Beranda / วาย / สุดขอบฟ้านับดาว / ตอนที่ 1 เราสองคนไม่รู้จักกันดีที่สุดแล้ว

Share

สุดขอบฟ้านับดาว
สุดขอบฟ้านับดาว
Penulis: Newpitcha

ตอนที่ 1 เราสองคนไม่รู้จักกันดีที่สุดแล้ว

Penulis: Newpitcha
last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-05 00:47:15

ตอนที่ 1 เราสองคนไม่รู้จักกันดีที่สุดแล้ว

บนโลกใบนี้ต่างมีสิ่งลึกลับที่ซับซ้อนให้เราออกค้นหาอีกมากมายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่นนั้นคุณเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือไม่ ถ้าหากคุณเชื่อคุณอาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนงมงายกับพลังงานที่ไม่มีอยู่จริงแต่ถ้าหากผมบอกว่าเป็นหนึ่งในพลังงานนั่นล่ะ คุณคิดเห็นเช่นไร?

“ไอ้นับดาว นับ ดาว!”

“ห๊ะ ว่าไง”

“เหม่ออะไรของดาวเนี่ย เลิกงานแล้ว ถึงเวลากลับบ้านๆ” และเป็นอีกเช่นเคยเสียงของเพื่อนสนิทของผมได้เรียกให้ออกจากความคิด

“วันศุกร์แล้วเว้ยย กลับกัน รถต้องติดมากแน่ๆ” หนึ่งหรือหนึ่งเดียวเพื่อนสนิทผม เราสองคนมีชีวิตที่คล้ายๆ กันจึงเป็นเพื่อนถึงทุกวันนี้

ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผมมีชื่อว่านับดาวหรือใครต่างก็เรียกสั้นๆ ว่าดาว แต่ชื่อนี้ผมไม่อยากให้ใครเรียกเลยจริงๆ เพราะเก็บเอาไว้ให้คนๆ หนึ่งที่ใจร้ายกับผมมากๆ เลย แต่ก็แปลกใจมากเลยล่ะครับเพราะผมก็รอให้เขากลับมาใจร้ายอีกครั้ง

ผมเคยมีความรักเราสองคนคบหากันมานานเกือบสามปีแต่แล้วเขาคนนั้นก็ได้หายจากผมไปแบบไร้ร่องรอย ไม่ว่าผมจะตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเลย และดูเหมือนครอบครัวของเขาคนนั้นก็ได้หายไปจากชีวิตผมจนน่าแปลกใจ นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วล่ะครับที่ไม่ได้เจอเขา และหวังว่าสักวันผมกับเขาจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ถ้าหากมีวันนั้นอยู่จริงผมอยากจะถามเขาสั้นๆ ว่าเขาหายไปไหน ทำไมถึงทิ้งผมไป?

“แล้วจะไปไหนต่อ?” คำถามจากหนึ่งทำให้ผมถอนหายใจออกมาอีกรอบ

“ไปมหาวิทยาลัยล่ะมั้ง คาเฟ่เปิดใหม่ ไปด้วยกันไหม?”

“ไปทำไมทุกวันอ่ะ ไม่เบื่อเหรอ หรือไปติดเด็กมหาวิทยาลัย!” ความคิดอกุศลก็มีแค่หนึ่งนี่แหละครับ คิดมาได้ยังไงว่าผมจะไปหาเด็ก

“บรรยากาศดีเฉยๆ หนึ่งไม่อยากกลับไปเป็นเด็กเหรอ วัยนั้นสนุกจะตาย” จริงๆ แล้วชีวิตวัยเรียนของผมไม่ได้สบายแบบเพื่อนรุ่นเดียวกันหรอกครับเพราะผมเป็นเด็กกำพร้าครอบครัวทิ้งผมไว้คนเดียวเพียงลำพังหน้าศูนย์รับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งในเมืองหลวง

“จะว่าไปมันก็ผ่านมาสองปีแล้วนี่นา ที่พวกเราเรียนจบมา” หนึ่งเดียวพูด

“อือ ฝนจะตกแล้วหนึ่งรีบกลับเถอะเดี๋ยวรถจะติดเอาเพราะต้องกลับบ้านไปหาพ่อแม่เย็นวันศุกร์ใช่ไหม?”

