Masukขนาดจะกำยังต้องใช้ถึงสองมือโอบ ประสาอะไรกับปากน้อย ๆ ของเยว่เอ๋อจะอมเข้าไปได้ทั้งดุ้น นางทำได้แค่คาบตรงส่วนหัวเอาไว้เท่านั้น แล้วก็รับรู้ได้ถึงความหยุ่นนุ่มที่ถ้าเผลอกัดลงไปละก็ คงจะสร้างบาดแผลเจ็บปวดให้เจ้าของควยอย่างแสนสาหัส ไม่ไหว ๆ ต้องเอาออกก่อน!
.
ว่าแล้วริมฝีปากอิ่มก็จงใจจุ๊บลงที่หัวควยปลอมไปหนึ่งฟอดด้วยความมันเขี้ยว และแม้จะแผ่วเบาเพียงนิดเดียว แต่แค่นั้นกระดอมหัศจรรย์นี่ก็ยังอุตส่าห์มีการตอบสนอง มันสั่นไหวเอนไปมาคล้ายกับสะดุ้งต่อมเสียวขึ้นมาเลย สร้างความประทับใจให้นายน้อยร้านบะหมี่อยู่หลายส่วน และถึงตอนนี้นางก็ชักจะลืมเลือนไปแล้วว่ามีเสี่ยวผ่างนั่งอยู่ในกรงด้านหลัง นกพูดมิได้งั้นความเกรงใจก็เอาไว้ทีหลัง เยว่เอ๋อจึงหลับตาลงแล้วเปลี่ยนไปใช้การเลีย
.
"ข้าขอเลียหน่อยนะ.. อืม..ม..ม..ม..!"
"มันต้องเริ่มจากแบบนี้ใช่ไหมหว่า.. ชักจำมิได้แล้วสิว่าข้าได้เลียให้เสี่ยวโม่หรือไม่?"
.
"แผล่บ..บ...บ..บ , แผล่บ ๆ , แผล่บ ๆ"
.
เลียไปก็คิดถึงภาพเก่า ๆ ไปด้วย นางพยายามคิดว่าเริ่มจากตรงนี้จะใช่หรือไม่ ถ้าใช่ควยปลอมนี่ก็จะสั่น นี่คือสิ่งแรกที่เยว่เอ๋อพอจะจับสัญญาณได้ เพราะตำแหน่งล่าสุดที่นางลงลิ้นก็คือส่วนของหัวควยเลย มันคือไอ้ส่วนที่อยู่บนสุดและแดงวาบสว่างโพลงที่สุดนั่นเอง นางเริ่มจากการบรรจงปาดลิ้นให้เหมือนกับเลียไอติม
.
แผล่บ ๆ แผล่บ ๆ ไปสองสามทีพอให้มันชุ่ม จากนั้นก็ใช้ลิ้นอันเดิมตวัดเป็นวงกลมหมุนวนรอบหัวควย ท่านี้เหมือนจะต้องใช้กระดูกคอช่วยสักหน่อยวงโค้งถึงจะสวย ส่วนมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างก็ต้องช่วยด้วย นาทีนั้นเยว่เอ๋อถึงกับกำโคนลำควยไว้ซะแน่น นางพยายาบบีบมันเพื่อให้มันแบนลง กะว่าจังหวะไหนเผลอ ๆ พอขนาดได้ก็จะได้ลองอมเข้าไปให้สุดคอดูสักครั้ง
.
"แผล่บ ๆ , แผล่บ ๆ , แผล่บ ๆ , แผล่บ ๆ"
.
"ซีดดดด~! ขนาดอมเองยังเสียวเลยอ่ะ , อ่าาาา~!"
"คราวนี้ลองเลียตรงที่เป็นร่อง ๆ ที่ต่อจากหัวเห็ดลงมาหน่อยเน๊อะ.."
"ใช่อย่างงี้ไหมนะ.. เราต้องทำลิ้นเป็นแหลม ๆ เรียว ๆ หน่อย แล้วก็ตวัดขึ้นลง ๆ ๆ !"
.
สาบานได้ว่าเยว่เอ๋อเพิ่งเคยทำจริง ๆ มิรู้ว่านางไปเห็นตัวอย่างการใช้ลิ้นตวัดใส่ร่องรอบเส้นสองสลึงมาจากไหน ยุคนั้นสมัยนั้นมีหนัง AV ดูซะเมื่อไหร่ หรือจากประวัติของนางเยว่เอ๋อก็มิเคยเฉียดกายเข้าไปดูเหล่านางคณิกาอมควยให้ลูกค้าในหอชำเลากายแม้เพียงสักครั้ง ทั้งหมดทั้งมวลคือสัญชาตญาณล้วน ๆ คือทักษะฝีมือที่มิจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ แค่กะประมาณได้ว่าน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้แล้วก็ทำเลย
.
บอกได้คำเดียวว่าบุรุษผู้ใดมิว่าจะหนุ่มหรือแก่ ลองโดนเลียรอบร่องควยกับโดนลิ้นตวัดเขี่ยใส่รอบเส้นสองสลึง มีแต่ต้องสะบั้นสั่นสะท้าน บางคนถึงกับบอกว่ามันเสียวกว่าการโดนดูดควยทั้งลำเสียอีก เพราะบริเวณนั้นจะเต็มไปด้วยเส้นประสาท แค่ใช้นิ้วแตะหน่อยเดียวควยก็แข็งได้ มันเหมือนกับเป็นสวิซต์เปิดปิด แล้วลองคิดดูสิว่าถ้าโดนลิ้นเรียว ๆ ของเยว่เอ๋อน้อยละเลงเลีย คนโดนจะกระสันขนาดไหน
.
