Share

[7] ท่านหญิง

last update publish date: 2026-10-29 17:05:54

๗

ท่านหญิง

"ข้าเอง"เสียงทุ้มเอ่ยท่ามกลางไฟสลัว เขาย่ำเท้าเดินมาหยุดยืนที่ข้างเตียงของลาวัลย์ นัยน์ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าหวานที่เบิกตาโตอย่างตื่นตระหนก

"คุณ.."ลาวัลย์นั่งนิ่ง เริ่มปรับสภาพให้ชินกับการมาของเขา เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนจริง ๆ หรือเปล่า แม้ร่างกายจะปกติทั่วไปเหมือนมนุษย์หากแต่มีหลายสิ่งที่แปลกประหลาดออกไป เธอต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใครกันแน่

"คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่คะ คุณบอกฉันมาตรง ๆ เถอะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ"ลาวัลย์เอ่ยด้วยความอัดอั้นตันใจ หากยังเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ เธอคงเสียสุขภาพจิตแน่ ๆ

"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ..ข้าให้เวลาเจ้าแค่เพียงเจ็ดวัน และวันนี้มันก็ถึงเวลาแล้ว"หญิงสาวเบิกตากว้าง ยิ่งงงหนักกว่าเดิม ตกลงอะไรกัน เมื่อนึกทวนถึงความหลังก็ถึงบางอ้อ วันที่เธอเจอเขาครั้งแรก

"เจ้าคือคนที่ข้าเลือก จากนี้ไปข้าจะอยู่ในชีวิตเจ้า ข้าให้อิสระแก่เจ้าเพียงเจ็ดวัน เมื่อครบกำหนดแล้วเจ้าจะเป็นของข้าไปตลอดกาล"

คำพูดเขาย้อนกลับเข้ามาในหัว ลาวัลย์หน้าตาตื่นไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนดี เธอขยับชิดหัวเตียงพลางกุมผ้าห่มไว้แน่น นี่ก็ครบเจ็ดวันจริง ๆ ดั่งที่เขาว่า แต่ทำไมเธอต้องยอมทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักตัวตนเขาด้วยเล่า

"คุณต้องบอกฉันมาก่อนว่าคุณเป็นใคร เรายังไม่รู้จักกันเลยนะคะ จะให้ฉันเชื่อคุณได้ยังไง"หญิงสาวต่อรอง สุวรรณกายยิ้มขันกับท่าทางตื่นกลัวของเธอ นี่ขนาดไม่รู้ยังกลัวขนาดนี้

"เจ้าอยากรู้จริง ๆ หรือ?"ลาวัลย์พยักหน้าหงึก ๆ

"เจ้าจะเชื่อข้าจริง ๆ หรือ?"คราวนี้หญิงสาวนิ่งไปสักพักอย่างใช้ความคิด แต่ก็ยอมพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี

"เจ้าต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่กลัวข้า..และจะไม่เป็นลมล้มพับไปอีก"

"บอก ๆ มาเถอะน่า ลีลาอยู่ได้"ลาวัลย์บ่นอุบอิบด้วยเพราะหงุดหงิด จะพูดอะไรก็ไม่ยอมพูดเสียทีจนเธอชักจะไม่อยากรู้แล้ว

"ข้าเป็นพญาครุฑ"สุวรรณกายเอ่ยเสียงเรียบ บ่งบอกถึงความจริงจังที่เขาต้องการจะสื่อ ลาวัลย์เบิกตาโตอ้าปากค้างก่อนจะหลุดขำออกมาในที่สุด ถึงกับงอตัวขำจนไหล่โยก

"ฮ่า ๆ ๆ โอ้ย ปวดท้อง พญาครุฑ คิก ๆ คุณก็เข้าใจเล่นนะคะ"หญิงสาวหัวเราะเสียงดังลั่นเสมือนเรื่องที่เขาบอกนั้นน่าขำเสียเต็มประดา เธอคิดว่าเขากำลังโป้ปดเธออยู่

สุวรรณกายยืนนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายอะไรมองเธอนั่งขำไหล่โยกอยู่อย่างนั้น ลาวัลย์หยุดหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้านิ่งเรียบของอีกฝ่าย หรือเขาจะพูดจริง

"คะ..คุณพูดเล่นหรือพูดจริงเหรอ"สีหน้าเขาไม่ตลกด้วยเลยสักนิด หญิงสาวนั่งนิ่งไต่ตรองในสิ่งที่ผ่านมา มีเรื่องราวแปลก ๆ ที่ชวนเชื่ออยู่เหมือนกัน

"เจ้าต้องพิสูจน์เอง"

"ยังไงคะ?..ว๊าย!!"

ยังพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกช้อนตัวขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง สุวรรณกายเดินไปยังริมหน้าต่างพร้อมกับกระโดดลงมาจนหญิงสาวต้องหลับตาปี๋ด้วยความกลัว ทว่าปีกสีทองอร่ามกลับสยายใหญ่พร้อมกับร่างเธอที่ค่อย ๆ ลอยขึ้นสูงเรื่อย ๆ

"กรี๊ดด!! อึก~ กะ..กลัว"ลาวัลย์กรีดร้องเสียงดังลั่น มองลงไปยังเบื้องล่างที่มีตึกและผืนป่า หากตกลงไปร่างคงแหลกเป็นเสี่ยง ๆ มือเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอัตโนมัติ เธอซบใบหน้าลงที่อกเขาอย่างต้องการหาที่พึ่ง

"อย่ามอง"สุวรรณกายเอ่ยบอกหญิงสาว ให้เธอพิงอกอยู่อย่างนั้น สองมืออุ้มร่างงามไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับโบยบินขึ้นสู่ฟ้า

ประตูมิติเผยแสงสีรุ้งงดงามก่อนจะหายวับไปเมื่อเขาแทรกผ่านประตูทะลุมิติ ในยามนี้เองที่ลาวัลย์รวบรวมความกล้ามองไปยังรอบ ๆ ด้วยความสนอกสนใจ ที่นี่ไม่มืดอย่างโลกมนุษย์ ทุกสิ่งอย่างเรืองแสงรังรองสวยงามอร่ามตา

"โห้ว~ ที่นี่ที่ไหนคะ"มือยังคงเกาะไว้แน่น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ยามนี้เธอได้มาเห็นกับตาด้วยตัวเอง มองลงไปเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยพืชนานาพันธุ์ที่แปลกประหลาดมาก ๆ อีกทั้งยังมีสิงสาราสัตว์ที่เธอไม่เคยพบเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

"ป่าหิมพานต์"ร่างใหญ่บินโฉบลงไปยังผากัณฑ์ภพ ถ้ำขนาดใหญ่และกว้างขวางเป็นอย่างมาก นกอินทรียักษ์ตัวใหญ่ที่เฝ้าหน้าถ้ำจ้องมองเธอไม่วางตา ทุกสิ่งทุกอย่างเหลือเชื่อทั้งหมด ลาวัลย์เองก็ไม่คิดว่าจะได้เจอ มันเกินบรรยายจริง ๆ

สุวรรณกายวางเธอลงบนพื้น ก่อนจะจูงมือเข้าไปในถ้ำ ภายในตกแต่งอย่างสวยงาม สิ่งของเครื่องประดับล้วนเป็นทองและเพชรนิลจินดาทั้งสิ้น ลาวัลย์จำได้ว่าเธอเคยมาที่นี่

"ครั้งแรกที่คุณ..เอ่อ..ท่าน..จะเรียกยังไงดี"ลาวัลย์เอ่ยตะกุกตะกักด้วยเพราะไม่รู้ว่าคำไหนควรหรือไม่ควร หญิงสาวรู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก

"ตามที่เจ้าพอใจเถอะ"สุวรรณกายหยุดยืนที่กลางห้องโถง บริวารสาวกว่าห้าคนต่างนั่งก้มหน้า พวกเธอแต่งกายนุ่งผ้าซิ่นขลับดิ้นทองสีขาวทั้งตัว ด้านบนเป็นผ้าแถบคลุมด้วยผ้าฝ้ายบางสีขาวนั่งสำรวมกันอยู่ที่พื้น ลาวัลย์จึงขยับเข้าไปใกล้พวกนางพร้อมกับเอ่ยถามเสียงกระซิบ

