Share

[2] เฝ้าดู

last update publish date: 2026-10-27 16:10:16

๒

เฝ้าดู

ลาวัลย์กลับมาพักผ่อนที่บ้านด้วยเพราะลาวดีไม่อยากให้เธอเครียดจึงขอเฝ้าบิดาเธอต่อเอง ซึ่งร่างกายเธอก็เพลียจริง ๆ หญิงสาวอาบน้ำพลางหวนนึกถึงงานแต่งงานที่ไม่สมหวังของเธอ น้ำตามากมายได้ไหลชะโลมไปพร้อมกับสายน้ำ จะไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของเธอจากเรื่องของผู้ชายคนนี้อีก

ร่างระหงเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ ก่อนจะเปิดลิ้นชักแล้วหยิบไดอารี่เล่มเล็กขึ้นมา ไม่บ่อยนักหรอกที่เธอจะเขียนบันทึก นอกเสียจากว่าจะมีเรื่องสำคัญหรือสิ่งที่น่าจดจำสำหรับเธอ

ลาวัลย์จรดปากกาลงพร้อมกับใจความถึงผู้ชายคนนี้ คนที่เป็นทั้งคนให้ชีวิตใหม่ และเป็นคนทำลายชีวิตเธอในคราวเดียวกัน ผู้ชายสารเลวที่ไม่ควรได้รับความรักของเธอเลยแม้แต่น้อย เธอไม่เคยมีคนรักมาก่อน ครั้นพอมีทั้งทีกลับเป็นรักจอมปลอมเสียอย่างนั้น เธอก็ไม่รู้หัวใจตัวเองว่าจะรักใครได้อีกไหม รักครั้งนี้มันเจ็บจนแทบทนไม่ไหวจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ

แต่ไหน ๆ เธอก็รอดชีวิตมาได้แล้ว เธอจะไม่กลับไปเสียใจเพราะผู้ชายคนนั้นอีก ถึงมันจะทำใจยาก..แต่เธอจะพยายาม..พยายามลืมคนที่ทำให้เธอเจ็บปวด

ตกดึกในค่ำคืนนั้น ร่างบางนอนพลิกไปพลิกมาอย่างคิดไม่ตก หลับตาทีไรทำไมเธอจะต้องคิดถึงชายคนนั้นทุกที ผู้วิเศษคนนั้น..

"หลับสิลัล"เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเองก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผ่านความมืด มือเรียวกดเปิดโคมไฟที่หัวเตียงให้สว่าง พยายามเพ่งมองหาต้นตอของเสียงนั้น

"นั่นใคร"ลาวัลย์มองหาอาวุธที่พอจะต่อสู้ได้ เธอคว้าเอาไฟฉายในลิ้นชักออกมา ก่อนจะย่องเบา ๆ ไปยังเงาใหญ่ริมหน้าต่าง

ฉึบ! ทันทีที่เธอฟาดไฟฉายลงหมายจะให้โดนเจ้าสิ่งนั้นแต่เขากลับรับมันด้วยมือข้างเดียว อีกทั้งยังดึงมันออกไปจากมือเธออย่างรวดเร็ว

"คุณ!"ลาวัลย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเจ้าของเสียงหัวเราะนั่น เขาคือคนที่ทำให้เธอนอนไม่หลับนั่นเอง แต่คราวนี้เขามาในชุดปกติ ไม่ใช่ชุดแปลกตาเหมือนเมื่อตอนกลางวัน

"แค่นี้ถึงกับจะทำร้ายกันเลยหรือ"เสียงทุ้มเอ่ยเย้า แววตาเฉี่ยวคมมองใบหน้างามอย่างหลงใหล ยามที่ต้องแสงจันทร์แบบนี้ มันทำให้เธอเหมือนเทพธิดาที่อยู่ในวรรณคดี

"คุณเข้ามาได้ยังไง"เธอมั่นใจว่าล็อกประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนาด้วยเพราะเธออยู่เพียงคนเดียวเนื่องจากแม่ของเธอเฝ้าพ่ออยู่ที่โรงพยาบาล

"เพียงแค่เจ้านึกถึงข้า ข้าก็จะมาเจ้าในทันที"

