LOGINหลิวฟางเซียนนั่งรถม้าตามชายผู้นั้นไป ในใจคิดเพียงอยากช่วยบรรเทารักษาคนเจ็บ แม้เดิมทีอาจูอาจิ้นจะทักท้วงก็ตาม สาวใช้ของนางคงพอเดาออกว่าคนเจ็บคือใคร หลิวฟางเซียนเองก็พอเดาออกเช่นกัน ชายชุดดำผู้นั้นแขวนป้ายพกของพรรคพยัคฆ์เหมันต์ พรรคมารที่มีชื่อเสียง แม้แต่ฮ่องเต้และราชสำนักยังต้องเกรงใจอยู่หลายส่วน ว่ากันว่าประมุขพรรคเป็นบุรุษที่ดุดันและน่ากลัว ทั้งยังมีวิชามารที่สามารถเอาชนะคนเป็นหมื่นในคราเดียวได้
ทว่าแล้วอย่างไรล่ะ ในเมื่อนางเห็นคนเจ็บอยู่ตรงหน้า จะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเลยคงมิได้ อย่างไรนางก็มียาที่ชายผู้นั้นตามหา
คฤหาสน์ไป๋หู พรรคพยัคฆ์เหมันต์
ชายชุดดำที่ภายหลังหลิวฟางเซียนได้รู้ว่าเขาชื่อเหวินเต๋อ เป็นคนสนิทของประมุขพรรคพยัคฆ์เหมันต์ เขาพานางเข้ามาในอาณาบริเวณของพรรคพยัคฆ์เหมันต์ ที่นี่ใหญ่กว่าจวนราชครูของบิดานางถึงสิบเท่าเห็นจะได้
มีเวรยามตรวจตราทุกที่อย่างเข้มงวด กำแพงสูงเกือบสามจั้งนั่นคงต้องเป็นผู้มีวรยุทธ์สูงส่งถึงจะลอบเข้ามาได้ ดูๆ แล้วท่านประมุขของพรรคคงมีศัตรูไม่น้อยเลยทีเดียว
คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านในสุดของอาณาบริเวณ ที่นี่คงจะเป็นเรือนใหญ่ของท่านประมุขพรรค เหวินเต๋อเดินนำนางเข้ามาเงียบๆ แม้ว่าที่นี่จะมีผู้คนอยู่จำนวนไม่น้อย ทว่ากลับเงียบสงบไร้เสียงพูดคุย บ่าวรับใช้ในเรือนล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษ ตลอดทางที่เดินเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังนี้หลิวฟางเซียนและสาวใช้ทั้งสองที่ติดตามมาถูกมองด้วยสายตาแปลกหลาด
เหวินเต๋อเดินนำหลิวฟางเซียนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งก่อนหันมาบอกกับร่างระหงด้านหลัง "แม่นางหลิว ที่นี่ให้ท่านเข้าไปได้เพียงผู้เดียว ท่านประมุขไม่ชอบให้สตรีเข้าไปยุ่มย่ามในห้องนอน สาวใช้ของท่านให้รอด้านนอกเถิด"
อาจิ้นที่กำลังจะอ้าปากเถียงถูกผู้เป็นนายรั้งเอาไว้และส่ายหน้าห้ามปรามเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเหวินเต๋อไปในห้อง ทิ้งให้พวกนางรออยู่ด้านนอก
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในฤดูเหมันต์ บนเตียงกว้างมีบุรุษรูปร่างสูงโปร่งกำยำนอนหลับตาพริ้มอยู่ ข้างเตียงมีชายรูปร่างสูงและมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับคนเจ็บยืนอยู่ ชายผู้นั้นหันหน้ามาสบตากับหลิวฟางเซียนแล้วทำหน้าราวกับเห็นผี
"เหวินเต๋อข้าให้เจ้าไปหายาถอนพิษมาให้ท่านพี่ เหตุใดจึงพาสตรีที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามา"
"คุณชายรองโม่อย่าเพิ่งโมโหขอรับ แม่นางผู้นี้เป็นหมอ นางมียาเซียนกำราบพิษ ทว่านางขอมาดูพิษที่ท่านประมุขได้รับก่อน จึงจะยอมให้ยาขอรับ"เหวินเต๋ออธิบายเสียงสั่น
