Accueil / LGBTQ+ / ส้มหล่น / บทที่ 5 ไม่มีสัญญาณ

Partager

บทที่ 5 ไม่มีสัญญาณ

last update Date de publication: 2026-05-21 16:22:22

“ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเหรอเนี่ย...”

น่านขมวดคิ้ว จ้องหน้าจอที่ยังคงหมุนค้าง

เธอชูโทรศัพท์ขึ้นเหนือหัว ขยับไปทางซ้ายที ขวาที เผื่อจะมีคลื่นหลงเข้ามาบ้าง

แต่ทุกอย่างนิ่งสนิท...ไม่มีแม้กระทั่งสัญญาณขีดเดียวให้ได้ลุ้น

เธอถอนหายใจยาว ลดมือลงอย่างยอมแพ้ ก่อนจะเงยหน้ามองออกไปนอกบ้านพัก แสงสีส้มสุดท้ายของวันกำลังเลือนหายไปหลังแนวภูเขา ท้องฟ้ากำลังถูกกลืนด้วยความมืดยามค่ำคืน

เงียบเกินไป...ที่นี่เงียบจนเธอได้ยินแค่เสียงลมหายใจของตัวเอง

น่านเม้มริมฝีปาก พึมพำกับตัวเอง

“ต้องอยู่แบบนี้ตั้งหกเดือนจริงดิ” เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ

ไม่มีเสียงรถ

ไม่มีเสียงคน

ไม่มีแม้แต่ความวุ่นวายแบบที่เธอคุ้นเคย

มีเพียงกลิ่นดิน กับลมเย็นที่พัดผ่านต้นไม้เป็นระยะ และความจริงที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า

ที่นี่...ไม่ใช่ที่ของเธอ

น่านเดินออกไปจากบ้านพักโดยที่โทรศัพท์ยังอยู่ในมือ เธอไล่หาสัญญาณไปตามทางดินหน้าบ้าน เดินวนไปวนมา สายตายังไม่ละจากหน้าจอ

จนกระทั่งมีเงาของใครคนหนึ่งปรากฎขึ้นตรงหน้า

“หาสัญญาณมือถืออยู่เหรอ”

น่านสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปพบกับเงาหนึ่งที่หยุดอยู่ตรงหน้า เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เจอเจ้าของไร่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ ในชุดนอนกระโปรงผ้าแพรสีน้ำเงินเข้ม พร้อมผ้าคลุมไหล่สีขาว และแก้วชาบนจานรองในมือ

“แถวนี้ไม่มีสัญญาณ ถ้าจะใช้อินเทอร์เน็ตต้องเดินไปหน้าบ้านพักของฉัน ตรงนั้นคลื่นชัดที่สุด”

“อ๋อ...” น่านพยักหน้าเบา ๆ “ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบค่ะ”

“ไม่เป็นไร”

เพียงพรรณตอบกลับแล้วหันหลังเดินกลับไปยังบ้านตัวเอง น่านจึงเดินตามไปห่าง ๆ เมื่อเข้าใกล้ตัวบ้าน มือถือของเธอก็เริ่มมีสัญญาณ และตามด้วยเสียงแจ้งเตือนรัว ๆ ทั้งกลุ่มไลน์ที่ทำงาน และการแจ้งเตือนในโซเชียลมีเดีย

 เธอรีบก้มหน้ากดพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว โดยที่สัมผัสได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายมองเธออยู่ตลอดเวลา หากแต่ไม่ใช่สายตาดุ ๆ แบบเมื่อตอนบ่าย

ทว่ากลับเป็นสายตาเรียบนิ่งที่ไม่ได้เร่งเร้าการกระทำของเธอ เพียงแค่มองก็เท่านั้น...

ระหว่างที่น่านกำลังไล่ตอบข้อความเรื่องงานในมือถือ เจ้าของบ้านก็ยังยืนอยู่บริเวณนั้นพร้อมกับจิบชาไปด้วย จนกระทั่งเธอจัดการในสิ่งที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเสร็จเรียบร้อย แววตาขี้เล่นก็หันไปมองเจ้าของบ้าน

“ที่นี่อากาศเย็นจัง ได้ชาสักแก้วน่าจะดีนะคะ”

เพียงพรรณได้ยินแบบนั้นก็หันขวับไปมอง “ชา?”