"เอ่อ ขอโทษนะจ้ะ พวกพี่เรียกคนนั้นว่าอะไรเหรอคะ"หญิงสาวชี้นิ้วไปยังสุวรรณกายที่ยืนมือไขว้หลังมองเธออย่างฉงน ท่าทางก๋ากั่นไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย

"ท่านสุวรรณกายเจ้าค่ะ"ทั้งห้าคนผสานเสียงพร้อมกัน ลาวัลย์พยักหน้าเข้าใจก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาชายร่างใหญ่ตรงหน้า

"งั้นฉันขอเรียกท่านสุวรรณแล้วกันนะคะ ชื่อมันย๊าว ยาว"ยังมีแก่ใจทะเล้น สุวรรณกายอมยิ้มกับท่าทางของเธอ เธอช่างเหมือนเด็กที่ยังไม่โตเสียจริง

"แล้วแต่เจ้าเถิด"เรียกอะไรเขาก็ชอบทั้งนั้นแหละ ขอเพียงแต่เป็นเธอเท่านั้น

"ถ่วงเวลามามากแล้ว ไปอาบน้ำแต่งตัวเถิด"หากปล่อยให้เธอซักถามอยู่อย่างนี้ได้เสียฤกษ์พอดี นี่ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วเสียด้วย

"หือ ตะ..แต่งตัว? แต่งตัวไปไหนคะ"ลาวัลย์ขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่เข้าใจ ทว่าบริวารต่างพากันกรูเข้ามาหาเธอแล้วลากเธอไปยังห้องห้องหนึ่งท่ามกลางเสียงโวยวายของลาวัลย์

ในถ้ำใหญ่แบ่งออกหลายสัดส่วน ตกแต่งเสมือนบ้านเพียงแต่เป็นผนังถ้ำก็เท่านั้น เมื่อเข้ามาด้านในลาวัลย์ก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตะลึง แมกไม้นานาพันธุ์ประดับประดาอยู่บนฝาผนัง กลีบไม้งามสีแดงสดเบ่งบานโชว์เกสรสดใสราวกับต้อนรับการมาเยือนของเจ้าหล่อน เครือไม้แหวกออกเป็นทางเข้าก่อนจะหุบปิดสนิทเมื่อเธอก้าวผ่านเข้ามา

"ดะ..เดี๋ยวค่ะ ลัลอาบเองได้ค่ะ พวกพี่ออกไปเถอะ"ลาวัลย์หยิบผ้าใยไหมสีเข้มมาถือไว้ในมือเสียเอง ครั้นจะให้พวกนางอาบให้ก็ไม่คุ้นชิน แม้จะยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำเช่นนี้ก็ตาม

"เจ้าค่ะ"บริวารออกไปจนหมดแล้ว ลาวัลย์พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เชิงตะเกียงที่อยู่รอบ ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มือเรียวลูบไล้อ่างดินที่ไม่ใหญ่มาก ลักษณะเป็นวงกลมคล้ายอ่างน้ำ ภายในน้ำมีกลีบดอกไม้ลอยล่องอยู่เต็มอ่าง ส่งกลิ่นหอมสดชื่นให้เธอรู้สึกดี ดอกไม้แปลกตาพวกนี้ช่างทำให้เธอผ่อนคลายได้ดีจริง ๆ

หญิงสาวเปลื้องเสื้อผ้าออก ก่อนที่ร่างงามจะลงไปแช่อย่างต้องมนต์สะกด ลาวัลย์เอนหลังผิงขอบอ่างดินอย่างผ่อนคลาย เพลิดเพลินไปกับมัน เวลาล่วงเลยไปนานกว่าหนึ่งชั่วโมงที่ลาวัลย์ขลุกอยู่ในห้องน้ำ สาวเจ้าพยายามใส่เสื้อผ้าที่พวกเขาเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเธอใช้ไม่เป็นเลยสักนิด

