบัดสีกับผู้ที่ครอบครอง จากนั้นพวกเขาก็กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนคนที่เป็นแบบในภาพวาดนั้นต่างได้รับเคราะห์กรรมเลวร้ายมิต่างกัน ต่างถูกตัดหัว ควักลูกตา ก่อนถูกนำไปทิ้งตามจุดต่างๆ ในเมืองจนเป็นที่อกสั่นขวัญแขวน เรื่องนี้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญครึกโครมไปทั่ว
“คุณชายกำลังตกอยู่ในอันตราย ปีศาจร้ายกำลังออกอาละวาด มันสร้างความตื่นกลัวให้ผู้คน และท่านตกอยู่ในอาญาบ้านเมือง”
“ปีศาจ เจ้าเชื่ออย่างนั้นหรืออาเพ่ย” ฉีหยางซิ่วถามสาวงาม
เขาแทบไม่คาดคิดว่านางก็พลอยตื่นตระหนกไปกับข่าวลือ แม้จะมีศีรษะของเหยื่อและร่างที่ถูกควักหัวใจให้พบเห็น แต่โลกนี้จะมีปีศาจได้อย่างไร คนอย่างเขาไม่มีวันเชื่อ!!
“หากไม่ใช่ฝีมือของมัน คุณชายจะให้ข้าคิดเป็นอื่นอย่างงั้นหรือ” นางว่าแล้วก็ยกมือทาบหน้าอก ดวงหน้าขาวซีดไร้สีเลือด “รูปของข้า แม้จะ
ไม่มีชายใดได้เชยชมนอกจากท่าน แต่ข้าก็เกรงว่าอาจมีภัยถึงตัว”
“อย่ากังวลไปเลย รูปของเจ้ามิเหมือนสาวงามนางอื่น ที่สำคัญ ข้ายังไม่ได้วาดใบหน้าเสียด้วยซ้ำ”
เพ่ยเพ่ยใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย ภาพวาดเหมือนจริงของนางยังไม่ได้เติมใบหน้าให้สมบูรณ์ ทั้งนี้เป็นเพราะนางขอร้องไว้ กระนั้น ทรวดทรงองค์เอว และลายเส้นที่อ่อนช้อยก็ยั่วยวนกิเลส ตอนนี้ภาพวาดดังกล่าวถูกเก็บไว้ในที่ลับตา นับแต่คืนนั้นไม่มีใครได้พบเห็นอีก
“ตามที่ข้าคาดการณ์ ข่าวลือเรื่องปีศาจ อาจเป็นสิ่งที่ฉีเจียนหลิวสร้างเพื่อหลอกลวงชาวเมือง และหวังทำลายชื่อเสียงของเฟิ่งหวงสีแดงเพลิง!”
ฉีหยางซิ่วได้รับข่าวจากนกพิราบสื่อสารของผู้เฒ่าถานซึ่งเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่แบเบาะ ถึงเส้นทางการหลบหนีจากกรมอาญา ตอนแรกเขายังเห็นเป็นเรื่องตลก แต่เมื่อสถานการณ์คับขัน เขาจึงไม่อาจนิ่งเฉย
“ตอนนี้มีประกาศจับคนที่วาดรูป ในข้อหาสมคบกับปีศาจ และลงเวทไว้ให้ผู้คนต้องตายขอรับ” เต่าน้อยแจ้งข่าวให้เขาทราบ และทางการออกหมายจับ มีโทษร้ายแรงคือให้ประหารด้วยการแยกร่างออกเป็นห้าส่วน!
