หน้าหลัก / LGBTQ+ / ส้มหล่น / บทที่ 2 คุณเพียง

แชร์

บทที่ 2 คุณเพียง

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-21 16:17:11

น่านน้ำไม่ได้แปลกใจที่อีกฝ่ายจะคิดแบบนั้น เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่ขยับแว่นสายตาที่คาดอยู่บนหัวลงมาสวมเพื่อให้ดูเป็นงานเป็นการขึ้น แต่มันก็ดูจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เมื่อเพียงพรรณพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พลางนวดขมับตัวเองเหมือนคนที่เริ่มจะปวดหัว

“กรมฯ ส่งคนแบบนี้มาดูแลโครงการใหญ่ขนาดนี้เนี่ยนะ เด็กจบใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานจะรับผิดชอบงานแบบนี้ได้เหรอ?”

เพียงพรรณพึมพำกับตัวเอง แต่จงใจให้คนตรงหน้าได้ยิน

“ทั้งสไตล์การแต่งตัว...แล้วไหนจะหูที่เจาะพรุนนั่นอีก ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่ามาตรฐานของภาครัฐในการรับคนเข้าทำงานมันลดต่ำลงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

คำพูดนั้นเหมือนลูกศรที่พุ่งเข้ากลางใจน่านน้ำ นิสัยไม่ยอมคนที่ฝังลึกอยู่ภายในเริ่มทำงานทันที เธอข่มอารมณ์กรุ่นๆ ไว้ภายใต้รอยยิ้มยียวนก่อนจะเอ่ยตอบ

“ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นเด็กจบใหม่ คุณคิดผิดแล้ว”

“หมายความว่าไง?”

“ฉันไม่ได้เพิ่งทำงานเมื่อวานค่ะ ฉันอายุสามสิบแล้ว และตำแหน่งงานระดับชำนาญการก็น่าจะเป็นหลักประกันได้ว่า ฉันสามารถดูแลโครงการนี้ได้ค่ะ”

“ห้ะ? เธอเนี่ยนะสามสิบ”

เพียงพรรณถามย้ำอีกครั้ง คิ้วสวยขมวดกันแน่นมากกว่าเดิม

“ใช่ค่ะ อยากดูบัตรประชาชนมั้ยล่ะคะ”

“ไม่จำเป็น!” เจ้าของสถานที่รีบแย้ง

“อ้อ แล้วก็อีกอย่าง เรื่องการเจาะหู หรือภาพลักษณ์ภายนอกน่ะ มันไม่ได้ส่งผลเสียต่ออะตอมในดินหรือเซลล์พืชที่กำลังจะเติบโตหรอกค่ะ...คุณเพียง”

 เพียงพรรณเลิกคิ้วมองเด็กอวดดีตรงหน้า ยิ่งอีกฝ่ายเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ พร้อมกับการยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอก็ยิ่งหงุดหงิด

“เก็บความมั่นใจของเธอเอาไว้เถอะ ที่นี่ไม่ได้ต้องการคนมั่น หรือคนที่เอาแต่ส่องกระจกรถเสริมสวย”

น่านถึงกับถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่เชื่อคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย

ระหว่างที่บรรยากาศกำลังมาคุถึงขีดสุด สายตาของน่านน้ำที่ชอบสังเกตสิ่งแวดล้อมโดยสัญชาตญาณก็เหลือบไปเห็นกระถางไม้ประดับพันธุ์โบราณที่วางอยู่บนม้านั่งหินอ่อนหน้าทางเข้าบ้าน มันคือต้น แก้วแคระ ที่ทรงพุ่มเริ่มเหี่ยวเฉา ใบมีจุดสีน้ำตาลไหม้กระจายอยู่ประปราย

น่านเดินดุ่มๆ เข้าไปใกล้กระถางนั้นทันที เพียงพรรณขมวดคิ้วมองตามด้วยความไม่พอใจ

“นี่! เธอจะทำอะไร”

“คุณช่วยเงียบก่อนได้มั้ย”

น่านหันมาสั่งเสียงเรียบจนอีกฝ่ายชะงัก เธอโน้มตัวลงไปเด็ดใบที่ใกล้จะร่วงขึ้นมาส่องกับแสงแดดอย่างละเอียด นิ้วเรียวคลำไปตามก้านใบและผิวดิน