"ท่านหญิง เสร็จหรือยังเจ้าคะ"เสียงบริวารเอ่ยเรียก ลาวัลย์ขมวดคิ้วยุ่งเธอตัดสินใจหยิบเสื้อผ้าชุดเดิมของเธอมาสวมใส่แทน หญิงสาวเปิดประตูออกไปก็พบกับบริวารที่นั่งขวางอยู่

"ฉันขอไม่ใส่ชุดนั้นนะ สะ..ใส่ไม่เป็น"เธอเอ่ยเสียงค่อย ลูบต้นขาไปมาอย่างประหม่าเมื่อถูกจับจ้อง

บริวารทั้งห้ายิ้มเอ็นดูก่อนจะเชิญเธอกลับเข้าไปด้านใน จัดการเสื้อผ้าพร้อมกับแต่งตัวให้เสียใหม่ นุ่งซิ่นลายไทยสีส้มอ่อน ๆ ด้านบนเคียนอกด้วยผ้าแพรเยื่อไม้สีโอรส ห่มทับด้วยผ้าคลุมไหล่ผืนบางสีเดียวกัน

ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยแป้งร่ำสีขาวกลิ่นหอมฟุ้ง ส่วนคิ้วนั้นใช้เป็นมะพร้าวห้าวที่ฝนให้ปลายแหลมแล้วนำไปเผาไฟติดทนนานดีทีเดียว ปากอิ่มใช้ชาดสีชมพูระเรื่อแต้มทับ ผมถูกปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังเงางาม

"สวยจัง"เธอเอ่ยปากชมตัวเองในกระจก ราวกับหลุดมาจากวรรณคดีแน่ะ ลาวัลย์หมุนซ้ายหมุนขวาอย่างพึงพอใจ รูปหน้าเธอเข้ากับยุคสมัยได้ดีจริง ๆ

"เสร็จแล้วเจ้าค่ะท่านหญิง"

"ขอบคุณค่ะ..ว่าแต่ ทำไมถึงให้ฉันแต่งตัวแบบนี้เหรอคะ"หญิงสาวเอียงหน้าถามด้วยความสงสัย ทว่าไม่ได้รับคำตอบนั้น บริวารเมื่อหมดหน้าที่ก็ก้มหน้าแล้วเดินออกไป ลาวัลย์ทำหน้ายู่ราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจ

เธอเดินออกมาก่อนจะไปยังห้องโถงที่สุวรรณกายยืนรออยู่ก่อนหน้า หญิงสาวยืนนิ่งอย่างคนทำอะไรไม่ถูก รู้สึกขัดเขินเมื่อถูกสายตาเฉี่ยวคมจ้องมอง

"จะให้..ฉะ..ฉันทำอะไรต่อคะ"จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเขาพาเธอมาที่นี่ทำไม แต่ก็ต้องยอมรับว่าชอบที่นี่มากเลยทีเดียว มีสิ่งใหม่ ๆ ให้เธอได้ตื่นเต้นอยู่เสมอ

"งดงามมาก วาเลนเซียของข้า"เขาเอ่ยเสียงนุ่ม เธอจะเขินมากกว่านี้หากเขาเอ่ยชื่อของเธอ

"หือ?"คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความฉงน สุวรรณกายยิ้มกริ่มทว่าไม่ได้เอ่ยตอบอะไรออกมา เขาเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวพร้อมกับโน้มใบหน้าลงเข้าไปใกล้ จับปลายผมเธอขึ้นมาสูดดมอย่างห้ามใจไม่อยู่

"เจ้าสวยมาก ลาวัลย์"แววตาลึกซึ้งสื่อความหมาย บ่งบอกถึงความจริงใจที่เขามีให้ แก้มนวลแดงเรื่อด้วยความเคอะเขิน ริมฝีปากยักยิ้มด้วยความพอใจ

"ท่านยังไม่ตอบฉันเลยนะคะ"หญิงสาวยังไม่ละทิ้งความพยายาม ยังคงอยากรู้อยากเห็นเช่นเดิม ก็จะคาดคั้นจนกว่าเขาจะตอบนั่นแล