"เซียนกำราบพิษ แม้จะถอนพิษได้นับหมื่นชนิดทว่ากับบางพิษก็มิสามารถถอนได้จนหมดหรือมีฤทธิ์กดข่มกัน ให้ข้าตรวจท่านประมุขของพวกท่านก่อนเถิดว่าได้รับพิษใดกันแน่" หลิวฟางเซียนกล่าวเสียงนุ่ม
"เอาล่ะๆ เช่นนั้นก็ได้" คุณชายรองโม่รับคำอย่างเสียมิได้
หลิวฟางเซียนละความสนใจจากเหวินเต๋อและคุณชายรองโม่
เดินตรงไปยังบุรุษใบหน้าคมคายที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ท่านประมุขยามมิได้สติไม่ได้ดูน่ากลัวดุดันอย่างคำเล่าลือ หลิวฟางเซียนหยิบห่อเข็มที่พกไว้ออกมาจากแขนเสื้อและวางตรงหัวเตียง มือเรียวเอื้อมมาจับจุดชีพจรและสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ข้อมือมีสีดำเข้มผิดปกติก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่ง
"พิษเฟิ่งเซียนฮวาสีนิล" ดรุณีน้อยพึมพำ
คิดได้ดังนั้นองครักษ์หนุ่มจึงลอบเข้ามาในหอสูงตระหง่านแห่งนี้สวรรค์เถิด! มีห้องหับมากมายเพียงนี้เขาจะเริ่มหาจากห้องใดดีเล่า เหวินเต๋อได้แต่บ่นอยู่ในใจ ยังดีที่พระชายารอบคอบ นำรูปภาพกล้วยไม้ราตรีมาให้เขากับเจ้าพวกนั้นดู ทั้งยังอธิบายรูปลักษณ์และเปรียบเทียบให้ฟังว่าดอกกล้วยไม้งามแต่อันตรายนี้มีกลิ่นฉุนรัญจวนคล้ายกล้วยไม้ป่าจากทางใต้ที่ส่งคนไปหามาคราก่อน อย่างน้อยๆ ก็ตามกลิ่นเอาก็แล้วกันหาอยู่นานนับชั่วยามก็ยังไม่พบเบาะแสอันใด องครักษ์หนุ่มแง้มเปิดดูทุกห้องที่เขาเดินผ่าน ทว่ากลับพบเพียงความว่าเปล่าหอแห่งนี้เงียบเสียจนผิดปกติ เหวินเต๋อจึงเพิ่มความระวังมากขึ้น ในที่สุดเขาก็พอจะนึกบางอย่างได้ พระชายาบอกว่าดอกกล้วยไม้ราตรีนี้จะเติบโตได้ดีในที่ที่อากาศเย็น เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากที่ค่อยๆ สำรวจห้องด้านล่างขึ้นไปด้านบน เป็นหาห้องใต้ดินแทนจนในที่สุดเขาก็พบห้องหนึ่งที่เริ่มจะพอเข้าเค้า เมื่อเปิดประตูห้องนั้นเข้าไปเขาพบว่าอากาศภายในนั้นเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในฤดูเหมันต์ เหวินเต๋อที่นับตัวเองเป็นสหายของความเย็นหาได้รู้สึกอื่นใดนอกจากชินชาไม่ หากเป็นคนธรรมดาอยู่ในห้องนี้ไม่เกินสองเค่อคงแข็งตายอย
"ไม่ง่ายดายปานนั้น" หลิวฟางเซียนส่ายหน้า "สตรีที่วางยาพิษเป็นคนของหอพิษพิฆาต พวกนางทำยาพิษแต่ไม่ทำยาถอนพิษ และพิษสามราตรีนี้มีส่วนผสมของดอกกล้วยไม้ราตรี ที่มีเพียงเจ้าหอพิษพิฆาตเท่านั้นที่ปลูกได้""เช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเล่า" ลั่วจิ่นไห่ถามอย่างร้อนใจ"ขอเวลาให้ข้าปรุงยาสักหน่อย ไม่เกินสองสามวันข้าจะต้องปรุงยาถอนพิษให้ได้" หลิวฟางเซียนให้คำมั่น ก่อนจะลุกเดินไปยังโต๊ะทำงานของอ๋องหนุ่มและหยิบพู่กันขึ้นมาตวัดเขียนลงบนกระดาษ "เหวินเต๋อเจ้าส่งคนไปที่หุบเขาไป๋ซาน นำป้ายหยกนี้ไปแสดงแก่เจ้าสำนัก และขอให้เขาจัดสมุนไพรหายากตามเทียบยานี้ให้ข้า ส่งคนอีกกลุ่มลอบแฝงตัวไปที่หอพิษพิฆาต และชิงกล้วยไม้ราตรีกลับมา