สืบรักเส้นแดง (Nc18+)

สืบรักเส้นแดง (Nc18+)

last updateآخر تحديث : 2026-05-13
بواسطة:  L.sunantaمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
145فصول
10وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

นิยายนักสืบอาจจะสืบหาคนร้ายหรือฆาตกร แต่นิยายเรื่องนี้คือการสืบหารักแท้ให้แก่ผู้ว่าจ้าง

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 : ท่านขายอะไรหรอ?

เข้าสู่ช่วงนี้ของปีทีไรดูเหมือนตลาดจะชุกชุมไปด้วยผู้คนมากเป็นพิเศษ อาคารไม้เก่าแก่แต่ไร้วิ่แววการผุพัง หลังคามุงจากดูง่อนแง่นแต่ครานั้นผู้คนก็ยังเข้าออกทำธุรกรรมการค้ากันอย่างขวักไขว่ เช่นกันกับบริเวณด้านนอก แม้แผ่นดินจีนจะแห้งแล้งหน่วงหนัก แต่ก็ได้ความหนึบแน่นนี่แหละ ที่รองมือรองเท้าผู้คนให้สัญจรกันอย่างล้นหลาม เสียงกระดิ่งกรีดร้องจากรถลากดังกระเพื่อม เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้าดังสนั่น มันดีเหลือเกิน ดีเหลือเชื่อที่กิจการเคลื่อนที่ของนางจะได้ลงหลักปักฐานกันเสียที

.

"ฮึบ! , อ่าาา..เหนื่อยเสียจริงเชียวตรงนี้น่าจะเหมาะ! ขอวางของลงตรงนี้เลยล่ะกันเราเองก็คงต้องพักสักหน่อย , ฮ่าาาา~!"

.

จอมยุทธหญิงนางนี้มีนามว่าแม่นาง เหวินเหยา (闻瑶) ไม่สิ! ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเรียกว่าอดีตจอมยุทธเสียมากกว่า นางเลิกทำสิ่งนั้นมานานแล้ว เราจึงไม่ได้เห็นภาพลักษณ์ของนางเป็นการถือดาบสะพายกระบี่ เราจะมิเห็นนางใช้เข็มอาบยาพิษโจมตีคู่ต่อสู้ หรือแม้แต่การสะบัดฝ่ามือกระแทกใส่ศัตรูก็ไม่มี นางผ่านจุดนั้นโดยสิ้นเชิง และตอนนี้เหวินเหยาก็เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดานางหนื่ง ผู้ซึ่งออกเดินทางร่อนเร่ไปตามเมืองต่าง ๆ ด้วยเหตุผลที่เก็บไว้ในใจอันยากจะให้ใครรับรู้

.

ชื่อของนางแปลว่า "หยก" ซึ่งเป็นการสะท้อนตัวตนว่าหญิงงามนางนี้มิได้บ้าคลั่งความรุนแรง นางมิเคยขับเคลื่อนชีวิตด้วยความแค้น หากแต่เป็นปักษาแกร่งที่เก่งเรื่องการจับสัมผัส นางรับรู้ในรายละเอียดต่าง ๆ รอบตัว ประหนึ่งก้อนหยกที่มีสสารมาโดนตัวก็จะสั่นไหว บางครั้งเปลี่ยนสี บางครั้งกะเทาะร่อน กลายเป็นการแจ้งเตือนและระวังภัยได้อย่างทันท่วงที นี่คืออัตลักษณ์ของนาง เป็นคุณสมบัติพิเศษที่มีอยู่ในตัวแม้นางเหวินเหยา แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

.

แต่ก็นั่นแหละกว่านางจะเดินทางมาถึงตลาดกลางเมือง ฉางหลิง (长陵) แห่งนี้ได้ ก็ใช้เวลาร่วม 3 ราตรี ในที่สุดก็ถึงเวลาเปิดกิจการกันแล้ว นางตื่นเต้นจนมือไม้สั่น ฆ่าหมู , ฆ่าปลา , ฆ่าคน , ทำมาหมดแล้วแต่ก็ยังไม่สั่นเทาเท่าครั้งนี้ โต๊ะไม้พับได้แบบจีนโบราณถูกกางออกกับดิน นางปลดเก้าอี้พับตัวจิ๋วลงจากแผ่นหลังพลันวางลงข้างกันอย่างละมุนละม่อม ต่อด้วยการปลดห่อผ้าที่สะพายอยู่บ่นบ่าออกเพื่อนำมาทำเป็นผ้าปู

.

"หนีห่าว ฉิ่งเวิ่น หนี๋น ซื่อ ไหน่เว่ย สวัสดีเจ้าค่ะ ข้าขอตั้งร้านค้าตรงนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ?"