ซึ่งนอกจากฉีหยางซิ่วที่วาดรูปเปลือยและสร้างหนังสือ ชุนกง แล้ว ยังมีมือสมัครเล่นอีกหลายสิบชีวิตที่ลอกเลียนรูปวาดเขา และนำมาออกขายอย่างลับๆ ตอนนี้ต่างทยอยถูกจับตัวเพื่อรอรับโทษ
ฉีหยางซิ่วรู้ดี การกระทำอันอุกอาจนี้ย่อมมีผลร้ายตามมาไม่วันใดก็
วันหนึ่ง กระนั้น เขากลับสุขล้น เพราะยิ่งเสี่ยง ชื่อเสียงเขายิ่งเป็นที่โจษขาน มันทำให้เขามีตัวตนอยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ถูกกลืนหายไปใต้เงาของฉีเจียนหลิว
และถึงจะคอยตั้งมือรับสถานการณ์ ทว่าสุดท้าย เขาก็ไม่อาจรอดพ้นสมุนของฉีเจียนหลิว สมุนของมันบุกเข้ามาในเรือนเก่าหลังเล็ก พร้อมกวาดข้าวของเขาไป
“จับตัวไอ้กระจอกหยางซิ่วมาให้ได้” หลี่เปียวสมุนมือหนึ่งของ
ฉีเจียนหลิวประกาศเสียงดังหนุ่มรูปงามได้ยินแล้วก็กระโจนออกทางหน้าต่าง แต่วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็สะดุดขาตนเองล้ม เป็นเหตุให้ถูกลากตัวไปยังหน้าเรือนเล้าหมู
“เจ้ากล้าดียังไง ถึงได้พาคนบุกมายังเรือนข้า”
ชายหนุ่มตวาดใส่ผู้บุกรุก ยามนั้นเหงื่อเขาแตกพลั่ก และบ่าวรับใช้ก็กลัวตายจนเยี่ยวแตก ยามนี้ที่คอของมันมีดาบเล่มใหญ่จี้ไว้
“โถ...คุณชาย ข้าจะไปไหนมาไหนทำไมต้องรายงานท่าน” หลี่เปียวเยาะเย้ย
“สามหาว หากยังไม่หยุดกล่าววาจาล่วงเกินข้า เจ้าจะได้รับเคราะห์
กรรมใหญ่หลวง”“เฮ้อ...ข้าเกรงว่าคุณชายจะไม่มีโอกาสกระทำเช่นนั้น”
มันกล่าวจบก็สั่งให้คนจับแขนทั้งสองข้างของฉีหยางซิ่วไปไว้ด้านหลัง ก่อนมัดมือทั้งสองข้างเขาไว้
“ไม่มีรูปวาดที่ท่านเจ้าสำนักต้องการขอรับ” คนของมันรายงาน
“หยุดมือเสียเดี๋ยวนี้ สวะอย่างพวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายในเรือนของ
ข้า” ฉีหยางซิ่วตวาดใส่กลุ่มคนที่กำลังรื้อค้นข้าวของเขา
หลี่เปียวหัวเราะตัวงอ เมื่อได้ยินคำตวาดเสียงดังของฉีหยางซิ่ว
“คุณชายยังคิดว่าสิ่งนั้นเป็นเรือนหรือ โถ ข้าเห็นใจท่านนัก ตกระกำลำบากมานาน จนเห็นโรงเลี้ยงหมูเป็นเรือนเทพเซียนอักษร!” หลี่เปียวกล่าวอย่างดูแคลน
“ฮึ เจ้ามันก็สุนัขรับใช้เจียนหลิว ยังมีหน้ามาทำโอหัง”
ฉีหยางซิ่วเดือดดาล พยายามสลัดให้พ้นจากการจับคุม แต่สมุนเหล่านั้นหัวเราะเสียงดัง และยิ่งขัดขืนมากเท่าไรเขาก็กลายเป็นตัวตลกในสายตาของพวกมันมากเท่านั้น
หลี่เปียวยกมือสองข้างประสานกัน พร้อมน้อมรับคำชายหนุ่มอย่างเสแสร้ง
“ขอขอบคุณที่คุณชายกล่าวชม ถึงข้าจะเป็นสุนัข แต่ก็มีเบี้ยเลี้ยง และเรือนหรูหรายิ่งกว่าท่าน แม้แต่คนเหล่านี้ก็ยังกินดีอยู่ดีกว่าท่านหลายเท่า ไฉนจะอดอยากปากแห้งจนถึงขั้นต้องทำเรื่องเสื่อมเสียสกุล ด้วยการวาดรูปลามกชายหญิง เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านยังหน้าด้านเรียกตนว่าเป็นทายาทของเจ้าสำนักตะวันไร้พ่าย!”
