Se connecterดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ!
.
"เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."
นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย
.
"ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"
.
"อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตนเองด้วย"
โบกมือหยอย ๆ ปล่อยให้ความห่วงใยกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวตามแรงลม
.
ซึ่งเรื่องของเรื่องก็มิใช่เหตุใหญ่โตอันใด นั่นก็เพราะเยว่เอ๋อแค่คิดคำมิออก! นางกำลังไล่เลียงว่าจะใช้คำไหนดีถึงจะสื่อสารได้ว่า "นางอยากเอากับคุณชายเซียวดูสักครั้ง!" , "นางอยากจะเย็ดกับควยจริง ๆ ของเขาดูสักหน!" แล้วนางจะตอบรับทันทีว่าคุณชายคือรักแท้ของนาง เพราะเขาคือคนที่ทำให้ถึงจุดสุดยอดได้!
.
แต่ปัญหาคือจะบอกสิ่งนี้กับเหวินเหยายังไงให้ดูไม่ร่าน! จดหมายฉบับก่อนหน้านี้เยว่เอ๋อแค่บอกว่าอยากได้ "ควย" สักดุ้น อยากลองเย็ดดูสักหน! ครั้งนั้นนางก็ว่ามันหยาบสุด ๆ แล้ว แต่นี่เล่นใส่ชื่อคุณชายเซียวที่เป็นคนรักของมู่ซื่อหรานแห่งร้านทอผ้าซู่จิ่นเก๋อ (素锦阁) เข้าไปอีก! อัตตราความมิเหมาะสมจึงดูสูงเกินไป นี่มิใช่วิสัยของหญิงงาม สตรีแห่งเมืองฉางหลิง (长陵) ล้วนถูกอบรมมาดีกว่านี้
.
"แง~! , ทำไงดีต่อให้ทุกคนออกไปหมดแล้ว เราก็ยังเขียนมิออกอยู่ดี แล้วหมึกจีนพวกนี้เขียนแล้วก็ลบมิได้ด้วย กระดาษข้าจะหมดม้วนอยู่แล้วเนี่ยะ?!"
เยว่เอ๋อบ่นอุบพลางใช้นิ้วมือสางผมแล้วก็ยี ๆ ขยี้ ๆ
.
กระทั่งเวลาผ่านไปอีกราว 3 ก้านธูปจากพลบค่ำก็เริ่มจะกลายเป็นดึก กะประมาณจากสายตาน่าจะเป็นยามซวี (戌时) เยว่เอ๋อที่นั่งทานน้ำซุปร้อน ๆ ไปพร้อมกับเขียนจดหมายก็ถึงกับต้องสะดุ้ง!
.
"เปรี๊ยงงง!!!"
ฟ้าผ่าโครมครามลงมาจากบริเวณนอกร้าน!
.
ร่างบางรีบยกมือขึ้นป้องหูเกร็งคองอเข่าระวังตัวสุดฤทธิ์เพราะคิดว่าจะมีเรื่อง! จากนั้นจึงค่อย ๆ ชะเง้อคอขึ้นส่องดูถึงพบว่าแฉกสายฟ้าเป็นประกายสีทองที่แตกแขนงยึกยือเหล่านั้น กำลังถักทอกันขึ้นเป็นเรือนร่างของเหวินเหยาพี่สาวนักทำนายดวงของนางนั่นเอง!
.
"เฮ๊ย! นั่นพี่สาวนี่นา! เป็นพี่เหวินเหยาจริง ๆ ด้วย! ทางนี้พี่สาวทางนี้! ข้ากำลังคิดถึงท่านอยู่พอดีเลย กำลังจะให้เสี่ยวผ่างเอาจดหมายไปส่งให้ท่านในอีกมิกี่ชั่วยาม แต่ท่านก็ดันมาหาข้าก่อน!"
นายน้อยกวักมือเรียกไหว ๆ ด้วยระยะห่างเพียง 20 เมตร แค่เหวินเหยาปล่อยปราณแท้ลงสู่พื้นแล้วใช้สายฟ้าเป็นตัวนำ เพียงแว๊บเดียวนางก็วาร์ปมาโผล่ตรงทางเข้าหน้าร้านบะหมี่ได้สำเร็จ
.
แต่ทว่าจากอีกฟากหนึ่งบนท้องฟ้า!
.
"พรึบ! , พรึบ! , พรึบ! , พรึบ! , พรึบ!"
เสียงเสี่ยวผ่างตีปีกดังมาแต่ไกลมันบินมาจากไหนก็มิรู้! รู้แค่ว่าจู่ ๆ มันก็โฉบลงมาเกาะอยู่บนหัวไหล่ของเหวินเหยาอย่างแม่นยำ!
.
"หมับบบ!"
