ログイン"ยาเซียนกำราบพิษของท่านสามารถถอนพิษนี้ได้หรือไม่" คุณชายรองโม่เอ่ยถามด้วยสีหน้าวิตก
"ถอนได้ ทว่า..."
"ทว่าอะไรแม่นางหลิว"เหวินเต๋อถามละล่ำละลัก
"ทว่ามิสามารถถอนได้ทั้งหมด"
"ทำไมล่ะ" เหวินเต๋อและคุณชายรองโม่ถามพร้อมกันเสียงดัง
"ดอกเฟิ่งเซียนสีนิลนี้มิเพียงปลูกจากปุ๋ยพิษเพียงอย่างเดียวหากแต่เพิ่มพิษงูเก้าชนิดเข้าไปด้วย ข้าต้องขับพิษงูเก้าชนิดนี้ออกไปก่อน ถึงจะให้เขากินยาเซียนกำราบพิษได้”
“วางใจเถิด ข้ารักษาได้" หลิวฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านจอมยุทธ์เหวินท่านนำยาห่อนี้ไปให้สาวใช้ของข้า พวกนางรู้ว่าควรต้มอย่างไรให้ยานี้ขับพิษงูเก้าชนิดได้อย่างหมดจด"
"ข้าจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้" เหวินเต๋อรับคำก่อนจะรีบออกไป
หลิวฟางเซียนหันมาสนใจคนเจ็บต่อ นางฝังเข็มให้เขาเพื่อแยกพิษงูออกมากำจัดก่อน บาดแผลของท่านประมุขพรรคเป็นเพียงรอยถากของอาวุธมีดบินมิได้รุนแรงมากนัก เห็นได้ชัดว่าคนร้ายจงใจเพียงแค่ให้เขาได้รับพิษและตายอย่างทรมาณ มิได้ต้องการสังหารในคราวเดียวอย่างตรงไปตรงมา
เพียงครู่เดียวพิษงูเก้าชนิดก็แยกตัวออกจากพิษ เฟิ่งเซียนฮวาสีนิล พร้อมกันกับที่เหวินเต๋อยกถ้วยยามาพอดี หลิวฟางเซียนป้อนยาให้ท่านประมุขจนหมดถ้วย รอเวลาอยู่เกือบหนึ่งเค่อยาจึงเริ่มออกฤทธิ์ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ค่อยๆผุดพรายออกมาตามผิวหนัง เจ้าของร่างสูงโปร่งที่กำลังหลับตาพริ้มเริ่มตัวสั่นเทา พิษงูเก้าชนิดกำลังจะถูกขับออกมา หลิวฟางเซียนใช้ผ้าเช็ดหน้าของนางซับเหงื่อให้บุรุษที่ตัวเย็นเหยียบตรงหน้า
ในที่สุดคนเจ็บก็กระอักเลือดสีแดงเข้มเกือบดำออกมาอึกใหญ่ เหวินเต๋อและคุณชายรองโม่ทรุดลงที่ข้างเตียงอย่างตระหนก
"เจ้าทำอันใดพี่ข้า!" คุณชายรองโม่ตะคอกถามเสียงดัง
"พิษงูเก้าชนิดถูกขับออกมาหมดแล้ว"
หลิวฟางเซียนเอ่ยเสียงเรียบ มือเรียวหยิบขวดยาเล็กๆ ที่มียาเซียนกำราบพิษอยู่ออกมาจากถุงหอม นางเทยาออกมาหนึ่งเม็ดก่อนจะป้อนใส่ปากให้กับท่านประมุขที่นอนหลับตาพริ้มไม่ได้สติ "อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามพิษเฟิ่งเซียนฮวาจะถูกขจัดจนหมด ถึงยามนั้นประมุขของพวกท่านจึงจะฟื้น"
"ข้าจะวางใจได้อย่างไร หากครบตามเวลาที่เจ้าพี่ใหญ่ข้ายังไม่ฟื้นเล่า" คุณชายรองโม่ถามอีกครั้ง ทว่าน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเมื่อครู่อยู่หลายส่วน
"เช่นนั้นข้าจะอยู่ต่ออีกหนึ่งชั่วยาม หากท่านประมุขไม่ฟื้นข้าจะไม่รับเงินค่ายาเซียนกำราบพิษ"หลิวฟางเซียนต่อรอง
"ได้ หากพี่ข้าฟื้น ข้าจะมอบเงินเพิ่มให้เจ้าอีกสิบเท่า ตกลงไหม?" คุณชายผู้เอาแต่ใจกล่าวอย่างท้าทาย
"คุณชายรองเหตุใดจึงไปท้าทายนางเช่นนั้นเล่าขอรับ ยานั่นราคาเม็ดละหนึ่งพันตำลึง สิบเท่าก็...นะ...หนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะขอรับ" เหวินเต๋อกระซิบเตือนผู้เป็นนายละล่ำละลัก
