Home / โรแมนติก / สุวรรณกาย / [3] สุวรรณกาย

Share

[3] สุวรรณกาย

last update publish date: 2026-10-27 16:10:44

๓

สุวรรณกาย

ผากัณฑ์ภพ

ร่างสูงใหญ่นั่งขัดสมาธิโดยมีบริวารล้อมรอบ โดยที่มีนกอินทรีตัวใหญ่บินเฝ้าหน้าปากถ้ำตลอดเวลา สุวรรณกายลืมตาขึ้นมาจากการบำเพ็ญเพียรตลอดทั้งวัน ร่างกายที่มีแสงสีทองเปร่งประกายล้อมรอบค่อย ๆ ปรับเป็นปกติ

สุวรรณกาย พญาครุฑซึ่งเป็นโอปปาติกะที่เกิดขึ้นได้เองไม่มีบิดามารดา มีรัศมีสีทองทั้งตัวเป็นที่มาของชื่อสุวรรณกาย ร่างสูงใหญ่ราว ๆ 200 เซนติเมตร อีกทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์มากมายเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง จะมียกเว้นก็เพียงบางตนเท่านั้นที่ครุฑไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยเช่นนาค

เมื่อพญาครุฑแรกเกิดว่ากันว่า มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า ดวงตาเมื่อกะพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใด ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศ

โอปปาติกะเช่นเขามีอายุมากกว่าพันปี เติบโตขึ้นด้วยบุญกุศลที่สั่งสมมา หากเป็นพญาครุฑทั่วไปก็อาศัยผลงิ้วและน้ำจากดอกงิ้วเป็นอาหารทิพย์

ในป่าหิมพานต์คืออีกโลกที่คู่ขนานกับโลกมนุษย์ มีเหล่าสัตว์และสรรพสิ่งมากมายที่แปลกประหลาด หากแต่เขาพบเจอมันเสียจนคุ้นชิน มนุษย์ได้เพียงแต่คิดและจินตนาการถึงป่าหิมพานต์แห่งนี้ หากแต่ไม่เคยมีใครได้พบเจอจริง ๆ ยกเว้นเพียงแต่ผู้ที่มีบุญญาบารมีเช่นพระธุดงค์ ที่นิพพานได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีพวกเล่นไสยเวทย์ มนต์ดำถอดจิตมายังที่แห่งนี้มากมาย

"เชษฐา นางเป็นอย่างไรบ้าง"สุวรรณกายเอ่ยปากถามบริวารที่ส่งไปเฝ้าลาวัลย์ทั้งวันทั้งคืน เขาจะกลับมาเพื่อรายงานในทุกวันเมื่อถึงเวลา

"หายเศร้าแล้วขอรับ ทว่าตอนนี้มีเรื่องที่นางกำลังหนักใจมากยิ่งกว่า"

"ว่ามา"

"พ่อของนางป่วย ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล อาการแย่ขอรับ ข้าเห็นท่านยมทูตเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ข้าคิดว่า..เขาคงอยู่ได้อีกไม่นาน"เชษฐาเอ่ยรายงานความคืบหน้า อันที่จริงสุวรรณกายเพียงใช้จิตเปิดหน้าต่างแห่งโลกมนุษย์ดูก็สามารถรับรู้ทุกอย่างได้แล้ว เพียงแต่ว่ามันต้องเสียพลังงานไปมากอยู่ทีเดียว

"อืม"ร่างกำยำลุกขึ้นเต็มความสูง สุวรรณกายเดินออกไปก่อนที่ปีกใหญ่สีทองอร่ามจะสยายเป็นวงกว้าง ลมพัดแรงราวกับพายุกำลังจะมา พร้อมกับร่างที่กลายเป็นนกยักษ์ใหญ่บินล่องไปตามลม

ประตูมิติแห่งโลกมิติสว่างวาบทันทีที่เขาผ่านมันเข้ามา จะไม่มีมนุษย์คนไหนได้เห็นเขาง่าย ๆ หากพวกเขาไม่ต้องการให้เห็น

