INICIAR SESIÓNหลังจากเห็นภาพถ่ายใบหน้าเจ้าของสวนส้ม คำตอบที่เคยบอกหัวหน้าไปครั้งก่อนก็เปลี่ยนไป และกลายเป็นว่าน่านตอบรับการดูแลโครงการนี้ด้วยตัวเอง
หนึ่งเดือนต่อมา ก็ถึงเวลาที่เธอต้องย้ายสถานที่ทำงานชั่วคราว...
เสียงรูดซิปกระเป๋าเดินทางสีเทาเข้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบเชียบของคอนโดมิเนียมย่านใจกลางเมืองเชียงใหม่ น่านถอนหายใจยาวเป็นรอบที่สิบในเช้ามืดวันจันทร์ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่เธอรักที่สุด
เตียงนอนขนาดห้าฟุตที่เพิ่งเปลี่ยนผ้าปูสีน้ำเงินเข้มหอมกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม กองหนังสือการ์ตูนและนิยายแปลที่วางซ้อนกันเป็นตั้งชวนให้หยิบขึ้นมาเปิดอ่าน และจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์ที่ยังคงมีคราบรอยนิ้วมือจางๆ จากการนั่งดูซีรีส์จนโต้รุ่งเมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ทุกอย่างในห้องนี้คือพื้นที่ปลอดภัยที่น่านสร้างให้ตัวเอง
แต่วันนี้ เธอต้องทิ้งมันไปเพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอฝาง ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องดอยสูงและอากาศที่หนาวจับขั้วหัวใจ และคนอย่างน่านน้ำก็ดันไม่ชอบอากาศหนาวเอาซะเลย แต่จะเปลี่ยนคำตอบตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว
“ให้ตายเหอะ ตอนนั้นอะไรดลใจให้ฉันไปเปลี่ยนคำตอบกับพี่ภัทรกันนะ”
“ก็แค่ดูน่าสนใจ...แต่ก็ไม่เห็นจะต้องไปอยู่ตั้งหกเดือน เห้อ น่านเอ๊ยยยย คิดเร็วทำเร็วแล้วเป็นงี้ทุกที”
ถึงแม้ตอนที่เห็นรูปถ่ายใบนั้น คนในรูปจะน่าสนใจไม่น้อย แต่เมื่อถึงวันต้องไปทำความรู้จักจริง ๆ น่านกลับประหม่าขึ้นมาซะอย่างนั้น
“ไปก็ไป...หกเดือนแป๊บเดียวเอง”
น่านดึงหูจับของกระเป๋าเดินทางขึ้นสูง แล้วลากกระเป๋าใบใหญ่ออกไปจากห้องพักด้วยสายตาละห้อย ความสะดวกสบายที่คุ้นชิน หลังจากนี้คงอีกนานกว่าจะได้กลับมาที่นี่อีก
จังหวะที่กำลังจะปิดประตูห้อง สายตาของน่านเหลือบไปเห็นรูปถ่ายของเจ้าของสวนส้มที่พี่ภัทรให้เธอมา น่านตั้งไว้บนโต๊ะวางของจนลืมไปแล้ว แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็น มือที่กำลังจะปิดประตูก็ชะงัก
สองเท้าของเจ้าของห้องก้าวฉับ ๆ เข้าไปด้านในแล้วหยิบรูปใบนั้นติดมือมา สายตาของน่านน้ำจับจ้องใบหน้าของหญิงสาวที่มีไฝใต้ต้าเป็นเสน่ห์ดึงดูด
“คุณเพียงพรรณ ตัวจริงจะสวยเท่าในรูปมั้ยนะ”
ประตูห้องปิดลงพร้อมเสียงลากกระเป๋า และไม่รู้เลยว่านับจากนี้น่านน้ำจะต้องเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง...