“เออว่ะ นั้นเราไปก่อนนะ ดาวก็อย่าตากฝนนะรู้ไหม” หนึ่งเดียวคว้ากระเป๋าพร้อมวิ่งหางจุกตูดออกไปแล้วล่ะครับ ทิ้งไว้เพียงผมที่นั่งเก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปคาเฟ่ในมหาวิทยาลัยใกล้ๆ บริษัท

Happy milk café

“Happy milk ยินดีต้อนรับค่ะ วันนี้รับโกโก้เย็นทานเช่นเดิมไหมคะ” เสียงพนักงานต้อนรับอย่างเป็นกันเองเมื่อเห็นนับดาวเดินเข้ามาในร้าน

“เหมือนเดิมครับ”

“ทั้งหมด 160 บาท รับใบเสร็จแล้วรอสักครู่นะคะ” เมื่อจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วนับดาวได้เดินไปยังจุดรอรับเครื่องดื่ม เย็นวันศุกร์กับท้องฟ้าที่เริ่มมืดเพราะเมฆฝนจึงทำให้ลูกค้าในร้านไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ถ้าเทียบกับวันที่อากาศสดใสกว่านี้

ในทุกๆ วันนับดาวมักจะเดินมาสั่งเครื่องดื่มแล้วก็ไปนั่งทานตรงเก้าอี้ภายในสวนของทางมหาวิทยาลัยที่เปิดให้นักศึกษาหรือบุคคลภายนอกมาพักผ่อนหย่อนใจ

“คิวที่ 105 ได้แล้วค่ะ” เสียงพนักงานเรียกทำให้นับดาวต้องหลุดจากความคิดอีกครั้งก่อนจะเดินไปรับเครื่องดื่มแล้วเดินไปยังสวนที่พูดถึง

“เห่ออ สบายใจจัง” ลมยามเย็นถึงแม้เมฆฝนกำลังจะเทลงมาแต่ไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กหวั่นใจเลยสักนิด พร้อมดูดโกโก้แสนอร่อยในมือ

“ไม่อยากกลับไปห้องเลย พระเจ้าครับอย่าฉี่รดลงมาได้ไหม ผมอยากนั่งตรงนี้ต่อ” นับดาวเงยหน้าขึ้นบนฟ้าพร้อมเอ่ยปากขอ

“ฮ่า ฮ่า แปลกจังนะคุณ ห้ามพระเจ้าฉี่ มีแต่เมฆฝนก่อตัวรวมกัน ฝนเลยตกต่างหากไม่มีหรอกพระเจ้าฉี่ลงมาน่ะ” เสียงบุคคลมาใหม่ทำให้นับดาวหันไปมองด้วยความไม่พอใจ

“อะไรของคุณอาจารย์เนี่ย มาขัดความสบายใจของผมทำไม”

“ไม่ไปหาที่หลบฝนเหรอ?”

“เรื่องของผมเถอะน่า แล้วไม่กลับบ้านเหรอครับคุณอาจารย์”

“ผมมีสอนภาคค่ำต่อ แล้วคุณล่ะ วันศุกร์แล้วทำไมไม่รีบกลับบ้านไปทำอย่างอื่น?”

“ไม่ ผมอยากมานั่งตรงนี้ สบายใจของผม คุณอาจารย์ยุ่งอะไรด้วยเนี่ย”

“ผมว่า ผมเคยบอกชื่อคุณไปแล้วนะ ทำไมถึงเรียกว่าคุณอาจารย์ล่ะ?” เป็นอีกครั้งที่อาจารย์ตรงหน้าถามด้วยความสงสัย

“ไม่เอาอ่ะ ก็คุณดูสุภาพเกินผมอยากเรียกอาจารย์นำหน้าดีกว่า”

“ดื้อ”

“…” ประโยคนี้สำหรับคนรักกันไม่ใช่เหรอ เหตุใดอาจารย์หนุ่มตรงหน้าถึงมาพูดกับนับดาวแบบนี้

“โทษที ใบหน้า คำพูดของคุณมันเหมาะกับคำนี้จริงๆ น่ะ”เมื่อเห็นอีกคนนิ่งเงียบไป อาจารย์หนุ่มก็รีบแก้ตัวด้วยความเขินอาย

“ผมโตแล้วนะ ไม่ได้เด็กแล้วที่จะมาดื้อ” ถ้าหากการปั้นปากขึ้นด้านบนด้วยความหงุดหงิดเป็นกีฬานับดาวคงได้รับเหรียญทองแล้วจริงๆ

“เราสองคนเจอกันตรงนี้แทบทุกวันเลย อีกอย่างผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยนะครับไม่คิดจะบอกผมหน่อยเหรอ” คนโตกว่าถามทุกครั้งที่เจอแต่อีกคนไม่ยอมบอกชื่อเล่นให้เขาฟังเลย

“อย่ารู้จักกันเลย ผมว่าเราสองคนเป็นคนแปลกหน้านี่แหละดีแล้ว”