แข็งเป็นไม้กระดาน แต่ครานั้นสำนวนทักทายสุดสุภาพนี้ก็โพล่งออกไปจากปากเหวินเหยาจนได้ นางค่อนข้างประหม่าในการกระทำ แต่ถ้าไม่ลองทำกิจการก็จะไม่เดินต่อ และทุกสิ่งที่คิดไว้ก็จะถูกแช่แข็ง

.

"ซิง อะ สุยเปี้ยน หนี่ (行啊 , 随便你) ได้เลยแม่นางตามสบายเลย"

คุณลุงคนขายผักฟากตรงข้ามยิ้มอย่างเป็นมิตรให้นาง แกไม่พูดอะไรมากมายทั้งยังผายมือเป็นสัญลักษณ์ว่าเชิญเลย

.

ที่นี่เป็นเมืองจีนในโลกยุทธภพ ไม่มีมาตรการกีดกันการค้าอะไรเหมือนในโลกเสรียุคปัจจุบันหรอก แต่แกก็มิวายป้องปากเตือนด้วยความเป็นห่วงว่าให้ระวังพวก เฉิงก่วน (城管) ไว้หน่อยหนึ่ง ไอ้พวกนี้วรยุทธไม่กล้าแกร่งเท่าไหร่ พลังปราณก็น้อยเพียงหยิบมือ แต่มักจะอวดเบ่งรังแกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเป็นประจำ เหวินเหยาเพิ่งมาใหม่จึงควรจะรู้เรื่องนี้เอาไว้บ้าง ซึ่งนางก็น้อมรับฟังแต่โดยดี

.

"หืม.. คงประมาณเจ้าหน้าที่เทศกิจของชาวไท้กั๋วล่ะมั้ง? เรามิเคยออกนอกแผ่นดินใหญ่หรอก แต่ก็เคยได้ยินมาบ้างว่าที่ดินแดนสุวรรณภูมิ พ่อค้าแม่ค้ามักจะไม่กินเส้นกับเทศกิจ อืม ๆ เราต้องระมัดระวังไว้จริง ๆ นั่นแหละ"

.

สัมผัสพิเศษเริ่มทำงานสัญชาตญาณระแวดระวังเปิดโหมด แม้เหวินเหยาจะเลิกเป็นจอมยุทธมานานแล้ว แต่ก็ใช่ว่านางจะไร้ซึ่งวรยุทธ ระดับนางน่ะจัดการกับพวกเฉิงก่วนได้สบาย เพียงแต่ต้องปิดบังตัวตนเอาไว้ ยังไงซะกิจการของนางก็สำคัญที่สุด และถึงชั่วยามนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว ร้านค้าขนาดย่อมของนางได้ฤกษ์เปิดตัวเสียที รอเพียงลูกค้ารายแรกที่จะมุ่งตรงเข้ามา

.

.

ตรงข้ามเป็นแผงขายผัก ด้านซ้ายเป็นแผงขายเหล้า เยื้องไปด้านขวาเป็นคุณป้าขายหมู ทุกร้านรวงดูออกหมดว่าใครเป็นใครและขายอะไร จะมีก็แต่ร้านของเหวินเหยานี่แหละที่แลดูไม่เป็นอะไรเลย นางมีแค่โต๊ะไม้เก่า ๆ หนึ่งตัวกับเก้าอี้สองตัวไว้สำหรับให้นางและลูกค้าหันหน้าเข้าหากัน ป้ายชื่อร้านก็ไม่มี บนโต๊ะมีเพียงโหลใส่เลือดสีแดงฉานที่แปะป้ายเอาไว้ว่า "เลือดซิงเด็กสาว" , มีกระดองเต่าที่เอาไว้ใช้สำหรับเสี่ยงทาย , มีหุ่นฟางมัดตราสังสัญลักษณ์ของการเป็นคู่ , มีว่านหรืออะไรสักอย่างขาว ๆ คล้ายโสม แต่นางกลับเขียนป้ายติดไว้ว่า "อสุจิปลาวาฬ" ฯลฯ สารพัดของเหล่านี้วางอยู่บนโต๊ะ รอเพียงใครสักคนที่กล้าพอจะมานั่งลงตรงข้าม แล้วสถาปนาเป็นลูกค้าของนาง

.

หวยจึงมาออกที่เด็กสาวผู้หนึ่ง ในชุดเสื้อคลุมตัวโคร่งปล่อยชายปลิวไสว ผ้าแพรผืนหนาพันทับไว้เป็นซับในมิดชิด ทั้งยังมีปิ่นปักผมกลัดไว้ที่กลางอก ดูทรงแล้วแม่หนูนางนี้น่าจะมีอายุราว 15 - 16 ปี เธอน่าจะอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นแล้วก็แลดูมีฐานะในระดับหนึ่ง สังเกตได้จากคณะผู้ติดตามที่ยืนกันทรงอยู่ห่าง ๆ

.

