INICIAR SESIÓNเสียงคลื่นน้ำสาดซัดกระเซ็นเรียกสติสัมปชัญญะชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนยาวนาน เสื้อผ้าอาภรณ์ยังคงคาชุดเดิมที่ขี่เจ็ทสกีไม่มีผิดเพี้ยน กลิ่นไอทะเลเตะเข้าจมูกคมสัน แสงแดดรำไรส่องแยงดวงตาแทบบอดทำเอายาหยีต้องขยี้ตาสองสามทีแล้วใช้แขนรีบพยุงตัวขึ้นมองดูทัศนียภาพโดยรอบ
ตอนนี้เขากำลังนอนหลับบนเรือไม้ประมงพื้นบ้านผูกผ้าสามสีบริเวณหัวเรือหนทางข้างหน้ามีเพียงน้ำทะเลสีมรกตกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบอากาศสดชื่นแจ่มใสผิดจากเหตุการณ์มรสุมฝนฟ้าคะนองแบบที่เขาพึ่งพบเจอมาลิบลับ อ่าว แต่จำความล่าสุดเขาพึ่งโดนคลื่นพายุซัดร่างปลิวจมน้ำดิ่งก้นทะเลหาดแลจันทร์แล้วไม่ใช่หรือ ดูดิขนาดรองเท้าอีแตะยังเหลือหนีบคาตีนไว้แค่หนึ่งข้างหรือเรื่องทุกอย่างมันแค่ความฝัน?หรือวิญญาณเขามันถูกวาร์ปมาที่โลกหลังความตาย??“กูอยู่ที่ไหนวะเนี่ย…” ยาหยีสะลืมสะลือพูดบ่นพึมพำคนเดียวจนหางตาปะทะกับเงาตะคุ่มของหญิงสาวชุดไทยสีฟ้าอ่อนที่นั่งกอดอกจับไม้พายเท้าคางมองจ้องเขาเขม็ง ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเขยิบตัวถอยห่างพลางหันไปมองเรือนร่างนั่นให้ชัดเจน
“นั่งกลางท้องเลกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ คงอยู่บ้านเอ็งกระมัง” น้ำเสียงเย็นทรงพลังเอ่ยทักเขาสวนทางกับใบหน้าสวยยิ้มแย้มดูเป็นมิตรแต่แฝงอารมณ์น่าค้นหาชวนพิศวงในเวลาเดียวกัน
เธอคือใครน่ะ ผีทะเล เจ้าหน้าที่ไกด์ หรือยมทูต“พี่เป็นใครครับ”
“อืมมมมตอบยากนะ งั้นข้าเป็นคนพายเรือดีไหมล่ะ” เธอตอบกึ่งหยอกเล่นพลางยกไม้พายโชว์แก่นายรสสุคนธ์
“แล้วเรากำลังไปไหนอ่ะ” ชายหนุ่มถามต่อ
“ข้ากำลังพาเอ็งไปส่งเขาไง”
“ห้ะ! ส่งใครนะ?”
“คนที่เอ็งใฝ่หาและรอคอยยังไงเล่า”
“หื้อ ส่งใคร? ผมไม่ได้นัดใครไว้นะ?” สมองยาหยีกำลังประมวลผลอย่างหนัก เขาปะติดปะต่อจับต้นชนปลายไม่ถูก
นี่มันเกิดเรื่องราวเชี่ยอะไรกับเขาวะเนี่ยยยยยยยย“จิ! ถามเยอะเวิ่นเว้อ เดี๋ยวเอ็งก็รู้เองแหละหน่า” หญิงสาวตอบปัดความรำคาญ มือเรียวแจวพายเรือหนึ่งครั้งแต่ความเร็วแรงทะลุนรกยิ่งกว่าเครื่องสปีดโบ๊ทเสียอีก