"หมื่นตำลึงก็หมื่นตำลึงสิ ตระกูลโม่มิได้ขาดเงินเสียหน่อย ขอเพียงท่านพี่ข้าปลอดภัย เท่าไหร่ข้าก็จ่าย" คุณชายรองโม่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก
เดิมทีหากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับชาวบ้านธรรมดาหาเช้ากินค่ำ หลิวฟางเซียนคงไม่คิดที่จะเรียกเก็บเงินเช่นนี้ หากแต่พรรคพยัคฆ์เหมันต์ช่างโอ่อ่า จะให้นางมอบยาที่ทำจากสมุนไพรหายากราคาแพงกับพวกเขาเปล่าๆ เห็นทีจะไม่เหมาะนัก ในเมื่อเขาอยากจ่ายให้นางหมื่นตำลึงตามคำที่กล่าวออกไปแล้วนางก็จะรับไว้ อย่างไรเสียกำไรจากการค้าครั้งนี้ยังสามารถจ่ายค่าสมุนไพรให้นางได้นำไปช่วยคนอีกเยอะทีเดียว
คิดได้ดังนั้นองครักษ์หนุ่มจึงลอบเข้ามาในหอสูงตระหง่านแห่งนี้สวรรค์เถิด! มีห้องหับมากมายเพียงนี้เขาจะเริ่มหาจากห้องใดดีเล่า เหวินเต๋อได้แต่บ่นอยู่ในใจ ยังดีที่พระชายารอบคอบ นำรูปภาพกล้วยไม้ราตรีมาให้เขากับเจ้าพวกนั้นดู ทั้งยังอธิบายรูปลักษณ์และเปรียบเทียบให้ฟังว่าดอกกล้วยไม้งามแต่อันตรายนี้มีกลิ่นฉุนรัญจวนคล้ายกล้วยไม้ป่าจากทางใต้ที่ส่งคนไปหามาคราก่อน อย่างน้อยๆ ก็ตามกลิ่นเอาก็แล้วกันหาอยู่นานนับชั่วยามก็ยังไม่พบเบาะแสอันใด องครักษ์หนุ่มแง้มเปิดดูทุกห้องที่เขาเดินผ่าน ทว่ากลับพบเพียงความว่าเปล่าหอแห่งนี้เงียบเสียจนผิดปกติ เหวินเต๋อจึงเพิ่มความระวังมากขึ้น ในที่สุดเขาก็พอจะนึกบางอย่างได้ พระชายาบอกว่าดอกกล้วยไม้ราตรีนี้จะเติบโตได้ดีในที่ที่อากาศเย็น เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากที่ค่อยๆ สำรวจห้องด้านล่างขึ้นไปด้านบน เป็นหาห้องใต้ดินแทนจนในที่สุดเขาก็พบห้องหนึ่งที่เริ่มจะพอเข้าเค้า เมื่อเปิดประตูห้องนั้นเข้าไปเขาพบว่าอากาศภายในนั้นเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในฤดูเหมันต์ เหวินเต๋อที่นับตัวเองเป็นสหายของความเย็นหาได้รู้สึกอื่นใดนอกจากชินชาไม่ หากเป็นคนธรรมดาอยู่ในห้องนี้ไม่เกินสองเค่อคงแข็งตายอย
"ไม่ง่ายดายปานนั้น" หลิวฟางเซียนส่ายหน้า "สตรีที่วางยาพิษเป็นคนของหอพิษพิฆาต พวกนางทำยาพิษแต่ไม่ทำยาถอนพิษ และพิษสามราตรีนี้มีส่วนผสมของดอกกล้วยไม้ราตรี ที่มีเพียงเจ้าหอพิษพิฆาตเท่านั้นที่ปลูกได้""เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเล่า" ลั่วจิ่นไห่ถามอย่างร้อนใจ"ขอเวลาให้ข้าปรุงยาสักหน่อย ไม่เกินสองสามวันข้าจะต้องปรุงยาถอนพิษให้ได้" หลิวฟางเซียนให้คำมั่น ก่อนจะลุกเดินไปยังโต๊ะทำงานของอ๋องหนุ่มและหยิบพู่กันขึ้นมาตวัดเขียนลงบนกระดาษ "เหวินเต๋อเจ้าส่งคนไปที่หุบเขาไป๋ซาน นำป้ายหยกนี้ไปแสดงแก่เจ้าสำนัก และขอให้เขาจัดสมุนไพรหายากตามเทียบยานี้ให้ข้า ส่งคนอีกกลุ่มลอบแฝงตัวไปที่หอพิษพิฆาต และชิงกล้วยไม้ราตรีกลับมา ยาถอนพิษของข้าจะเสร็จช้าหรือเร็วล้วนอยู่ที่พวกเจ้าแล้ว""พ่ะย่ะค่ะ" เหวินเต๋อรับคำ ก่อนจะทะยานออกนอกหน้าต่างไปทำตามที่นายหญิงสั่งการ"เช่นนั้นข้าจะกลับไปที่ค่ายหยางเจี้ยน และไม่เคลื่อนไหวอันใดจนกว่าพระชายาจะให้คนไปส่งข่าว" ลั่วจินไห่บอกหญิงสาว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอน ปล่อยให้นางอยู่กับสหายของเขาเพียงลำพัง"ท่านนี่ชอบทดลองยาจริงๆ นะเจ้าคะ ไม่ถึงปีก็ลองไปสามสิบกว่าชนิดแล้ว กลัวเซียนเอ๋อร์มิได้
ด้านนางกำนัลที่ไปรายงานซุนกงกงนั้นกลับมาที่หน้าห้องเดิมอีกครั้ง นางรออยู่หน้าห้องจนได้ยินเสียงคนในห้องฟื้นและสูดดมธูปกำหนัดที่ใส่เอาไว้ในกำยานออกฤทธิ์จึงแสร้งกรีดร้องเสียงดังหลิวฟางเซียนกับเก่อซีที่ได้ยินดังนั้น ก็อาศัยตอนช่วงชุลมุนแทรกกายไปรวมกลุ่มกับลั่วชิงลี่และอาจูอาจิ้น"เจ้าหายไปไหนมา" สหายรักของนางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล หญิงสาวจึงระบายยิ้มบางๆ ตอบออกไป"ข้าเห็นว่าเสี่ยวซีไปเอายาให้ข้าที่รถม้านานแล้วยังไม่กลับมาจึงไปตามนาง วังหลวงกว้างใหญ่หากนางเดินหลงไปสถานที่ต้องห้ามขึ้นมาคงแย่เป็นแน่"ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ดูคนพวกนั้นเถิด กะอีแค่ตะขาบหายเข้าไปในห้องนั้น ใยจะต้องกรูกันเข้าไปดูด้วย" หลิวฟางเซียนเพียงยิ้มรับพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของสหาย พลางรอเวลาให้คนพวกนั้นออกมากล่าวถ้อยคำให้ร้ายนางทั้งวางยานอนหลับนาง ใช้ดอกไม้พิษที่ทำให้คนหมดสติเมื่อสัมผัสมาล่อลวงนาง ไหนจะธูปกำหนัดที่หมายจะให้นางเสื่อมเสียพินาศย่อยยับ ช่างเป็นวิธีของสตรีตื้นเขินโดยแท้ครั้งนี้ฮองเฮากับซูเฟยหรงคิดจะทำให้นางรู้สึกเหมือนอยู่มิสู้ตาย หากไม่ตอบแทนพวกนางบ้างคงจะดูไร้น้ำใจเกินไป รอดูต่อไปเถิด อีกไม่เกินเจ
"หม่อมฉันขออภัยเพคะ ๆ" นางก้มลงโขกศีรษะกับพื้นจนหน้าผากแดงช้ำ ก่อนเอ่ยตอบเสียงสั่นตามที่ได้ตระเตรียมกับซุนกงกงมา "ข้าน้อยเห็นตะขาบนับสิบตัววิ่งเข้าไปในตำหนักเจ้าค่ะ ตกใจจึงได้กรีดร้องออกมา" "ตะขาบงั้นรึ ซุนกงกงเข้าไปดูที" ฮองเฮาบอกขันทีคนสนิทด้วยสีหน้ากังวลอย่างเป็นธรรมชาติซุนกงกงเข้าไปได้เพียงชั่วอึดใจก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมา ซูเฟยหรงจึงแสร้งเอ่ยถาม "เจอตะขาบจริงๆ หรือ""ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม..." ซุนกงกงอึกอักฮองเฮาที่ทนรอคำตอบไม่ไหวจูงมือซูเฟยหรงเข้าไปดูด้วยพระองค์เอง เพียงครู่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากด้านใน จนเหล่าสตรีชนชั้นสูงบางคนตามเข้าไปดูบ้างภาพบัดสีของบุรุษและสตรีที่กำลังร่วมรักกัน ส่งผลให้ผู้ที่พบเห็นกรีดร้องตกใจและถอยกรูดออกมา"เป็นองค์ชายแปดกับสตรีนางหนึ่ง" ฮูหยินจวนโหวที่เห็นหน้าบุรุษอย่างชัดเจนเอ่ยขึ้นมา ทำให้หยางเต๋อเฟยที่ยืนสงบใจรออยู่ด้านนอกเผลอตวาดลั่นอย่างลืมรักษากิริยา"เจ้ากล่าวเหลวไหลอันใด!""หม่อมฉันเห็นเช่นนั้นจริงๆ เพคะ" นางตอบ"มีผู้ใดเห็นพระชายาหลิวบ้าง ข้าไม่เห็นนางตั้งแต่ตอนอยู่ที่อุทยานแล้ว สตรีนางนั้นมิใช่ว่า" ซูเฟยหรงที่อดใจรอความสำเร็จไม่ไหวเอ่