คุณหนูท่านนี้เดินเตร็ดเตร่อยู่ในตลาดฉางหลิงอย่างออกรส ชมนกชมไม้ไปเรื่อยจนกระทั่งมาสะดุดตาเข้ากับการแต่งกายสุดสมรรถะ และร้านรวงอันอนาถาของเหวินเหยาเข้า สบตากันราว 1 ช่าหน่ากับอีกหนึ่งจิตหายใจ จิตประสานจิตใจประสานใจ โดยไม่ต้องใช้วรยุทธลวงตาใด ๆ  คุณหนูวัยใสก็กลายเป็นลูกค้ารายแรกเข้าจนได้

.

"แกร็ก ๆ !"

(เสียงเลื่อนเก้าอี้ไม้ครูดกับพื้นดิน)

.

"หนีห่าวพี่สาวพี่ขายอะไรหรือเจ้าคะ? ข้าน้อยมิเคยเห็นสิ่งของเหล่านี้มาก่อนเลย หรือพี่สาวเป็นนักทำนายดวง? อิ ๆ !"

รอยยิ้มแป้นแล้นแสนสดใสผุดขึ้นเต็มดวงหน้า ใครเห็นก็ต้องยิ้มตามคุณหนูท่านนี้มีแต่พลังงานด้านบวกเต็มไปหมด และแน่นอนว่าฝั่งของเหวินเหยาเองก็ตอบนางออกไปแบบตรง ๆ

.

"อาจจะฟังดูแปลกสักหน่อย แต่ตัวข้าขาย "ความรัก" แม่นางสนใจจะซื้อไหมล่ะ?"

.

"เอ๋! ความรักหน้าตาเป็นเช่นนี้หรอ? นี่กระปุกเลือดซิง นี่ก็อสุจิปลาวาฬ ข้าน้อยมิเคยมีความรักมาก่อน เลยมิเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวพูดมาเลย"

.

อดหัวเราะในความสดใสมิได้ แต่เมื่อนี่คือลูกค้าเหวินเหยาก็เลยต้องยกเอากระดานไม้แจ้งราคาที่ซุกไว้ใต้โต๊ะขึ้นมาแสดงให้ดู ลักษณะมันคล้ายกับแผ่นฟิลเจอร์บอร์ดขนาดพอเหมาะ แต่ทำจากไม้ทั้งแผ่น มีการเขียนเรตราคาด้วยตัวอักษรจีนโบราณว่าลูกค้าต้องการความรักแบบไหน ต้องการใครให้มาตกหลุมรัก , รักสามเศร้าก็ราคาหนึ่ง , รักแบบต่างชั้นวรรณนะก็ราคาหนึ่ง , รักแบบโลกสองใบคบชู้ , รักแบบเพื่อนกันวัยใส , รักแบบวาย ฯลฯ รวม ๆ แล้วมีเป็นสิบรูปแบบ

.

แม่ค้าเหวินเหยาการันตีว่าเธอจัดให้ได้หมด ขอเพียงลูกค้าให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงแก่นาง ๆ สามารถตามหารักแท้ให้กับลูกค้าได้ทุกคน แต่ทว่าก็มีหมายเหตุดอกจันไว้อย่างหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งนางเขียนพู่กันจีนตัวเล็ก ๆ ระบุไว้ที่ใต้กระดาน กล่าวคือในกรณีที่นางตามหารักแท้มาให้ลูกค้ามิได้ นางจะไม่คิดเงินและมี Secret Item มอบให้เพื่อแทนคำขอโทษ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเดินทางรอนแรมมาก็หลายเมือง เหวินเหยายังไม่เคยมอบ Secret Item นี้ให้ใครเลยสักครั้ง

.

"โอ้โห! ทำไมอาชีพพี่สาวแปลกจังเลยเจ้าคะ ที่จวนสกุลข้ามีคนของท่านพ่อมากมาย ข้าน้อยเพิ่งเคยเห็นพี่สาวคนแรกนี่แหละที่ทำอาชีพเช่นนี้ ท่านบอกข้าหน่อยสิว่าท่านทำได้เช่นไร?"

พูดเสร็จคุณหนูในชุดฮั่นฝูก็สะบัดแขนเสื้อ ชี้นิ้วให้แม่นางเหวินดูบรรดาคนติดตามที่ยืนคุมอยู่ห่าง ๆ ทุกสายตามองมาที่โต๊ะราวกับเห็นเป็นบูธวิกลจริต บางคนถึงกับจับด้ามกระบี่เตรียมจะเข้าชาร์จเพื่อชิงตัวคุณหนูออกมาด้วยซ้ำ

.