รสสุคนธ์ตัวเกร็งแข็งทื่อเกาะเรือ นั่งโต้ลมปากสั่นกระพือร้องเสียงแหบเสียงแห้ง สรรพสิ่งรอบตัวจากท้องทะเลสีมรกตเริ่มเห็นหมู่เกาะรำไรตรงปลายทาง แสงสว่างดวงอาทิตย์กำลังโดนเมฆทมทับอีกครา กลุ่มควันหมอกหนาปกคลุมพื้นที่ เมื่อเรือหยุดจอดเทียบท่าริมเกาะแห่งหนึ่งซึ่งมีบรรยากาศไม่ค่อยน่าอภิรมย์ชวนขนหัวลุกเหมือนเกาะผีสิงในจ๊ะทิงจา“อ่ะข้าพาเอ็งมาส่งถึงที่หมายละ รีบลงจากเรือเสียสิ”
“ลงทำไม น่ากลัว ผมไม่ลงบนเกาะผีสิงนี่เด็ดขา-เชี่ยย!!” ยาหยีบังคับร่างกายตนเองไม่ได้ สองขาเรียวก้าวออกมาจากเรือไม้นั่นอัตโนมัติราวกับเป็นตุ๊กตาชักใย สุดท้ายเจ้าตัวกลับมึนงงทำหน้าเด๋อด๋าเท้าสัมผัสผืนหาดทรายสีขาว มองหญิงสาวแปลกหน้ากำลังนั่งยิ้มให้เขายิ่งเพิ่มทวีคูณความน่าสงสัยจนต้องตะเบ็งเสียงรัวคำถามใส่หญิงชุดไทยโบราณบนเรือลำนั้น
“สรุปพี่เป็นใคร เอาผมลงเรือทำไม แล้วผมกำลังอยู่ที่ไหน”
“ข้าบอกเอ็งมิได้” หญิงห่มสไบตอบเสียงห้วนปัดทุกคำถามของเจ้านกกระจิบผมชมพูเจื้อยแจ้วนั่งจุ้มปุกหัวฟูถามหล่อนไม่หยุดหย่อน
“อ่ะเปลี่ยนคำถามใหม่ ตอนนี้ผมตายรึยัง”
“ถามอะไรอัปมงคลแท้”
“เนี๊ยยยผมตายแล้วแน่เลยอ่ะ พี่คือแครอนผู้แจวเรือข้ามแม่น้ำสติ๊กซ์ไปยมโลกในตำนานกรีกใช่ป่ะ” ยาหยีจี้ถามตามเนื้อหาหนังสือบทประพันธ์กรีกที่อ่านมา ยิ่งชวนให้แม่นางห่มผ้าสไบฟ้าขมวดคิ้วหนักมาก
“เอ็งยังไม่ตาย แล้วข้าก็ไม่ใช่ไอคนชื่อแปลกประหลาดที่เอ็งเอ่ยเมื่อครู่ด้วย” หญิงสาวนิรนามละเหี่ยใจ ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงทำตัวเป็นหนูจำมัยไปเสียทุกอย่าง ขืนทนอยู่ต่ออาจปวดกบาลตอบคำถามหมอนี่ไม่รู้จบแหง เจ้าหล่อนชุดฟ้าจึงรีบร่ายคาถาใช้ไม้พายแจวเรือเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายแสร้งหูทวนลมหลีกเลี่ยงบาลีทุกประเด็นของชายหนุ่ม
“พี่พาผมมาที่ไหนครับ”
“เอ็งหยุดถามข้า แล้วจงเข้าเดินเข้าเกาะนั่นซะ โชคชะตาเอ็งนำพาเอ็งมาที่นี่เอง”
“มันเกี่ยวไรกับโชคชะตาผม สภาพเกาะรกเหมือนเกาะแก้วพิสดารใครจะกล้าหันไปอยู่ลงเล่า!” ยาหยีเถียงคอเป็นเอ็น เขาไม่มีทางยอมโดนทิ้งให้ใครไม่รู้มาสั่งนั่นนี่ตามใจชอบแถมยังไม่บอกข้อมูลน่าเชื่อถือสักอย่าง ทางด้านแม่นางสาวสไบฟ้าเริ่มมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายแต่ยังมิวายยอมแพ้ขอต่อล้อต่อเถียงสู้ยัยจอมดื้อเพื่อภารกิจตนสำเร็จลุล่วง
“…..ข้าเข้าใจแล้ว”
“เข้าใจอะไรครับ?”