“ต้นโปรดของคุณเหรอคะต้นนี้ กระถางไม้ประดับแบบนี้ฉันไม่ค่อยเห็น แถมยังตัดแต่งกิ่งซะดิบดี”

เพียงพรรณมองอีกฝ่ายด้วยแววตาสงสัย ไม่เข้าใจว่าคนเด็กกว่าถามไปเพื่ออะไร แต่ก็ยินดีตอบ

“ไม่ใช่ต้นโปรดของฉัน แต่เป็นต้นที่พ่อฉันรักน่ะ ท่านเสียไปแล้ว ฉันเลยดูแลมันต่อ ช่วงนี้ใบเหี่ยว ๆ คนงานบอกว่ามันน่าจะขาดน้ำ”

“เหอะ” น่านหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “คนงานคุณมั่วแล้วค่ะ”

น่านน้ำเงยหน้าขึ้น สบตาเจ้าของไร่อย่างมั่นใจ

“แบบนี้เค้าไม่เรียกว่าขาดน้ำค่ะ แต่เป็นโรคแอนแทรคโนสในไม้ประดับ ดูที่แผลวงกลมซ้อนๆ กันนี่สิ ถ้ายิ่งรดน้ำเข้าไป สปอร์เชื้อราก็จะยิ่งกระจายไปต้นอื่นในไร่ส้มคุณด้วย ทางแก้ไม่ใช่แค่รดน้ำ แต่ต้องตัดส่วนที่เป็นโรคทิ้ง เผาทำลาย และปรับสมดุลความชื้นใหม่ค่ะ”

เพียงพรรณนิ่งไป เธอเดินเข้ามาใกล้เพื่อมองตามที่น่านน้ำชี้ แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่น้ำเสียงที่เคยดูยียวนกลับดูมีความรู้และมั่นคงขึ้นมาถนัดตา ราวกับเป็นคนละคน

“แน่ใจเหรอ เธอไม่ได้พูดมั่วใช่มั้ย”

น่านน้ำลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดมือกับขากางเกงเบาๆ พลางส่ายหน้า

“ถ้าคุณไม่เชื่อ ฉันจะบังคับอะไรคุณได้ ต่อให้ฉันยื่นบัตรข้าราชการให้ดู คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นบัตรปลอมก็ได้ ในเมื่อใจคุณมันไม่เชื่อตั้งแต่แรกที่เห็นหน้าฉันแล้ว ใช่มั้ยคะ...คุณเพียง”

และเป็นอีกครั้งที่น่านเรียกชื่ออีกฝ่ายแบบเน้นย้ำ และมองกันด้วยสายตายียวนยิ่งกว่าเดิม

“ก็ดูสภาพก่อนเถอะ เชื่อถือได้ที่ไหน” เพียงพรรณยืนกอดอก เบี่ยงหน้าออกไปมองต้นส้มที่ยืนต้นเรียงรายในไร่ของเธอ

“แล้วคุณจะเอาไง ถ้าไม่อยากร่วมงานกันฉันจะได้กลับ แล้วจะแจ้งให้กรมส่งคนอื่นมาแทน”

น่านจ้องตาเพียงพรรณอย่างท้าทายแล้วพูดต่อ

“แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ฉันอยากให้คุณคิดดี ๆ ค่ะ เพราะถ้าฉันกลับไป คุณอาจจะถูกมองว่าเป็นเจ้าของไร่เรื่องเยอะและดูวุ่นวายจนอาจจะทำให้ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยนะคะ...คุณเพียง”

เพียงพรรณหันขวับมามองหน้าคนเด็กกว่า เธอกำมือแน่น จิ๊ปากเบา ๆ พร้อมคิ้วโก่งบนใบหน้าที่ขมวดเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิม

“พูดจบรึยัง?”