“บัดซบ เจ้ากล้าดียังไงถึงกล้าลบหลู่เกียรติข้า”
ฉีหยางซิ่วพ่นน้ำลายออกมาหมายให้ถูกหลี่เปียว แต่มันหลบทัน
“ฮ่าๆ นี่คงเป็นวิชายุทธ์ขั้นสุดยอดที่ปรมาจารย์หย่งชางถ่ายทอดให้หลานรัก ก่อนที่จะสิ้นชีพอย่างไร้เกียรติบนผาไร้นาม” มันยังไม่หยุดพล่ามทำลายชื่อเสียงหนุ่มรูปงามและปู่ของเขา
เมื่อทะยานออกไปถึงลำแสงสีขาว หล่อนก็รู้สึกระบมไปทั้งร่าง ความเจ็บแปลบเล่นงานตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่ และปวดหน่วงๆ ที่ขมับซ้ายยามนั้นหูได้ยินเสียงฟ้าลั่นดังกึกก้องติดต่อกันยาวนาน วีรินทร์หวาดกลัวจับใจ หล่อนนอนขดตัวด้วยความหนาวเหน็บ ก่อนรู้สึกว่าลำคอแห้งผากจึงยื่นมือสะเปะสะไป หวังจะคว้าขวดน้ำบนหัวเตียงที่มักวางไว้มาดื่มหญิงสาวออกแรงสุดกำลัง ยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า และรับรู้ได้ถึงความเย็นรอบๆ กาย และเป็นจังหวะเดียวกันที่แสงสว่างหนึ่งปรากฏเบื้องหน้า พร้อมเสียงแผดก้องจากท้องฟ้า“เฮ้อ ฉิบหายแล้ว ฟ้าทำไมมาผ่าตรงนี้”หญิงสาวสบถเสียงดังออกไป ไม่กี่วินาทีจากนั้น สัมผัสหนึ่งก็ไล้ที่หลังมือเป็นสัมผัสนุ่มนวลเปี่ยมด้วยความห่วงใย“เจ้า...ฟื้นแล้ว สวรรค์ยังเมตตา!”เสียงทุ้มต่ำฟังไม่คุ้นหู ทั้งสำเนียงก็แปลกประหลาด แต่หล่อนกลับเข้าใจ“ใช่...คนอย่างแก้มอุ่นจะตายง่ายๆ ได้ยังไง”หญิงสาวเอ่ยแล้วก็ปรับสายตาเพื่อมองใครคนนั้น แต่มันก็ไม่อาจกระทำได้ง่ายๆ“ข้าดีใจที่เจ้ารอดตาย ต่อจากนี้ไป ข้าจะดีกับเจ้าให้มาก ข้าสัญญา...หงเซ่อ!”วีรินทร์นึกฉงนที่ได้เสียงทุ้มๆ คุ้นหู กระทั่งพบดวงหน้าขาวใสของบุรุษผู้ห
วีรินทร์อยู่ไม่เป็นสุขตั้งแต่รู้ว่ามีวิญญาณจากรูปภาพตามติด แต่หล่อนพยายามมีสติให้มาก ด้วยเกรงว่าจะทำให้การเจรจากับบุนซูไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่าทีหล่อนเลยออกจะประหลาดสักหน่อย ประหลาดล้ำจนบุนซูผิดสังเกตในขากลับ วีรินทร์เรียกลูกน้องที่สำนักงานประจำสาขาต่างจังหวัดนำรถตู้มารับหล่อนกลับพร้อมบุนซูหนุ่มหล่อรัดเข็มขัดให้ตัวเองเสร็จสรรพ แล้วหันมามองสาวสวย“ไปใกล้ๆ แค่นี้เองค่ะ และน้องรูปหล่อนี่ขับรถนิ่มมาก แม็คเป็นมือดีของบริษัท คุณบุนซูไม่ต้องห่วง ปลอดภัยถึงที่หมายแน่นอน” หล่อนเอ่ยจบก็ยื่นมือไปตบบ่าแม็คบุนซูยักไหล่น้อยๆ ก่อนเอ่ยว่า“ถ้าวันนี้ไม่สะดวกไปดูบ้านหลังนั้น เรากลับเข้าไปพักในตัวเมืองแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีไหมครับ”“แก้มอุ่นเกรงใจค่ะ ไม่อยากให้คุณต้องเสียงานหลายวัน”“โอ้ ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีน้องเขย และน้องสาวช่วยงานอยู่ทางนั้น ตอนนี้เคลียร์คิวว่างยาวเกือบอาทิตย์เลย เพราะตั้งใจมาดูบ้าน และทำเรื่องอื่นๆ ให้เรียบร้อย” เขาว่าพร้อมมองรอบรถตู้ ท่าทางออกจะพิลึกสักหน่อย วีรินทร์จึงอดลูบต้นแขนตนเองไม่ได้“บางทีแก้มอุ่นคง คิดมากไป...” หล่อนยอมรับถึงความเครียดที่เกาะกินใจ“ยังไง
ลู่เหลียนมองหลานชายรูปงามอยู่พักหนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงเรียบๆ ขึ้น“ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพัง เจ้าคงลืมข้อห้ามนี้กระมัง”ลู่เหลียนเป็นพี่สาวแท้ๆ ของมารดาฉีหยางซิ่ว หลายปีก่อน นางเลี้ยงดูเขาราวกับเป็นลูกในไส้ เพราะน้องสาวเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาหลังจากทารกน้อยลืมตาดูโลกได้ไม่นาน“ข้าไม่สนใจกฎเกณฑ์เหลวไหลพวกนั้น ชีวิตคนสำคัญกว่าอื่นใด” ฉีหยางซิ่วตอบเสียงขุ่น พลางมองดวงหน้าซึ่งอัปลักษณ์ด้วยปานแดงปื้นใหญ่ครึ่งหน้าซีกซ้าย“เฮ้อ เจ้าเป็นอย่างนี้ไง ชีวิตถึงไม่สงบสุขเสียที”ลู่เหลียนว่าแล้วก็หันไปตักยาสมุนไพรใส่ชาม นางให้ลูกน้องไปหาหมอตำแยชื่อดัง อีกฝ่ายก็จัดยาขนานใหญ่สำหรับนางโจร เสียเงินไปมากโข แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่น่าพอใจเมื่อสงบอารมณ์ฉุนเฉียวลง เขาก็เอ่ยเสียงเบาด้วยความสำนึกผิด“ขออภัยที่ทำให้ท่านป้าต้องเดือดร้อน แต่จิตใจข้า คงยากจะบังคับขู่เข็ญ และนางก็ช่วยให้ข้าพ้นภัยร้ายจนมีชีวิตถึงวันนี้” เขาเอ่ยจบจึงหันไปมองหงเซ่ออีกหนนางโจรยังนอนหายใจแผ่วเบา ดวงหน้านั้นซีดขาวราวซากศพ และขับให้ปานแดงอัปลักษณ์ดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมฉีหยางซิ่วอดหลับอดนอนดูอาการนางโจรมาหลายวัน ทั้งที่เมื่
ดังนั้น นอกจากสารพัดยาที่ช่วยทำให้น้องชายคึกคักที่เขากว้านซื้อจากสำนักหมอชื่อดังมากิน ชายหนุ่มจำต้องพึ่งภาพวาดชุนกงของฉีหยางซิ่ว เพื่อกระตุ้นความคึกคักให้ตนเอง เพราะภรรยาผู้นี้ไม่ยินยอมให้เขามีบ้านเล็กบ้านน้อย แม้แต่สาวใช้ นางก็เลือกคนที่มีรูปร่างและหน้าตามิต่างกับตน“ทำเรื่องชั่วช้า ยังคิดว่าตนเป็นผู้ประเสริฐ”เสียงของมันลอยตามลมมาเข้าหูฉีหยางซิ่ว แม้จะขัดเคืองใจอยู่มาก แต่เขาไม่นำมาใส่ใจ มือยังเคลื่อนไหวอย่างว่องไว จนก่อเกิดเป็นรูปภาพผู้หญิงที่ดูแปลกตา มิใช่หญิงสาวหุ่นสะท้านใจ แต่เป็นผู้หญิงที่ร่างแบบบาง“นั่นมัน!”