“แล้วถ้าหากผมอยากรู้จักคุณล่ะ” เป็นอีกครั้งที่อาจารย์หนุ่มถามเพราะพวกเขาสองคนพบเจอกันตรงสวนหย่อมพักผ่อนแห่งนี้นานนับหลายสัปดาห์ แต่ก็ไม่ได้ทำความรู้จักกันจริงๆ เสียที

“อ้าว ไปไหนครับ?” อาจารย์หนุ่มรีบถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กกว่าสะพายกระเป๋าเตรียมเดินออกไป

“…..” นับดาวไม่ได้ตอบคำถามและรีบเดินออกมาจากเก้าอี้ในสวนหย่อมอย่างเร็วที่สุดโดยไม่หันกลับไปมองอาจารย์หนุ่มคนเดิมอีกเลย

“อะไรของเขานะ แต่ผมชื่อน่านฟ้านะครับ หวังว่าเราจะเจอกันอีกนะ” อาจารย์น่านฟ้าตะโกนชื่อตนเองตามหลังคนที่เดินจากไปถึงแม้ว่าจะไม่ได้ยินก็ตามได้แต่หวังว่าเราสองคนจะได้เจอกันอีกนะ

1 อาทิตย์ต่อมา

บริษัท xxx

วันศุกร์ 31/07/25xx

“ดาว มึง โดนอีกแล้วเหรอวะหัวหน้าคนดีของมึง” หนึ่งเดียวเดินเข้ามาที่โต๊ะทำงานของเพื่อนเมื่อได้ยินข่าวซุบซิบภายในออฟฟิศว่านับดาวโดนต่อว่าเรื่องงานในที่ประชุม

“อือ ชินแล้ว” เสียงถอนหายใจของผมดังขึ้นเป็นรอบที่สิบของวันก็ว่าได้ ตั้งแต่เปลี่ยนหัวหน้าคนใหม่ผมมีความรู้สึกว่าเขามีความอคติอะไรบางอย่างในตัวผมเลยครับ แต่ก็ปล่อยผ่านเพราะสุดท้ายต่างก็ต้องการให้งานออกมาดีที่สุดอยู่แล้วเรื่องจุกจิกเช่นนี้ผมไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว

“มึงจะทนได้ไหวเหรอวะ ความกดดันที่เขาสะสมให้มึงมันจะไม่ดีเอานะ”

“ไม่เป็นไรเลย แค่นี้กูสบายมาก”

“วันศุกร์แล้ว วันนี้ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน กูเลี้ยงมึงเอง” ผมรู้ว่าหนึ่งเดียวพยายามทำให้ผมไม่คิดมาก แต่ผมไม่อยากรบกวนมันหรอกครับเรื่องแค่นี้เอง ใครบ้างทำงานไม่เคยโดนหัวหน้าด่า ถ้าไม่มีเลยคนนั้นก็คงเป็นยอดมนุษย์แล้วล่ะ

“ไม่เป็นไรมึง เย็นนี้มีแผนแล้ว”ผมปฏิเสธเพื่อนไป เพราะวันนี้ร้านคาเฟ่ที่ผมไปประจำเขาจัดโปรโมชั่นพิเศษซึ่งผมตั้งใจจะไปหาซื้อเค้กมาตุนไว้ในช่วงวันหยุด

“คาเฟ่อีกละ มีอะไรให้มึงไปหนักหนาเนี่ย” หนึ่งเดียวมันบ่นผมอีกตามเคยที่ทุกวันศุกร์ไม่เคยไปไหนกับมัน

“เรื่องของกูนี่แหละ ทำงานๆ เดี๋ยวหัวหน้าก็มากินหัวอีกหรอก”ผมไล่ไอหนึ่งเดียวกลับไปที่โต๊ะทำงานเพราะมันทำงานคนละแผนกถ้าหากเดินมาคุยและนานเช่นนี้จะทำให้ดูไม่ดียิ่งช่วงนี้ผมโดนหัวหน้าเพ่งเล็งเป็นพิเศษด้วย

“นับดาว พี่ออมเรียก” รุ่นพี่ในแผนกเดินมาตามผมตามคำสั่งหัวหน้า

“ครับ” ผมตอบกลับพร้อมด้วยใบหน้าเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยอีกทั้งต้องเตรียมใจที่จะเผชิญความกดดัน และได้แต่ท่องในใจว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เลิกงานแล้วผมจะได้เป็นอิสระกลับไปพักผ่อนเสียที