เห็นท่ามิดีสกิลระมัดระวังตัวจุติอีกคำรบ ฉลามได้กลิ่นคาวเลือดฉันใดจอมยุทธแม้จะวางมือไปแล้วก็ยังไวต่อลางสังหรณ์ฉันนั้น กลิ่นการปะทะคลุ้งกลางตลาด และเพื่อให้สถานการณ์เบาลง เหวินเหยาจึงใช้ทักษะความสวยของนางกวักมือเรียกผู้ติดตามให้มายืนฟังกันใกล้ ๆ นางกำลังใช้ยุทธวิธีแบบซอร์ฟเพาเวอร์ ทำง่ายแต่ได้เยอะ ไม่มีการสูญเสีย อันเป็นกรรมวิธีที่แม้แต่จอมยุทธชายตัวโต ๆ ก็ยังทำในสิ่งที่ส่งอิทธิพลต่อจิตใจระดับนี้มิได้

.

"เอาล่ะถ้าแม่นางอยากจะรู้ข้าก็จะเล่าให้ฟัง ที่มาของอาชีพตามหารักแท้ของข้าคงต้องเล่าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ข้ายังคงเป็นหญิงธรรมดา หาได้มีวรยุทธหรือพลังปราณใด ๆ และเมื่อพวกเจ้าฟังจบ พวกเจ้าก็จะเข้าใจว่าทำไม "ความรัก" ถึงเป็นสิ่งที่ข้านำออกมาขาย!"