น้ำเสียงมันกราดเกรี้ยว และก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด มือของมันยื่นออกมาหมายจะช่วงชิงรูปวาดของเขาไป“เจ้าสนใจรูปพวกนี้ด้วยหรือ ฮ่าๆ ๆ”คนถูกถามถลึงตาใส่ ก่อนทำมารยาททรามด้วยการถุยน้ำลายลงพื้น แต่ฉีหยางซิ่วไม่ถือสาด้วยรูปวาดชุนกงของเขาเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ ลายเส้นอ่อนช้อยงดงาม ถึงจะผิดศีลธรรมอยู่มาก แต่การเป็นคุณชายที่ตกต่ำ ไร้ตึกสวยงามและบริวารรับใช้ เขาจำต้องหาทางเลี้ยงดูตนเอง ด้วยหวังว่าสักวันจะลืมตาอ้าปากได้“คนลามก! บุรุษเยี่ยงเจ้าสมควรถูกตัดหัวและเสียบประจาน ข้าไม่ควรเชื
3 ปีก่อนหงเซ่อมีร่างผอมบางมิต่างจากเด็กผู้ชาย และใบหน้าที่มีปานแดงครึ่งซีกหน้าด้านซ้าย ทำให้มันดูอัปลักษณ์เกินใครในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น อากาศเย็นสบายกำลังดี ฉีหยางซิ่วพบร่างหนึ่งนอนซุกอยู่ข้างกองไม้ใกล้โรงเก็บฟืนร้าง และปานแดงบนใบหน้ามันทำให้เขาตกใจแทบสิ้นสติ กระนั้นยังรวบรวมความกล้า ใช้กิ่งไม้เขี่ยร่างที่หายใจรวยรินดูด้วยความสงสารระคนเวทนาเมื่อมันค่อยๆ ลืมตา เขาจึงโล่งใจก่อนจะเรียกเด็กรับใช้มาช่วย แต่มันเปล่งเสียงแหบแห้งข่มขู่ดุจหมาจิ้งจอกน้อย เห็นแล้วเขาก็ไม่มีความเกรงกลัวอันใด ด้วยรู้ว่าตนพอจะรับมือไหว“เป็นผู้ใดแอบส่งตัวเจ้ามาลอบทำร้ายข้า” เขาถามนอกจากไม่ตอบ มันยังครางขู่ทั้งที่เนื้อตัวมีบาดแผลเต็มไปหมด“บัดซบ คิดว่าเก่งแค่ไหน ถึงได้ตำตัวอวดดี”มันส่งเสียงครางตอบโต้ขึ้นทีหนึ่ง ก่อนวูบหลับไปฉีหยางซิ่วนึกสงสาร กลัวว่าวันดีคืนดี คนของฉีเจียนหลิวจะโผล่มาพบมันเข้า จึงกลั้นใจลากมันไปซ่อนในเรือนพักของเขาหนุ่มรูปงามดูแลคนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายวัน จนเริ่มคุ้นเคย กระนั้น ถ้อยคำที่ออกจากปากอีกฝ่ายก็มีเพียงการขออาหาร พร้อมขึงตาดุ ราวกับเห็นเขาเป็นศัตรู“ข้าช่วยชีวิตเจ้าแท้ๆ เหตุใด ถึงยั
วีรินทร์ต้องหัวหมุนอีกหน เมื่อบุนซูขอนัดพบหล่อนที่ทะเลบัวแดง สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อประจำอำเภอแห่งนั้น ทั้งที่อยากปิดจ๊อบอย่างเร่งด่วนเพราะได้ข่าวว่าลูกค้าเก่านายมานพ ซึ่งนอนแบ็บอยู่ในโรงพยาบาลส่งคนมาก่อกวนแถวๆ บ้านเก่าหลังงามซึ่งหล่อนตั้งใจขายให้บุนซูความรีบร้อนในตอนลงรถด้วยใกล้เวลานัดหมายเต็มแก่ หล่อนจึงปิดประตูรถทับนิ้วโป้งของตัวเองวีรินทร์ร้องโหยหวน สีหน้าสีตาบิดเบี้ยว หล่อนเซแซดไปไปหาที่นั่ง