ยาถอนพิษของข้าจะเสร็จช้าหรือเร็วล้วนอยู่ที่พวกเจ้าแล้ว""พ่ะย่ะค่ะ" เหวินเต๋อรับคำ ก่อนจะทะยานออกนอกหน้าต่างไปทำตามที่นายหญิงสั่งการ"เช่นนั้นข้าจะกลับไปที่ค่ายหยางเจี้ยน และไม่เคลื่อนไหวอันใดจนกว่าพระชายาจะให้คนไปส่งข่าว" ลั่วจินไห่บอกหญิงสาว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอน ปล่อยให้นางอยู่กับสหายของเขาเพียงลำพัง"ท่านนี่ชอบทดลองยาจริงๆ นะเจ้าคะ ไม่ถึงปีก็ลองไปสามสิบกว่าชนิดแล้ว กลัวเซียนเอ๋อร์มิได้
ด้านนางกำนัลที่ไปรายงานซุนกงกงนั้นกลับมาที่หน้าห้องเดิมอีกครั้ง นางรออยู่หน้าห้องจนได้ยินเสียงคนในห้องฟื้นและสูดดมธูปกำหนัดที่ใส่เอาไว้ในกำยานออกฤทธิ์จึงแสร้งกรีดร้องเสียงดังหลิวฟางเซียนกับเก่อซีที่ได้ยินดังนั้น ก็อาศัยตอนช่วงชุลมุนแทรกกายไปรวมกลุ่มกับลั่วชิงลี่และอาจูอาจิ้น"เจ้าหายไปไหนมา" สหายรักของนางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล หญิงสาวจึงระบายยิ้มบางๆ ตอบออกไป"ข้าเห็นว่าเสี่ยวซีไปเอายาให้ข้าที่รถม้านานแล้วยังไม่กลับมาจึงไปตามนาง วังหลวงกว้างใหญ่หากนางเดินหลงไปสถานที่ต้องห้ามขึ้นมาคงแย่เป็นแน่"ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ดูคนพวกนั้นเถิด กะอีแค่ตะขาบหายเข้าไปในห้องนั้น ใยจะต้องกรูกันเข้าไปดูด้วย" หลิวฟางเซียนเพียงยิ้มรับพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของสหาย พลางรอเวลาให้คนพวกนั้นออกมากล่าวถ้อยคำให้ร้ายนางทั้งวางยานอนหลับนาง ใช้ดอกไม้พิษที่ทำให้คนหมดสติเมื่อสัมผัสมาล่อลวงนาง ไหนจะธูปกำหนัดที่หมายจะให้นางเสื่อมเสียพินาศย่อยยับ ช่างเป็นวิธีของสตรีตื้นเขินโดยแท้ครั้งนี้ฮองเฮากับซูเฟยหรงคิดจะทำให้นางรู้สึกเหมือนอยู่มิสู้ตาย หากไม่ตอบแทนพวกนางบ้างคงจะดูไร้น้ำใจเกินไป รอดูต่อไปเถิด อีกไม่เกินเจ
"หม่อมฉันขออภัยเพคะ ๆ" นางก้มลงโขกศีรษะกับพื้นจนหน้าผากแดงช้ำ ก่อนเอ่ยตอบเสียงสั่นตามที่ได้ตระเตรียมกับซุนกงกงมา "ข้าน้อยเห็นตะขาบนับสิบตัววิ่งเข้าไปในตำหนักเจ้าค่ะ ตกใจจึงได้กรีดร้องออกมา" "ตะขาบงั้นรึ ซุนกงกงเข้าไปดูที" ฮองเฮาบอกขันทีคนสนิทด้วยสีหน้ากังวลอย่างเป็นธรรมชาติซุนกงกงเข้าไปได้เพียงชั่วอึดใจก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมา ซูเฟยหรงจึงแสร้งเอ่ยถาม "เจอตะขาบจริงๆ หรือ""ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม..." ซุนกงกงอึกอักฮองเฮาที่ทนรอคำตอบไม่ไหวจูงมือซูเฟยหรงเข้าไปดูด้วยพระองค์เอง เพียงครู่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากด้านใน จนเหล่าสตรีชนชั้นสูงบางคนตามเข้าไปดูบ้างภาพบัดสีของบุรุษและสตรีที่กำลังร่วมรักกัน ส่งผลให้ผู้ที่พบเห็นกรีดร้องตกใจและถอยกรูดออกมา"เป็นองค์ชายแปดกับสตรีนางหนึ่ง" ฮูหยินจวนโหวที่เห็นหน้าบุรุษอย่างชัดเจนเอ่ยขึ้นมา ทำให้หยางเต๋อเฟยที่ยืนสงบใจรออยู่ด้านนอกเผลอตวาดลั่นอย่างลืมรักษากิริยา"เจ้ากล่าวเหลวไหลอันใด!""หม่อมฉันเห็นเช่นนั้นจริงๆ เพคะ" นางตอบ"มีผู้ใดเห็นพระชายาหลิวบ้าง ข้าไม่เห็นนางตั้งแต่ตอนอยู่ที่อุทยานแล้ว สตรีนางนั้นมิใช่ว่า" ซูเฟยหรงที่อดใจรอความสำเร็จไม่ไหวเอ่