“มาแล้วครับ” ผมเดินเข้ามาในห้องของหัวหน้าฝ่าย

“นับดาว งานที่พี่ให้ไป ทำถึงไหนแล้ว” หัวหน้าเอ่ยคำถามทันที

“ผมยังไม่เริ่มเลยครับ” ผมตอบ

“คุณทำงานแบบนี้ไง พี่ถึงต้องคอยด่าและต่อว่าคุณตลอด เมื่อไหร่คุณจะทำให้พี่สบายใจสักที”

“แต่พี่ออมเพิ่งสั่งผมเมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ ผมก็มีงานอื่นที่ต้องเคลียร์ไม่ได้มีงานนี้งานเดียว อีกอย่างมันมีเวลาอีก สองวันก่อนส่งเสนออีกรอบนะครับ” ผมตอบกลับไป

“นี่คุณ! กล้าเถียงหัวหน้าเหรอคะ นั้นพี่ขอสั่งให้ทำงานนี้ให้เสร็จภายในวันนี้ ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ต้องกลับบ้านค่ะ พี่จะเอาภายในวันนี้”

“ครับ” ดูเหมือนยิ่งเถียงงานก็ยิ่งเพิ่ม สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการพยักหน้ารับแล้วยอมรับชะตากรรมของตัวเองเท่านั้น

“ออกไปทำงานของคุณได้แล้วค่ะ” ผมเดินออกมาจากห้องทำงานก่อนจะเดินมามายังโต๊ะทำงานของตนเอง สายตานับหลายสิบคู่จ้องมองมาเพราะห้องของหัวหน้าไม่ได้เก็บเสียง ดังนั้นเหตุการณ์เมื่อครู่ทุกคนได้ยิน

2 ชั่วโมงผ่านไป

“นับดาว งานเสร็จยัง ไปกินข้าวเที่ยงกัน” หนึ่งเดียวเดินมาหาแล้วถาม

“มึงไปก่อนเลย งานกูยังไม่เสร็จว่ะ” ผมเร่งหาข้อมูลที่พี่ออมต้องการจึงไม่อยากพักเบรกในตอนนี้

“เออๆ กูจะไปสั่งข้าวมึงจะกินอะไร กูจะซื้อมาให้เลย”

“ข้าวผัดแล้วกันง่ายๆ ดี” หนึ่งเดียวพยักหน้ารับแล้วรีบเดินออกไปซื้อข้าวมื้อเที่ยงให้กับผมที่ทำงานไม่ยอมพัก

“นับดาว งานสรุปภาพรวมเดือนกรกฎาคม พี่ขอก่อนบ่ายสองนะคะ เพราะต้องเข้าประชุมด่วนกับผู้บริหาร” เสียงที่ไม่อยากได้ยินมากที่สุดคือพี่ออมที่เอาแต่สั่งงานแสนโหดให้แก่เขา

“ครับ” แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมตนเองเพราะเมื่อช่วงเช้าเผลอเถียงไปยกใหญ่ แต่ก็เอาเถอะขอแค่ผ่านวันนี้ไปก็พอเพราะต้องเริ่มใหม่ในทุกๆ วันอยู่แล้วเพราะฉะนั้นความเครียดในวันนี้ให้มันจบเพียงวันนี้ไม่ควรสะสมไปวันพรุ่งนี้

17.00 น.

“เสร็จสักที” ผมมองผลงานของตนในหน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมยิ้มอย่างภูมิใจที่อย่างน้อยๆ เขาก็ทำงานให้หัวหน้าเสร็จถึงแม้ว่าจะไม่ได้พักเที่ยงเลยก็ตาม ข้าวที่หนึ่งเดียวซื้อให้ตอนมื้อเที่ยงยังคงตั้งไว้อยู่ ที่เดิม

“กินสักหน่อยดีกว่า” ผมถือถุงกล่องข้าวก่อนจะเดินไปยังโรงอาหารของบริษัทเพื่อนั่งทานข้าวมื้อเที่ยงและเย็นในมื้อเดียวกัน

“ไอ้ดาว แอบอยู่นี่เอง มึงรู้ไหม พี่ออมตามหามึงไปทั่วเลย” หนึ่งเดียวเดินตามหาจนเจอที่โรงอาหารซึ่งกำลังนั่งทานข้าวอยู่

“คงเรียกให้แก้งาน แต่กูไม่แก้ละถึงเวลาเลิกงานแล้ว ไม่ทำโอทีฟรีด้วย วันจันทร์ค่อยว่ากัน” ผมถือว่าตอนนี้เป็นนอกเวลางานแล้วเพราะฉะนั้นจะไม่กลับไปแตะงานอีกเด็ดขาด