รถเก๋งสีดำคู่ใจของน่านเลี้ยวออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถนนเริ่มไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่น่านน้ำบังคับพวงมาลัยผ่านโค้งแล้วโค้งเล่า ยิ่งเข้าใกล้จุดหมาย ทัศนียภาพสองข้างทางก็เริ่มเปลี่ยนไป ต้นยางนาสูงใหญ่ถูกแทนที่ด้วยทิวเขาหินปูนสลับซับซ้อน และอากาศที่เคยร้อนระอุในตัวเมืองก็เริ่มถูกเจือด้วยความเย็นเยือกที่ลอดผ่านช่องแอร์เข้ามา
ทว่าตลอดเวลาที่น่านขับรถ ในหัวของเธอไม่ได้มีแค่เรื่องงาน แต่กลับนึกถึงคุณเพียง หญิงสาวที่เธอจะต้องร่วมงานด้วยและเจอหน้าอีกหลายครั้งนับจากนี้
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนแบบไหนกันนะ
จะเป็นนักธุรกิจหน้าเลือดที่ระเบียบจัด และบางทีอาจจะเอาแต่เรียกใช้เธอจนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน
หรือถ้าแย่กว่านั้น ก็คงไม่เหมือนคนในรูปเลย อาจจะไม่ได้ดูใจดีแบบที่เห็น หรือสวยดึงดูดมากขนาดนั้น
น่านน้ำได้แต่คิดไปต่าง ๆ นานา รู้ตัวอีกทีเธอก็ขับรถมาถึงจุดหมายแล้ว
รถเลี้ยวเข้าสู่เขต ไร่ส้มเกื้อวรากุล ป้ายไม้สักขนาดใหญ่สลักชื่อไว้อย่างประณีต สองข้างทางคือต้นส้มสายน้ำผึ้งที่เรียงรายสุดลูกหูลูกตา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกส้มที่กำลังบานสะพรั่งผสมกับกลิ่นดินเปียกชื้นโชยเข้าจมูกทันทีที่น่านลดกระจกลง
เธอจอดรถหน้าบ้านไม้กึ่งปูนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินสูง น่านก้าวลงจากรถพร้อมแฟ้มเอกสารและอุปกรณ์ตรวจวัด ความเย็นของดอยฝางทำให้ผิวของเธอขนลุกชัน เธอปรับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนให้เรียบกริบ จัดการมัดผมใหม่ให้เรียบร้อย เนื่องจากมันฟูฟ่องเพราะแรงลมระหว่างทาง
น่านหันหลังส่องใบหน้าตัวเองกับกระจกรถ ใบหูที่เจาะหูสามรู เส้นผมที่ทำสีน้ำตาล และแว่นสายตาที่คาดไว้บนศีรษะ ดูรวม ๆ แล้วเธออาจจะดูเหมือนนักท่องเที่ยวมากกว่าข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการที่มาทำงานที่นี่เสียอีก
แต่เรื่องนั้น...น่านสนใจซะที่ไหนล่ะ
ระหว่างที่น่านกำลังเช็กความเรียบร้อยกับกระจกรถ หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของสวนส้มก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ และเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงบางเบา
“คุณ ตรงนั้นจอดรถไม่ได้ค่ะ”
น่านชะงัก...มือที่กำลังเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลของตัวเองค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความประหม่าเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหน้าแตกอย่างแรง เธอรีบหันขวับไปตามเสียงนิ่งเรียบนั้นทันที
และในวินาทีที่ได้สบสายตา น่านน้ำก็ได้เข้าใจว่าคำว่าโลกหยุดหมุนเป็นยังไง
ผู้หญิงที่กำลังใช้สายตาแกมดุจ้องมองมาที่เธอตอนนี้ดูแพงกว่าในรูปหลายเท่า
เพียงพรรณในชีวิตจริงสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมที่รีดจนเนียนกริบ กางเกงสแล็คสีดำขลับส่งให้ช่วงขาดูเพรียวยาวและสง่างาม ใบหน้าที่เคยเห็นผ่านภาพถ่ายตอนนี้ดูมีมิติและทรงพลังกว่าเดิมหลายเท่า
ไฝเสน่ห์ใต้หางตาซ้ายนั้นชัดเจนเสียจนน่านน้ำเผลอจ้องมองเนิ่นนาน แต่สิ่งที่กระแทกใจที่สุดคือ แววตาคมกริบที่กำลังมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความกังขา
“ถ้าจะมาเที่ยวคาเฟ่ ต้องขับตรงไปอีกค่ะ”
เพียงพรรณย้ำอีกครั้ง คราวนี้มีรอยขมวดคิ้วจางๆ บนด้ามจมูกโด่งรั้น
น่านได้สติ เธอรีบคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมาถือไว้
“ฉันไม่ใช่นักท่องเที่ยวค่ะ ฉันชื่อน่านน้ำ นักวิชาการจากกรมการเกษตรที่จะมาดูแลโครงการรับรองมาตรฐานส่งออกให้สวนของคุณไงคะ”
เพียงพรรณนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยมองคนนับร้อยในไร่กวาดมองร่างสูงตรงหน้าอีกรอบอย่างไม่เชื่อสายตา
“คุณเนี่ยนะ นักวิชาการ?”