“ใช่ค่ะ” น่านพยักหน้าไปยังแก้วในมือ “ชาแบบที่พี่จิบอยู่ไงคะ มันหอมจนได้กลิ่นมาถึงนี่เลย”

“ที่บ้านพักของเธอก็มี ได้เข้าไปดูในครัวรึยังล่ะ ฉันให้แม่บ้านเตรียมให้แล้ว”

“ดูแล้วค่ะ แต่น่านชงไม่เป็น เล่นให้มาทั้งกระป๋องแบบนั้น ไหนจะต้องต้มน้ำ ไหนจะต้องเสียบปลั๊ก ยุ่งยาก”

“ถ้าแค่นั้นทำเองไม่ได้ก็วางมันไว้แบบนั้นแหละ”

เพียงพรรณถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เตรียมจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่คนเด็กกว่ารีบเรียกเธอไว้

“พี่เพียง...สอนน่านชงชาหน่อยสิคะ”

เพียงพรรณหันกลับมามองต้นเสียง “ทำไมฉันต้องสอน มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานเลย”

“ก็ถ้าพี่ไม่สอน น่านก็จะมารบกวนให้พี่ชงให้ทุกวันค่ะ เอ๊ะ...หรือว่าพี่เพียงอยากเห็นหน้าน่านบ่อย ๆ เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ”

“หึ เสียใจ ไม่ใช่ธุระอะไรของฉัน อยากกินก็ไปจัดการเอาเอง”

เพียงพรรณเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่น่านก็ยังไม่ลดละความพยายาม

“พี่เพียงขา...ครั้งเดียวเองนะคะ”

คราวนี้ไม่พูดเปล่า แต่เอาตัวเองมาขวางหน้าอีกฝ่ายไว้ พร้อมกางแขนสองข้างออก

“นี่! อย่ามาทำตัวแบบนี้นะ กลับบ้านพักของเธอไปได้แล้ว”

“ชงชาให้น่านสักแก้วนะคะพี่เพียง...นะคะ”

คนเด็กกว่าก้าวไปขวางหน้าเพียงพรรณเอาไว้อีกครั้ง “แค่วันนี้วันเดียวก็ได้ค่ะ”

“เธอแน่ใจ?”

เมื่ออีกฝ่ายยื่นข้อเสนอ เจ้าของไร่ส้มก็หันมาถามด้วยแววตาจริงจัง

“แน่ใจที่สุดค่ะ หลังจากนี้น่านจะไม่มารบกวนพี่เพียงแล้วค่ะ วันนี้ขับรถมาตั้งหลายชั่วโมง เหนื่อยจนไม่อยากจะทำอะไรแล้ว”

คนตรงหน้านิ่งงันไปครู่หนึ่ง สายตามองคนเด็กกว่าอย่างพิจารณา เธอลืมคิดเรื่องนี้ไปซะสนิท

“งั้นก็ตามมา แต่อย่าทำของในครัวฉันพังล่ะ เข้าใจมั้ย!”

“รับทราบค่ะ!”

เมื่อเพียงพรรณหันหลังเดินจากไป แววตาไร้เดียงสาของน่านก็เปลี่ยนเป็นแววตาของผู้ชนะ มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย...

ภายในห้องครัวของบ้านไม้หลังใหญ่ ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ น่านเดินตามเข้าไปด้วยฝีเท้าที่บางเบาที่สุด สายตาก็หันมองภายในครัวอย่างสนใจ ห้องครัวของบ้านหลังนี้ดูจะกว้างกว่าห้องนอนของเธอทั้งห้องซะอีก

เพียงพรรณเดินไปหยุดหน้าตู้กระจกใสที่อยู่เหนือศีรษะ เอื้อมหยิบกระป๋องชาออกมา

“กับอีแค่ชามะลิก็ยังชงไม่เป็น จะทำอะไรกิน”

คนอายุมากกว่าเปรยออกมาเบา ๆ ระหว่างเปิดกระป๋องด้วยความระมัดระวัง

“แหมพี่เพียง ชงชาไม่เป็นก็ไม่ได้แปลว่าจะทำอย่างอื่นไม่เป็นนะคะ อยากชิมฝีมือน่านมั้ยล่ะ?”

คนเด็กกว่ายืนกอดอกมองเพียงพรรณตักชาใส่ที่กรองด้วยแววตากรุ้มกริ่ม

“ไม่จำเป็น ฉันทำกินเองได้ เข้าเรื่องได้แล้ว...”