“เออๆ แต่เขาก็กลับไปแล้วล่ะ พอไม่เจอมึง” หนึ่งเดียวพูดต่อ

“อือ จะห้าโมงครึ่งยัง กูต้องไปหยิบคิวซื้อเค้ก”

“มึงนี่นะ ก่อนจะถามเวลา กินข้าวให้มันหมดก่อน” ผมรีบตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากก่อนจะเก็บกล่องโฟมใส่ข้าวไปทิ้งเพราะต้องรีบไปหยิบบัตรคิวซื้อขนมเค้ก

“ฝนจะตกอีกแล้วมึงเอาร่มไปด้วยไหม” หนึ่งเดียวตะโกนตามหลังเพื่อถาม ผมที่รีบก้าวเดินไปคาเฟ่ในมหาวิทยาลัยใกล้ๆ

“ไม่ๆๆๆ ไปแล้ว จะไม่ทันเอา” ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพราะกลัวไม่ทันและเมื่อมาถึงก็ต้องใจหายเพราะมีคนต่อคิวรอเยอะจนแอบท้อ เค้กที่ชอบทานจัดโปรโมชั่นและกลัวว่ามันจะหมดไปเสียก่อน

“หานี่อยู่เหรอ” เสียงทุ้มดังจากด้านหลังดังขึ้น ทำให้ ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนแววตาเป็นประกายเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือคนตรงหน้า

“นี่!! คุณอาจารย์ เหมาเค้กมาหมดเลยเหรอ”

“ใจเย็นๆๆ ผมซื้อมาเผื่อคนแถวนี้ ก็ห้าโมงผมไม่เจอคุณมายืนต่อแถวนี่นา ก็เลยซื้อเผื่อไว้ให้ แต่ก็ไม่คิดว่าคุณจะมาจริงๆ ผมดีใจนะที่ได้เจอคุณอีก”

“คุณอาจารย์รู้ได้ไงว่าผมชอบเค้กรสชาตินี้”

“ก็ผมเห็นคุณถือมันทุกวันตอนเย็น ใครไม่รู้สิแปลก” น่านฟ้าพูด

“เออคุณ กินเค้กทุกวันแบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ”

“ผมก็กินนิดหน่อยแล้วออกกำลังกายนะ” เพราะเค้กคือสิ่งโปรดปรานมากที่สุดเพราะฉะนั้นใครก็มาห้ามไม่ได้

“ฝนตกแล้วหาที่หลบฝนเถอะ”คนโตกว่าถือวิสาสะคว้าแขนเล็กของผมให้วิ่งไปหาที่หลบเพราะขืนตากฝนคงมีป่วยกันแน่นอน

“ตกหนักเลยแหะ” ผมลูบแขนของตนเองเบาๆ เพื่อไล่หยดน้ำฝนที่เกาะอยู่

“อ๊ะ ทำไรครับ” คนตัวเล็กกว่าถามเสียงหลงพร้อมมองเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่คลุมไหล่ของตนอยู่

“คุณจะหนาวเอา”

“ขอบคุณครับ” และทั้งสองคนก็เงียบไปไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกมามีเพียงสายฝนที่กำลังเทลงมา จนเวลาผ่านไปไม่มีวี่แววว่าฝนจะหยุดได้เลย

“น่านฟ้า ชื่อของผม” แต่แล้วน่านฟ้าก็ทนไม่ไหวจึงต้องชวนคุยเพราะบรรยากาศจะเงียบและชวนอึดอัดเกิน

“อายุเท่าไหร่เหรอครับ” เป็นครั้งแรกที่ ผมสัมผัสได้ว่าน่านฟ้ารู้สึกใจเต้นแรงเป็นพิเศษเพราะ ผมยอมปริปากพูดดีๆด้วยครั้งแรก

“32 ปี เป็นอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ แล้วคุณล่ะครับ”

“ทำไมถึงอยากเป็นอาจารย์เหรอครับ” แต่ผมไม่ตอบคำถามกลับกับกลายเป็นฝ่ายตั้งคำถามออกไป

“ความชอบล่ะมั้ง ผมชอบสอนหนังสือคนอื่น โตมาเลยเป็นอาจารย์”

“ดีแล้วล่ะครับ พ่อแม่คุณคงภูมิใจ ฝนหยุดตกแล้วผมต้องขอตัวก่อนขอบคุณสำหรับเค้กที่ซื้อให้นะครับ” ผมพูดพร้อมถอดเสื้อคลุมตัวหนาส่งคืนเจ้าของแล้วเตรียมเดินออกไป

“เดี๋ยวสิ ขี้โกงหนิ คุณถามแต่ผม แต่ผมไม่ได้คำตอบจากคุณเลย”