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
145 فصول
บทที่ 1 : ท่านขายอะไรหรอ?
เข้าสู่ช่วงนี้ของปีทีไรดูเหมือนตลาดจะชุกชุมไปด้วยผู้คนมากเป็นพิเศษ อาคารไม้เก่าแก่แต่ไร้วิ่แววการผุพัง หลังคามุงจากดูง่อนแง่นแต่ครานั้นผู้คนก็ยังเข้าออกทำธุรกรรมการค้ากันอย่างขวักไขว่ เช่นกันกับบริเวณด้านนอก แม้แผ่นดินจีนจะแห้งแล้งหน่วงหนัก แต่ก็ได้ความหนึบแน่นนี่แหละ ที่รองมือรองเท้าผู้คนให้สัญจรกันอย่างล้นหลาม เสียงกระดิ่งกรีดร้องจากรถลากดังกระเพื่อม เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้าดังสนั่น มันดีเหลือเกิน ดีเหลือเชื่อที่กิจการเคลื่อนที่ของนางจะได้ลงหลักปักฐานกันเสียที."ฮึบ! , อ่าาา..เหนื่อยเสียจริงเชียวตรงนี้น่าจะเหมาะ! ขอวางของลงตรงนี้เลยล่ะกันเราเองก็คงต้องพักสักหน่อย , ฮ่าาาา~!".จอมยุทธหญิงนางนี้มีนามว่าแม่นาง เหวินเหยา (闻瑶) ไม่สิ! ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเรียกว่าอดีตจอมยุทธเสียมากกว่า นางเลิกทำสิ่งนั้นมานานแล้ว เราจึงไม่ได้เห็นภาพลักษณ์ของนางเป็นการถือดาบสะพายกระบี่ เราจะมิเห็นนางใช้เข็มอาบยาพิษโจมตีคู่ต่อสู้ หรือแม้แต่การสะบัดฝ่ามือกระแทกใส่ศัตรูก็ไม่มี นางผ่านจุดนั้นโดยสิ้นเชิง และตอนนี้เหวินเหยาก็เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดานางหนื่ง ผู้ซึ่งออกเดินทางร่อนเร่ไปตามเมืองต่าง ๆ ด้ว
last updateآخر تحديث : 2025-10-18
اقرأ المزيد
บทที่ 2 : จุดเริ่มต้น
โต๊ะไม้เก่าผุพังยังคงตั้งตระหง่าน คนสองคนจากสองฟากตรงข้ามประจันหน้าเงียบเท่าที่เงียบได้ ตลาดกลางเมืองฉางหลิงค่อยลาเสียงลงในฉับพลัน แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยหน่วยบริวารเพศชาย แต่คุณหนูท่านนี้กลับรับรู้ได้ถึงการถูกคุกคามจากวรยุทธวิปลาศ นางเหมือนถูกตัดออกจากโลกภายนอก ปราณอาคมหรือค่ายกลใดมิอาจจำแนก เพราะแม่นางเหวินเหยาเองก็มิได้ออกฝ่ามือสักกระพี้เดียว นางยังคงนั่งนิ่งพลันจ้องเขม็งมาที่ลูกค้ารายแรก ราวกับแม่ที่คิดถึงบุตร."อะ..เอ่อ.. ทุกท่านเจ้าคะ..! ท่านพี่! , ท่านน้า! , นี่พวกท่านเป็นอะไรกันไปหมดเนี่ยะ!?"แม่นางตัวน้อยเริ่มออกอาการลนลาน ."นี่ทำไมยืนแข็งทื่อกันหมดทุกคนเลยล่ะ! ข้ากลัวจัง! ข้ามิอยากรู้แล้ว! พาข้าไปจากที่นี่ที!"เป็นใครก็ต้องกลัวเพราะชั่วยามนี้คือกลางวันแสก ๆ อัสดงแผดเผาหนังหัว แต่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยติดตามบริวาร หรือแม้แต่ชาวบ้านล้างตลาดล้วนแต่หยุดสะบั้น พวกเขานิ่งงันราวกับถูกผูกเงาไว้ใต้ฝ่าเท้า ไม่มีใครสนองตอบคำร้องขอของนายน้อยเลย และนั่นยิ่งทำให้เธอพุ่งพล่านจนแทบคลั่ง."มิเอา ๆ ๆ ! ข้าน้อยมิอยากรู้แล้ว! ปล่อยทุกคนคืนมาเดี๋ยวนี้นะ! , กรี๊ดดดดด~! , มิเอา ๆ ๆ !"."嘘…别出声.! (ชู่
last updateآخر تحديث : 2025-11-26
اقرأ المزيد
บทที่ 3 : สำนักเหลย (雷)
คุกเข่าหมกธรณีอยู่เช่นนั้นราว 2 ก้านธูป จู่ ๆ ประตูไม้หน้าสำนักเหลย (雷) ที่เคยเปิดแบบบานสวิงก็หักโค่นลงมาจากด้านบน! มันล้มตรึม! ลงมาเสียงดังสนั่นฝุ่นตลบอบอวล! ตามติดมาด้วยปราณกระบี่อันใสบริสุทธิ์ ที่พุ่งเป็นลำแสงออร่าสีทองเป็นรูปลักษณ์ของกระบี่ กล่าวคือเป็นกระบี่ที่ไม่ใช่กระบี่ เป็นเพียงแค่ไอลมปราณของผู้ฝึกยุทธมาอย่างโชกโชนและเพียงแค่นั้นก็ใช้ฆ่าคนเป็น ๆ ได้แล้ว."ฟิ้ว..ว..ว~!".