LOGIN“ฉันคิดว่ายังมีผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายไม่ต่างจากผู้หญิงคนนี้ และฉันคิดว่าพวกเธอจะต้องอยู่ที่ไหนซักแห่ง แล้วผู้หญิงที่ตายจะต้องรู้และคิดที่จะหนีออกมา เลยทำให้เธอ ถูกพวกมันฆ่าปิดปาก” เวนิตาหันมาสบตากับลูกทีม ทั้งสามคนมองหน้ากันไปมา พลางครุ่นคิดว่าพวกผู้หญิงที่หัวหน้าทีมพูดถึง ถูกพาตัวไปซ่อนไว้ที่ไหนกันแน่ แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ยังคิดไม่ออก“นี่ก็จะตีห้าแล้ว ฉันว่าทุกคนแยกย้ายกลับไปพักผ่อนก่อนดีว่า เดี๋ยวสายๆ เจอกันที่หน่วยฯ แล้วเราค่อยพูดคุยกันอีกทีตอนเข้าประชุม” เวนิตาบอกกับลูกทีม จ่าเทพและหมู่จินพยักหน้ารับคำ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินไปหาหมวดภัทรและหมวดนลินที่รถของทั้งคู่ร่างบางระหงของเวนิตากลับเข้ามานั่งในรถของตัวเอง และครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะกรณีที่สายของผู้หมวดนลินถูกยิงเสียชีวิต หรือแม้แต่การตายของหญิงสาวนิรนามที่แม้จะรู้แล้วว่าเธอเป็นใคร แต่ก็มีหลายอย่างที่เธอยังปะติดปะต่อมันไม่ได้ เพราะว่านายพลกฤษณ์ได้เคยให้ข้อมูลเอาไว้ว่าผู้หญิงที่หายตัวออกไป ถูกกำหนดวันลาออกเอาไว้แล้ว แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า พวกเธอหายไปไหน และหายไปได้ยังไงณ กองบัญชาการ
“จ่าเทพกับหมู่จินไปตามเรื่องที่มีคนพบศพหญิงนิรนาม ที่ลอยมาโผล่ริมสะพานแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อช่วงค่ำนี้เองครับ” หมวดภัทรให้ข้อมูลกับเธอ เวนิตาหมวดคิ้วแล้วถามกลับไปอย่างสนใจ“อะไรนะ มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ ทำไมฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย” เวนิตาสบตากับลูกทีม เพราะดูเหมือนว่าเธอจะพลาดหลายๆ เหตุการณ์ไป หมวดภัทรพยักหน้าแล้วหันไปมองรถกระบะคันสีขาวที่พึ่งจะแล่นเข้ามาจอด พอดีกับที่เขากำลังจะตอบคำถามกลับไป“นั่นไงครับ จ่าเทพกับหมู่จินมาพอดี หัวหน้าลองคุยรายละเอียดกับสองคนนั้นได้เลยครับ ผมขออนุญาตไปดูหมวดนลินซักหน่อย” หมวดภัทรกล่าว เวนิตาพยักหน้ารับคำ“เชิญตามสบายเลย ฝากดูแลเธอด้วย” เวนิตาบอกกับลูกทีม“ได้ครับหัวหน้า ขอบคุณนะครับ” หมวดภัทรรับคำอย่างหนักแน่นแล้วแยกตัวออกไป ก่อนที่จ่าเทพและหมู่จินจะตามเข้ามาสมทบ พร้อมด้วยเอกสารรายงานที่อยู่ในมือ“สวัสดีครับหัวหน้า” จ่าเทพและหมู่จินทำความเคารพเวนิตาที่ยืนรออยู่แล้ว ใบหน้าเนียนพยักหน้ารับคำทักทาย พร้อมกับยื่นมือออกไปรับแฟ้มเอกสารจากหมู่จินแล้วเปิดอ่านทันที“ได้เรื่องยังไงบ้าง” เวนิตาเอ่ยถามลูกทีม ขณะที่ก้มลงอ่านแฟ้มรายงานดังกล่าว“ผู้ตายชื่อ นางสาว
ดวงตาเรียวของหญิงสาวเหลือบมองไปที่เรือนกายกำยำที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงอันแสนอบอุ่น แต่เธอไม่มีเวลามากพอที่จะปลุกเขาเพื่ออธิบายว่าจะต้องไปที่ไหน และเธอเองก็คิดว่าเขาเองก็คงจะรู้ดีว่าเพื่อหน้าที่แล้ว เธอก็ควรที่จะไปโดยที่ไม่รีรอ พอคิดได้แบบนั้น เวนิตาก็ได้แต่พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะคว้าอาวุธปืนคู่กายแล้วกลับออกไปจากคอนโดของเขาทันที เมื่อได้รับข่าวร้ายจากคนในทีม“ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ผู้กองฐานัตถ์” แม้จะรู้สึกเป็นห่วงคนที่พึ่งจะแยกจากกันเมื่อครู่อยู่บ้าง