เจ้าของไร่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นลงกว่าเดิม

“จบแล้วค่ะ”

น่านยักคิ้วเบา ๆ พร้อมท่าทีกอดอกเช่นกัน

“ถ้าจบแล้วก็ย้ายรถเธอไปจอดที่ลานจอดรถคนงานในไร่ แล้วไปเจอฉันที่ห้องทำงาน...อย่ามัวโอ้เอ้ยืดยาด เข้าใจมั้ย”

“ฮ่า ๆ” น่านหัวเราะร่วนจนไหล่สั่น “โอ้เอ้ยืดยาด ใช้คำแก่มากกกก”

คำกล่าวนั้นทำเอาเพียงพรรณถลึงตาใส่อีกฝ่ายทันที

“นี่! อย่ามาล้อเลียนนะ รีบเอารถไปเก็บเลยไป”

“ฮ่า ๆ เอารถไปเก็บ? มันเก็บได้ที่ไหนล่ะคุณเพียง เค้าเรียกว่าเอารถไปจอดค่ะ...คุณเพียง”

ดูเหมือนน่านน้ำชักจะสนุกกับการได้เรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำ ๆ ภาพจินตนาการในหัวก่อนจะมาถึงที่นี่ในแบบที่เธอคิดไว้หายไปหมดสิ้นเมื่อได้มาเจอคุณเพียงพรรณตัวจริง

ถึงแม้จะสวยกว่าในรูป แต่เมื่อได้พูดจาทักทายกันแล้ว ผู้หญิงคนนี้กลับดูน่าแกล้งซะเหลือเกินในสายตาเธอ ยิ่งในตอนที่อีกฝ่ายจิ๊ปากหงุดหงิดเธอ น่านกลับชอบ...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบท่าทีนั้นจังเลย

“ฉันจะเรียกอะไรมันก็เรื่องของฉัน แล้วเธอก็หยุดเรียกชื่อฉันบ่อย ๆ ได้แล้ว กลัวจำชื่อฉันไม่ได้รึไง?”

“เปล่าค่ะ” น่านยักไหล่เบา ๆ “ไม่ได้กลัวจำไม่ได้ แต่ถ้าไม่ให้เรียกคุณเพียงจะให้เรียกอะไรคะ คุณน้าเหรอ?”

คำว่าคุณน้าทำเอาเพียงพรรณตาแทบถลน เธออยากจะฟาดฝ่ามือลงบนต้นแขนอีกฝ่ายสักป๊าบ แต่ก็ยั้งมือตัวเองเอาไว้

“นี่! เรียกพี่ก็พอ ฉันยังไม่แก่ขนาดนั้น”

“จริงเหรอคะ ที่ว่าไม่แก่เนี่ย อายุเท่าไหร่กันน๊า”

น่านน้ำขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมแล้วหลุบสายตาลงต่ำมองใบหน้าอีกฝ่ายที่ส่วนสูงอยู่ในระดับไหล่ของเธอ

“สี่สิบแปด” เพียงพรรณพึมพำเบา ๆ

“ห้ะ? ถามจริง”

น่านอุทานเสียงดังจนอีกฝ่ายอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด

“ฉันจะบอกครั้งเดียว ไม่เชื่อก็ตามใจ”

“โห สี่สิบแปดนี่ไม่ใช่แค่เรียกน้าได้นะคะ แต่บางที เป็นแม่ก็อาจจะได้เลยนะเนี่ย”

“นี่เธอ! เกินไปแล้วนะ เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่ได้ยังไง”

น่านถึงกับหลุดขำออกมาอีกครั้ง เธอล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบาย ๆ พร้อมกับยกสองมือขึ้นราวกับยอมแพ้แล้ว

“ขอโทษค่ะขอโทษ น่านไม่พูดแล้ว ยิ่งพูดก็ยิ่งเจอแต่ศัพท์เก่าๆ แต่ก็หายสงสัยแล้วค่ะ อายุขนาดนี้แล้วเนอะ...”

เพียงพรรณกำมือแน่นอีกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเจอกับเด็กคนนี้ทำให้เธอหงุดหงิดเป็นบ้า

“จบเรื่องอายุของฉันได้รึยัง?”

เมื่อเห็นแววตาดุ ๆ รอยยิ้มกวน ๆ บนใบหน้าของน่านก็หายไป

“จบแล้วค่ะจบแล้ว คุณเพียงโกรธน่านเหรอคะ อันที่จริง เรายังต้องเจอกันอีกนาน สานสัมพันธ์ให้สนิทกันเร็วๆ  ก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอคะ”

“ใช่ มันดี หากเราสนิทกันเร็ว และฉันก็อยากให้งานนี้เสร็จเร็ว ๆ เหมือนกัน เธอจะได้กลับไปสักที”

น่านยกยิ้มมุมปากอีกครั้ง “แหม เพิ่งจะเจอกันวันแรก ไล่กันแล้วเหรอคะ...ใจร้ายจัง”

“แล้วใครบอกเธอว่าฉันใจดี? หรือถ้าเธอเข้าใจแบบนั้นก็รู้ไว้เลยว่าคิดผิดแล้ว...”