“นับดาว ผมชื่อนับดาวครับ แต่เราสองคนอย่ารู้จักกันเลย มันอาจจะมีเรื่องราวที่ทำให้พวกเราต้องเสียใจทั้งคู่ก็ได้ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น ขอตัวนะครับ”

TBC

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สุดขอบฟ้านับดาว   ตอนที่ 9 ความทรงจำย้อนคืน

    ตอนที่ 9 ความทรงจำย้อนคืนอากาศยามเช้าของวันใหม่ไม่ได้สดใสเหมือนอย่างที่เคยเป็น เนื่องจากสภาพฝนฟ้าอากาศที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยตั้งแต่เมื่อคืน ในช่วงเวลานี้หลายผู้คนต่างเร่งรีบออกไปทำงานหรืออยู่ระหว่างการเดินทางไปยังที่ทำงานแค่คิดก็เป็นสิ่งน่าเบื่อสำหรับมนุษย์เงินเดือน เช่นเดียวกับผมหลังจากตื่นนอนได้สักพักแล้วแต่ไม่ยอมลุกขึ้นจากเตียงนอนพร้อมใบหน้าหวานของผมกำลังมองน่านฟ้าที่กำลังหลับตาราวกับไม่อยากตื่นจากความฝัน ก้านนิ้วเรียวได้สัมผัสจมูกสวยและไต่ระดับไปจนถึงขนตาที่ถูกประดับด้วยเส้นขนเป็นแพหนาชวนมองอย่างละสายตาไม่ได้“……” ทำไมเราสองคนต้องอยู่ในสถานะแบบนี้ด้วยนะ ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ไม่สามารถบอกได้มันช่างอึดอัดจนแทบระเบิดออกมา ถ้าหากวันพรุ่งนี้ไม่สามารถอยู่เคียงข้างน่านฟ้าได้อีกแล้วผมต้องทำอย่างไร และน่านฟ้าจะอยู่ได้ไหมหากไม่มีเขา เวลาของเราสองคนในตอนนี้ช่างน้อยเหลือเกิน ความจริงแสนเจ็บปวดหากน่านฟ้ารับรู้ต่อจากนี้จะทำใจได้หรือเปล่าภายในใจของผมเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเหลือเกิน“ถ้าไม่มีดาวอยู่ ฟ้าจะคิดถึงกันบ้างไหม จะลืมเรื่องของเราสองคนหรือเปล่า” น้ำตาเม็ดใสได้ไหลอ

  • สุดขอบฟ้านับดาว   ตอนที่ 8 สัมผัสที่ไม่เคยลืม

    ตอนที่ 8 สัมผัสที่ไม่เคยลืมมหาวิทยาลัย“ยิ้มหน้าแป้นมาเชียวอาจารย์น่านฟ้าคร้าบบ” เสียงทุ้มของกรีนเอ่ยปากแซวเมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของเพื่อนสนิทในยามเช้าเช่นนี้คงเป็นเรื่องอื่นไม่ได้แน่นอนนอกจากเรื่องคนคุยที่เลื่อนขั้นเป็นคนรัก“อือ อารมณ์ดี” น่านฟ้าตอบกลับพร้อมเดินไปยังโต๊ะทำงานประจำก่อนจะเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเคลียร์งานที่ทำค้างไว้“นัดเจอบ้างดิอยากเห็นแฟนเพื่อนบ้าง”“อืม ไว้ว่างๆ กูก็คงพาไปรู้จักพ่อแม่ก่อน” น่านฟ้าพูด ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่เห็นโทรศัพท์ของนับดาวเลยเวลาที่อยู่ด้วยกัน“แต่น่าแปลกที่เขาไม่พกโทรศัพท์ติดตัวเลย” ทั้งที่นอนในห้องเดียวกันทั้งคืนแต่น่านฟ้าก็ไม่เจอโทรศัพท์ของนับดาวตื่นเช้ามาก็เจอเพียงกระดาษโน้ตแปะไว้ตรงหมอนถูกเขียนจากนับดาวด้วยข้อความสั้นๆ ว่ารีบออกไปทำงานไม่กล้าปลุกและไว้เจอกันตอนเย็นที่คอนโดเช่นเดิม“เขาคงไม่อยากสนใจแหละ เพราะอยากให้ความสำคัญกับมึงมากกว่า มีอะไรค่อยคุยนะมีสอนช่วงเก้าโมง” กรีนตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนจะขอตัวไปสอนนักศึกษาประจำวิชาของตน ปล่อยให้น่านฟ้านั่งขบคิดคำพูดของกรีนรวมถึงการกระทำของนับดาวเมื่ออยู่กับตนไม่ได้มีอะไรผิดปกติกลับกัน