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงขันทีประกาศว่าฮองเฮาและพระสนมเสด็จมาพร้อมแล้ว งานเลี้ยงเริ่มขึ้นอย่างคึกคัก ฮองเฮาพูดเปิดงานพอเป็นพิธีก็เรียกคณะนางรำมารำถวาย พร้อมกับอาหารที่ทยอยนำขึ้นมารับรอง เมื่อตรวจดูว่าอาหารที่นางกำนัลยกมาปลอดภัยสำหรับนาง หญิงสาวจึงตักขึ้นมาทานอย่างละเล็กละน้อยพอเป็นพิธี จนการแสดงจบลง ฮองเฮาถึงได้เอ่ยอนุญาตให้บรรดาสตรีชนชั้นสูงท้้งหลาย เดินชมบุปผาในอุทยานได้ตามใจชอบลั่วชิงลี่เป็นคนแรกๆ ที่ลุกขึ้นหลังจากได้ยินว่าฮองเฮาทรงอนุญาต นางยื่นมือมาดึงให้หลิวฟางเซียนลุกไปพร้อมกันฮองเฮากับซูเฟยหรงมิได้มีท่าทีสนใจนาง ดูปกติเสียจนรู้สึกได้ว่ามีอันใดที่ไม่ปกติ หลิวกุ้ยเฟยท่านอาของนางก็คงรู้สึกได้เช่นกัน จึงได้เดินตรงมาหาหลานสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"ถวายพระพรเพคะ" หลิวฟางเซียนกับลั่วชิงลี่ยอบกายและเอ่ยพร้อมกัน"ไม่ต้องมากพิธี" พระนางบอกคนทั้งสอง ก่อนเอื้อมมือเรียวอ่อนเยาว์มาจับมือหลานสาวเอาไว้จับจูงกันไปชมบุปผา อย่างสบายใจทว่าผ่านไปเพียงครู่เดียวฮองเฮาก็ส่งซุนกงกงมาเชิญหลิวกุ้ยเฟยให้ไปชมบุปผากับพระนาง สองอาหลานสบสายตากันอย่างมีความหมาย หลิวกุ้ยเฟยบีบมือหลานสาวเบาๆ
"เก่อซี" สิ้นเสียงของหลิวฟางเซียนพลันมีเงาดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามา ก่อนจะปรากฏเป็นร่างสูงกำยำขององครักษ์เงาที่โม่เสวี่ยหยางมอบให้ "ข้ามีงานให้เจ้าทำ""นายหญิงโปรดสั่งมาขอรับ" เก่อซีรับคำอย่างแข็งขัน นางเพิ่งสังเกตว่าองครักษ์ผู้นี้เปลี่ยนสรรพนามเรียกนางจากพระชายาเป็นนายหญิง เดาว่าเขาคงพอจะรู้ตัวตนของนายท่านตัวเองออกแล้วกระมัง หากแต่ยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นปิดหูปิดตา ด้วยเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสอดมือมายุ่งได้หลิวฟางเซียนยิ้มบาง ก่อนตอบเสียงนุ่ม "ได้ยินจากเหวินเต๋อว่าเจ้าเก่งกาจนักเรื่องปลอมตัว ข้าอยากให้เจ้าปลอมตัวเป็นนางกำนัลของข้า ติดตามข้าเข้าวังพรุ่งนี้""ปลอมเป็นสตรีหรือขอรับ" เก่อซีถามย้ำ"ใช่ ทำได้หรือไม่เล่า ในวังมีองครักษ์ของคนหลายกลุ่ม พวกเขาคงต้องตรวจสอบข้าเป็นแน่ หากเจ้าตามข้าไปในฐานะบุรุษ ย่อมต้องพบเจอปัญหา""เก่อซีทราบแล้วขอรับ นายหญิงโปรดวางใจ เก่อซีจะปกป้องท่านจนตัวตาย" องครักษ์หนุ่มบอกอย่างฮึกเหิม หลิวฟางเซียนรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ทุกคำของเขาล้วนมาจากใจจริง "ดีมาก หากครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น ข้าจะเลี้ยงอาหารพวกเจ้ามื้อใหญ่" หญิงสาวบอกกับคนทั้งสามอย่างอารมณ์ดี