“ใช่ค่ะ มีตรงไหนที่ฉันดูไม่เหมือนนักวิชาการเหรอคะ...คุณเพียง”
น่านขยับก้าวไปข้างหน้าสามก้าว จนระยะห่างระหว่างเธอกับอีกฝ่ายเหลือน้อยลง ยิ่งได้เห็นใบหน้าของคนตรงหน้าในระยะใกล้ น่านก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงคำว่าสวยในแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
“ก็ทุกตรงนั่นแหละ”
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านสีครีมข้างหน้าต่างเข้ามา พร้อมกับเสียงรถบนถนนด้านล่างที่กลายเป็นเสียงนาฬิกาปลุกสำหรับเพียงพรรณไปแล้วเช้าวันจันทร์...วันแรกของการเริ่มต้นสัปดาห์สำหรับบางคนอาจจะเป็นเช้าอันสดใส แต่สำหรับใครอีกหลายคนคงไม่ได้เป็นแบบนั้นเพียงพรรณขยับตัวก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ ตามสัญชาตญาณ เธอหันไปมองข้างตัวทันที แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า“น่าน”เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นในตอนเช้าแบบนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว โดยเฉพาะวันที่แฟนเด็กของเธอต้องไปทำงานคนอายุมากกว่าค่อย ๆ ลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุมบาง ๆ แล้วเปิดประตูห้องออกไป จึงพบว่าห้องครัวเปิดไฟสว่างอยู่และเจ้าของชื่อที่เธอเรียกหาเมื่อครู่ กำลังฟุบหน้าหลับอยู่บนโต๊ะกินข้าวโน้ตบุ๊กยังเปิดค้างไว้ ข้างกันมีเอกสารกองโต ปากกาไฮไลต์กระจัดกระจายเต็มโต๊ะ ส่วนแก้วกาแฟตรงหน้าก็ดูเหมือนจะหมดไปนานแล้วเพียงพรรณถอนหายใจเบา ๆ อย่างรู้ทัน“น่านน้ำ...”คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือกทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแบบงัวเงีย ผมยุ่งไปหมดจนดูเหมือนลูกหมาตัวโตที่เพิ่งตื่นนอน“ฮื้อ...พี่เพียง ตื่นแล้วเหรอคะ”“ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้คะ ตื่นมาทำงานตอนเช้ามืดอีกแล้วเหรอ”แฟนเด็
หลังจากคำขอแต่งงานในวันนั้น ทั้งคู่ต่างก็เฝ้ารอให้วันสำคัญมาถึง...ไม่มีการดูฤกษ์ ไม่มีการคุยเรื่องสินสอด ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ของทั้งคู่ไม่มีแล้ว ทางด้านเพียงพรรณมีน้องสาวสองคน และทั้งคู่ก็ดีใจกับพี่สาวมาก จนแทบจะยกหน้าที่จัดงานทั้งหมดมาไว้ในมือส่วนน่าน...หลังจากเอ่ยคำสำคัญวันนั้น เธอกลับไปจัดการงานหลายอย่างที่ยังคั่งค้าง รวมถึงเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายฝ่ายเรื่องทุนวิจัยที่หลายคนมองว่าน่าเสียดายแต่การพูดคุยทุกอย่างกลับผ่านไปได้ด้วยดีนั่นเพราะน่านคิดกับชีวิตตัวเองมาดีแล้วจริง ๆตอนนี้เธอยังคงทำงานในตำแหน่งนักวิชาการโรคพืชชำนาญการ ยังสังกัดกรมการเกษตร ยังเป็นลูกน้องคนเก่งของพี่ภัทรเหมือนเดิม และยังได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องโรคพืชมากขึ้นกว่าเดิมด้วยเกือบทุกเสาร์อาทิตย์ น่านจะขับรถมาหาเพียงพรรณที่ไร่หรือบางครั้งเจ้าของไร่ส้มก็มักขับรถจากฝางลงไปหาแฟนเด็กที่เชียงใหม่ แล้วค้างที่คอนโดของน่านแน่นอนว่าเจ้าเด็กตัวโตจะดีใจทุกครั้งที่แฟนมาหา เพราะนั่นหมายความว่า ห้องที่รกจนแทบไม่มีทางเดินจะกลับมาสะอาดอีกครั้งแม้คนทำความสะอาดจะบ่นไปตลอดก็ตาม“น่าน ทำไมถุงเท้าถึงไปอยู่บนเตียงนอนได้