  • สุดขอบฟ้านับดาว   ตอนที่ 7 เรื่องวุ่นวายพนักงานบริษัท

    ตอนที่ 7 เรื่องราววุ่นวายของพนักงานบริษัท “นับดาว! เธอทำแบบนั้นในที่ประชุมทำไม รู้ไหมว่ามันฉีกหน้าพี่ที่เป็นหัวหน้าเธอ” เสียงของพี่ออมหัวหน้าแผนกที่กำลังต่อว่าลูกน้องอย่างผมเนื่องจากการประชุมที่ผ่านมานั้นเธอไม่ได้เตรียมข้อมูลรายงานไปและให้นับดาวเตรียมเร่งด่วนจึงมีบางส่วนที่เธอต้องด้นสดเองแต่ข้อมูลไม่ตรง นับดาวอดไม่ได้ที่จะพูดช่วยแต่ไม่คิดว่าพี่ออมจะมองตีความหมายเป็นการฉีกหน้าเสียงั้น “ผมช่วยพี่ออมอยู่นะครับ บอสใหญ่เขาก็ไม่ได้พูดว่าอะไรสักหน่อย” หากการถอนหายใจของผมนับเป็นกีฬาคงได้เหรียญทองแล้วล่ะครับ เป็นอีกวันที่ผมเข้างานมาก็เบื่อหน่ายกับหัวหน้าแผนก ทั้งที่รู้ว่าวันจันทร์มีประชุมสรุปงานประจำสัปดาห์แต่เหตุใดหัวหน้าผมถึงไม่เตรียมรายงานข้อมูลหรือสั่งให้ผมทำไว้ตั้งแต่วันศุกร์ และมาสั่งหนึ่งชั่วโมงก่อนเข้าประชุมแบบนี้ผมสามารถร้องเรียนบอสใหญ่อีกทีได้ไหม “เธอเป็นลูกน้องฉัน เธอไม่มีสิทธิ์จะพูดแทนฉันในที่ประชุม จำเอา ไว้ด้วย” ตรรกะแบบหัวหน้าเช่นนี้อีกกี่สิบปีผมก็คงไม่มีวันเข้าใจหรอกครับ “ครับ เข้าใจแล้วครับ” ผมได้แต่ตอบกลับไปเพราะไม่ว่ายังไงเขาก็คือหัวหน้า ผมที่เป็นลูกน้องไม่มีสิทธิ์ถกเถียง

  • สุดขอบฟ้านับดาว   ตอนที่ 6 เดทแรกของเราสอง(?)

    ตอนที่ 6 เดทแรกของเราสอง (?) วันเสาร์ 09.00 “รีบไปไหนน่ะลูก” เสียงคุณแม่เอ่ยปากทักลูกชายที่ดูรีบร้อนคล้ายจะออกไปด้านนอก “พอดีมีนัดน่ะครับ วันนี้ผมกลับช้านะ” น่านฟ้าพูดพร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไปยังรถที่ถูกเตรียมเอาไว้โดยคนรับใช้พร้อมขับออกไป ปล่อยให้คุณพ่อและคุณแม่ยืนมองด้วยความงุนงง เช้าวันนี้คงเป็นวันที่สดใสมากกว่าที่ผ่านมาเพราะน่านฟ้าได้ไปตามนัดหมายคนสำคัญที่เฝ้ารอมานานนับเดือน กว่าจะมีวันนี้ได้เขาเองก็ทรมานไม่น้อย หลายคนอาจจะงงว่าทำไมน่านฟ้าไม่คิดจะตามหาคนรักเก่าและเลือกจะเชื่อคำพูดของแม่ น่านฟ้าเองก็อยากจะตามหาแต่ในเมื่อเขาเลือกจะทิ้งช่วงนอนป่วยติดเตียงเพื่อไปมีชีวิตที่สบายไม่ต้องมาดูแลเขาเหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้น่านฟ้าไม่หันกลับไปมองรักเก่า และอีกอย่างชีวิตในตอนนี้เขาได้พบเจอความรักอย่างนับดาวจึงคิดว่าควรอยู่กับปัจจุบันดีกว่า หากวันหนึ่งเขาบังเอิญได้พบเจอกับคนเก่าก็คงได้แต่แสดงความยินดีที่ไปมีชีวิตใหม่และก็ขอบคุณที่ทิ้งกันไป ทำให้เขาได้เจอความรักครั้งใหม่อย่าง นับดาว “รออยู่ตรงที่เดิมสินะ” น่านฟ้าสลัดความคิดในอดีตทิ้งก่อนจะพูดเบาๆ กับตนเองเมื่อเดินมาแล้วมาเจ

