Masukหลังจากส่งน้องสะใภ้กลับคฤหาสน์แล้ว มู่ฟานเล่อก็ต้องเผชิญกับวันอันแสนวุ่นวายที่ดำเนินต่อไปไม่จบไม่สิ้น ยิ่งใกล้วันเทศกาลฤดูร้อนก็ยิ่งวุ่นวายหนักขึ้น เพราะพิธีการจะดำเนินควบคู่ไปกับเวทีศูนย์กลางของสหพันธ์การ์เดี้ยนซึ่งตั้งอยู่ที่โลกในมิติหลักรายชื่อแขกที่จะเดินทางเข้าออกสถานีอวกาศทยอยถูกส่งเข้ามาที่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อทำการจองที่พักและกำหนดเวลาที่จะเดินทางลงสู่พื้นโลกหญิงสาวผมแดงในชุดเครื่องแบบยืนมองดาวเคราะห์ดวงใหม่อยู่ริมหน้าต่างบนสถานีอวกาศ หลังจากเดินทางมาอยู่ที่นี่เกือบเจ็ดเดือนก็เริ่มคุ้นเคยกับสถานที่มากขึ้น แผนที่ของดาวถูกจัดทำจนเสร็จสมบูรณ์ พื้นที่หลักแบ่งออกเป็นสามส่วนคล้ายกับโลก มีทวีปกลาง ใต้ ตะวันออก และตะวันตก ปกครองโดยจักรวรรดิใหญ่ที่ครอบครองพื้นที่มหาศาล รองลงมาคืออาณาจักรขนาดกลางและเมืองอิสระอีกมากมายโรฮันครอบครองพื้นที่เกือบครึ่งของทวีปเหนือและบางส่วนของทวีปกลางเป็นเขตที่ใหญ่ที่สุดในดาวดวงนี้ คนของการ์เดี้ยนเรียกที่นี่ว่า “สหพันธ์รัฐโรฮัน” อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสูงสุด และแน่นอนว่ามีน้องสาวของนางเป็นผู้บัญชาการกองทัพทั้งหมด“ท่านหญิงคะ ท่านนักบุญกำล
หลายเดือนผ่านไป กลิ่นอายของสงครามได้จางหายไปแทนที่ด้วยสายลมแห่งฤดูกาลใหม่ก็ได้พัดผ่านเข้าสู่ทุ่งหญ้าแห่งโรฮันอันกว้างใหญ่ ฝูงสัตว์น้อยใหญ่ต่างเดินเล็มหญ้ากระจัดกระจาย คนเลี้ยงแกะเองก็ทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้นคอยเฝ้าระวังฝูงหมาป่า อาทิตย์ยามอัสดง ส่องแสง สีทองอร่ามพาดผ่านทุ่งหญ้าอันเขียวขจีจนกลายเป็นสีเขียวอมเหลือง บนเส้นทางสัญจรมีรถม้าและผู้คนเดินทางผ่านไปมาไม่ขาดสาย ดูเป็นภาพที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามในยามบ่ายคล้อยกุบกับ กุบกับ กุบกับ!เสียงฝีเท้าม้าเร็วดังแว่วมาแต่ไกล ชาวบ้านที่สัญจรอยู่ต่างพากันหลบหลีกทางให้ หลายคนที่อยู่บนรถม้าแสดงท่าทีไม่พอใจนัก แต่เมื่อสังเกตเห็นริ้วผืนธงที่ประดับอยู่บนหลังของทหารม้าเร็ว ทุกคนก็รีบหลบลงข้างทางและเฝ้ามองไปยังทิศทางที่ม้าเร็ววิ่งผ่านมาด้วยใจจดจ่อ“กองทัพกลับมาแล้ว! หลีกทาง!”เสียงตะโกนของทหารม้าดังขึ้นเพื่อเตือนให้ชาวบ้านระมัดระวัง แต่ผู้คนและรถม้าทั้งหลายกลับเลือกที่จะหยุดรออยู่ข้างทางเพื่อต้อนรับขบวนทหารที่กลับคืนสู่มาตุภูมิหลังจากกลุ่มทหารม้าผ่านไปไม่นาน ก็ปรากฏเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นและเสียงกลองดังขึ้นจากด้านหลังของเนิน