"คะ..ใครนึกถึงคุณ ฉันเปล่า"เธอค้านเสียงแข็ง

"ไม่เอาน่าสาวน้อย หัดโกหกมันไม่ดีนะ"

"ว๊าย!"ลาวัลย์ร้องเสียงหลงเมื่อสุวรรณกายอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวพลางเดินไปยังเตียงนุ่มขนาดเล็กของเธอ เขาวางสาวเจ้าลงอย่างแผ่วเบาก่อนที่เธอจะโวยวายไปมากกว่านี้

"อยู่คนเดียวไม่กลัวหรือ"เขาเอ่ยถามเสียงนุ่มพร้อมกับหย่อนสะโพกนั่งลงบนที่นอนกระทัดรัดของเธออย่างถือวิสาสะ หากเธอนอนคนเดียวมันก็พอดิบพอดี แต่พอเขามาอยู่บนเตียงเธอมันกลับดูเล็กไปเลย

"รู้ได้ไงว่าฉันอยู่คนเดียว"ลาวัลย์เบิกตาโตมองเขาอย่างทึ่ง ๆ นี่เขามีความสามารถพิเศษขนาดนั้นเชียวหรือ แค่อ่านใจเธอได้นี่ก็แทบช็อกอยู่แล้ว

"เอาเป็นว่าข้ารู้ก็แล้วกัน ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก เจ้านอนเถอะ"

"คุณยังไม่ตอบฉันเลยนะคะว่าคุณเข้ามาได้ยังไง"หญิงสาวช่างซักก็ยังเอ่ยถามต่อ ใครจะไปกล้าหลับลงทั้งที่มีผู้ชายแปลกหน้าอยู่ในห้อง

"ข้าบินมา"เขาเอ่ยตามสัตย์จริง หากแต่เจ้าหล่อนดูเหมือนไม่เชื่อ

"ฮ่า ๆ ถ้าคุณบินได้ งั้นฉันก็คงเหาะได้มั้งคะ นิยายเรื่องไหนคะเนี่ย"ลาวัลย์ป้องปากขำเมื่อคิดว่าเรื่องเขาบอกนั้นไม่เป็นความจริง คนที่ไหนจะบินได้

"ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ที่ข้ามา..แค่อยากมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า"

"ปกติฉันก็นอนคนเดียวได้ค่ะ"หญิงสาวเอ่ยตอบ

"ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ว่าข้าจะอยู่ในชีวิตเจ้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เอาล่ะ ข้าไม่อยากเถียงกับเจ้าแล้ว รีบนอนซะเถอะ"สุวรรณกายทำท่าจะดันให้เธอนอนลง ลาวัลย์รีบร้องห้ามอย่างตื่นตระหนก

"มะ..ไม่ต้อง ๆ ฉันยังไม่ง่วงค่ะ"ว่าแล้วก็อ้าปากหาวอย่างห้ามไม่อยู่ ตาก็เคลิ้มจะหลับเสียให้ได้ ก็เวลานี้ปาไปตีสองกว่าแล้วจะไม่ให้ง่วงได้อย่างไร

"เฮ้อ เจ้ามันดื้อกว่าที่ข้าคิดอีกนะลาวัลย์"ชายใหญ่โอดครวญก่อนจะล้มตัวลงนอนบนที่นอนอันเล็กและแคบของเธอ ตัวเขาใหญ่กว่าเตียงเล็กนี่จนต้องงอเข่า

"คุณจะมานอนบนเตียงฉันไม่ได้นะคะ"ลาวัลย์ลุกออกจากเตียงก่อนจะดึงมือชายใหญ่ให้ลุกออกจากเตียงเธอ แต่เรี่ยวแรงเธอน้อยนิด ไม่กระทบกระเทือนเขาเลยแม้แต่น้อยกลับเป็นเธอเองที่ต้องเหนื่อย

"ข้าจะอยู่ตรงนี้ จนกว่าเจ้าจะยอมมานอนดี ๆ "สุวรรณกายต่อรอง เพียงแค่กระตุกมือเพียงนิดเดียวร่างบางก็เซถลามาซบอกแกร่งทันที

"จะนอนดี ๆ หรือต้องให้บังคับ"นี่เขาเป็นใครถึงกล้ามาสั่งเธอ ลาวัลย์ดิ้นขลุกขลัก ๆ ในอ้อมแขน ง่วงก็ง่วง สาวเจ้าอ้าปากหาวอีกรอบก่อนจะหยุดดิ้นในที่สุด เธอเองก็เหนื่อยที่จะสู้แล้วเหมือนกัน