สายลมพัดแรงจนต้นไม้ไหวเอนไปตามแรงลม รั้งเอาหน้าต่างประตูปิดเปิดเสียงดังปึงปัง ลาวัลย์เดินออกมาดูเมื่อคิดว่าฝนคงจะตกหนัก หากแต่มือเรียวที่กำลังจะปิดประตูก็ต้องชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างกำยำของชายคนหนึ่ง

สุวรรณกายอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ อย่างคนสมัยใหม่ ก็แน่ล่ะ อายุเขาร่วมพันปีได้แล้ว ย่อมเปลี่ยนผันไปตามยุคสมัย

ถึงจะแก่ ก็แก่แต่อายุ แต่ร่างกายและหัวใจเขาไม่มีวันแก่..บอกเลย

"ค..คุณ..มาได้ไงคะ"ลาวัลย์เบิกตาโตอย่างตกใจ ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ผู้ชายคนนี้ชอบทำให้เธอรู้สึกแปลกใจอยู่เรื่อย

"ข้าก็มาปกติของข้า"มือหนาไขว้หลังมองปฏิกิริยาของหญิงสาว ในยามที่เธอแต่งตัวอยู่บ้านก็ดูน่ารักไปอีกแบบ

ลาวัลย์นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น ใส่เสื้อลูกไม้สีขาวแต่งระบายอ่อน ๆ แขนกุด ผมถูกรวบขึ้นลวก ๆ เผยให้เห็นลำคอขาวผ่อง ใบหน้าเธอไร้การแต่งแต้มจากเครื่องสำอางโดยสิ้นเชิง

"แล้วคุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ"ลาวัลย์มองชายแปลกหน้าอย่างไม่ไว้ใจ เธอเองก็อยู่บ้านเพียงลำพังเสียด้วย เนื่องจากแม่เธอยังต้องเฝ้าพ่ออยู่ที่โรงพยาบาล

"ข้าจะไม่อ้อมค้อมอะไรนะ ตอนนี้เจ้ากำลังมีเรื่องกังวลใจใช่หรือไม่"ลาวัลย์แอบแปลกใจไม่น้อย เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอมีเรื่องกลุ้มใจอยู่ แต่เขาก็อาจจะแกล้งเดาเอาก็ได้

"มะ..ไม่มี"เธอเอ่ยปฏิเสธ หากแววตาของเธอมันกำลังบ่งบอกถึงความตื่นตระหนก สุวรรณกายอมยิ้มอย่างนึกเอ็นดู ผู้หญิงของเขาก็ขี้กลัวเหมือนกันนี่

"ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้าอยู่คนเดียว ลาวัลย์"เขาเอ่ยเสียงเย้าอยู่ในที ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ชักจะเดาแม่นเกินไปแล้ว หญิงสาวถอยกรูดด้วยความกลัว เอื้อมมือคว้าบานประตูพร้อมขยับถอยห่าง

"คุณเป็นใครกันแน่..อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นฉันฟาดจริง ๆ ด้วย"ลาวัลย์เอ่ยด้วยความตื่นตระหนก เมื่อชายตรงหน้าสาวเท้าขยับเข้าไปใกล้เธอ เขาไม่มีท่าทีเกรงกลัวเธอเลยสักนิด หญิงสาวคว้าเอาไม้กวาดทางมะพร้าวที่อยู่ใกล้มือที่สุดขึ้นมาถือไว้แน่น หากเขาเข้ามาอีกก้าวเธอได้ฟาดหัวเขาจริง ๆ แน่

"เจ้ากล้าหรือ?"เขาพูดอย่างท้าทาย ไม้กวาดกระจ้อยร่อยนี้หรือจะทำอะไรเขาได้ สุวรรณกายก้าวเท้าเข้าไปชิดเธออย่างไม่เกรงกลัว ทันใดนั้นไม้กวาดก็ฟาดลงมาที่หัวเขาอย่างเต็มแรง แต่ทว่าร่างสูงยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม ไม่มีท่าทีเจ็บปวดหรือบาดแผลเลยแม้แต่น้อย ลาวัลย์จึงฟาดลงไปอีกครั้ง แต่ผลก็เหมือนเดิม เขาไม่รู้สึกระคายผิวเลยสักนิด