“อัลลอ*….ข้าเข้าใจละว่าเหตุใดเอ็งถึงยังไม่มีผัว”
“ชิ! ผมอุตส่าห์ถามดี ๆ นะวกมาแซะกันเฉย” ชายหนุ่มหน้ามุ่ยกอดอกสะบัดผมบ๊อบริมหาด กิริยาองอาจนั่นมันไม่ได้น่าชังแต่กลับน่าเอ็นดูมากจนคนบนเรืออดหลุดยิ้มไม่ได้แม้จะถูกตั้งคำถามยับใส่ตั้งแต่แรกเจอ
“ข้าไปแล้วนะ อย่าลืมไข่ไก่ร้อยฟองล่ะขอแบบต้มพร้อมทานไม่เอาแบบดิบไม่งั้นข้าจะเข้าฝันแดกหัวเอ็งแทน” หญิงสาวห่มสไบทิ้งทวนคำพูดเสร็จก็ยักคิ้วยิ้มหวานส่งท้าย ก่อนสะบัดไม้พายทำทั้งเรือและคนต่างอันตรธานหายวับไปในพริบตา
“หาาาาาา!! ฮัลโหลลล กลับมาตอบคำถามผมก่อน!!!จะทิ้งผมไว้บนเกาะคนเดียวหรอ!!” รสสุคนธ์บ่นโหวกเหวกโวยร่ายยาวหาหญิงสาวปริศนาที่หายวับไปเมื่อครู่ เขาไม่อาจอยู่เฉยปล่อยตัวเองโถงเทงยืนนิ่งกลางทะเลจึงสาวเท้าเดินตามเรือหญิงสาวไปตามสัญชาตญาณสุดฤทธิ์สุดเดช
กลุ่มหมอกควันเริ่มพันวนรอบร่างกายเขา ทุกสิ่งทุกอย่างขาวโพลนบดบังทัศนียภาพรอบตัวล้วนกักขังปกคลุมด้วยเมฆหมอกมากมาย ชายผมสีลูกกวาดตะเกียดตะกายเดินออกชายทะเลเพื่อติดตามดูเรือปริศนาจนความเย็นเชียบของน้ำเค็มเกยตื้นท่วมถึงเข่า“โอ้ย!” อาการปวดหัวจี๊ดโลดแล่นเข้าสู่เส้นประสาทอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันปวดตื้อถึงขั้นยาหยีร้องโอดโอยเสียงหลงเขาหลับตาปี๊พยายามยืนทรงตัวไม่ให้โดนคลื่นน้ำซัดอีกรอบความทรงจำครั้งล่าสุดประโคมฉายรีรันเป็นภาพตัวเองกำลังจมน้ำทะเล flashbackวิต่อวิ เสียงในหูเริ่มมีเสียงวิ๊งถี่อื้ออึง อาการปวดศีรษะก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นตาม
เขากำลังหายใจไม่ออก สองมือกุมหน้าอกเหมือนพยายามอ้าปากผะงาบครองสติกอบโกยออกซิเจนเข้าปอดเหมือนปลาขาดน้ำ ร่างเล็กกุลีกุจอเซเดินถอยกลับฝั่งเพื่อหาที่ยึดเกาะไม่ให้ล้ม ยาหยีตาเหลือกหน้าซีดเผือดเหมือนคนเจียนตาย จู่ ๆ ก็มีแสงปริศนาปรากฏกายตรงหน้า มันเจิดจ้าดั่งแสงพระอาทิตย์ยามเช้าแหวกว่ายผ่าเมฆหมอกเพื่อมาหาเขาทว่าเท้าเจ้ากรรมดันสะดุดก้อนหินจนทั้งร่างหงายหลังล้มคะมำตกน้ำท่าเดียวกันกับภาพในหัวของเขาที่ถูกสายลมโหมพัดร่างผลัดตกเจ็ทสกี ยาหยีหลับตาปี๊อัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะเลสัมผัสดวงตาตายห่า….อียาหยีต้องตายซ้ำตายซ้อนแบบดวงวิญญาณตายโหงใช่ไหมนะตึกตัก….ตึกตัก…..ตึกตัก….“เฮือกกก….” ร่างเล็กสะดุ้งตื่นตาโตบนเตียงนอนไม้ เสียงก้อนเนื้อข้างซ้ายถี่ระรัวปะปนเคล้าคลอเสียงจังหวะเครื่องวัดติดตามสัญญาณชีพ ร่างกายปวดชาทั่วทั้งเนื้อทั้งตัว หัวทุยรู้สึกหนักอึ้งมิหนำซ้ำยังมีผ้าพันแผลพันรอบเอาไว้แน่นหนา หน้ากากออกซิเจนครอบบริเวณปากและจมูกคมสันพ่นควันช่วยหายใจจนขึ้นไอ
สิ่งแรกที่มองไปทั่วห้องหลังปรับการมองเห็นคือเพดานสีขาว ข้าวของเครื่องใช้มีแต่หลอดไฟรูปวงแหวนส่องสว่างแปะเด่นหรา กระทั่งชายหนุ่มสองคนหน้าตาไม่คุ้นกำลังตื่นเต้นกับบางสิ่งบางอย่างพร้อมมองเขาด้วยแววตาดีอกดีใจ คนแรกเป็นชายวัยรุ่นวัยยี่สิบตอนต้นผิวแทนสวมเสื้อฮาวายลายดอกรูปร่างสูงใหญ่ ส่วนคนที่สองเป็นชายวัยกลางคนใส่ชุดเงียบง่ายแค่เสื้อยืดสีขาวกางเกงวอร์มลายทางรูปร่างเพรียวเล็ก“เห้ย!!คุณ! ฟื้นแล้วหรอ พี่พร้าวดูสิคุณเขาฟื้นแล้ว!!!”