แสงแดดยามสายส่องกระทบแนวต้นส้มจนใบสีเขียวสะท้อนประกายระยิบระยับ ลมหนาวพัดเอื่อยผ่านไร่กว้าง เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ กลายเป็นเสียงที่เจ้าของไร่คุ้นชินไปแล้วเพียงพรรณยืนอยู่กลางแถวต้นส้มในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อน หมวกปีกกว้างถูกกดต่ำลงเล็กน้อยเพื่อกันแดด มือหนึ่งถือแฟ้มบันทึกข้อมูล อีกมือจับใบส้มที่มีจุดสีเหลืองซีดอยู่ตรงขอบเธอขมวดคิ้วนิด ๆ ราวกับไม่เคยเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามาก่อน“ใบนี้แปลกจัง...” ปลายนิ้วพลิกดูใต้ใบอย่างตั้งใจลักษณะคล้ายอาการเริ่มต้นของโรค แต่เพียงพรรณยังไม่แน่ใจนัก เพราะมันไม่ได้ตรงกับอาการที่เคยเจอบ่อย ๆ ในไร่“พี่เข้ม ทางนี้หน่อยค่ะ”เจ้าของไร่เรียกเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ชายวัยกลางคนที่กำลังเดินตรวจแมลงในโซนไม่ไกลกัน รีบวางมือแล้วเดินมาหาเธอทันที“ครับคุณเพียง”“ช่วงนี้มีแมลงลงโซนนี้เยอะมั้ย”“ไม่นะครับ ลุงหมื่นเพิ่งพ่นยารอบก่อนเอง”เพียงพรรณพยักหน้าช้า ๆ ก่อนมองใบส้มในมืออีกครั้ง แล้วเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับโรคพืช“จุดเหลืองบนใบส้ม...”“ใบส้มซีดขอบใบ...”“โรคใบด่าง...”“ทำไมมันเหมือนทุกโรคเลยนะ”เจ้าของไร่บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ จนพี่เ
เสียงดนตรีแจ๊ซเบา ๆ ลอยคลออยู่ภายในห้องจัดเลี้ยงของศูนย์วิจัย บนโต๊ะยาวกลางห้องเต็มไปด้วยอาหารและไวน์สำหรับงานเลี้ยงปิดการอบรม ผู้คนจากหลากหลายประเทศกำลังยืนพูดคุย แลกนามบัตร ถ่ายรูป และหัวเราะให้กันอย่างเป็นกันเอง“Nan! Come here!”เสียงเรียกจากนักวิจัยชาวญี่ปุ่นดังขึ้นพร้อมการโบกมือ น่านจึงยกแก้วไวน์ในมือขึ้นตอบรับแล้วเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มคนตรงหน้า“Your presentation today was brilliant.”“Especially the citrus disease management model. It’s practical.”“Professor Martin was impressed with you.”คำชื่นชมมากมายดังเข้าหูไม่หยุด รอยยิ้มของน่านยังคงดูเป็นธรรมชาติ เธอพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบคำถาม และรับฟังข้อเสนอจากหลายฝ่ายอย่างคล่องแคล่วราวกับคนที่เกิดมาเพื่องานนี้อย่างแท้จริงคนที่เกิดมาเพื่องานวิจัย ความก้าวหน้า การเติบโต ความสำเร็จ ทุกอย่างคือสิ่งที่เธอพยายามไขว่คว้ามาตลอดแต่แปลกเหลือเกิน...แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย น่านกลับรู้สึกเงียบอย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะตอนที่สายตาเหลือบไปเห็นคู่รักคู่หนึ่งกำลังยืนถ่ายรูปด้วยกันตรงริมหน้าต่าง ผู้หญิงผมทองในชุดสูทหัวเราะออกมาเบา ๆ