  • สุดขอบฟ้านับดาว   ตอนที่ 5 แฟนเก่าที่หายไปของนับดาว

    ตอนที่ 5 แฟนเก่าที่หายตัวไปของนับดาว วันศุกร์ 10:00 วันนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งวันที่แสนน่าเบื่อสำหรับคนทำงานเพราะอากาศที่ไม่เป็นใจสายฝนเทลงมาตั้งแต่เช้าตรู่จนตอนนี้ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดเลย น่านฟ้าต้องตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเขามีคลาสสอนนักศึกษา ด้วยสภาพแวดล้อมฝนตกหนักแบบนี้ทำให้นักเรียนของตนหลายคนมาสายหรือเลือกจะลาหยุด เขาเข้าใจดีเพราะสมัยเขายังเป็นเด็กก็เคยทำเช่นนั้นมาก่อน “วันนี้ฝนตกผมไม่เช็คชื่อก็แล้วกัน แต่รอบหน้าต้องเข้าเรียนให้ครบกันด้วยนะครับ” น่านฟ้าเริ่มสอนและนักเรียนกลับชอบวิชานี้เป็นอย่างมากเพราะบางครั้งการใช้จิตวิทยาในการสื่อสารย่อมเป็นผลดีและอีกทั้งการเดาใจมนุษย์เป็นสิ่งที่ท้าทายในความสามารถมากจริงๆ และมันก็ช่างแปลกเพราะน่านฟ้ามีทักษะการสื่อสารเป็นอย่างดีแต่ทำไมเวลาอยู่กับนับดาวถึงใช้ไม่ได้ผลกันนะ สงสัยเจอกันรอบหน้าต้องใช้หัวใจสื่อสารกันเสียแล้วแต่อีกคนจะยอมให้เขาเจอหรือเปล่านั่นก็อีกเรื่อง “อาจารย์คะ สไลด์สอนหมดแล้ว อาจารย์จะปล่อยเลยไหมคะ”นักศึกษาถาม “เหลือเวลาอีก 20 นาทีพวกคุณอยากรู้เรื่องไหนบ้างล่ะ หรือหิวข้าวอยากเลิกเร็ว?” “หิวข้าวครับ อาจารย์” และเสียงส่วนมากลงมติกันว่

  • สุดขอบฟ้านับดาว   ตอนที่ 4 แฟนเก่าที่ทิ้งไป

    ตอนที่ 4 แฟนเก่าที่ทิ้งไป เช้าวันต่อมา 8.30 น. เช้าวันนี้เป็นอีกวันที่แสนหนักหน่วงสำหรับนักศึกษาทุกคนเนื่องจากเป็นวันสอบปลายภาคก่อนจะปิดการศึกษา และน่านฟ้าต้องมาคุมสอบแต่ระหว่างทางที่เดินไปห้องสอบนั้นได้เจอกับลูกศิษย์ภาควิชาของตน “อาจารย์คะ ข้อสอบยากไหม”นักศึกษาคนหนึ่งเดินเข้ามาถามเพราะตอนนี้ยังคงเหลือเวลาก่อนจะเข้าห้องสอบ “ตามที่ผมสอนนอกจากพวกคุณหลับและแอบเล่นโทรศัพท์ในคาบผมจึงทำไม่ได้” “โหห จารย์ พวกผมนิสัยดีสุดแล้วคร้าบ” นักศึกษาผู้ชายอีกคน พูดขึ้น “อ้อ มึงๆ รู้หรือเปล่า รุ่นพี่ปี 4 คณะวิศวะ ที่มาเรียนกับพวกเราเขาเสียชีวิตแล้วนะ” เสียงนักศึกษาพูดกันทำให้น่านฟ้าสนใจเป็นอย่างมาก “คนไหนเหรอ” น่านฟ้าถาม “คนนั้นที่ชอบนั่งหลบมุมอ่ะค่ะอาจารย์ ที่เขามาเรียนได้สองคาบแล้วก็ถอนวิชานี้ไป” เพราะวิชาของน่านฟ้าเป็นวิชาทั่วไปสำหรับเก็บหน่วยกิตวิชาเสรีจึงมีนักศึกษาต่างคณะมาเรียนบ่อย “ครับ เข้าห้องสอบกันเถอะ ถึงเวลาแล้ว” น่านฟ้าพูด ก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปทำหน้าที่ของตนเองต่อและพยายามไม่คิดมากกับสิ่งที่ได้ยิน จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงนักศึกษาต่างก็ทยอยส่งข้อสอบเพราะหมดเวลาแล้ว อาจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status