“โอเคค่ะ มา! น่านจะตั้งใจเรียน”

“เริ่มจากตักชาใส่ที่กรองแบบนี้ เทน้ำร้อนลงไป รอประมาณสามนาที ง่าย ๆ แค่นี้”

น่านพยักหน้าหงึก ๆ แล้วหยิบช้อนตักใบชาขึ้นมา

“เริ่มจากตักชาใส่ที่กรองใช่มั้ยคะ แล้วต้องตักกี่ช้อนคะ น้ำร้อนต้องร้อนแค่ไหน”

น่านตั้งท่าจะใช้นิ้วจุ่มลงไปในน้ำ เพียงพรรณเหลือบไปมองก็รีบร้องห้าม

“อย่าจุ่มนิ้วลงไป!”

คนเด็กกว่าลอบยิ้มมุมปาก ชะงักมือกลับทันที

“อ้าว ก็ไม่รู้ว่ามันร้อนแค่ไหน เลยอยากวัดระดับ ไม่ได้เหรอคะ”

น่านตั้งท่าจะจุ่มนิ้วลงไปอีกครั้ง คราวนี้เธอเอานิ้วลงไปในกาชาจนเกือบจะสัมผัสกับความร้อนในน้ำ แต่คนข้างกายคว้าข้อมือเธอไว้ทัน

สัมผัสนั้นเย็นวาบ ทั้งคู่ชะงักไปพร้อมกันในเสี้ยววินาทีและหันมาสบตากัน เพียงพรรณสบสายตาน่านแน่นิ่ง

“อย่าจุ่ม เดี๋ยวน้ำร้อนก็ลวกนิ้วหรอก”

น่านพยักหน้าหงึก ๆ มุมปากยิ้มนิด ๆ “แล้วต้องร้อนขนาดไหนคะ”

“กะเอาก็ได้ ไม่ต้องเป๊ะถึงขั้นวัดระดับความร้อน”

“อ้อ...โอเคค่ะ”

คนเด็กกว่าพยักหน้า ยิ้มเบา ๆ จากนั้นหยิบกระป๋องชาขึ้นมาดู แต่ในจังหวะที่หยิบขึ้นมา ฝากระป๋องดันร่วง เพราะก่อนหน้านี้เพียงพรรณไม่ได้ปิดมันไว้แน่นนัก ทำให้ใบชาที่อยู่ด้านในร่วงออกมาเป็นกอง

น่านหันไปส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้เจ้าของบ้าน

“พี่เพียง น่านขอโทษค่ะ เดี๋ยวเก็บให้นะคะ”

พูดจบเจ้าตัวก็เตรียมจะใช้มือกวาดใบชาบนโต๊ะลงใส่กระป๋อง แต่ก็โดนดุอีกครั้ง

“อย่าทำแบบนั้น เดี๋ยวเศษผงอย่างอื่นบนโต๊ะก็ติดไปด้วยหรอก”

คนอายุมากกว่าหลับตาสั้น ๆ พลางถอนหายใจออกมา

“ไปนั่งเฉย ๆ เลย”

เจ้าของบ้านชี้ไปยังเก้าอี้สตูลตัวสูงด้านหน้าเคาร์เตอร์

“อ้าว ไม่สอนน่านชงชาแล้วเหรอคะ”

“ถ้าสอนเธอจนเสร็จ คืนนี้ฉันคงไม่ได้นอนพอดี เดี๋ยวสามทุ่มฉันจะเข้านอนแล้ว”

“โห นอนสามทุ่มซะด้วย รักสุขภาพจังเลยนะคะ”

“น่าน...”

เพียงพรรณมองกลับมาด้วยแววตาดุ แถมยังเรียกเธออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังเล่นไม่เลิก

“โอเคค่ะโอเค ไม่เห็นต้องดุเลย”

“หยุดพูดสักที ไปนั่งรอไป แล้วก็ช่วยอยู่เงียบ ๆ”

น่านน้ำพยักหน้าพลางยกยิ้มมุมปาก

“โอเคค่ะ น่านไปนั่งก็ได้”

เธอขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้สตูล เท้าคาง มองอีกฝ่ายโดยไม่หลบสายตา

และหลังจากนั้นก็มีเพียงความเงียบ พร้อมกับร่างของเพียงพรรณที่ขยับทำโน่นทำนี่อย่างคล่องแคล่ว จนกระทั่งเธอหันมาสบสายตากับน่านอีกครั้ง ทุกอย่างก็หยุดชะงัก

“จ้องอะไร หน้าฉันมีอะไรติดเหรอ?”