"นะ..นี่คุณ"เธอเบิกตาโตอย่างตกใจก่อนที่ลาวัลย์จะเป็นลมหมดสติไปเสียดื้อ ๆ มือหนายื่นไปรับเธอไว้ได้ทัน สุวรรณกายช้อนร่างงามไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะอุ้มเธอไปนอนที่โซฟาในบ้านด้วยความอ่อนโยน

นิ้วเรียวเกลี่ยเบา ๆ ที่ข้างแก้ม เธอช่างงามหมดจดจริง ๆ "ธิดาวาเลนเซีย" สุวรรณกายเฝ้าเธออยู่ไม่ห่าง ที่เขาไม่ใช้เวทมนตร์ให้เธอตื่นเพราะอยากนั่งมองหน้าเธอแบบนี้ไปนาน ๆ จริงอยู่ที่เธอจำเขาไม่ได้แม้แต่เสี้ยวหนึ่ง แต่เธอคือผู้หญิงที่ตราตรึงในใจเขาตลอดกาล

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ที่ลาวัลย์หลับไป เปลือกตาเธอกระพริบถี่ ๆ เพื่อให้ชินกับแสงสว่าง มือเรียวยกขึ้นกุมขมับ ก่อนที่เธอจะสะดุ้งตกใจเมื่อหันไปเห็นชายหนุ่มนั่งอยู่ข้าง ๆ เขายิ้มบาง ๆ ให้เธอ

"ตื่นแล้วหรือ เจ้าหลับไปตั้งหลายชั่วโมงแน่ะ"หญิงสาวเขยิบตัวหนีห่างจนติดพนักโซฟา ใบหน้าเธอแสดงถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน

"คุณไม่ใช่คน"เขาต้องเป็นผีหรือพวกปีศาจแน่ ๆ หลายครั้งที่เธอเห็นท่าทีแปลก ๆ ไม่เหมือนมนุษย์ปกติทั่วไป จนได้มั่นใจในวันนี้ เขาไม่มีบาดแผล ไม่มีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไปเลยสักนิด ลาวัลย์ตัวสั่นด้วยความกลัว

"อย่ากลัวข้า..ลาวัลย์"สุวรรณกายยื่นมือหมายจะปลอบเธอ แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำให้เธอผวามากขึ้นกว่าเดิม เขาชักมือกลับมาที่เดิม มองเธอด้วยสายตาเว้าวอน เขาไม่อยากให้เธอเกลียดเขา

"ดวงใจข้า"หญิงสาวก้มหน้าสะอื้น ชันเข่ากอดตัวเองไว้แน่น ตัวเธอสั่นเหมือนลูกกวางที่กำลังจะเป็นเหยื่อผู้น่าสงสาร สุวรรณกายทอดถอนหายใจ หากเธอพร้อมเมื่อไหร่เขาจะกลับมาอีกครั้ง

กายาใหญ่ลุกเต็มความสูง ก่อนจะเดินผ่านหน้าเธอไป สุวรรณกายหันกลับมามองเธออีกครั้ง ก่อนจะสยายปีกแล้วบินหายไปลับตารั้งเอาลมพัดราวกับพายุใหญ่ ลาวัลย์เห็นแสงสีทองเปล่งประกายจากหางตาก่อนจะหายวับไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สุวรรณกาย   [8] รังรัก