ปั๊กกกก!!!! คนเสื้อขาวตวัดข้อมือตีกระหม่อมเด็กหนุ่มเสื้อดอกดังลั่นห้องหวั่นสมองของคนน้องมันจะไหลตามแรงฝ่ามืออรหันต์“โอ้ยยยยพี่ มึงตบหัวกูทำไมเนี่ยยย”
“ไอห่านี่ คนเขาพึ่งฟื้นมึงจะตะโกนหาพ่อมึงหรอ”
“กูตื่นเต้นนี่หว่า! ก็เห็นนอนสลบตั้งเกือบสี่วัน ตอนพี่ป๋าพบร่างกูคิดว่าเขาจะเลือดหมดตัวตายห่าไปแล้ว”
“ช่วยเงียบปาก แล้วรีบไปรายงานพี่ป๋าที่ท่าเรือ เดี๋ยวกูเฝ้าเช็คอาการเขาต่อเอง”
“เออ ๆ กูไปก็ได้วะ รำคานไอ้หมาปอม” เด็กหนุ่มเสื้อลายดอกยอมออกจากห้องปิดประตูบ้านพักเรือนแพหยุดเสวนาต่อคู่กรณี ทางด้านคนพี่ที่ใส่แว่นรีบตรวจคลำวัดชีพจรคนไข้ สายน้ำเกลือเกินครึ่งกำลังหล่อเลี้ยงไหลเวียนเข้ากระแสเลือดผู้บาดเจ็บที่เพิ่งมีสติในรอบสี่วัน ดูทรงไม่เป็นหมอก็คนที่มีประสบการณ์ทางการแพทย์พอสมควร
“คุณโอเคไหมครับ รู้สึกแน่นหน้าอกไหม มองเห็นผมชัดหรือเปล่าเอ่ย” ชายหนุ่มวัยกลางคนชะเง้อขอบเตียงผู้ป่วยสอบถามอาการเขาด้วยท่าทางเป็นมิตรดูสุขุมใจเย็น สวนทางกับเสียงในหัวของนาย รสสุคนธ์ ศรีใจภักดิ์ มันกรีดร้องตะโกนตั้งคำถามรอบที่ล้านห้า
ตายห่า นี่กูวาร์ปมาอยู่ที่ไหนอีกวะเนี่ยยยยยยยยย!!!ปรากฏการณ์สึนามิสูงห้าเมตรพัดกระหน่ำเกาะทางใต้อย่างรุนแรง ในรอบ30ปีโดยไม่มีการแจ้งเตือนจากกรมอุตุวิทยามาก่อนส่งผลให้ชาวบ้านตามหมู่เกาะของประเทศไทยถูกคลื่นน้ำซัดพังบ้านเรือนเสียหาย มีจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าสองพันรายและผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือศิลปินชายมากความสามารถบังเอิญมาทริปพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนเกาะแลจันทร์พอดิบพอดี ระยะเวลาผันผ่านเข้าสู่วันที่ 4 ทางทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงชาวบ้านต่างร่วมด้วยช่วยกันออกตามหาซุปตาร์นักร้องชื่อดังหลังได้รับการแจ้งข่าวจากเจ้าของร้านเช่าเจ็ทสกี ในเหตุการณ์ที่ ยาหยี รสสุคนธ์ โดนคลื่นซัดตกกลางทะเลจมหายไปกับกระแสน้ำขณะขับขี่เจ็ทสกีเที่ยววนรอบหาดแม้สภาพอากาศยังคงมืดครึ้มมีละอองฝนตกตลอดสัปดาห์ สำนักข่าวหลายแห่งยืนพูดรายงานข่าวป่าวประกาศแทบทุกช่องจนกลายเป็นข่าวแพร่สะพัดทั่วประเทศ บรรดาแฟนคลับ เซเลปดาราศิลปินวงการบันเทิง เหล่าอินฟูลฯ และบุคคลทั่วไปร่วมใจแห่กันแสดงความเห็น อวยพรขอให้เจอตัวของนักร้องหนุ่มในเร็ววันกระทั่ง #ตามหายาหยี ฮิตติดเทรนด์อันดับหนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ต ทางด้านผู้จัดการส่วนตัวสาวประเภทสองอย่างนาย เม็ดทราย ป