หญิงสาวกรอกตาไปมาอยู่สักพักก่อนจะม่อยหลับไปในที่สุด สุวรรณกายกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ยกผ้าห่มมาห่มให้กับเธอ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเธอหลับไปแล้ว สุวรรณกายจึงหยัดกายลุกขึ้น เป่าบริกรรมคาถาป้องกันภัยให้หญิงสาวก่อนจะสยายปีกแล้วบินหายไปลับฟ้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สุวรรณกาย   [8] รังรัก

    ๘รังรักสุวรรณกายเดินเข้าไปแนบชิด สองมือโอบเอวบางไว้แน่น ดวงตาจ้องประสานกันอย่างสื่อความหมาย ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความประหม่า อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อยามอยู่ในอ้อมแขนของเขา"มันถึงเวลาแล้วลาวัลย์"เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ลาวัลย์เบิกตาโตอย่างไม่เข้าใจ มือเรียวยันอกแกร่งไว้เบา ๆ เมื่อเขาดันร่างเธอให้ถอยไปเรื่อย ๆ บริวารต่างรู้งานจึงพากันออกไปรอด้านนอก"ถึงเวลา..อะไรคะ?"หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยความฉงน มือใหญ่เลื่อนมาประคองใบหน้าเธอไว้ ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจ"ถึงเวลาที่เจ้า..จะเป็นของข้า"สุวรรณกายมองใบหน้าหวานด้วยแววตาหวานซึ้ง เขาไม่เคยรู้สึกโหยหาผู้หญิงคนไหนเท่าเธอมาก่อน"หมายความว่ายังไงคะ?"ลาวัลย์ยังไม่ทันเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด มือหนาประคองท้ายทอยเธอให้นอนราบลงกับที่นอนนุ่ม เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ที่หาทางออกไม่เจอ เรี่ยวแรงที่มีพลันหายไปหมด"เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง..ลาวัลย์"สุวรรณกายจูบลงที่แก้มนวลเปล่งปลั่งแต้มเลือดฝาดอย่างอ่อนโยน ไล่ขึ้นไปยังหน้าผากมนและสันจมูก ลมหายใจเข้าออกถี่ยิบด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เสียงหัวใจเต้นกระหน่ำราวกับจะมะลุออกมา

  • สุวรรณกาย   [7] ท่านหญิง

    ๗ท่านหญิง"ข้าเอง"เสียงทุ้มเอ่ยท่ามกลางไฟสลัว เขาย่ำเท้าเดินมาหยุดยืนที่ข้างเตียงของลาวัลย์ นัยน์ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าหวานที่เบิกตาโตอย่างตื่นตระหนก"คุณ.."ลาวัลย์นั่งนิ่ง เริ่มปรับสภาพให้ชินกับการมาของเขา เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนจริง ๆ หรือเปล่า แม้ร่างกายจะปกติทั่วไปเหมือนมนุษย์หากแต่มีหลายสิ่งที่แปลกประหลาดออกไป เธอต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใครกันแน่"คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่คะ คุณบอกฉันมาตรง ๆ เถอะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ"ลาวัลย์เอ่ยด้วยความอัดอั้นตันใจ หากยังเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ เธอคงเสียสุขภาพจิตแน่ ๆ"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ..ข้าให้เวลาเจ้าแค่เพียงเจ็ดวัน และวันนี้มันก็ถึงเวลาแล้ว"หญิงสาวเบิกตากว้าง ยิ่งงงหนักกว่าเดิม ตกลงอะไรกัน เมื่อนึกทวนถึงความหลังก็ถึงบางอ้อ วันที่เธอเจอเขาครั้งแรก"เจ้าคือคนที่ข้าเลือก จากนี้ไปข้าจะอยู่ในชีวิตเจ้า ข้าให้อิสระแก่เจ้าเพียงเจ็ดวัน เมื่อครบกำหนดแล้วเจ้าจะเป็นของข้าไปตลอดกาล"คำพูดเขาย้อนกลับเข้ามาในหัว ลาวัลย์หน้าตาตื่นไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนดี เธอขยับชิดหัวเตียงพลางกุมผ้าห่มไว้แน่น นี่ก็ครบเจ็ดวันจริง ๆ ดั่งที่เขาว่า แต่ทำไมเธอต้องยอมทั