คมแหลมสีอัสดงสั่นระริกจ่ออยู่ตรงลำคอของแม่นางเหวินเหยา นางแหงนหน้าเงยขึ้นด้วยความตระหนกตื่นกลัว แต่ทว่าพร้อมกันนั้นดวงตาก็ได้มองเข้าไปในลานกว้างของสำนักด้วย นางเห็นกลุ่มลูกศิษย์ราว 10 ชีวิตกำลังเรียนรำกระบี่กันอยู่ ด้วยความสัตย์จริงท่วงท่าของพวกเขานั้นงดงามและอ่อนช้อยมาก มีความพร้อมเพรียงอันน่าเกรงขามรุกรับได้หมดจบในคมกระบี่เดียว กระทั่งเหวินเหยาคิดกับตนเองขึ้นมาว่าก็แล้วทำไมสตรีถึงทำสิ่งนี้บ้างมิได้? .เดชะบุญอุปมาเหมือนเจ้าสำนักตัวจริงจะได้ยินเข้า โดยไม่ทราบแหล่งที่มาของเสียงหญิงสาวได้ยินก็แต่เสียงของท่านผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ที่ก้องดังเข้ามาในหัวในทำนองว่า."เมื่อครู่เจ้าเอ่ยถึงความแค้นใช่หรือไม่? หากเจ้าม
last updateآخر تحديث : 2025-12-02
اقرأ المزيد
บทที่ 4 : สุราจตุรส
คำว่า "เหลย" (雷) ในภาษาจีนแปลว่าสายฟ้า ท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล แผ่ปกครองนทีเย้ยชลธารยันพสุธาพื้นมหาสมุทร ประกายแฉกสายฟ้าคำรามได้ถึงถิ่นไหน ผืนฟ้าย่อมสยายตัวไกลได้ถึงถิ่นนั้น และเพราะเหตุนี้วิชา "บุปผาพันลี้" ของสำนักเหลย (雷) จึงเป็นที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้า แม้ศิษย์ส่วนใหญ่จะฝึกกระบี่และใช้ปราณอัสนีร่วมกับดัชนีพิโรธ แต่วิชาในการสะกดรอยพวกเขาก็มิน้อยหน้าใคร เหวินเหยาเลื่อมใสในสิ่งนี้มานาน และตอนนี้ ณ ปัจจุบันท่านผู้อาวุโสที่จะถ่ายทอดเคล็ดวิชานี้ให้นางก็ได้ยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว."แม่นางเจ้ามาที่นี่เพียงเพราะต้องการจะฝึกวิชา "บุพผาพันนลี้ (天鏡千里觀)" ใช่หรือไม่?"."เจ้าค่ะ! ขอท่านผู้อาวุโสโปรดชี้แนะด้วย! โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด! และขออภัยที่ข้าไร้เดียงสา"."หึ ๆ ดี! ช่างเป็นคนที่ตรงไปตรงมาดียิ่งนัก"อาจารย์เหลยหัวเราะร่าดู ๆ ไปแกก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร ออกจะดูเหมือนคุณลุงผมสีดอกเลาที่อารมณ์ดี และเมามายสุราอยู่ตลอดเวลาเสียด้วยซ้ำ.เพราะทุกถ้อยคำหลังจากนั้นมีแต่ตัวแกเองที่เป็นผู้แถลงอยู่ฝ่ายเดียว อาจารย์เหลยบอกกับแม่นางเหวินเหยาว่า การจะเข้ามาเป็นศิษย์หญิงของสำนักเหลยเป็นเรื่องผิดประ
last updateآخر تحديث : 2025-12-05
اقرأ المزيد
บทที่ 5 : บันทึกลึกลับ
นายน้อยหญิงสะดุ้งเฮือกขึ้นกลางโต๊ะ ณ ตอนนี้ค่ายกลวิปลาศจำแลงจิตที่แม่นางเหวินเหยาวางไว้ ได้ถูกสลายออกไปหมดสิ้นแล้ว แล้วก็เป็นสาวเจ้าที่จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นยืนพรวดพราด นางตบมือแปะ ๆ อีกทั้งดวงตายังใสแจ๋วเปล่งประกาย พลางจ้องมองมายังจอมยุทธหญิงอย่างมิลดละ ดูทรงเหวินเหยาจะกลายเป็นไอดอลของนางไปซะแล้ว."ท่านพี่ยอดเยี่ยมเหลือเกินเจ้าค่ะ ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก"ผสานมือเป็นก้อนกลม พลางเขย่าขึ้นลงทำท่าคารวะ."แล้วนี่สินะเจ้าค่ะ คือไหใบดังกล่าว?".ภาพเหตุการณ์ได้ถูกตัดออกมาสู่โลกภายนอกแล้ว และด้วยความซุกซนอยากรู้อยากเห็น นายน้อยหญิงก็เลยลองเอื้อมมือมาแตะไหจตุรสที่วางอยู่บนโต๊ะดู ส่งผลให้ตัวไหเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง! สีของมันเปลี่ยนไปและลวดลายก็เริ่มเปลี่ยนแปลง!.สอดคล้องกันกับบรรดาชาวตลาด และหน่วยองครักษ์ที่ก็เริ่มทยอยลืมตาตื่นขึ้น แต่ละคนไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ มารู้ตัวอีกทีตัวเองมานอนจมกองฝุ่นคลุกกองดินข้างถนนได้เช่นไรก็มิอาจทราบ ตลาดฉางหลิงจึงค่อย ๆ กลับมาคึกคักมีชีวิตชีวากันอีกครั้ง และเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเหวินเหยาถึงเริ่มพูด."ไม่ผิด! การที่เจ้าสัมผัสไหจ