พูดจบ เจ้าของไร่สาวใหญ่ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงที่ฟุ้งอยู่ในอากาศ

น่านน้ำลอบถอนหายใจยาวเหยียด หัวใจที่เกือบจะหยุดเต้นกลับมาทำงานหนักอีกครั้ง เธอทรุดตัวพิงกับประตูรถกระบะพลางบ่นอุบอิบ

“รุ่นนี้ดูท่าจะดุเอาเรื่อง...แต่ก็ถือว่าดี ดูมีอะไรให้น่าค้นหา การทำงานที่นี่คงไม่น่าเบื่อเกินไปแล้วล่ะ”

บ่นกับตัวเองจบ น่านก็รีบขับรถไปจอดยังที่จอดรถคนงาน และหอบหิ้วสัมภาระไปยังบ้านหลังใหญ่ที่เป็นจุดเด่นของที่นี่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ส้มหล่น   บทส่งท้าย

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านสีครีมข้างหน้าต่างเข้ามา พร้อมกับเสียงรถบนถนนด้านล่างที่กลายเป็นเสียงนาฬิกาปลุกสำหรับเพียงพรรณไปแล้วเช้าวันจันทร์...วันแรกของการเริ่มต้นสัปดาห์สำหรับบางคนอาจจะเป็นเช้าอันสดใส แต่สำหรับใครอีกหลายคนคงไม่ได้เป็นแบบนั้นเพียงพรรณขยับตัวก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ ตามสัญชาตญาณ เธอหันไปมองข้างตัวทันที แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า“น่าน”เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นในตอนเช้าแบบนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว โดยเฉพาะวันที่แฟนเด็กของเธอต้องไปทำงานคนอายุมากกว่าค่อย ๆ ลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุมบาง ๆ แล้วเปิดประตูห้องออกไป จึงพบว่าห้องครัวเปิดไฟสว่างอยู่และเจ้าของชื่อที่เธอเรียกหาเมื่อครู่ กำลังฟุบหน้าหลับอยู่บนโต๊ะกินข้าวโน้ตบุ๊กยังเปิดค้างไว้ ข้างกันมีเอกสารกองโต ปากกาไฮไลต์กระจัดกระจายเต็มโต๊ะ ส่วนแก้วกาแฟตรงหน้าก็ดูเหมือนจะหมดไปนานแล้วเพียงพรรณถอนหายใจเบา ๆ อย่างรู้ทัน“น่านน้ำ...”คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือกทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแบบงัวเงีย ผมยุ่งไปหมดจนดูเหมือนลูกหมาตัวโตที่เพิ่งตื่นนอน“ฮื้อ...พี่เพียง ตื่นแล้วเหรอคะ”“ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้คะ ตื่นมาทำงานตอนเช้ามืดอีกแล้วเหรอ”แฟนเด็

  • ส้มหล่น   บทที่ 48 คู่ชีวิต (จบ)

    หลังจากคำขอแต่งงานในวันนั้น ทั้งคู่ต่างก็เฝ้ารอให้วันสำคัญมาถึง...ไม่มีการดูฤกษ์ ไม่มีการคุยเรื่องสินสอด ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ของทั้งคู่ไม่มีแล้ว ทางด้านเพียงพรรณมีน้องสาวสองคน และทั้งคู่ก็ดีใจกับพี่สาวมาก จนแทบจะยกหน้าที่จัดงานทั้งหมดมาไว้ในมือส่วนน่าน...หลังจากเอ่ยคำสำคัญวันนั้น เธอกลับไปจัดการงานหลายอย่างที่ยังคั่งค้าง รวมถึงเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายฝ่ายเรื่องทุนวิจัยที่หลายคนมองว่าน่าเสียดายแต่การพูดคุยทุกอย่างกลับผ่านไปได้ด้วยดีนั่นเพราะน่านคิดกับชีวิตตัวเองมาดีแล้วจริง ๆตอนนี้เธอยังคงทำงานในตำแหน่งนักวิชาการโรคพืชชำนาญการ ยังสังกัดกรมการเกษตร ยังเป็นลูกน้องคนเก่งของพี่ภัทรเหมือนเดิม และยังได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องโรคพืชมากขึ้นกว่าเดิมด้วยเกือบทุกเสาร์อาทิตย์ น่านจะขับรถมาหาเพียงพรรณที่ไร่หรือบางครั้งเจ้าของไร่ส้มก็มักขับรถจากฝางลงไปหาแฟนเด็กที่เชียงใหม่ แล้วค้างที่คอนโดของน่านแน่นอนว่าเจ้าเด็กตัวโตจะดีใจทุกครั้งที่แฟนมาหา เพราะนั่นหมายความว่า ห้องที่รกจนแทบไม่มีทางเดินจะกลับมาสะอาดอีกครั้งแม้คนทำความสะอาดจะบ่นไปตลอดก็ตาม“น่าน ทำไมถุงเท้าถึงไปอยู่บนเตียงนอนได้