โถงทางเดินกลางพระราชวัง กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วทางเดินที่เคยหรูหรา ร่างไร้วิญญาณของเหล่าองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์และยอดฝีมือจากกองกำลังหมาล่าเนื้อ นอนตายเกลื่อนกลาดราวกับใบไม้ร่วง อัศวินผู้สูงศักดิ์มากมายจบชีวิตลงอย่างสิ้นหวังโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าศัตรูด้วยซ้ำภายในห้องโถงบัลลังก์“ปกป้องประตูไว้! อย่าให้พวกมันเข้ามาได้!” เสียงนายทหารตะโกนก้องด้วยความขวัญเสีย ทหารนับร้อยตั้งแนวรบสุดท้าย อาวุธทุกชนิดเล็งตรงไปยังประตูใหญ่ที่ถูกปิดตาย บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าและเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมผ่านชุดเกราะจนเหนียวเหนอะหนะ“สะ... เสียงข้างนอกเงียบไปแล้ว”ทหารนายหนึ่งกระซิบด้วยความหวาดวิตก ทุกคนหันมองหน้ากัน แต่ก็ยังไม่มีใครวางอาวุธลงแม้แต่คนเดียวจักรพรรดิผู้กำลังจนมุมหันไปสั่งการด้วยความร้อนรน “เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น! ไปตามกองทหารกลับมาเดี๋ยวนี้!”“ฝ่าบาท โปรดวางพระทัย... คนของเราล้วนเป็นยอดฝีมือระดับสูง ทั้งนักผจญภัยและทหารรับจ้างฝีมือเยี่ยม...” ขุนนางคนสนิทพยายามปลอบ ทว่าคำพูดนั้นกลับสั่นเครือไม่แพ้กันกึ่ง!!!! ประตูเหล็กบานยักษ์ที่ถูกปิดตายเร
เช้าอันสดใสมาเยือนสมรภูมิรบ ณ คฤหาสน์นอกเมือง แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้ราคาแพงเข้ามาในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของค่ำคืนที่ผ่านมา สาวใช้หลายคนทยอยเข้ามาทำความสะอาดห้องอย่างเงียบเชียบ ขณะที่ เมล เดินเปลือยกายไปยังอ่างน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ ร่างกายที่เพิ่งผ่าน “ศึกหนัก” ในห้องนอนมาดูผ่อนคลาย แต่ดวงตายังคงคมกลัดด้วยแผนการรบระหว่างนั้นกองทัพส่วนหน้าที่ประกอบไปด้วยหน่วยเคลื่อนที่เร็วก็ได้เคลื่อนทัพตรงเข้าประชิดเขตชายแดนของเมืองหลวง หมู่บ้านยุทธศาสตร์สามแห่งถูกยึดครองในพริบตาเพื่อแปรสภาพเป็นสนามบินชั่วคราวและกองบัญชาการส่วนหน้าโทรเลขด่วนของจักรพรรดิแห่งฟินเซียถูกส่งไปถึงบรรดาลอร์ดต่างๆ รวมถึงพันธมิตรเพื่อขอกำลังเสริม เพราะตอนนี้ศัตรูได้มายืนจ่ออยู่ที่หน้าประตูบ้านแล้ว กำลังทหารที่มีก็ไม่สามารถเรียกกลับมาช่วยป้องกันเมืองได้“เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร!!” เสียงจักรพรรดิแห่งฟินิเซียดังสนั่นท้องพระโรง ทันทีที่ทราบว่ากองทัพผสมโรฮันมาจ่ออยู่ที่หน้าประตูบ้าน“ฝ่าบาทใจเย็นก่อนพ่ะย่ะค่ะ” บรรดาขุนนางพยายามปลอบประโลม แต่ในใจกลับสั่นพรัก“พวกมันควรจะติดอยู่ที่ชายแดน! แต่ตอนนี้