last updateآخر تحديث : 2025-12-06
اقرأ المزيد
บทที่ 6 : พิราบสื่อสาร
เสร็จจากการบันทึกอักษรสายฟ้าลงตำราพิศวง หลังจากนั้นเหวินเหยาก็ได้ใช้ดัชนีตวัดเรียกพิราบน้อยตัวหนึ่งขึ้นมาจากถุงย่าม ลักษณะของมันเป็นปักษาสื่อสารที่ช่ำชองในทุกสภาพอากาศ ทนหนาว ทนเหมันต์ ทนความร้อน ฝนสัมผัสโดนขนก็มิเปียก มันคือพิราบอาคมที่สร้างขึ้นจากปราณแท้ของผู้มีเจตจำนงค์แห่งไฟ.แต่ครานั้นท่วงท่ากลับน่ารักน่าชัง ตัวอ้วนกลมบ็อก ขาก็สั้นแถมดวงตายังกลมโตราวกับเป็นนกที่รักการสอดรู้สอดเห็น เหวินเหยาจึงปล่อยมันยืนสลัดขนบนโต๊ะอยู่สักครู่ เลยทำให้รู้ว่าดูไปดูมาเจ้านี่ก็คล้ายกับอัตลักษณ์ของแม่นางเยว่เอ๋ออยู่หลายส่วน มิหนำซ้ำนายน้อยยังถูกชะตากับเพื่อนใหม่ตัวนี้ตั้งแต่แรกเห็น."น่ารักจังเลยเจ้าค่ะพี่สาว น่าเอ็นดูยิ่งนัก"."มิผิด! เพราะข้าสร้างมันขึ้นจากกายหยาบของเจ้า ต่อไปนี้ข้าจะสื่อสารกับเจ้าผ่านปักษาตัวนี้ไม่ว่าเจ้าหรือข้าจะอยู่ ณ แห่งใดขอเพียงอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันนกตัวนี้ก็จะบินไปถึง เพียงแต่เจ้าจำต้องมีทักษะในการอ่านจับใจความและสรุปความสั้น ๆ ให้เป็น"."เอ๋! คือยังไงรึเจ้าคะ? ตัวข้าอ่อนเขลาเรื่องเชาว์ปัญญา อาจารย์ที่สำนักศึกษาโบยตีข้ามิเว้นวันแต่ข้าก็พร้อมจะเรียนรู้นะเจ้าคะ!"."ข้ารู้! ข
last updateآخر تحديث : 2025-12-07
اقرأ المزيد
บทที่ 7 : เริ่มสืบสวน
3 วันผ่านไป ณ จุดสูงสุดของเมืองฉางหลิงอย่างหอเพ่งนภาเทียนวั่งโหลว (天望楼) ที่นี่เป็นหอดูดาวของราชนิกุลประจำเมือง และเดิมก็เคยเป็นถึงสำนักโหราศาสตร์แห่งราชสำนัก มีภารกิจในการทำนายทายทักและอ่านชะตาฟ้าลิขิตให้คนเบื้องสูง แต่ทว่าปัจจุบันบทบาทนั้นได้ยุติลงไปแล้ว เหลือแต่เพียงหน้าที่ในการเพ่งมองท้องฟ้า เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแล้วก็เป็นที่พรอดรักยอดนิยมของเหล่าดรุณหนุ่มสาว.ด้วยความสูงของหอที่มากถึง 7 ชั้น อาคารไม้มีเสาต้นใหญ่ตั้งตระหง่านทำจากสนเขียว (松木) เนื้อไม้เรียบลื่น กลิ่นสนอ่อน ๆ ลอยแทรกกับลมยามค่ำชวนให้จิตใจสงบนิ่งดุจอยู่ท่ามกลางขุนเขา ส่วนพื้นหอทำจากไม้หวงฮวาหลี (黄花梨) ลวดลายไหลรินราวเกลียวคลื่น ยามต้องเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำดังเบาเหมือนสายลมปัดผ่าน แล้วแบบนี้จะมิให้เป็นสถานที่สุดโรแมนติกที่คนทั้งฉางหลิงจะมาใช้เวลาร่วมกันได้เช่นไร.เหวินเหยาจึงใช้วิชาตัวเบาของนางตะกายไต่ระดับขึ้นไปบนยอดสูงสุด พลางยืนกอดอกโต้กระแสลมหนาวอยู่บนจั่วหลังคา มิมีใครสังเกตเห็นอาภรณ์สีชาดของนาง หากแต่เป็นนางที่เห็นทุกการกระทำของใคร ๆ จากมุมสูง.นางเริ่มรวมสมาธิเค้นกระแสปราณแท้มารวมกันไว้ที่จุดซานจง (膻中) ซึ่งต
last updateآخر تحديث : 2025-12-08
اقرأ المزيد
บทที่ 8 : คุณชายหมายเลขหนึ่ง
เคหะหญิงงามเป็นสถานเริงรมย์อันดับหนึ่งแห่งเมืองฉางหลิง ที่นี่บรรจุอิสตรีและเหล่านางคณิกาไว้หลายรูปลักษณ์ ขาว , สวย , หมวย , เซ็กส์ , ตัวเล็ก , ดัดฟัน ฯลฯ สุดแต่ใจคุณชายท่านใดจะปรารถนา มากพร้อมไปด้วยเครื่องสังคีตดีดสีตีเป่า สุราชั้นดี ดนตรีเลิศรส ครบเครื่องเรื่องบันเทิงในระดับอัครมหาสถาน และลูกค้าส่วนมากก็มักจะเป็นพวกกระเป๋าบานพวกข้าราชบริพารระดับสูง.ซึ่งเรียนตามตรงว่า ณ นาทีนี้ แม้แต่เหวินเหยาเองก็ชักจะคิดหนัก."