"ฉึก! ๆ , ฉึก! ๆ , ฉึก! ๆ , ฉึก! ๆ , ฉึก! ๆ"
ดุ้นควยถึงกับถอกถลกปลายหุ้มได้ด้วยตนเอง ดูเหมือนว่าการเลียเส้นสองสลึงจะไปกระตุ้นโดนปราณแท้ที่เหวินเหยาแอบใส่เอาไว้ซะแล้ว บางทีฟังค์ชั่นเสริมระบบการสั่น 1 จาก 5 รูปแบบก็คงจะกำลังทำงาน ซึ่งนั่นทำให้เยว่เอ๋อถึงกับต๊กกะใจ!
.
"ไอ้หยา! (哎呀!) อะไรอ่ะ? เกิดอะไรขึ้น!?"
ร่างบางถึงกับผงะไปด้านหลัง แผ่นหลังพิงกับพนักเก้าอี้หวาย แต่ทว่ามือน้อย ๆ ก็ยังอุตส่าห์เอื้อมมาจับดุ้นควยอันนี้เอาไว้ไม่ยอมให้มันล้ม
.
"ทำไมมันถึงถอกขึ้นลงได้เองล่ะ.. เรายังมิได้ทำอะไรเลยนะ?"
"เนี่ยะ! นี่ก็เลิกเลียแล้วด้วยเนี่ยะ!?"
"เอ..ชักจะยังไง ๆ กับวิธีการใช้งานแล้วสิ?"
"พี่เหวินเหยานี่ท่านส่งอะไรมาให้ข้ากันแน่ ท่านควรจะมีตำราวิธีใช้มาให้ข้าด้วยสิ!"
.
"ฉึก! ๆ , ฉึก! ๆ , ฉึก! ๆ , ฉึก! ๆ , ฉึก! ๆ"
ดุ้นควยยักษ์ยักคงถอกหนังหุ้มปลายด้วยตนเอง มันเริ่มจะช้าลงบ้างเมื่อเยว่เอ๋อน้อยหยุดเลีย
.
แล้วก็คงจะหยุดนิ่งสงบไปเองในระยะเวลาอันใกล้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่มีคนไปจับ วงจรก็จะมิสมบูรณ์ปราณแท้ที่ไหลเวียนอยู่ก็จะมิถูกขับพลังออกมา
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
และแล้วในที่สุดก็เสร็จเรื่องเสร็จราวกันไปเสียที บทสรุปคือหาข้อสรุปมิได้ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกันต่อไป เสี่ยวโม่ก็ยังสลบไสลหลับมิตื่น ไอ้ครั้นคำว่า "ควย" ที่เยว่เอ๋อต้องการนักหนา เหวินเหยาก็ยังมิรู้ว่าจะไปหามาจากไหน นางเดินออกจากโรงหมอมาอย่างคนที่คิดมิตก เวลาภายใต้ข้อกำหนดก็งวดเข้ามาทุกที แล้วอีหรอบนี้
ตามได้แต่มิตามน่าจะดีกว่า คุณชายเซียวยืนตัวชาไปทั้งร่าง พลางหงายมือดูสิ่งที่ตนเองเพิ่งทำลงไปเมื่อครู่ มันคือความจริงที่ถูกต้องทุกอย่าง! ว่าแม่นางมู่ซื่อหรานคือว่าที่ภรรยาของพี่ชาย เขาเองก็ทำอะไรมิได้ต่อให้ตอนนี้จะมาโวยวายขอความยุติธรรม แต่ปลายทางนางก็ต้องกลายเป็นพี่สะใภ้ของเขาอยู่ดี.เขาน่าจะลืมสิ
"ชิบหายแล้ว! จะตบกันไหมวะน่ะ!"เหวินเหยาถึงกับอุทานในใจ.เพราะท่าทางในการออกมือออกไม้เหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ยิ่งเป็นคุณชายรองด้วยแล้ว! รายนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสำมะเลเทเมา Feat. สำส่อน เจอพลังปราณฝ่ามือซัดเข้าให้ยังไงแม่นางมู่ก็เสียเปรียบ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เหวินเหยาแอบย่องเข้าไปใ
ฟ้าโล่งโปร่งสบายประหนึ่งจิตใจของเจ้านายที่ได้รับการปลดเปลื้อง เช้านี้บรรยากาศช่างเป็นใจนัก เมฆหมอกมีไม่มาก แสงแดดพอกระซาบผิว เสี่ยวผ่างพิราบอ้วนจึงตีปีกได้อย่างอิสระ ปกติแล้วถึงมันจะอ้วนตุ๊ต๊ะจากอาหารการกินที่เหลือเฟือจากร้านบะหมี่ไปสักหน่อย แต่พอได้ทะยานขึ้นฟ้าแล้วพิราบอาคมก็ยังคงความขลัง ขนของมัน