  • ส้มหล่น   บทที่ 47 ส้มหล่น

    แสงแดดยามสายส่องกระทบแนวต้นส้มจนใบสีเขียวสะท้อนประกายระยิบระยับ ลมหนาวพัดเอื่อยผ่านไร่กว้าง เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ กลายเป็นเสียงที่เจ้าของไร่คุ้นชินไปแล้วเพียงพรรณยืนอยู่กลางแถวต้นส้มในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อน หมวกปีกกว้างถูกกดต่ำลงเล็กน้อยเพื่อกันแดด มือหนึ่งถือแฟ้มบันทึกข้อมูล อีกมือจับใบส้มที่มีจุดสีเหลืองซีดอยู่ตรงขอบเธอขมวดคิ้วนิด ๆ ราวกับไม่เคยเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามาก่อน“ใบนี้แปลกจัง...” ปลายนิ้วพลิกดูใต้ใบอย่างตั้งใจลักษณะคล้ายอาการเริ่มต้นของโรค แต่เพียงพรรณยังไม่แน่ใจนัก เพราะมันไม่ได้ตรงกับอาการที่เคยเจอบ่อย ๆ ในไร่“พี่เข้ม ทางนี้หน่อยค่ะ”เจ้าของไร่เรียกเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ชายวัยกลางคนที่กำลังเดินตรวจแมลงในโซนไม่ไกลกัน รีบวางมือแล้วเดินมาหาเธอทันที“ครับคุณเพียง”“ช่วงนี้มีแมลงลงโซนนี้เยอะมั้ย”“ไม่นะครับ ลุงหมื่นเพิ่งพ่นยารอบก่อนเอง”เพียงพรรณพยักหน้าช้า ๆ ก่อนมองใบส้มในมืออีกครั้ง แล้วเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับโรคพืช“จุดเหลืองบนใบส้ม...”“ใบส้มซีดขอบใบ...”“โรคใบด่าง...”“ทำไมมันเหมือนทุกโรคเลยนะ”เจ้าของไร่บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ จนพี่เ

  • ส้มหล่น   บทที่ 46 สิ่งที่ใจต้องการ

    เสียงดนตรีแจ๊ซเบา ๆ ลอยคลออยู่ภายในห้องจัดเลี้ยงของศูนย์วิจัย บนโต๊ะยาวกลางห้องเต็มไปด้วยอาหารและไวน์สำหรับงานเลี้ยงปิดการอบรม ผู้คนจากหลากหลายประเทศกำลังยืนพูดคุย แลกนามบัตร ถ่ายรูป และหัวเราะให้กันอย่างเป็นกันเอง“Nan! Come here!”เสียงเรียกจากนักวิจัยชาวญี่ปุ่นดังขึ้นพร้อมการโบกมือ น่านจึงยกแก้วไวน์ในมือขึ้นตอบรับแล้วเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มคนตรงหน้า“Your presentation today was brilliant.”“Especially the citrus disease management model. It’s practical.”“Professor Martin was impressed with you.”คำชื่นชมมากมายดังเข้าหูไม่หยุด รอยยิ้มของน่านยังคงดูเป็นธรรมชาติ เธอพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบคำถาม และรับฟังข้อเสนอจากหลายฝ่ายอย่างคล่องแคล่วราวกับคนที่เกิดมาเพื่องานนี้อย่างแท้จริงคนที่เกิดมาเพื่องานวิจัย ความก้าวหน้า การเติบโต ความสำเร็จ ทุกอย่างคือสิ่งที่เธอพยายามไขว่คว้ามาตลอดแต่แปลกเหลือเกิน...แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย น่านกลับรู้สึกเงียบอย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะตอนที่สายตาเหลือบไปเห็นคู่รักคู่หนึ่งกำลังยืนถ่ายรูปด้วยกันตรงริมหน้าต่าง ผู้หญิงผมทองในชุดสูทหัวเราะออกมาเบา ๆ