เดี๋ยวก่อนนะ! คุณชายท่านนี้ชักจะมีพิรุธ แม้บุคลิกจะดูดีแต่วัตรปฏิบัติกลับไม่ค่อยชอบมาพากล? เราอาจต้องย่องเข้าไปดูให้ใกล้กว่านี้สักหน่อย"คิดในใจเสร็จร่างบางก็ปรี่เข้าไปในจุดที่ใกล้กับเกี้ยวมากขึ้น นางซุ่มดูอยู่พักใหญ่สอดคล้องกับคนที่อยู่ภายในที่สะบัดผ้าแพรคลุมประตูเกี้ยวให้กระพือ!."พรึบ!".เสียงกู่ฉินบรรเลงในโรงสังคีตแว่วดังเป็นฉากหลัง นั่นทำให้ทุกอย่างสง่างามราวกับเป็นภาพสโลโมชั่น เกิดเป็นกิริยาของคุณชายผู้งดงามก้าวขาลงมาจากยานพาหนะ ในระยะไกลบนหอดูดาวว่าหล่อแล้วแต่มาเห็นใกล้ ๆ แบบนี้แม้แต่เหวินเหยาผู้ทำภารกิจก็ยังถึงกับเสียการทรงตัว เขาหล่อแบบแตกสลาย หล่อแบบวัวตายควายล้
last updateآخر تحديث : 2025-12-09
اقرأ المزيد
บทที่ 9 : งานยาก!
"เจ้ายังจะมีสิ่งใดแก้ตัวบิดาข้าส่งเจ้ามาใช่หรือไม่?! เขากีดกันข้าจากแม่นางมู่แล้วยังส่งเจ้ามาติดตามเพื่อดูว่าข้าน่าสมเพชแค่ไหนใช่หรือไม่?! ตอบข้ามา! แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป!".จอมยุทธหญิงออกอาการกระอักกระอ่วน บางทียันต์ดักฟังคงมิจำเป็นเพราะลำพังฟังในสิ่งที่คุณชายเซียวพรั่งพรูออกมาพร้อมน้ำตา นางก็ได้ข้อมูลลูกค้าในหลายส่วนแล้ว."ข้า.. คือ.. อ.. อ..".เหล่าเจ้าหน้าที่เฉิงก่วน (城管) ที่เคหะหญิงงามเลี้ยงไว้เริ่มกรูกันเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ คนกลุ่มนี้ไม่ต่างจากข้าราชการปลายแถวที่แค่เงินถึงก็พร้อมจะทำทุกอย่าง มีทั้งมีดมีทั้งพลองกระบองยามครบมือ คนธรรมดายังมองออกว่าการปะทะน่าจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า ยามอรุณเฝ้าตลาดยามนิสาทเฝ้าโรงสังคีต สิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นวัตรปฏิบัติของพวกเฉิงก่วน และครั้นจะลงมือลงไม้กับหญิงงามในคราบเมามายก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอันใด.เหวินเหยาจบเห่แน่ถ้ามิทำอะไรสักอย่าง! นางจึงเริ่มเกลี่ยสายตาประเมินกำลังรบของศัตรูอยู่ราวหนึ่งห้วงหายใจ จากนั้นก็..."เฮ้อ..อ..อ..! , ได้เล๊ย! ในเมื่อมันจำเป็นข้าก็จะมิออมมือล่ะนะ!"นางเค้นคำในลำคอแล้วหลังจากนั้นโถงกลางโรงสังคีต ก็กลายเป็นลานประลองยุท
last updateآخر تحديث : 2025-12-10
اقرأ المزيد
บทที่ 10 : ปะทะฝ่ามือ!
แลดูคล้ายกับแหหรือไม่ก็ตาข่ายดักสัตว์ คุณชายเซียวยังทำมากกว่านั้นด้วยการทลายเศษพัดอีกแปดซีกให้กระจายตัวออกจากกัน! แต่ละชิ้นลอยอยู่รอบตัวด้วยวรยุทธเคลื่อนย้าย และได้กลายเป็นอาวุธสังหารจำพวกมีดบินไปในชั่วอึดใจ แกมิจำเป็นต้องร่ายคาถาเพียงแค่หงายฝ่ามือให้ตั้งฉากขึ้นตรงหน้า เศษพัดทั้งหมดก็พุ่งแหวกอากาศปักเข้าใส่ทั้งแปดมุมของลวดกู่ฉินให้ขยายใหญ่ขึ้นและพุ่งแรงเข้า!."ฟิ้ววว~!"."ห๊ะ! นี่มันค่ายกลกักกันรึ!? แย่แล้ว!"เหวินเหยาอุทานลั่น.ทว่าร่างกายกลับตอบสนองอย่างทันท่วงที เกิดเป็นการสะบัดปลายเท้าดีดตัวกลับหลังปั่นโค้งกลางอากาศ มือสลับเท้าฟ้าสลับดินใส่ลังกาเกลียวด้วยความแคล่วคล่อง อาภรณ์พลิ้วไหวงดงามดั่งหางนางพญานกยูงกางแผ่ กระทั่งสามตลบผ่านพ้นค่ายกลตาข่ายลวดถึงซาพิษสงลง มันคลุมได้เพียงเงาแห่งความว่างเปล่า ทว่ามีดบินจากเศษพัดนี่สิที่มิยอมลดลาวาศอกเลย!.เมื่อคุณชายคล้ายจะเอาจริง แกกระโจนลงจากแท่นแสดงด้วยลังกาหน้าครึ่งตลบพลันแปรเปลี่ยนฝ่ามือที่ตั้งฉากเป็นดัชนีคู่ ฟาดชี้ไปทิศใดมีดบินจากซี่พัดย่อมพุ่งตามไปทิศนั้น เมื่อผสานรวมเข้ากับท่วงท่าร่ายรำแห่งสำนักศึกษา มีดบินศาตราจึงฉวัดเฉวียนโฉบโค้งกล
last updateآخر تحديث : 2025-12-11
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status