“เปล่าค่ะ หน้าพี่ไม่ได้มีอะไรติดหรอก แต่เวลาพี่ตั้งใจทำอะไร...มันน่ามองค่ะ” น่านยิ้มบาง ๆ “ดูดีกว่าตอนดุเยอะเลยนะคะ”

มือที่กำลังยกที่กรองชา ชะงักไปเล็กน้อย เพียงพรรณวางแก้วลงตรงหน้าคนเด็กกว่า

“ดื่มซะ...ชาร้อน ๆ ที่เธอขอ”

น่านมองแก้วชาแล้วเงยหน้าขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ กวาดสายตามองรอบห้องครัว แล้วกลับมามองแก้วชาอีกครั้ง

“เอ้...ที่นี่มีอย่างอื่นให้กินด้วยมั้ยน้า”

เพียงพรรณกอดอก “นี่เธอ! อยากดื่มชาฉันก็ชงให้แล้ว ยังจะมาอยากกินอะไรอีก”

“ก็หิวจริง ๆ นี่คะ” น่านพูดหน้าตาย “หรือพี่อยากให้น่านกลับไปนอนทั้งที่ยังหิวแบบนี้”

น่านไม่พูดเปล่า แต่กลับยกมือลูบท้องป้อย ๆ คนโตกว่าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา

“ในตู้เย็นมีเค้ก” เพียงพรรณพูดเร็วขึ้นเล็กน้อย “อยากกินก็จัดการเอาเอง รีบกิน...แล้วก็รีบกลับ!

“รับทราบค่ะ”

น่านยิ้ม รอยยิ้มที่เหมือนรู้ว่าตัวเองชนะ...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ส้มหล่น   บทส่งท้าย

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านสีครีมข้างหน้าต่างเข้ามา พร้อมกับเสียงรถบนถนนด้านล่างที่กลายเป็นเสียงนาฬิกาปลุกสำหรับเพียงพรรณไปแล้วเช้าวันจันทร์...วันแรกของการเริ่มต้นสัปดาห์สำหรับบางคนอาจจะเป็นเช้าอันสดใส แต่สำหรับใครอีกหลายคนคงไม่ได้เป็นแบบนั้นเพียงพรรณขยับตัวก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ ตามสัญชาตญาณ เธอหันไปมองข้างตัวทันที แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า“น่าน”เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นในตอนเช้าแบบนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว โดยเฉพาะวันที่แฟนเด็กของเธอต้องไปทำงานคนอายุมากกว่าค่อย ๆ ลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุมบาง ๆ แล้วเปิดประตูห้องออกไป จึงพบว่าห้องครัวเปิดไฟสว่างอยู่และเจ้าของชื่อที่เธอเรียกหาเมื่อครู่ กำลังฟุบหน้าหลับอยู่บนโต๊ะกินข้าวโน้ตบุ๊กยังเปิดค้างไว้ ข้างกันมีเอกสารกองโต ปากกาไฮไลต์กระจัดกระจายเต็มโต๊ะ ส่วนแก้วกาแฟตรงหน้าก็ดูเหมือนจะหมดไปนานแล้วเพียงพรรณถอนหายใจเบา ๆ อย่างรู้ทัน“น่านน้ำ...”คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือกทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแบบงัวเงีย ผมยุ่งไปหมดจนดูเหมือนลูกหมาตัวโตที่เพิ่งตื่นนอน“ฮื้อ...พี่เพียง ตื่นแล้วเหรอคะ”“ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้คะ ตื่นมาทำงานตอนเช้ามืดอีกแล้วเหรอ”แฟนเด็

  • ส้มหล่น   บทที่ 48 คู่ชีวิต (จบ)