  • ส้มหล่น   บทที่ 45 แทนใจ

    สนามบินเชียงใหม่ในช่วงเช้าเต็มไปด้วยผู้คน เสียงประกาศเที่ยวบินดังสลับกับเสียงล้อลากกระเป๋าที่เคลื่อนไปมาบนพื้นกระเบื้องเงาวับแต่น่านแทบไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลย สายตาของเธอมีเพียงคนที่ยืนอยู่ข้างกันเท่านั้นเพียงพรรณอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงขายาวธรรมดา ผมถูกรวบต่ำลวก ๆ ดูเหมือนคนที่รีบตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด แม้ใบหน้าจะยังเรียบนิ่งเหมือนเดิม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเก็บความอาลัยไว้ไม่มิด“พี่เพียงกินข้าวมารึยังคะ”“กินกาแฟแล้ว”“กาแฟไม่นับเป็นข้าวนะ”“เดี๋ยวค่อยกลับไปกินที่ไร่ก็ได้”น่านถอนหายใจเบา ๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว แต่พอถึงวันที่ต้องห่างกันจริง ๆ เธอกลับอยากดูแลคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุดอยากจำทุกอย่างเอาไว้ แม้กระทั่งนิสัยดื้อ ๆ ที่ชอบละเลยตัวเอง“ไหนบอกจะเอาเสื้อตัวนี้ไปใส่ที่โน่น ทำไมถึงใส่มาล่ะ รอยถักก็ไม่สวย เดี๋ยวใครมอง”เพียงพรรณบ่นเบา ๆ เมื่อเห็นคนรักสวมเสื้อไหมพรมที่เธอถักให้ทับเสื้อแขนยาวสีขาวด้านใน“เสื้อตัวนี้แฟนน่านถักให้ ไม่สวยสำหรับคนอื่นแต่สวยที่สุดสำหรับน่านค่ะ”“เช็กของดีรึยัง ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย” เธอถามระหว่างยกมือขึ้นจัดคอเสื้อให้เด็กตัวโตตรงหน้า“

  • ส้มหล่น   บทที่ 44 เมื่อต้องห่าง

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนของเพียงพรรณเงียบ ๆ พร้อมกับอากาศเย็นของฝางที่น่านคุ้นเคยไปแล้วแปลกดีนะ จากที่ไม่เคยชอบอากาศหนาว แต่พอถึงวันที่จะได้อยู่ที่นี่เป็นวันสุดท้าย น่านกลับโหยหาอากาศหนาวที่นี่ อยากตักตวงและจดจำความหนาวของฝางเอาไว้ให้ได้มากที่สุดอากาศหนาวที่ฝางไม่เหมือนที่อื่น เพราะสำหรับน่านแล้ว มันเป็นความหนาวที่มาพร้อมกับความอบอุ่น และเธอคงไม่สามารถเจอบรรยากาศแบบนี้ได้ที่ไหนอีกคนข้างกายยังคงนอนหลับตาพริ้ม น่านเป็นฝ่ายลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เธอจึงมีโอกาสได้นอนมองใบหน้าอีกฝ่ายได้นานเท่านาน จดจำทุกอย่างเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพียงพรรณนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเธอ เส้นผมสีเข้มกระจายอยู่บนหมอนเล็กน้อย ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ น่านยื่นปลายนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่หล่นปรกใบหน้าคมสวยเบา ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดมากกว่าเดิม เงียบ...จนใจหายน่านมองใบหน้าของคนรักอยู่แบบนั้นนานมาก โดยเฉพาะริมฝีปากที่เธอเพิ่งจูบไปเมื่อคืน ความหวานยังติดตรึง รวมถึงกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ติดอยู่บนปลายผมหลังจากวันนี้ กว่าจะได้อยู่ใกล้กันอีกครั้งก็คงอีกนาน...มือเรียวลูบไล้แก้มของเพียง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status