แต่เพราะหน้าที่ทำให้เธอต้องละจากเขา และบึ่งรถสีดำคันเก่งออกมาโดยไม่รีรอให้อีกฝ่ายรู้ตัว ท่ามกลางค่ำคืนที่ยังคงมืดสนิท“เรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไง” เวนิตาสวมบทหัวหน้าทีมเดินตรงดิ่งไปหาหมวดภัทรที่ยืนถือเอกสารไว้ในมือ รอเธออยู่หลังรถยนต์คันสีขาวของหน่วยฯ หลังจากที่เจ้าหน้าที่นิติเวชและกองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ให้อย่างครบถ้วน“หมวดนลินนัดส่งหลักฐานชิ้นสำคัญกับ จ่านที ที่เป็นสายของเธอ ก่อนที่จะเกิดการปะทะกันของคนร้ายที่ซุ่มตามมาด้วย ทำให้เกิดการต่อสู้กัน ก่อนที่จ่าจะถูกยิงเสียชีวิต” หมวดภัทรกล่าว สีหน้าไม่ค่อยดีนัก“แล้วหลักฐานท
“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เวนิตาตอบเสียงอ่อน แม้จะรู้ว่าเขากำลังพูดจาประชดประชันเธออยู่ก็ตาม ว่าแล้วฝ่ามือหนาก็ควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ซุกอยู่ภายใต้ผ้าห่มขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไปในไลน์ เพื่อให้หมวดภัทรส่งที่อยู่มาให้เวนิตาตามที่เขาบอกกับเธอ ขณะที่แขนอีกข้างยังคงโอบอุ้มเรือนร่างบอบบางที่นอนทาบอยู่บนลำตัวเอาไว้ไม่ห่าง โดยที่อีกฝ่ายไม่กล้าขยับเขยื่อนไปไหน ได้แต่กระชับผ้าห่มผืนหนาไว้กับมือเพื่อปกปิดเรือนกายเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้อย่างแนบแน่นจากนั้นไม่ถึงห้านาที หมวดภัทรก็ส่งสถานที่ตั้งคอนโดของผู้หมวดนลินมาให้ตามคำขอของร่างกำยำที่อยู่เบื้องล่างมายังแอปพลิเคชันไลน์ใบหน้าเรียวอันหล่อเหลาคลี่ยิ้มให้กับเรือนร่างบางที่อยู่ตรงหน้า พลางลูบที่ศีรษะเล็กของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู“ทีนี้ ก็ไม่มีอะไรจะถามผมแล้วใช่ไหมครับ ผู้กองวีนัส” พูดพร้อมกับผุดร่างลุกขึ้นมาจุมพิตที่เรียวปากสวยงามของเธออย่างฉวยโอกาส ร่างเล็กถึงกับแน่นิ่ง หน้าเหวอ! เพราะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หลับตาพริ้มลงอย่างเขินอาย“นี่เป็นเวลาของเราแล้วนะครับ หวังว่าคุณจะไม่พูดถึงคนอื่นอีก” ใบหน้าเรียวอันหล่อเหลาพูดพร้อมกับเผยยิ้มออ
“ตีสามแล้วเนี่ยนะครับ มีอะไรสำคัญจะถามผม… ไหนว่ามาซิ” ฝ่ามือแกร่งเชยปลายคางมนที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มขึ้นมามองอย่างถนัดตา พร้อมกับจรดปลายจมูกโด่งลงบนหน้าผากเนียนจนแนบชิดติดกัน ขณะที่เอ่ยถามและรอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย“เอ่อคือ… คุณพอจะรู้จักคอนโดของผู้หมวดนลินบ้างไหมคะ หรือว่าบ้านของเธอก็ได้” สายตาหวานช้อนขึ้นแล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง คนตัวโตกว่าหลับตาพริ้มลงเหมือนไม่อยากตอบคำถามนี้ จึงพลิกเรือนกายหันกลับไปนอนในท่าปกติแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูราบเรียบ“นี่คุณถามถึงคนอื่นในพื้นที่ของเราได้ยังไงครับ เวลาแบบนี้ควรจะมีแค่เรื่องของเราไม่ใช่เหรอ นี่คุณจะให้ผมตอบว่ายังไงครับ… หืม ไหนลองบอกมาซิ” เขาถามพลางชำเลืองสายตาคมกลับมามองร่างบอบบางที่กำลังรอคอยคำตอบ“ก็แค่ตอบว่ารู้ หรือไม่รู้เท่านั้นก็พอค่ะ” เวนิตาเอ่ยปากบอกกับคนตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา สายตาคมกริบจ้องมาที่เธอแล้วเหยียดแขนออกเพื่อดึงร่างนุ่มให้ขึ้นมาอยู่บนลำตัวอันแข็งแกร่งของเขาแทน ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาที่ห้างใบหูของเธอ“คอนโดของหมวดนลิน คุณควรจะถามหมวดภัทร ไม่ก็หมู่จิน หรือจ่าเทพ แทนที่จะมาถามผมนะ ที่รัก!” พูดจบเขาก็คลายมือออกจากเรือนร่างบางของเธ