    ๘รังรักสุวรรณกายเดินเข้าไปแนบชิด สองมือโอบเอวบางไว้แน่น ดวงตาจ้องประสานกันอย่างสื่อความหมาย ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความประหม่า อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อยามอยู่ในอ้อมแขนของเขา"มันถึงเวลาแล้วลาวัลย์"เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ลาวัลย์เบิกตาโตอย่างไม่เข้าใจ มือเรียวยันอกแกร่งไว้เบา ๆ เมื่อเขาดันร่างเธอให้ถอยไปเรื่อย ๆ บริวารต่างรู้งานจึงพากันออกไปรอด้านนอก"ถึงเวลา..อะไรคะ?"หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยความฉงน มือใหญ่เลื่อนมาประคองใบหน้าเธอไว้ ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจ"ถึงเวลาที่เจ้า..จะเป็นของข้า"สุวรรณกายมองใบหน้าหวานด้วยแววตาหวานซึ้ง เขาไม่เคยรู้สึกโหยหาผู้หญิงคนไหนเท่าเธอมาก่อน"หมายความว่ายังไงคะ?"ลาวัลย์ยังไม่ทันเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด มือหนาประคองท้ายทอยเธอให้นอนราบลงกับที่นอนนุ่ม เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ที่หาทางออกไม่เจอ เรี่ยวแรงที่มีพลันหายไปหมด"เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง..ลาวัลย์"สุวรรณกายจูบลงที่แก้มนวลเปล่งปลั่งแต้มเลือดฝาดอย่างอ่อนโยน ไล่ขึ้นไปยังหน้าผากมนและสันจมูก ลมหายใจเข้าออกถี่ยิบด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เสียงหัวใจเต้นกระหน่ำราวกับจะมะลุออกมา

  • สุวรรณกาย   [7] ท่านหญิง

    ๗ท่านหญิง"ข้าเอง"เสียงทุ้มเอ่ยท่ามกลางไฟสลัว เขาย่ำเท้าเดินมาหยุดยืนที่ข้างเตียงของลาวัลย์ นัยน์ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าหวานที่เบิกตาโตอย่างตื่นตระหนก"คุณ.."ลาวัลย์นั่งนิ่ง เริ่มปรับสภาพให้ชินกับการมาของเขา เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนจริง ๆ หรือเปล่า แม้ร่างกายจะปกติทั่วไปเหมือนมนุษย์หากแต่มีหลายสิ่งที่แปลกประหลาดออกไป เธอต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใครกันแน่"คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่คะ คุณบอกฉันมาตรง ๆ เถอะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ"ลาวัลย์เอ่ยด้วยความอัดอั้นตันใจ หากยังเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ เธอคงเสียสุขภาพจิตแน่ ๆ"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ..ข้าให้เวลาเจ้าแค่เพียงเจ็ดวัน และวันนี้มันก็ถึงเวลาแล้ว"หญิงสาวเบิกตากว้าง ยิ่งงงหนักกว่าเดิม ตกลงอะไรกัน เมื่อนึกทวนถึงความหลังก็ถึงบางอ้อ วันที่เธอเจอเขาครั้งแรก"เจ้าคือคนที่ข้าเลือก จากนี้ไปข้าจะอยู่ในชีวิตเจ้า ข้าให้อิสระแก่เจ้าเพียงเจ็ดวัน เมื่อครบกำหนดแล้วเจ้าจะเป็นของข้าไปตลอดกาล"คำพูดเขาย้อนกลับเข้ามาในหัว ลาวัลย์หน้าตาตื่นไม่รู้จะตกใจอะไรก่อนดี เธอขยับชิดหัวเตียงพลางกุมผ้าห่มไว้แน่น นี่ก็ครบเจ็ดวันจริง ๆ ดั่งที่เขาว่า แต่ทำไมเธอต้องยอมทั