"มันถึงเวลาแล้วลาวัลย์"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สุวรรณกาย   [8] รังรัก

    ๘รังรักสุวรรณกายเดินเข้าไปแนบชิด สองมือโอบเอวบางไว้แน่น ดวงตาจ้องประสานกันอย่างสื่อความหมาย ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความประหม่า อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อยามอยู่ในอ้อมแขนของเขา"มันถึงเวลาแล้วลาวัลย์"เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ลาวัลย์เบิกตาโตอย่างไม่เข้าใจ มือเรียวยันอกแกร่งไว้เบา ๆ เมื่อเขาดันร่างเธอให้ถอยไปเรื่อย ๆ บริวารต่างรู้งานจึงพากันออกไปรอด้านนอก"ถึงเวลา..อะไรคะ?"หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยความฉงน มือใหญ่เลื่อนมาประคองใบหน้าเธอไว้ ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจ"ถึงเวลาที่เจ้า..จะเป็นของข้า"สุวรรณกายมองใบหน้าหวานด้วยแววตาหวานซึ้ง เขาไม่เคยรู้สึกโหยหาผู้หญิงคนไหนเท่าเธอมาก่อน"หมายความว่ายังไงคะ?"ลาวัลย์ยังไม่ทันเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด มือหนาประคองท้ายทอยเธอให้นอนราบลงกับที่นอนนุ่ม เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ที่หาทางออกไม่เจอ เรี่ยวแรงที่มีพลันหายไปหมด"เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง..ลาวัลย์"สุวรรณกายจูบลงที่แก้มนวลเปล่งปลั่งแต้มเลือดฝาดอย่างอ่อนโยน ไล่ขึ้นไปยังหน้าผากมนและสันจมูก ลมหายใจเข้าออกถี่ยิบด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เสียงหัวใจเต้นกระหน่ำราวกับจะมะลุออกมา

  • สุวรรณกาย   [7] ท่านหญิง

    ๗ท่านหญิง"ข้าเอง"เสียงทุ้มเอ่ยท่ามกลางไฟสลัว เขาย่ำเท้าเดินมาหยุดยืนที่ข้างเตียงของลาวัลย์ นัยน์ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าหวานที่เบิกตาโตอย่างตื่นตระหนก"คุณ.."ลาวัลย์นั่งนิ่ง เริ่มปรับสภาพให้ชินกับการมาของเขา เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนจริง ๆ หรือเปล่า แม้ร่างกายจะปกติทั่วไปเหมือนมนุษย์หากแต่มีหลายสิ่งที่แปลกประหลาดออกไป เธอต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใครกันแน่"คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่คะ คุณบอกฉันมาตรง ๆ เถอะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ"ลาวัลย์เอ่ยด้วยความอัดอั้นตันใจ หากยังเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ เธอคงเสียสุขภาพจิตแน่ ๆ"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ..ข้าให้เวลาเจ้าแค่เพียงเจ็ดวัน และวันนี้มันก็ถึงเวลาแล้ว"หญิงสาวเบิกตากว้าง ยิ่งงงหนักกว่าเดิม ตกลงอะไรกัน เมื่อนึกทวนถึงความหลังก็ถึงบางอ้อ วันที่เธอเจอเขาครั้งแรก"เจ้าคือคนที่ข้าเลือก จากนี้ไปข้าจะอยู่ในชีวิตเจ้า ข้าให้อิสระแก่เจ้าเพียงเจ็ดวัน เมื่อครบกำหนดแล้วเจ้าจะเป็นของข้าไปตลอดกาล"คำพูดเขาย้อนกลับเข้ามาในหัว ลาวัลย์หน้าตาตื่นไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนดี เธอขยับชิดหัวเตียงพลางกุมผ้าห่มไว้แน่น นี่ก็ครบเจ็ดวันจริง ๆ ดั่งที่เขาว่า แต่ทำไมเธอต้องยอมทั

