Masukอาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน
.
"หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"
เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!
.
เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!
.
"หรือต่อให้เราเอาเขาออกมาได้ ด้วยสภาพเช่นนั้นก็คงมิต่างจากผู้พิการ ไหนจะสภาพจิตใจที่แสนจะบอบช้ำจากการสูญเสียวรยุทธ องคชาตที่แท้จริงของเขาจะแข็งตัวไหวรึเปล่าเถอะ? เขาจะมีกะจิตกะใจในการสังวาชหญิงสาวไหม? มิดี! ๆ แนวคิดนี้ดูจะมิใช่ทางออกแห่งแสงสว่าง.."
จอมยุทธหญิงส่ายหัวปลดปลงต่อชีวิต นางกำลังคิดว่าน่าจะต้องออกไปดูโลกกว้างภายนอกบ้าง อย่างน้อยออกไปดูอาคารที่ใช้เป็นหอขังนักโทษวรยุทธ ก็น่าจะทำให้นางเห็นภาพมากกว่าการใช้เพียงจินตนาการอยู่ที่นี่
.
"ครืดดดด! , ครืดดดด!"
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นพรวดพราดจนเก้าอี้ล่นถอยหลังออกจากขอบโต๊ะ
.
ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่น้องชายนายเสี่ยวเอ้อ กำลังเดินขึ้นบันไดมาที่ห้องเช่าแบบเหมาจ่ายรายเดือนของนางพอดี เขาจึงร้องทักขึ้น
.
"อ่าว! แม่นางท่านจะออกไปข้างนอกแล้วรึขอรับ!? ข้ากำลังจะยกขนมหงจ่าวเกา (红枣糕) กับชาดอกไม้หอม ๆ ขึ้นมาให้ท่านอยู่พอดีเลย ข้าเห็นท่านดูเคร่งเครียดมาหลายวันแล้ว~!"
ราคาระดับขอทานบริการดุจองค์จักรพรรดิ ขนาดมิได้สั่งโรงเตี๊ยมแห่งนี้ยังบริการลูกค้าระดับดีเยี่ยม มิหนำซ้ำเสี่ยวเอ้อก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส
.
"เอ๋! เจ้าพูดเหมือนเจ้าจับตามดูข้าอยู่ตลอดงั้นแหละ! ข้าก็อยู่ที่นี่มาร่วมเดือนแล้ว ข้าว่าข้าเจอเจ้ามิเกิน 3 ครั้งได้กระมัง?"
เหวินเหยาแสยะยิ้มกลับ ดูเหมือนการผ่อนคลายที่นางโหยหาจะมาไวกว่าที่คิด นางถึงท้าทายเขาราวกับจะเล่นเกม
.
"อั่ยหยา! (哎呀!) แม่นางดูพวกเราออกด้วยหรือขอรับว่าเราสองคนเป็นฝาแฝดกัน! แต่ไหนแต่ไรมามิมีแขกคนไหนแยกพวกเราออกเลย เพิ่งจะมีแม่นางเป็นคนแรกเหอะ! ๆ ข้านี่ช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก!"
.
"มิต้องใส่ใจหรอก! ข้าน่ะรู้ได้จากรายชื่อพนักงานที่เขียนไว้ตรงกระดานชั้นล่าง เจ้าสองคนชื่อแส้เดียวกันมันก็สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นอยู่แล้ว แล้วข้าก็อยู่ที่นี่นานจนจำเสียงฝีเท้าที่ต่างกันของพวกเจ้าได้ การเดินลงส้นของเจ้าค่อนข้างรุนแรงบ่งบอกว่าเจ้าคงจะมิชำนาญงานด้านบริการสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนฝาแฝดเจ้าที่จะมีการลงน้ำหนักที่กระจายตัวกว่า ข้าก็เลยเดาว่าส่วนใหญ่คนที่ยกอาหารมาให้ข้าน่าจะเป็นอีกคน ส่วนเจ้าก็นาน ๆ มาที.."
เหวินเหยาพูดแบบมิมองหน้า นางกำลังจะเตรียมตัวออกไปเรียกรถลากเพื่อไปยังถนนหลังส่วนราชการตามที่วางแผนไว้ พลางบอกกับเสี่ยวเอ้อว่าขอบคุณสำหรับขนม และโปรดเก็บไว้ให้นางในมื้อหลังเถอะ นางขอน้อมรับแต่ความปรารถนาดีนี้ไว้ก็พอ
.
"ได้เลยขอรับแม่นาง! ส่วนเรื่องรถลากเดี๋ยวข้าจะจัดการให้นะขอรับ ข้าขอเวลาเพียงครู่สั้นเดี๋ยวเดียวทุกอย่างจะเรียบร้อย แม้ว่าข้าจะยังทึ่งในสายตาอันแหลมคมของท่านอยู่ก็ตามที.. เหอะ ๆ "
.
แล้วเสี่ยวเอ้อก็วิ่งตื๋อลงบันไดไป ดูท่าความคล่องแคล่วของเขาจะสู้พี่น้องอีกคนมิได้เลย เห็นความเก้ ๆ กัง ๆ ผ่านทางแผ่นหลังเหวินเหยาก็ได้แต่หัวเราะ เวลาดูคนที่พยายามแต่ผลงานห่วยในใจก็อดให้กำลังใจมิได้ ทุกอย่างล้วนทำเพราะเจตนาดี ก็เหมือนกับที่นางพยายามจะหาทางช่วยเยว่เอ๋อนี่แหละ
.