  • สุวรรณกาย   [6] มารผจญ

    ๖มารผจญแสงแดดยามเช้าเปล่งประกายเหลืองอร่าม ยามกระทบกับพระเจดีย์สีทองแลดูงดงาม ต้นโพธิ์ต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านเป็นร่มไม้ขนาดใหญ่ ที่โคนต้นเต็มไปด้วยวัตถุที่ชาวบ้านนำมาทิ้ง ซากปรักหักพังของตุ๊กตาบ้างก็เป็นกุมาร แลพระที่คอหักแขนหัก บ้างก็เป็นตุ๊กตานางรำชวนขนหัวลุกลาวัลย์เหลือบมองไปรอบ ๆ ด้วยความวังเวง เนื่องจากว่าวัดที่ลาวดีและสาธิตพามาเป็นวัดป่าที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร ทางเข้าเป็นโค้งคดงอปกคลุมไปด้วยผืนป่าใหญ่ เมื่อมาถึงวัดแล้วก็มีเจ้าอาวาสอยู่หนึ่งรูป และเณรอีกสองรูปที่กำลังกวาดลานวัดอยู่"เปลี่ยวจัง"ลาวัลย์เอ่ยเบา ๆ ดั่งเสียงกระซิบ"นี่มันคือวัดป่า เจ้าอาวาสเป็นพระที่พ่อนับถือ ไป ๆ ท่านคงรออยู่ข้างใน"สาธิตถือสังฆทานเดินนำไปด้านในศาลาที่มีพระห่มจีวรสีน้ำตาลเข้มนั่งรออยู่"มากันแล้วหรือ"เจ้าอาวาสเอ่ยทักทาย เมื่อยังไม่บวชเป็นพระเคยเรียนที่เดียวกันกับสาธิตเป็นรุ่นพี่อยู่สามปี เมื่อครั้นภรรยาเสียชีวิตท่านจึงขอลาบวชเป็นพระตลอดชีวิต นี่ก็ผ่านมากว่าสามสิบปีแล้วกระมัง"กราบนมัสการครับหลวงพี่..หลวงพี่สบายดีนะครับ"สาธิตยิ้มเฉ่ง แม้จะมาเยี่ยมเยือนบ่อย ๆ แต่ก็มาเพียงปีละครั้งพอได้ถามสารทุกข์สุก

  • สุวรรณกาย   [5] เบญจเพส

    ๕เบญจเพสลาวัลย์วิ่งออกมาที่หน้าโรงพยาบาล ก่อนจะหยุดยืนที่หน้าศาลพระภูมิขนาดใหญ่ สิ่งที่ผู้คนเคารพบูชากันมาตลอดจากรุ่นสู่รุ่น ร่างบอบบางคุกเข่าลงตรงหน้าศาล ประนมมือไหว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู"ท่านคะ ลูกช้างมาขอพรให้พ่อของลูกช้างปลอดภัย อย่าให้ใครพรากพ่อไปเลยนะคะ ฮึก~ หากพ่อข้าพเจ้าปลอดภัยแล้ว ลูกช้างจะยอมทุกอย่าง จะมาแก้บนให้ท่านนะคะ ช่วยลูกช้างด้วย ฮือ ๆ "ลาวัลย์ร่ำไห้ราวกับใจจะขาด เธอยอมแลกแม้แต่ชีวิตของเธอเองเธอก็ให้ได้"เจ้าได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้"เสียงทุ้มแว่วดังมากับสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ลาวัลย์ชะงักอยู่กับที่ เอียงหูฟังอีกครั้งให้แน่ใจ หรือเธอจะหูแว่วไปเอง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบกาย นอกจากต้นโพธิ์ขนาดกลางแล้วก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยสักคนหญิงสาวรีบลุกขึ้นยืน บรรยากาศวังเวงพิกล เธอยิ่งเป็นคนกลัวผีเสียด้วยสิ ลาวัลย์เร่งฝีเท้าเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาลให้เร็วขึ้นเมื่อมาถึงหน้าห้องไอซียูก็เป็นจังหวะเดียวกับที่หมอกำลังออกมาคุยกับแม่ของเธอพอดิบพอดี"หมอยังไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ว่าหัวใจคนไข้จะกลับมาเต้นอีกครั้ง คงจะเป็นปาฎิหารย์จริง ๆ ตอนนี้หมอคงต้องรอดูอาการคนไข้ไปก่อนนะคร