  • สุวรรณกาย   [6] มารผจญ

    ๖มารผจญแสงแดดยามเช้าเปล่งประกายเหลืองอร่าม ยามกระทบกับพระเจดีย์สีทองแลดูงดงาม ต้นโพธิ์ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านเป็นร่มไม้ขนาดใหญ่ ที่โคนต้นเต็มไปด้วยวัตถุที่ชาวบ้านนำมาทิ้ง ซากปรักหักพังของตุ๊กตาบ้างก็เป็นกุมาร แลพระที่คอหักแขนหัก บ้างก็เป็นตุ๊กตานางรำชวนขนหัวลุกลาวัลย์เหลือบมองไปรอบ ๆ ด้วยความวังเวง เนื่องจากว่าวัดที่ลาวดีและสาธิตพามาเป็นวัดป่าที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร ทางเข้าเป็นโค้งคดงอปกคลุมไปด้วยผืนป่าใหญ่ เมื่อมาถึงวัดแล้วก็มีเจ้าอาวาสอยู่หนึ่งรูป และเณรอีกสองรูปที่กำลังกวาดลานวัดอยู่"เปลี่ยวจัง"ลาวัลย์เอ่ยเบา ๆ ดั่งเสียงกระซิบ"นี่มันคือวัดป่า เจ้าอาวาสเป็นพระที่พ่อนับถือ ไป ๆ ท่านคงรออยู่ข้างใน"สาธิตถือสังฆทานเดินนำไปด้านในศาลาที่มีพระห่มจีวรสีน้ำตาลเข้มนั่งรออยู่"มากันแล้วหรือ"เจ้าอาวาสเอ่ยทักทาย เมื่อยังไม่บวชเป็นพระเคยเรียนที่เดียวกันกับสาธิตเป็นรุ่นพี่อยู่สามปี เมื่อครั้นภรรยาเสียชีวิตท่านจึงขอลาบวชเป็นพระตลอดชีวิต นี่ก็ผ่านมากว่าสามสิบปีแล้วกระมัง"กราบนมัสการครับหลวงพี่..หลวงพี่สบายดีนะครับ"สาธิตยิ้มเฉ่ง แม้จะมาเยี่ยมเยือนบ่อย ๆ แต่ก็มาเพียงปีละครั้งพอได้ถามสารทุกข์สุก

  • สุวรรณกาย   [5] เบญจเพส

    ๕เบญจเพสลาวัลย์วิ่งออกมาที่หน้าโรงพยาบาล ก่อนจะหยุดยืนที่หน้าศาลพระภูมิขนาดใหญ่ สิ่งที่ผู้คนเคารพบูชากันมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น ร่างบอบบางคุกเข่าลงตรงหน้าศาล ประนมมือไหว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู"ท่านคะ ลูกช้างมาขอพรให้พ่อของลูกช้างปลอดภัย อย่าให้ใครพรากพ่อไปเลยนะคะ ฮึก~ หากพ่อข้าพเจ้าปลอดภัยแล้ว ลูกช้างจะยอมทุกอย่าง จะมาแก้บนให้ท่านนะคะ ช่วยลูกช้างด้วย ฮือ ๆ "ลาวัลย์ร่ำไห้ราวกับใจจะขาด เธอยอมแลกแม้แต่ชีวิตของเธอเองเธอก็ให้ได้"เจ้าได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้"เสียงทุ้มแว่วดังมากับสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ลาวัลย์ชะงักอยู่กับที่ เอียงหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจ หรือเธอจะหูแว่วไปเอง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบกาย นอกจากต้นโพธิ์ขนาดกลางแล้วก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยสักคนหญิงสาวรีบลุกขึ้นยืน บรรยากาศวังเวงพิกล เธอยิ่งเป็นคนกลัวผีเสียด้วยสิ ลาวัลย์เร่งฝีเท้าเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาลให้เร็วขึ้นเมื่อมาถึงหน้าห้องไอซียูก็เป็นจังหวะเดียวกับที่หมอกำลังออกมาคุยกับแม่ของเธอพอดิบพอดี"หมอยังไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ว่าหัวใจคนไข้จะกลับมาเต้นอีกครั้ง คงจะเป็นปาฎิหารย์จริง ๆ ตอนนี้หมอคงต้องรอดูอาการคนไข้ไปก่อนนะคร