เสียงคลื่นน้ำสาดซัดกระเซ็นเรียกสติสัมปชัญญะชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนยาวนาน เสื้อผ้าอาภรณ์ยังคงคาชุดเดิมที่ขี่เจ็ทสกีไม่มีผิดเพี้ยน กลิ่นไอทะเลเตะเข้าจมูกคมสัน แสงแดดรำไรส่องแยงดวงตาแทบบอดทำเอายาหยีต้องขยี้ตาสองสามทีแล้วใช้แขนรีบพยุงตัวขึ้นมองดูทัศนียภาพโดยรอบ ตอนนี้เขากำลังนอนหลับบนเรือไม้ประมงพื้นบ้านผูกผ้าสามสีบริเวณหัวเรือหนทางข้างหน้ามีเพียงน้ำทะเลสีมรกตกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบอากาศสดชื่นแจ่มใสผิดจากเหตุการณ์มรสุมฝนฟ้าคะนองแบบที่เขาพึ่งพบเจอมาลิบลับ อ่าว แต่จำความล่าสุดเขาพึ่งโดนคลื่นพายุซัดร่างปลิวจมน้ำดิ่งก้นทะเลหาดแลจันทร์แล้วไม่ใช่หรือ ดูดิขนาดรองเท้าอีแตะยังเหลือหนีบคาตีนไว้แค่หนึ่งข้าง หรือเรื่องทุกอย่างมันแค่ความฝัน? หรือวิญญาณเขามันถูกวาร์ปมาที่โลกหลังความตาย?? “กูอยู่ที่ไหนวะเนี่ย…” ยาหยีสะลืมสะลือพูดบ่นพึมพำคนเดียวจนหางตาปะทะกับเงาตะคุ่มของหญิงสาวชุดไทยสีฟ้าอ่อนที่นั่งกอดอกจับไม้พายเท้าคางมองจ้องเขาเขม็ง ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเขยิบตัวถอยห่างพลางหันไปมองเรือนร่างนั่นให้ชัดเจน “นั่งกลางท้องเลกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ คงอยู่บ้านเอ็งกระมัง” น้ำเสียงเ
“อยากขี่หรอน้องหยี ตอนนี้เนี่ยนะ?” สาวชาวใต้เจ้าของร้านเช่าเจสกีผิวสีน้ำผึ้งนามว่า ‘พี่หมี’ อดีตแชมป์นักกีฬาแข่งเจสกีดีกรีแนวหน้าระดับประเทศที่แอบมาทำธุรกิจร้านเช่าเล็ก ๆ บนเกาะแลจันทร์เลิกคิ้วถามซุปตาร์ขวัญใจมวลชนขณะยืนกินไข่ปลาหมึกย่างด้วยอารมณ์สงสัย สภาพอากาศย่ำแย่ถึงขนาดไม่มีนักท่องเที่ยวกล้าลงเล่นน้ำสักคน แต่ชายผู้นี้ยังดั้นด้นยืนยันขอเล่นเจ็ทสกี ซึ่งฮีคือลูกค้าคนแรกและคนเดียวของวันนี้ด้วยซ้ำมั้ง “ใช่ครับพี่หมี ผมขี่วนเล่นรอบเกาะสักพักนึงได้เปล่า” “เอ่อ..พี่ขอไม่แนะนำดีกว่า สองสามวันที่ผ่านมานี้น้ำเลลดลงผิดปกติด้วย เมื่อวานก็มีปลามาเกยตื้นตายพี่กลัวอันตรายจะเกิดขึ้นกับเรา หน่วยประภาคารเฝ้าระวังภัยพิบัติก็ถูกตัดงบไปเยอะเหลือแต่ประภาคารทหารเรือไม่รู้จะแจ้งเตือนภัยตอนไหนเลยทำเพียงเฝ้าระวังไว้ก่อน” “อ่าวแล้วทำไงอ่ะพี่จ๋า เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมต้องเช็คเอาท์แล้วอ่าถ้าไม่เล่นผมต้องลงแดงตายแน่” “แต่ว่า-” “น้าาาาาาา ขอร้องเถอะน้าาา ฝนอุตส่าห์หยุดในรอบอาทิตย์ทั้งทีเอา งั้นงี้ไหมพี่ถ้าผมรู้สึกไม่ปลอดภัยผมจะรีบกลับเข้าฝั่งทันทีพร้อมโปรโมทร้านพี่ในไอจีฟรีด้วยอ่ะ” “ไม่เป็นไรพี่ห่วงความปลอดภ