  • สุวรรณกาย   [6] มารผจญ

    ๖มารผจญแสงแดดยามเช้าเปล่งประกายเหลืองอร่าม ยามกระทบกับพระเจดีย์สีทองแลดูงดงาม ต้นโพธิ์ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านเป็นร่มไม้ขนาดใหญ่ ที่โคนต้นเต็มไปด้วยวัตถุที่ชาวบ้านนำมาทิ้ง ซากปรักหักพังของตุ๊กตาบ้างก็เป็นกุมาร แลพระที่คอหักแขนหัก บ้างก็เป็นตุ๊กตานางรำชวนขนหัวลุกลาวัลย์เหลือบมองไปรอบ ๆ ด้วยความวังเวง เนื่องจากว่าวัดที่ลาวดีและสาธิตพามาเป็นวัดป่าที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร ทางเข้าเป็นโค้งคดงอปกคลุมไปด้วยผืนป่าใหญ่ เมื่อมาถึงวัดแล้วก็มีเจ้าอาวาสอยู่หนึ่งรูป และเณรอีกสองรูปที่กำลังกวาดลานวัดอยู่"เปลี่ยวจัง"ลาวัลย์เอ่ยเบา ๆ ดั่งเสียงกระซิบ"นี่มันคือวัดป่า เจ้าอาวาสเป็นพระที่พ่อนับถือ ไป ๆ ท่านคงรออยู่ข้างใน"สาธิตถือสังฆทานเดินนำไปด้านในศาลาที่มีพระห่มจีวรสีน้ำตาลเข้มนั่งรออยู่"มากันแล้วหรือ"เจ้าอาวาสเอ่ยทักทาย เมื่อยังไม่บวชเป็นพระเคยเรียนที่เดียวกันกับสาธิตเป็นรุ่นพี่อยู่สามปี เมื่อครั้นภรรยาเสียชีวิตท่านจึงขอลาบวชเป็นพระตลอดชีวิต นี่ก็ผ่านมากว่าสามสิบปีแล้วกระมัง"กราบนมัสการครับหลวงพี่..หลวงพี่สบายดีนะครับ"สาธิตยิ้มเฉ่ง แม้จะมาเยี่ยมเยือนบ่อย ๆ แต่ก็มาเพียงปีละครั้งพอได้ถามสารทุกข์สุก

  • สุวรรณกาย   [5] เบญจเพส

    ๕เบญจเพสลาวัลย์วิ่งออกมาที่หน้าโรงพยาบาล ก่อนจะหยุดยืนที่หน้าศาลพระภูมิขนาดใหญ่ สิ่งที่ผู้คนเคารพบูชากันมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น ร่างบอบบางคุกเข่าลงตรงหน้าศาล ประนมมือไหว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู"ท่านคะ ลูกช้างมาขอพรให้พ่อของลูกช้างปลอดภัย อย่าให้ใครพรากพ่อไปเลยนะคะ ฮึก~ หากพ่อข้าพเจ้าปลอดภัยแล้ว ลูกช้างจะยอมทุกอย่าง จะมาแก้บนให้ท่านนะคะ ช่วยลูกช้างด้วย ฮือ ๆ "ลาวัลย์ร่ำไห้ราวกับใจจะขาด เธอยอมแลกแม้แต่ชีวิตของเธอเองเธอก็ให้ได้"เจ้าได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้"เสียงทุ้มแว่วดังมากับสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ลาวัลย์ชะงักอยู่กับที่ เอียงหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจ หรือเธอจะหูแว่วไปเอง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบกาย นอกจากต้นโพธิ์ขนาดกลางแล้วก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยสักคนหญิงสาวรีบลุกขึ้นยืน บรรยากาศวังเวงพิกล เธอยิ่งเป็นคนกลัวผีเสียด้วยสิ ลาวัลย์เร่งฝีเท้าเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาลให้เร็วขึ้นเมื่อมาถึงหน้าห้องไอซียูก็เป็นจังหวะเดียวกับที่หมอกำลังออกมาคุยกับแม่ของเธอพอดิบพอดี"หมอยังไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ว่าหัวใจคนไข้จะกลับมาเต้นอีกครั้ง คงจะเป็นปาฎิหารย์จริง ๆ ตอนนี้หมอคงต้องรอดูอาการคนไข้ไปก่อนนะคร