  • สุวรรณกาย   [4] ผู้หญิงของข้า

    ๔ผู้หญิงของข้าเสียงหวานใสดังไปทั่วบริเวณลานโชว์สินค้ายี่ห้อหนึ่ง ลาวัลย์ทำหน้าที่เป็นพิธีกรฟรีแลนซ์ทั่วไป ไม่ประจำที่ ร่างบอบบางในชุดรัดรูปสีแดงสั้นโชว์น่องขาวเนียน ผมถูกดัดเป็นลอนสวยงาม ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาแน่นในยามนี้เธอเปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัว บิดาเธอนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลไม่มีท่าทีว่าจะฟื้น ลาวัลย์จึงต้องออกหางานทำทุกอย่างที่ได้เงิน ถึงแม้เงินในบัญชีเธอจะมีมากพอที่จะใช้จ่ายได้ หากแต่มันก็ร่อยหรอลงทุกวัน ๆ หากเธอไม่ทำงานเลยเงินที่เก็บไว้ย่อมมีวันหมดหลังจากเสร็จงานในบทบาทพิธีกรสาวสวยแล้ว ลาวัลย์ก็เก็บของเตรียมจะกลับบ้าน อีกทั้งยังต้องไปส่งข้าวส่งน้ำให้มารดาเธออีก มือเรียวหยิบเครื่องสำอางส่วนตัวลงในกระเป๋าก่อนจะเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย"ลัลจะกลับเลยเหรอ"มิ้วเพื่อนรักเอ่ยถาม เธอสองคนมักจะทำงานด้วยกันเสมอ มิ้วเป็นคนหางานให้ลาวัลย์เสียด้วยซ้ำ เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนข้างบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่เคยมีความลับต่อกันเลยสักครั้ง ในยามนี้ลาวัลย์กำลังลำบากเธอจึงเต็มใจที่จะช่วยเหลือ"อือ ว่าจะกลับเลย ต้องเอาข้าวไปให้แม่ด้วยอะ"ลาวัลย์เอ่ยพร้อมกับเก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอสะพา

  • สุวรรณกาย   [3] สุวรรณกาย

    ๓สุวรรณกายผากัณฑ์ภพร่างสูงใหญ่นั่งขัดสมาธิโดยมีบริวารล้อมรอบ โดยที่มีนกอินทรีตัวใหญ่บินเฝ้าหน้าปากถ้ำตลอดเวลา สุวรรณกายลืมตาขึ้นมาจากการบำเพ็ญเพียรตลอดทั้งวัน ร่างกายที่มีแสงสีทองเปร่งประกายล้อมรอบค่อย ๆ ปรับเป็นปกติ สุวรรณกาย พญาครุฑซึ่งเป็นโอปปาติกะที่เกิดขึ้นได้เองไม่มีบิดามารดา มีรัศมีสีทองทั้งตัวเป็นที่มาของชื่อสุวรรณกาย ร่างสูงใหญ่ราว ๆ 200 เซนติเมตร อีกทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์มากมายเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง จะมียกเว้นก็เพียงบางตนเท่านั้นที่ครุฑไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยเช่นนาคเมื่อพญาครุฑแรกเกิดว่ากันว่า มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า ดวงตาเมื่อกะพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใด ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศโอปปาติกะเช่นเขามีอายุมากกว่าพันปี เติบโตขึ้นด้วยบุญกุศลที่สั่งสมมา หากเป็นพญาครุฑทั่วไปก็อาศัยผลงิ้วและน้ำจากดอกงิ้วเป็นอาหารทิพย์ในป่าหิมพานต์คืออีกโลกที่คู่ขนานกับโลกมนุษย์ มีเหล่าสัตว์และสรรพสิ่งมากมายที่แปลกประหลาด หากแต่เขาพบเจอมันเสียจนคุ้นชิน มนุษย์ได้เพียงแต่คิดและจินตนาการถึงป่าหิมพานต์แห่งนี้ หากแต่ไม่เคยมีใครได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status