สนามบินเชียงใหม่ในช่วงเช้าเต็มไปด้วยผู้คน เสียงประกาศเที่ยวบินดังสลับกับเสียงล้อลากกระเป๋าที่เคลื่อนไปมาบนพื้นกระเบื้องเงาวับแต่น่านแทบไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลย สายตาของเธอมีเพียงคนที่ยืนอยู่ข้างกันเท่านั้นเพียงพรรณอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงขายาวธรรมดา ผมถูกรวบต่ำลวก ๆ ดูเหมือนคนที่รีบตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด แม้ใบหน้าจะยังเรียบนิ่งเหมือนเดิม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเก็บความอาลัยไว้ไม่มิด“พี่เพียงกินข้าวมารึยังคะ”“กินกาแฟแล้ว”“กาแฟไม่นับเป็นข้าวนะ”“เดี๋ยวค่อยกลับไปกินที่ไร่ก็ได้”น่านถอนหายใจเบา ๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว แต่พอถึงวันที่ต้องห่างกันจริง ๆ เธอกลับอยากดูแลคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุดอยากจำทุกอย่างเอาไว้ แม้กระทั่งนิสัยดื้อ ๆ ที่ชอบละเลยตัวเอง“ไหนบอกจะเอาเสื้อตัวนี้ไปใส่ที่โน่น ทำไมถึงใส่มาล่ะ รอยถักก็ไม่สวย เดี๋ยวใครมอง”เพียงพรรณบ่นเบา ๆ เมื่อเห็นคนรักสวมเสื้อไหมพรมที่เธอถักให้ทับเสื้อแขนยาวสีขาวด้านใน“เสื้อตัวนี้แฟนน่านถักให้ ไม่สวยสำหรับคนอื่นแต่สวยที่สุดสำหรับน่านค่ะ”“เช็กของดีรึยัง ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย” เธอถามระหว่างยกมือขึ้นจัดคอเสื้อให้เด็กตัวโตตรงหน้า“
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนของเพียงพรรณเงียบ ๆ พร้อมกับอากาศเย็นของฝางที่น่านคุ้นเคยไปแล้วแปลกดีนะ จากที่ไม่เคยชอบอากาศหนาว แต่พอถึงวันที่จะได้อยู่ที่นี่เป็นวันสุดท้าย น่านกลับโหยหาอากาศหนาวที่นี่ อยากตักตวงและจดจำความหนาวของฝางเอาไว้ให้ได้มากที่สุดอากาศหนาวที่ฝางไม่เหมือนที่อื่น เพราะสำหรับน่านแล้ว มันเป็นความหนาวที่มาพร้อมกับความอบอุ่น และเธอคงไม่สามารถเจอบรรยากาศแบบนี้ได้ที่ไหนอีกคนข้างกายยังคงนอนหลับตาพริ้ม น่านเป็นฝ่ายลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เธอจึงมีโอกาสได้นอนมองใบหน้าอีกฝ่ายได้นานเท่านาน จดจำทุกอย่างเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพียงพรรณนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเธอ เส้นผมสีเข้มกระจายอยู่บนหมอนเล็กน้อย ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ น่านยื่นปลายนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่หล่นปรกใบหน้าคมสวยเบา ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดมากกว่าเดิม เงียบ...จนใจหายน่านมองใบหน้าของคนรักอยู่แบบนั้นนานมาก โดยเฉพาะริมฝีปากที่เธอเพิ่งจูบไปเมื่อคืน ความหวานยังติดตรึง รวมถึงกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ติดอยู่บนปลายผมหลังจากวันนี้ กว่าจะได้อยู่ใกล้กันอีกครั้งก็คงอีกนาน...มือเรียวลูบไล้แก้มของเพียง