เขาจึงค่อย ๆ ขยับร่างกายเบา ๆ โดยที่มือแกร่งจับที่สะโพกน้อย ๆ ผลักดันให้เธอหลอมรวมในตัวเขามากขึ้นกว่าเดิมเพื่อช่วยให้เธอสามารถโยกตัวเข้าหาเขาได้อย่างสะดวกสบาย และเพิ่มระดับความเร็ว แรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามความปรารถนาของเขา ในขณะที่หญิงสาวได้แต่ส่งเสียงครวญครางออกมาตามความรู้สึกที่ได้รับอย่างลืมอาย โดยที่ไม่สามารถปิดบังซ่อนเร้นความรู้สึกนั้นเอาไว้ได้“อะอ๊ะอ๊ะอะ!” ความสยิวแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของทั้งสอง จนกระทั่งเธอเผลอสะดุ้งยกมือขึ้นป่ายปัดเกาะกุม ขยุ้มเรียวแขนแข็งแรงของคนเบื้องหน้า พร้อมกับลมหายใจติดขัด เหนื่อยหอบ ที่ค่อย ๆ แผ่วลงเรื่อยๆ ตามจังหวะของคนเบื้องบนที่ค่อย ๆ ผ่อนแรงลงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจวนเจียนจะถึงฝั่ง เมื่อแรงประสานของทั้งคู่ ส่งผลให้ร่างกายของเขาและเธอสั่นเกร็งสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่าความเสียวซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วทั้งร่างกาย ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถที่จะยืดเยื้อจุดสิ้นสุดต่อไปได้อีก จากนั้นทะเลหมอกสีขาวโพนจึงค่อย ๆ เข้าปกคลุมอยู่เต็มท่วมท้นบนเส้นทางรักของคนทั้งสองหยั่งลึกจนเอ่อทะลักออกมาด้านนอกเมื่อทั้งเขาและเธอปลดปล่อยพลังที่รุ่มร้อนของเปลวเพลิงพิษรักแห่งความ
"คุณ! " เวนิตาเอ่ยเสียงแผ่ว เขาหันไปเห็นเธอในสภาพที่ไม่น่ามองนัก ทั้งเนื้อตัวสะบักสะบอมเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณศีรษะ รวมทั้งบนเรียวปากบางของเธอก่อนจะผละออกจากคนร้ายหวอออ...เสียงหวอจากรถของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายรู้ตัว แล้วรีบช่วยกันพยุงร่างของพวกมันเองที่สะบักสะบอมไม่แพ้กัน
คำสั่งคุ้มครองพยานแจ้งให้ผู้กองฐานัตถ์นำทีมหมวดภัทร และหมู่จิน พาร่างของเวนิตาที่ยังนอนไม่ได้สติมายังเซฟเฮ้าส์ เป็นบ้านพักขนาดใหญ่สองชั้นล้อมรอบด้วยภูเขา มีกระจกกันกระสุนคุ้มกันอย่างแน่นหนา และมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางตามมาคุ้มกันอีกสี่ถึงห้านายร่างบอบบางของเวนิตาถูกนำมาพักรักษาตัว ซึ่งทางหน
“ผมลาพักร้อนมาน่ะครับ ก็เลยมีเวลาแวะมาได้ แล้วนี่คุณหญิงทำอะไรทานครับเนี่ย กลิ่นหอมไปถึงชายทะเลนู่นเลย” คุณหญิงรุจีเห็นลูกชายรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ก็อดส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูด้วยไม่ได้“มะระตุ๋นซี่โครงหมู เต้าหู้ผัดบร็อคโคลี่ แล้วก็ห่อหมกปลากะพง อาหารของผู้สูงวัยจ้ะ เดี๋ยวฐาทานกับแม่นะจ๊ะลูกรัก”“ได้
สายลมโชยพัดพาเอาเสื้อยืดคอวีสีขาวตัวบางที่สวมใส่อยู่แนบเนื้อเผยให้เห็นสรีระกล้ามเนื้อเน้นๆ ซิกแพคแน่นๆ อย่างชัดเจน เขาก้มลงพันขากางเกงยีนส์ขึ้นเล็กน้อยให้อยู่บริเวณน่อง เพื่อไม่ให้ทรายขาวเปื้อนขากางเกงตัวเก่งที่สวมใส่มาและจะต้องสวมกลับเสียงชัตเตอร์รัวๆ ดังอยู่ไกลๆ ทำให้ร่างสูงไม่ได้ยินเสียงของคนที