.
"จิ๊บ! , จิ๊บ! , จิ๊บ! , จิ๊บ! , จิ๊บ!"
.
"ข้าว่าเจ้ามิต้องเขียนแล้วล่ะจดหมายน่ะ เพราะข้าถ่อมาหาเจ้าด้วยตนเองแล้ว!"
เหวินเหยาหลุบตาลงยิ้มเยาะ ก่อนจะเริ่มพูดต่อ
.
"เจ้าอาจจะมิเชื่อข้าก็ได้! แต่วีรกรรมต่าง ๆ ที่เจ้าทำมาเสี่ยวผ่างได้บินมาแจ้งข้าหมดแล้ว อาการเจ้าหนักมาก! เจ้าลงกลอนประตูทำให้เสี่ยวผ่างเข้าห้องมิได้ มันก็เลยบินมาแจ้งเรื่องกับข้า เจ้ามีอะไรจะปฏิเสธในข้อกล่าวหานี้หรือไม่?"
.
"จิ๊บ! , จิ๊บ! , จิ๊บ! , จิ๊บ!, จิ๊บ!"
ไม่ได้มีแต่คนขึ้ฟ้องนกขี้ฟ้องก็มี
.
แต่ต่อให้เสี่ยวผ่างพิราบอ้วนจะไม่คาบข่าวไปฟ้อง ด้ายแดงบนนิ้วมือข้างซ้ายที่ผูกกับเยว่เอ๋อไว้ด้วยวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) ก็แสดงอาการสั่นเทาที่ทำให้อ่านค่าออกอยู่ดี! เหวินเหยาจึงอยู่เฉยมิได้! นางจำเป็นต้องรีบเข้าประชิดตัว บุกเข้าชาร์ตและถามเยว่เอ๋อแบบตรงไปตรงมา ว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่!
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
ลมกลางคืนทั้งหนาวทั้งบาดผิว พูดถึงเสี่ยวโม่ไปในบทเมื่อกี้ และเมื่อกี้นี้เขาก็เพิ่งจะลากรถเดินผ่านหน้าเหวินเหยาไปหยก ๆ โถเสี่ยวโม่ผู้น่าสงสาร ดึกดื่นปานนี้เขาไปทำอะไรอยู่ไหนทำไมถึงเพิ่งกลับมา คำตอบคือเจ้าตัวเกิดสภาวะไม่สบายใจเกิดขึ้น! เขามิรู้ว่าจะตอบคนที่จวนสกุลจ้วงเช่นไรหากโดนซักไซ้ แล้วก็กลัวว่าต
"แจ๊ะ! , แจ๊ะ! , แจ๊ะ! , แจ๊ะ!"เสียงนิ้วกวักเรียกน้ำเงี่ยน ดังกระฉอกออกมาจากซอกแคม.เยว่เอ๋อมิกลัวใครจะเห็นเหมือนตอนอยู่ใต้สะพานหยวนเฟิน (缘分桥) หรอก เพราะนี่มันจวนประจำตระกูลของนาง แล้วพื้นที่ตรงนี้ก็เป็นที่ส่วนตัว หากจะมีใครสักคนที่เห็นก็คงจะมีแค่เสี่ยวผ่าง ที่บัดนี้ก็เอี้ยวตัวเองกระท่อนกระแท่นหม
หลายชั่วยามผ่านไป แม้เสี่ยวโม่ที่นุ่งผ้าเรียบร้อยแล้วจะพยายามลากรถวิ่งตามหายังไง ลองสอดส่ายสายตามองหานายน้อยตามที่ต่าง ๆ จนกระทั่งผ้าที่เคยเปียกหมาดกลับกลายเป็นแห้งคาตัว เขาก็ยังมิเห็นแม้แต่เงาของเยว่เอ๋อเลย ประหนึ่งว่านางนั้นได้หายตัวไปจากฉางหลิงมันซะเฉย ๆ .ใจคอมิดีเลย! ทุกเสี้ยววินาทีมีแต่การกล
แก้มซ้ายพาดผ่านถึงแก้มขวา ไหนจะความหยาดเยิ้มลงมาตามรูปคาง ทั้งสีทั้งกลิ่นมาเต็มขาดแค่ยังมิหลุดเข้าปาก ไม่งั้นเยว่เอ๋อก็คงจะได้รู้ซึ้งถึงรสชาติน้ำวิสุทธิ์ขนานแท้ไปแล้ว ของแบบนี้หาซื้อมิได้ตามท้องตลาด จะมีก็แค่จากปลายรูองคชาตที่พุ่งปรี๊ดออกมาราวกับกระสุนปืนเท่านั้น."ไอ้เสี่ยวโม่.. ก็บอกอยู่หยก ๆ ว่