    หลังจากคำขอแต่งงานในวันนั้น ทั้งคู่ต่างก็เฝ้ารอให้วันสำคัญมาถึง...ไม่มีการดูฤกษ์ ไม่มีการคุยเรื่องสินสอด ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ของทั้งคู่ไม่มีแล้ว ทางด้านเพียงพรรณมีน้องสาวสองคน และทั้งคู่ก็ดีใจกับพี่สาวมาก จนแทบจะยกหน้าที่จัดงานทั้งหมดมาไว้ในมือส่วนน่าน...หลังจากเอ่ยคำสำคัญวันนั้น เธอกลับไปจัดการงานหลายอย่างที่ยังคั่งค้าง รวมถึงเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายฝ่ายเรื่องทุนวิจัยที่หลายคนมองว่าน่าเสียดายแต่การพูดคุยทุกอย่างกลับผ่านไปได้ด้วยดีนั่นเพราะน่านคิดกับชีวิตตัวเองมาดีแล้วจริง ๆตอนนี้เธอยังคงทำงานในตำแหน่งนักวิชาการโรคพืชชำนาญการ ยังสังกัดกรมการเกษตร ยังเป็นลูกน้องคนเก่งของพี่ภัทรเหมือนเดิม และยังได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องโรคพืชมากขึ้นกว่าเดิมด้วยเกือบทุกเสาร์อาทิตย์ น่านจะขับรถมาหาเพียงพรรณที่ไร่หรือบางครั้งเจ้าของไร่ส้มก็มักขับรถจากฝางลงไปหาแฟนเด็กที่เชียงใหม่ แล้วค้างที่คอนโดของน่านแน่นอนว่าเจ้าเด็กตัวโตจะดีใจทุกครั้งที่แฟนมาหา เพราะนั่นหมายความว่า ห้องที่รกจนแทบไม่มีทางเดินจะกลับมาสะอาดอีกครั้งแม้คนทำความสะอาดจะบ่นไปตลอดก็ตาม“น่าน ทำไมถุงเท้าถึงไปอยู่บนเตียงนอนได้

  • ส้มหล่น   บทที่ 47 ส้มหล่น

    แสงแดดยามสายส่องกระทบแนวต้นส้มจนใบสีเขียวสะท้อนประกายระยิบระยับ ลมหนาวพัดเอื่อยผ่านไร่กว้าง เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ กลายเป็นเสียงที่เจ้าของไร่คุ้นชินไปแล้วเพียงพรรณยืนอยู่กลางแถวต้นส้มในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อน หมวกปีกกว้างถูกกดต่ำลงเล็กน้อยเพื่อกันแดด มือหนึ่งถือแฟ้มบันทึกข้อมูล อีกมือจับใบส้มที่มีจุดสีเหลืองซีดอยู่ตรงขอบเธอขมวดคิ้วนิด ๆ ราวกับไม่เคยเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามาก่อน“ใบนี้แปลกจัง...” ปลายนิ้วพลิกดูใต้ใบอย่างตั้งใจลักษณะคล้ายอาการเริ่มต้นของโรค แต่เพียงพรรณยังไม่แน่ใจนัก เพราะมันไม่ได้ตรงกับอาการที่เคยเจอบ่อย ๆ ในไร่“พี่เข้ม ทางนี้หน่อยค่ะ”เจ้าของไร่เรียกเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ชายวัยกลางคนที่กำลังเดินตรวจแมลงในโซนไม่ไกลกัน รีบวางมือแล้วเดินมาหาเธอทันที“ครับคุณเพียง”“ช่วงนี้มีแมลงลงโซนนี้เยอะมั้ย”“ไม่นะครับ ลุงหมื่นเพิ่งพ่นยารอบก่อนเอง”เพียงพรรณพยักหน้าช้า ๆ ก่อนมองใบส้มในมืออีกครั้ง แล้วเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับโรคพืช“จุดเหลืองบนใบส้ม...”“ใบส้มซีดขอบใบ...”“โรคใบด่าง...”“ทำไมมันเหมือนทุกโรคเลยนะ”เจ้าของไร่บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ จนพี่เ

  • ส้มหล่น   บทที่ 46 สิ่งที่ใจต้องการ

    เสียงดนตรีแจ๊ซเบา ๆ ลอยคลออยู่ภายในห้องจัดเลี้ยงของศูนย์วิจัย บนโต๊ะยาวกลางห้องเต็มไปด้วยอาหารและไวน์สำหรับงานเลี้ยงปิดการอบรม ผู้คนจากหลากหลายประเทศกำลังยืนพูดคุย แลกนามบัตร ถ่ายรูป และหัวเราะให้กันอย่างเป็นกันเอง“Nan! Come here!”เสียงเรียกจากนักวิจัยชาวญี่ปุ่นดังขึ้นพร้อมการโบกมือ น่านจึงยกแก้วไวน์ในมือขึ้นตอบรับแล้วเดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มคนตรงหน้า“Your presentation today was brilliant.”“Especially the citrus disease management model. It’s practical.”“Professor Martin was impressed with you.”คำชื่นชมมากมายดังเข้าหูไม่หยุด รอยยิ้มของน่านยังคงดูเป็นธรรมชาติ เธอพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบคำถาม และรับฟังข้อเสนอจากหลายฝ่ายอย่างคล่องแคล่วราวกับคนที่เกิดมาเพื่องานนี้อย่างแท้จริงคนที่เกิดมาเพื่องานวิจัย ความก้าวหน้า การเติบโต ความสำเร็จ ทุกอย่างคือสิ่งที่เธอพยายามไขว่คว้ามาตลอดแต่แปลกเหลือเกิน...แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย น่านกลับรู้สึกเงียบอย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะตอนที่สายตาเหลือบไปเห็นคู่รักคู่หนึ่งกำลังยืนถ่ายรูปด้วยกันตรงริมหน้าต่าง ผู้หญิงผมทองในชุดสูทหัวเราะออกมาเบา ๆ