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงขันทีประกาศว่าฮองเฮาและพระสนมเสด็จมาพร้อมแล้ว งานเลี้ยงเริ่มขึ้นอย่างคึกคัก ฮองเฮาพูดเปิดงานพอเป็นพิธีก็เรียกคณะนางรำมารำถวาย พร้อมกับอาหารที่ทยอยนำขึ้นมารับรอง เมื่อตรวจดูว่าอาหารที่นางกำนัลยกมาปลอดภัยสำหรับนาง หญิงสาวจึงตักขึ้นมาทานอย่างละเล็กละน้อยพอเป็นพิธี จนการแสดงจบลง ฮองเฮาถึงได้เอ่ยอนุญาตให้บรรดาสตรีชนชั้นสูงท้้งหลาย เดินชมบุปผาในอุทยานได้ตามใจชอบลั่วชิงลี่เป็นคนแรกๆ ที่ลุกขึ้นหลังจากได้ยินว่าฮองเฮาทรงอนุญาต นางยื่นมือมาดึงให้หลิวฟางเซียนลุกไปพร้อมกันฮองเฮากับซูเฟยหรงมิได้มีท่าทีสนใจนาง ดูปกติเสียจนรู้สึกได้ว่ามีอันใดที่ไม่ปกติ หลิวกุ้ยเฟยท่านอาของนางก็คงรู้สึกได้เช่นกัน จึงได้เดินตรงมาหาหลานสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"ถวายพระพรเพคะ" หลิวฟางเซียนกับลั่วชิงลี่ยอบกายและเอ่ยพร้อมกัน"ไม่ต้องมากพิธี" พระนางบอกคนทั้งสอง ก่อนเอื้อมมือเรียวอ่อนเยาว์มาจับมือหลานสาวเอาไว้จับจูงกันไปชมบุปผา อย่างสบายใจทว่าผ่านไปเพียงครู่เดียวฮองเฮาก็ส่งซุนกงกงมาเชิญหลิวกุ้ยเฟยให้ไปชมบุปผากับพระนาง สองอาหลานสบสายตากันอย่างมีความหมาย หลิวกุ้ยเฟยบีบมือหลานสาวเบาๆ
"เก่อซี" สิ้นเสียงของหลิวฟางเซียนพลันมีเงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามา ก่อนจะปรากฏเป็นร่างสูงกำยำขององครักษ์เงาที่โม่เสวี่ยหยางมอบให้ "ข้ามีงานให้เจ้าทำ""นายหญิงโปรดสั่งมาขอรับ" เก่อซีรับคำอย่างแข็งขัน นางเพิ่งสังเกตว่าองครักษ์ผู้นี้เปลี่ยนสรรพนามเรียกนางจากพระชายาเป็นนายหญิง เดาว่าเขาคงพอจะรู้ตัวตนของนายท่านตัวเองออกแล้วกระมัง หากแต่ยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปิดหูปิดตา ด้วยเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสอดมือมายุ่งได้หลิวฟางเซียนยิ้มบาง ก่อนตอบเสียงนุ่ม "ได้ยินจากเหวินเต๋อว่าเจ้าเก่งกาจนักเรื่องปลอมตัว ข้าอยากให้เจ้าปลอมตัวเป็นนางกำนัลของข้า ติดตามข้าเข้าวังพรุ่งนี้""ปลอมเป็นสตรีหรือขอรับ" เก่อซีถามย้ำ"ใช่ ทำได้หรือไม่เล่า ในวังมีองครักษ์ของคนหลายกลุ่ม พวกเขาคงต้องตรวจสอบข้าเป็นแน่ หากเจ้าตามข้าไปในฐานะบุรุษ ย่อมต้องพบเจอปัญหา""เก่อซีทราบแล้วขอรับ นายหญิงโปรดวางใจ เก่อซีจะปกป้องท่านจนตัวตาย" องครักษ์หนุ่มบอกอย่างฮึกเหิม หลิวฟางเซียนรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ทุกคำของเขาล้วนมาจากใจจริง "ดีมาก หากครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น ข้าจะเลี้ยงอาหารพวกเจ้ามื้อใหญ่" หญิงสาวบอกกับคนทั้งสามอย่างอารมณ์ดี