  • สุวรรณกาย   [4] ผู้หญิงของข้า

    ๔ผู้หญิงของข้าเสียงหวานใสดังไปทั่วบริเวณลานโชว์สินค้ายี่ห้อหนึ่ง ลาวัลย์ทำหน้าที่เป็นพิธีกรฟรีแลนซ์ทั่วไป ไม่ประจำที่ ร่างบอบบางในชุดรัดรูปสีแดงสั้นโชว์น่องขาวเนียน ผมถูกดัดเป็นลอนสวยงาม ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาแน่นในยามนี้เธอเปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัว บิดาเธอนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลไม่มีท่าทีว่าจะฟื้น ลาวัลย์จึงต้องออกหางานทำทุกอย่างที่ได้เงิน ถึงแม้เงินในบัญชีเธอจะมีมากพอที่จะใช้จ่ายได้ หากแต่มันก็ร่อยหรอลงทุกวัน ๆ หากเธอไม่ทำงานเลยเงินที่เก็บไว้ย่อมมีวันหมดหลังจากเสร็จงานในบทบาทพิธีกรสาวสวยแล้ว ลาวัลย์ก็เก็บของเตรียมจะกลับบ้าน อีกทั้งยังต้องไปส่งข้าวส่งน้ำให้มารดาเธออีก มือเรียวหยิบเครื่องสำอางส่วนตัวลงในกระเป๋าก่อนจะเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย"ลัลจะกลับเลยเหรอ"มิ้วเพื่อนรักเอ่ยถาม เธอสองคนมักจะทำงานด้วยกันเสมอ มิ้วเป็นคนหางานให้ลาวัลย์เสียด้วยซ้ำ เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนข้างบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่เคยมีความลับต่อกันเลยสักครั้ง ในยามนี้ลาวัลย์กำลังลำบากเธอจึงเต็มใจที่จะช่วยเหลือ"อือ ว่าจะกลับเลย ต้องเอาข้าวไปให้แม่ด้วยอะ"ลาวัลย์เอ่ยพร้อมกับเก็บของเสร็จเรียบร้อย เธอสะพา

  • สุวรรณกาย   [3] สุวรรณกาย

    ๓สุวรรณกายผากัณฑ์ภพร่างสูงใหญ่นั่งขัดสมาธิโดยมีบริวารล้อมรอบ โดยที่มีนกอินทรีตัวใหญ่บินเฝ้าหน้าปากถ้ำตลอดเวลา สุวรรณกายลืมตาขึ้นมาจากการบำเพ็ญเพียรตลอดทั้งวัน ร่างกายที่มีแสงสีทองเปร่งประกายล้อมรอบค่อย ๆ ปรับเป็นปกติ สุวรรณกาย พญาครุฑซึ่งเป็นโอปปาติกะที่เกิดขึ้นได้เองไม่มีบิดามารดา มีรัศมีสีทองทั้งตัวเป็นที่มาของชื่อสุวรรณกาย ร่างสูงใหญ่ราว ๆ 200 เซนติเมตร อีกทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์มากมายเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง จะมียกเว้นก็เพียงบางตนเท่านั้นที่ครุฑไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยเช่นนาคเมื่อพญาครุฑแรกเกิดว่ากันว่า มีร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า ดวงตาเมื่อกะพริบเหมือนฟ้าแลบ เวลาขยับปีกทีใด ขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศโอปปาติกะเช่นเขามีอายุมากกว่าพันปี เติบโตขึ้นด้วยบุญกุศลที่สั่งสมมา หากเป็นพญาครุฑทั่วไปก็อาศัยผลงิ้วและน้ำจากดอกงิ้วเป็นอาหารทิพย์ในป่าหิมพานต์คืออีกโลกที่คู่ขนานกับโลกมนุษย์ มีเหล่าสัตว์และสรรพสิ่งมากมายที่แปลกประหลาด หากแต่เขาพบเจอมันเสียจนคุ้นชิน มนุษย์ได้เพียงแต่คิดและจินตนาการถึงป่าหิมพานต์แห่งนี้ หากแต่ไม่เคยมีใครได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status