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงมไปทั่วทุ่งหิมะที่กลายเป็นสีแดงฉาน ทหารบาดเจ็บถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความหนาวเหน็บอย่างโดดเดี่ยว“โอ้ย~ ช่วยด้วย”“แพทย์สนาม! แพทย์สนามอยู่ไหน!”“ช่วยด้วย... ข้ายังไม่อยากตายที่นี่...”เสียงของบรรดาทหารที่ได้รับบาดเจ็บและถูกทิ้งไว้ท่ามกลางความหนาวเหน็บของสมรภูมิดังขึ้นไม่ขาดสาย ทหารมากมายทนความเจ็บปวดไม่ไหวก็สิ้นใจตายไปเพราะพิษบาดแผล เสียงเหล่านั้นดังแทรกผ่านลมหนาวไปถึงหูของ นายพลฝ่ายพันธมิตร ผู้ที่กำลังยืนมองภาพความเสียหายของกองทัพตนเองด้วยสายตาที่มืดมน ปฏิบัติการบุกทะลวงล้มเหลวไม่เป็นท่าจนต้องหยุดทัพตั้งรับอย่างจำใจ ทว่าเบื้องบนกลับสั่งให้เริ่มปฏิบัติการครั้งใหม่ในทันทีนายพลผู้นำการบุกทะลวงครั้งนี้ของฝ่ายสัมพันธมิตรยืนมองภาพความเสียหายของกองทัพที่ตอนนี้ไม่สามารถบุกได้อีกต่อไป จำเป็นต้องหยุดพักอยู่กับที่ ค่ำคืนนี้ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของทางนี้เองก็กำลังจะเริ่มขึ้น“การบุกจะเริ่มกี่โมง?” นายพลเอ่ยถามเสียงเรียบ“พรุ่งนี้เช้ามืดครับท่าน กองทัพอากาศจะเริ่มทิ้งระเบิดตอนรุ่งสาง ตามด้วยหน่วยอัศวินเข้าโจมตีจุดยุทธศาสตร์แนวหลัง”“ปฏิบัติการนี้จะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่สง
ลมหนาวกรรโชกพัดผ่านซากปรักหักพังของอาคารบัญชาการ สงครามครั้งนี้กินเวลายืดเยื้อมาจนถึงเดือนที่สิบสอง สมรภูมิทางภาคเหนือนั้นขาวโพลนไปด้วยหิมะหนาทึบที่ทับถมกันจนมองไม่เห็นเส้นแบ่งเขตแดน ในขณะที่ภาคใต้แม้จะไม่หนาวจัดเท่า แต่สภาพอากาศที่แปรปรวนก็สร้างความลำบากให้แก่กองทัพไม่แพ้กันจุดที่เมล์ประจำการอยู่คือ “สามเหลี่ยมทองคำ” จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่พรมแดนของสามอาณาจักร อัลควาน่า, ฟินีเซีย และอัลเมร่า มาบรรจบกัน มันคือประตูบานใหญ่ที่จะเปิดเข้าสู่ภาคกลางอันมั่งคั่ง หรือจะมุ่งหน้าสู่ยอดเขาทางเหนือก็ได้เด็กสาวในชุดเครื่องแบบฤดูหนาวนั่งอ่านรายงานอยู่หน้าเตาผิงที่กำลังมอดไหม้ ในมือถือแก้วช็อกโกแลตที่เย็นชืดจนไร้ไอความร้อน สายตามองผ่านช่องโหว่ขนาดใหญ่บนกำแพงที่ถูกกระสุนปืนใหญ่ถล่มออกไปสู่ภายนอกที่หิมะยังคงโปรยปราย“คุณหนูใหญ่คะ... องค์ราชาติดต่อมาค่ะ” เสียงพยาบาลสาวเอ่ยขึ้นเบาๆ“ขอบใจมาก... ไปพักเถอะ” เมลรับเครื่องสื่อสารมา“ค่ะท่าน” หญิงสาวเดินออกไปจากห้องที่ไร้กำแพง‘หลานข้า... เจ้าสบายดีหรือไม่?’ เสียงที่คุ้นเคยจากปลายสายแฝงไปด้วยความห่วงใย“วิวบนห้องทำงานใหม่ของหลานดีมากเลยค่ะท่านอา” เมลเอ่ยประช


![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