  • ส้มหล่น   บทที่ 45 แทนใจ

    สนามบินเชียงใหม่ในช่วงเช้าเต็มไปด้วยผู้คน เสียงประกาศเที่ยวบินดังสลับกับเสียงล้อลากกระเป๋าที่เคลื่อนไปมาบนพื้นกระเบื้องเงาวับแต่น่านแทบไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลย สายตาของเธอมีเพียงคนที่ยืนอยู่ข้างกันเท่านั้นเพียงพรรณอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงขายาวธรรมดา ผมถูกรวบต่ำลวก ๆ ดูเหมือนคนที่รีบตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด แม้ใบหน้าจะยังเรียบนิ่งเหมือนเดิม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเก็บความอาลัยไว้ไม่มิด“พี่เพียงกินข้าวมารึยังคะ”“กินกาแฟแล้ว”“กาแฟไม่นับเป็นข้าวนะ”“เดี๋ยวค่อยกลับไปกินที่ไร่ก็ได้”น่านถอนหายใจเบา ๆ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว แต่พอถึงวันที่ต้องห่างกันจริง ๆ เธอกลับอยากดูแลคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุดอยากจำทุกอย่างเอาไว้ แม้กระทั่งนิสัยดื้อ ๆ ที่ชอบละเลยตัวเอง“ไหนบอกจะเอาเสื้อตัวนี้ไปใส่ที่โน่น ทำไมถึงใส่มาล่ะ รอยถักก็ไม่สวย เดี๋ยวใครมอง”เพียงพรรณบ่นเบา ๆ เมื่อเห็นคนรักสวมเสื้อไหมพรมที่เธอถักให้ทับเสื้อแขนยาวสีขาวด้านใน“เสื้อตัวนี้แฟนน่านถักให้ ไม่สวยสำหรับคนอื่นแต่สวยที่สุดสำหรับน่านค่ะ”“เช็กของดีรึยัง ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย” เธอถามระหว่างยกมือขึ้นจัดคอเสื้อให้เด็กตัวโตตรงหน้า“

  • ส้มหล่น   บทที่ 44 เมื่อต้องห่าง

    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนของเพียงพรรณเงียบ ๆ พร้อมกับอากาศเย็นของฝางที่น่านคุ้นเคยไปแล้วแปลกดีนะ จากที่ไม่เคยชอบอากาศหนาว แต่พอถึงวันที่จะได้อยู่ที่นี่เป็นวันสุดท้าย น่านกลับโหยหาอากาศหนาวที่นี่ อยากตักตวงและจดจำความหนาวของฝางเอาไว้ให้ได้มากที่สุดอากาศหนาวที่ฝางไม่เหมือนที่อื่น เพราะสำหรับน่านแล้ว มันเป็นความหนาวที่มาพร้อมกับความอบอุ่น และเธอคงไม่สามารถเจอบรรยากาศแบบนี้ได้ที่ไหนอีกคนข้างกายยังคงนอนหลับตาพริ้ม น่านเป็นฝ่ายลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เธอจึงมีโอกาสได้นอนมองใบหน้าอีกฝ่ายได้นานเท่านาน จดจำทุกอย่างเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพียงพรรณนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเธอ เส้นผมสีเข้มกระจายอยู่บนหมอนเล็กน้อย ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ น่านยื่นปลายนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่หล่นปรกใบหน้าคมสวยเบา ๆ ลมหายใจสม่ำเสมอยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัดมากกว่าเดิม เงียบ...จนใจหายน่านมองใบหน้าของคนรักอยู่แบบนั้นนานมาก โดยเฉพาะริมฝีปากที่เธอเพิ่งจูบไปเมื่อคืน ความหวานยังติดตรึง รวมถึงกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ติดอยู่บนปลายผมหลังจากวันนี้ กว่าจะได้อยู่ใกล้กันอีกครั้งก็คงอีกนาน...มือเรียวลูบไล้แก้มของเพียง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status