สี่เดือนก่อนหน้า… เสียงปรบมือแห่เชียร์เซ็งแซ่ ชายหนุ่มผมสีชมพูอ่อนละม้ายคล้ายลูกกวาดอายุอานามย่าง25ปีในชุดสูทแบรนด์ดังควบคู่กับเครื่องประดับราคาเฉียดล้านเดินตระหง่านไหว้ขอบคุณบรรดาแขกผู้มีเกรียติในงานประกาศรางวัลหลังได้ยินชื่อตัวเองขานดังผ่านลำโพงโรงละคร แสงสปอตไลท์ฉายแผ่ลงมายังผู้ที่ได้รับถ้วยเกรียติยศภายใต้ชื่อรางวัลไอดอลนักร้องดาวรุ่งสุดฮอตแห่งปี ในงานประกาศรางวัลใจมวลชนซึ่งมาจากผลคะแนนโหวตจากแฟนคลับรวมถึงศักยภาพของศิลปินที่คณะกรรมการเห็นชอบแล้วว่าสมควรยกให้มาวาฬแห่งมายาดาวจรัสแสงดวงใหม่อย่าง ‘ยาหยี รสสุคนธ์ ศรีใจภักดิ์’ นักร้องเดี่ยวหน้ามนต์คนมากความสามารถ ทั้งงานเพลงงานแสดงล้วนเป็นที่จับตามองในวงการบันเทิงจนมีแฟนคลับคอยส่งกำลังใจซัพพอร์ตกันแบบอุ่นหนาฝาคั่ง ชายหนุ่มยกถ้วยรางวัลขึ้นเหนือหัวหัวใจปริ่มสุขมองภาพคนในโรงละครด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะเอาแรงฮึดเฮือกใหญ่จับแท่นไมค์ตรงหน้าเพื่อปรับให้เข้ากับรูปปากเพื่อเอ่ยความในใจ “สวัสดีครับ ผมยาหยี รสสุคนธ์ ต้องขอบคุณทุกคนมากเลยนะครับที่ทำให้ผมได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ ผมไม่ได้เตรียมใจคิดว่าจะได้เลยจริง ๆ จึงไม่ได้เตรียมคำพูดอะไร
งานคอนเสิร์ตจบลงด้วยความโกลาหล ผู้คนและเหล่าแฟนเพลงแตกตื่นวิ่งออกจากฮอลล์คอนเสิร์ตกันจ้าละหวั่นหลังรู้ข่าวว่ามีนักธุรกิจชื่อดังทายาทผู้นำตระกูลหมื่นล้านพ่วงแก็งเจ้าพ่อทรงอิทธิพลคนใหม่นอนหายใจรวยรินนั่งจมกองเลือดตรงบริเวณที่นั่งโซนแขกวีไอพีของศิลปินอย่างไม่ทราบสาเหตุ สื่อข่าวแพร่สะพัดกระจายไปทั่วหย่อมหญ้าภาพที่เหล่าแฟนคลับถ่ายมาได้คือภาพศิลปินชายเรือนผมสีชมพูกุหลาบทิ้งไมค์ลอยกระโดดวิ่งลงเวทีเพื่อดูอาการชายคนดังกล่าวด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตก่อนจะเอ่ยขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อปิดฉากงานแห่งความทรงจำของบรรดาแฟนเพลงแบบสวยงาม ทว่าจากความประทับใจในงานคอนเสิร์ตเดี่ยวสุดอลังการงานหนึ่งของประเทศไทยกลับกลายเป็นหัวข้อตั้งสงสัยชาวเน็ตพอคลิปวิดีโอนี้กำลังเผยแพร่ลงสู่โลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว ถึงทุกคนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรแต่ชาวเน็ตไทยก็ภาวนาขอให้คนที่ได้รับบาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย ชุดนักร้องประกายวิบวับเปรียบดั่งดวงดาราของศิลปินชายหน้าหวานเปรอะเลอะเลือดสีแดงสดของคนรักนอกวงการจนสภาพยับเยิน คนตัวเล็กน้ำตาไหลเป็นสายจับประสานมื