ก็ได้แต่หวังว่าการออกมาทัศนาจรรอบฉางหลิงหนนี้ ผนวกรวมกับการวิ่งรถวนรอบพื้นที่หวงห้าม ๆ ใกล้ ๆ กับเขตราชสำนักจะช่วยให้เหวินเหยาคิดอะไรดี ๆ ออก
.
.
"กรุ๊บ! , กรุ๊บ! , กรุ๊บ! , กรุ๊บ! , กรุ๊บ!"
เสียงล้อไม้วิ่งขบกับพื้นถนนหินกรวดขรุขระ
.
สารถีผู้ออกแรงลากมิได้ใช้กำลังมากมายเท่าไหร่ เพราะเหวินเหยาก็มิใช่สตรีที่เจ้าเนื้ออะไรตัวนางเบากว่าสำลีเพียงมิกี่ขีด หากแต่จู่ ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงต้านอะไรบางอย่างที่ส่งมาจากที่นั่งผู้โดยสาร ด้วยระยะทางที่ลากผ่านมาแล้วราว 10 จั้ง เลี้ยวขวาตรงแยกหน้าก็จะเป็นถนนหลังศูนย์ราชการ ที่นั่นคือที่หมายที่ตกลงราคากันเอาไว้
.
"อั่ยหยา! (哎呀!) แม่นางลุกขึ้นยืนด้วยเหตุอันใด! มันอันตรายนะขอรับข้าเองก็ขืนรถมิอยู่!"
พี่ชายสารถีถังกับหันมาตวาดดุ!
.
"ข้าขออภัยที่เสียกิริยาพี่ชาย! ข้าแค่คิดออกแล้ว! ในที่สุดหลังจากใช้เวลาถึง 3 ราตรีข้าก็หาวิธีแก้เงื่อนปมนี้สำเร็จ! กลับรถก่อนพี่ชาย! เราจะย้ายสถานที่กันเรียกค่าโดยสารเท่าไหร่ว่ามาเลยข้ามีให้ท่านมิอั้น!"
.
"อะ.. อืม..ม..ม ว่าแต่แม่นางจะให้ข้าไปส่งที่ไหนรึ?!"
.
"จวนสกุลเซียวฟากทิศอาคเนย์ ข้ามีคนที่มิได้เจอนานที่ต้องไปหาสักหน่อย"
จอมยุทธหญิงค่อย ๆ นั่งลงบนที่นั่งอย่างเชื่องช้า นางถึงกับสะบัดแขนเสื้อด้วยความองอาจ หมากตัวสำคัญออกโรงแล้ว แล้วก็ช่างมาในช่วงเวลาสำคัญที่เหมาะสมดีเเหลือเกิน
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
สองมือโอบอุ้มดุ้นหรรษาอันนี้ที่ดิ้นกระแด่วราวกับปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) ในซุปหม้อไฟ ปลาขาดน้ำย่อมกระเสือกกระสนเช่นไร ควยปลอมดุ้นนี้กลับทำในสิ่งตรงข้าม! ตัวมันฉ่ำชุ่มไปด้วยน้ำเงี่ยน ทั้งยังหยดติ๋ง ๆ หยาดลงกับพื้นในทุกห้วงก้าวที่เยว่เอ๋อหอบหิ้วถือไป มันมิได้ดิ้นเพราะขาดน้ำ! หากแต่ดิ้นเพราะกระชุ่มกระชวยที่ได้
ลำตัวบอบบางจะทนกับสิ่งนี้ได้อีกสักเพียงไหน ความช้ำสะสมนี้เริ่มจะเปลี่ยนเยว่เอ๋อให้เป็นดั่งกลีบดอกเบญจมาศที่โดนฉีกทึ้ง ความสวยงามที่ต้องแลกมากับความเจ็บปวด ความแสบเสียวที่ต้องแลกมากับร่องเสียงอันแสบสัน ดุ้นควยปลอมของคุณชายเซียวช่างมิยอมรามือ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษเยว่เอ๋อด้วยที่ส่งแรงกำหนัดพาดผ่านลงไ
องศาการฉีกคว้านเข้าขั้นทะลุทะลวง เยื่อพรหมจรรย์ของเยว่เอ๋อน่าจะฉีกขาดไปสิ้นแล้ว หลังโดนการกระแทกตำที่ระห่ำซั่มแม่ถึงเพียงนี้ นางประคองดุ้นควยยักษ์ด้วยสองขาแทบมิไหว อัตราการกระทุ้งกึ่งหมุนควงส่งผ่านมาถึงกล้ามเนื้อหัวหน่าวจนกระเพื่อมเริงระบำ แทนที่เยว่เอ๋อจะเป็นคนคุมเกม กลับกลายเป็นนางเองที่โดนจู๋ปลอ
ปล่อยองคชาตเทียมดิ้นกระแด่ว ๆ เป็นปลาช่อนขาดน้ำอยู่บนฟูกที่นอนต่อไป บัดนี้สมาธิความสนใจของเยว่เอ๋อน้อยได้ย้ายมายังกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่ง ที่สอดไว้ด้านล่างสุด มันคือเอกสารคู่มือการใช้ดุ้นควยอันนี้ นางปราดสายตาผ่านอักษรท่อนที่เขียนถึงที่มาที่ไปว่าควยนี้มายังไง และใครเป็นคุณชายต้นแบบ พลันเลือกที่จะเพ่ง