  • สุวรรณกาย   [4] ผู้หญิงของข้า

    ๔ผู้หญิงของข้าเสียงหวานใสดังไปทั่วบริเวณลานโชว์สินค้ายี่ห้อหนึ่ง ลาวัลย์ทำหน้าที่เป็นพิธีกรฟรีแลนซ์ทั่วไป ไม่ประจำที่ ร่างบอบบางในชุดรัดรูปสีแดงสั้นโชว์น่องขาวเนียน ผมถูกดัดเป็นลอนสวยงาม ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาแน่นในยามนี้เธอเปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัว บิดาเธอนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลไม่มีท่าทีว่าจะฟื้น ลาวัลย์จึงต้องออกหางานทำทุกอย่างที่ได้เงิน ถึงแม้เงินในบัญชีเธอจะมีมากพอที่จะใช้จ่ายได้ หากแต่มันก็ร่อยหรอลงทุกวัน ๆ หากเธอไม่ทำงานเลยเงินที่เก็บไว้ย่อมมีวันหมดหลังจากเสร็จงานในบทบาทพิธีกรสาวสวยแล้ว ลาวัลย์ก็เก็บของเตรียมจะกลับบ้าน อีกทั้งยังต้องไปส่งข้าวส่งน้ำให้มารดาเธออีก มือเรียวหยิบเครื่องสำอางส่วนตัวลงในกระเป๋าก่อนจะเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย"ลัลจะกลับเลยเหรอ"มิ้วเพื่อนรักเอ่ยถาม เธอสองคนมักจะทำงานด้วยกันเสมอ มิ้วเป็นคนหางานให้ลาวัลย์เสียด้วยซ้ำ เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนข้างบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่เคยมีความลับต่อกันเลยสักครั้ง ในยามนี้ลาวัลย์กำลังลำบากเธอจึงเต็มใจที่จะช่วยเหลือ"อือ ว่าจะกลับเลย ต้องเอาข้าวไปให้แม่ด้วยอะ"ลาวัลย์เอ่ยพร้อมกับเก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอสะพา

  • สุวรรณกาย   [3] สุวรรณกาย

    ๓สุวรรณกายผากัณฑ์ภพร่างสูงใหญ่นั่งขัดสมาธิโดยมีบริวารล้อมรอบ โดยที่มีนกอินทรีตัวใหญ่บินเฝ้าหน้าปากถ้ำตลอดเวลา สุวรรณกายลืมตาขึ้นมาจากการบำเพ็ญเพียรตลอดทั้งวัน ร่างกายที่มีแสงสีทองเปร่งประกายล้อมรอบค่อย ๆ ปรับเป็นปกติ สุวรรณกาย พญาครุฑซึ่งเป็นโอปปาติกะที่เกิดขึ้นได้เองไม่มีบิดามารดา มีรัศมีสีทองทั้งตัวเป็นที่มาของชื่อสุวรรณกาย ร่างสูงใหญ่ราว ๆ 200 เซนติเมตร อีกทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์มากมายเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง จะมียกเว้นก็เพียงบางตนเท่านั้นที่ครุฑไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยเช่นนาคเมื่อพญาครุฑแรกเกิดว่ากันว่า มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า ดวงตาเมื่อกะพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใด ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศโอปปาติกะเช่นเขามีอายุมากกว่าพันปี เติบโตขึ้นด้วยบุญกุศลที่สั่งสมมา หากเป็นพญาครุฑทั่วไปก็อาศัยผลงิ้วและน้ำจากดอกงิ้วเป็นอาหารทิพย์ในป่าหิมพานต์คืออีกโลกที่คู่ขนานกับโลกมนุษย์ มีเหล่าสัตว์และสรรพสิ่งมากมายที่แปลกประหลาด หากแต่เขาพบเจอมันเสียจนคุ้นชิน มนุษย์ได้เพียงแต่คิดและจินตนาการถึงป่าหิมพานต์แห่งนี้ หากแต่ไม่เคยมีใครได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status