ความรู้สึกปวดหนึบยังตามมาเล่นงานไม่หยุด จึงผลุนผลันเข้าไปในห้องน้ำหวังใช้น้ำช่วยลดอาการปวด แต่วันนี้อากาศเย็นจัดหล่อนจึงสะดุ้งโหยงรีบผละออกจากสายน้ำเย็นแทบไม่ทันสาวอวบก้าวลิ่วๆ ตรงไปรอลูกค้าหนุ่มหล่อที่ห้องพักเก๋ไก๋แบบโฮมสเตย์ของชาวบ้านซึ่งมีร้านกาแฟอยู่ด้านหน้า นั่งรออยู่สักพักใหญ่ก็พบว่าสถานที่แห่งนี้มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ทั้งที่ไม่ใช่วันหยุด สองข้างทางมีร้านขายอาหารเช้าง่ายๆ ของท้องถิ่น ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นสายบัวเชื่อมกับข้าวจี่ พร้อมเผือกย่าง กล้วยปิ้ง และหมูปิ้งซึ่งมีกลิ่นหอมชวนให้ลิ้มลองความที่หิวและยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง หล่อนจึงสั่งมารับประทานสองสามอย่างกระทั่งเวลาผ่านไปราวครึ
บุนซูอยู่เมืองไทยมาเกือบสองปีแล้ว ความที่เป็นหนุ่มโสดครบเครื่องทำให้เขาเป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆ แต่ชายหนุ่มชอบเป็นฝ่ายเลือกคนรักด้วยตนเองมากกว่าที่จะให้ผู้หญิงกระโดดเข้าใส่กระนั้นเขาก็มีความลับชวนสยองขวัญที่ทำให้ผู้หญิงต้องขยาด นั่นก็คืออดีตภรรยาทั้งสามล้วนตายโหง!!ชายหนุ่มหยุดคิดอะไรครู่หนึ่ง เมื่
เสียงแกรกๆ ดังสลับ เสียงดังตุบๆ ดังจากชั้นบนอย่างถี่กระชั้น ยามนั้น สติของชายวัยกลางคนแทบจะกระเจิงหาย“ลูกช้างขอร้อง อย่าทำอะไรลูกเลย หากการเข้ามาอยู่ที่นี่รบกวน ‘ท่าน’ ก็เป็นเพราะลูกช้างไม่ทราบมาก่อน ถ้าท่านจะเล่นงานใคร ขอให้ไปลงที่นังช้างแก้มอุ่น ตุ๊ต๊ะโน่นเลย ลูกช้างกลัวแล้ว เข็ดแล้วจริงๆ ต่อไปจ
ชายวัยกลางคนตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพบ เวลานี้ต้องติดต่อสาวอวบอย่างเร่งด่วน เพราะหล่อนคือทางออกเดียวในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะปิดเครื่องหนี ประตูเดียวที่จะทำให้เขารอดพ้นสถานการณ์สยองเกล้าจึงถูกปิดตายร่างผอมสูงนั่งกอดเข่าแผ่นหลังชิดกับตู้เก็บของใต้โต๊ะทำอาหาร เขาหนาวสั่นประหนึ่งกำลังจับไข้ เสียงห
ฉีหยางซิ่วมองนางโจรซึ่งถือกระบี่ปลายหักไว้มั่น สายตานางกวาดหาเสียงฝีเท้านับสิบซึ่งกำลังกรูเข้ามา“เจ้ามันโง่เขลา พวกนั้นมันไม่มีทางทำร้ายข้า มันเพียงต้องการตัวข้าเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง ตอนนี้เจ้าควรหนีเอาตัวรอดเสีย ไม่อย่างนั้นอาจไม่ทันการณ์”นางโจรหันหน้ากลับมามองคุณชาย ดวงตานางแดงก่ำ หากไม่มีน้ำ







