LOGINตั้งแต่เกิดมากระทั่งอายุสิบเจ็ดปีนอกจากบิดาที่นางพบหน้าบ่อยครั้งแล้วบุรุษอื่นอันซูเซี่ยก็แทบไม่เคยเห็น ในขณะที่คนที่รายล้อมรอบเกี้ยวของนางในยามนี้ก็ล้วนแต่เป็นองครักษ์หญิงที่เก่งกาจ
เพราะขบวนใหญ่จำเป็นต้องใช้เวลาถึงสองเดือนจึงจะถึงเมืองหลวงแคว้นเหมิง อันซูเซี่ยไม่เคยเดินทางไกลทั้งขณะเดินทางนางยังต้องอยู่ในรถม้าที่โคลงเคลงจึงทำให้นางรู้สึกวิงเวียนตลอดเส้นทางสองเดือนมานี้จึงกินได้น้อยและเอาแต่อาเจียน
ดังนั้นจึงทำให้น้ำหนักของนางลดและร่างกายผ่ายผอมจนแม่นมเผิงเป็นกังวลคิดว่าหากเข้าสู่เมืองหลวงแคว้นเหมิงเมื่อใดคงต้องบำรุงร่างกายกันยกใหญ่เพื่อไม่ให้ผู้ใดดูถูกว่าองค์หญิงแดนสู่ไยจึงได้ผ่ายผอมเพียงนี้
หลังจากล้างหน้าถูฟันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว อันซูเซี่ยก็รับประทานอาหารเช้าง่าย ๆ ซึ่งก็คือโจ้กผักที่นางชื่นชอบนั่นเอง
นางเป็นสตรีเรียบง่ายทั้งยังอ่อนน้อม นั่นก็เพราะได้รับการฝึกฝนนิสัยมาจากสำนักชีตั้งแต่เด็ก เพราะอันซูเซี่ยเป็นเช่นนี้แม่นมเผิงจึงเป็นกังวลยิ่งนัก
ที่แคว้นเหมิงนั้นแม้อันซูเซี่ยจะแต่งเข้าในฐานะฮองเฮา ทว่าเพราะนางอ่อนแอบอบบางเพียงนี้กลัวว่าพระสนมพวกนั้นจะทำร้ายนางเอาได้
จึงได้แต่หวังว่านางจะได้รับความเอ็นดูจากฝ่าบาทเพื่อให้คนผู้นั้นคอยปกป้องคุ้มครองไม่ให้นางถูกรังแก
และสิ่งที่แม่นมเผิงเป็นกังวลก็เริ่มต้นขึ้นเมื่ออันซูเซี่ยเดินทางเข้าวังหลวง
ฮ่องเต้ต้าหลงกลับเมินเฉย มิได้ออกมาต้อนรับนาง เขาเพียงแต่ส่งอำมาตย์ผู้หนึ่งเข้ามาคารวะและต้อนรับนางแทน
มหาอำมาตย์ผู้นั้นแม้ว่าภายนอกจะดูนอบน้อมแต่แววตานั้นช่างเย่อหยิ่งและเย็นชายิ่งนัก เขาไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของอันซูเซี่ยนั่นเป็นเพราะว่านางใช้ผ้าคาดหน้าปกปิดเอาไว้ตามธรรมเนียมของสตรีสูงศักดิ์ที่ยังมิได้ออกเรือน
แม่นมเผิงรู้สึกโกรธและขุ่นเคืองแต่ก็ไม่อาจแสดงออกได้ยังคิดจะส่งรายงานเรื่องนี้กลับไปที่แดนสู่คอยดูเถิดว่านายเหนือหัวของนางจะจัดการฝ่าบาทแคว้นเหมิงเช่นไรที่ไม่ไว้หน้าคนเช่นนี้
ทว่าอันซูเซี่ยกลับรู้ทันแม่นมของตนเอง นางไม่ต้องการให้บิดามารดาต้องมาห่วงใย แค่เสียหน้าเล็กน้อยเท่านี้นางย่อมทนได้จึงได้เอ่ยปากห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน
“ทูลองค์หญิงบัดนี้ฝ่าบาทติดราชกิจสำคัญจึงไม่อาจมาต้อนรับได้ กระหม่อมในฐานะหนึ่งคือผู้สำเร็จราชการจึงมาต้อนรับองค์หญิงแทน หวังว่าองค์หญิงคงไม่ถือสาพ่ะย่ะค่ะ”
อันซูเซี่ยยามนี้ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮาทั้งยังไม่ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสจึงต้องอยู่ที่ตำหนักรับรองชั่วคราวเสียก่อน
ทว่าตำหนักรับรองนี้กลับทำให้แม่นมเผิงรู้สึกขุ่นเคืองยิ่งนัก แม้ว่าจะได้รับการทำความสะอาดอย่างดีแต่เห็นได้ชัดว่าเป็นตำหนักรับรองที่เก่าทั้งยังคับแคบยิ่งหากเทียบกับฐานะอันสูงส่งขององค์หญิงมิหนำซ้ำยังเป็นตำหนักที่ห่างไกลผู้คนตั้งอยู่บริเวณท้ายวังหลวงอันกว้างใหญ่
นี่มิเท่าว่านำองค์หญิงของนางมาขังเอาไว้หรือ ถูกลบหลู่ดูหมิ่นเช่นนี้แม่นมเผิงรู้สึกโกรธยิ่งนักอย่างไรก็จะพาองค์หญิงกลับแดนสู่ให้ได้
อันซูเซี่ยกลับแสนดียิ่ง นางเกรงว่าด้วยเรื่องนี้จะทำให้เสด็จพ่อของนางไม่พอใจ และอาจเกิดปัญหายิ่งใหญ่ตามมา
“อย่าถือเอาความเลย ที่นี่ถึงจะเล็กแต่ก็ไม่ได้แย่เท่าใดมิใช่หรือ ตอนที่ข้าอยู่สำนักชียังต้องนอนห้องเล็กแคบเก่า ๆ เพื่อฝึกฝนจิตใจอยู่หลายปี หากเทียบกันแล้วที่นี่ประดุจแดนสวรรค์เลยก็ว่าได้”
“องค์หญิงเพคะ ไม่อาจเปรียบเทียบกันได้นะเพคะ ยามนั้นเพราะองค์หญิงต้องบำเพ็ญธรรมจึงต้องปฏิบัติเช่นนั้น ทว่ายามนี้องค์หญิงมาที่นี่ในฐานะฮองเฮา ฝ่าบาทไม่มาต้อนรับด้วยตนเอง อำมาตย์ผู้นั้นยังให้องค์หญิงมาอยู่ที่นี่จึงนับว่าดูแคลนกันยิ่งนัก หม่อมฉันอย่างไรก็ต้องส่งจดหมายถึงท่านอ๋องแล้ว”
แต่อย่างไรองค์หญิงน้อยก็เด็ดเดี่ยวยิ่งนัก
“เอาเถิด ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ยังไม่ได้แต่งเป็นฮองเฮาทั้งยังไม่อยากให้ท่านพ่อท่านแม่เป็นห่วง ท่านก็อย่าส่งจดหมายแจ้งข่าวเลยนะข้าไม่อยากให้ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นกังวล ท่านอาจารย์สอนว่าเราไม่อาจตัดสินสิ่งใดเพียงเพราะได้เห็นเพียงครั้งเดียว ข้ายังไม่ได้พบฝ่าบาทเลยด้วยซ้ำ หากพบแล้วพระองค์ไม่ดีต่อข้าจริง ๆ ยามนั้นข้าจะฟังความแม่นมได้หรือไม่”
ใจหนึ่งนั่นเป็นเพราะว่าองค์หญิงน้อยเกรงว่าตนเองจะเป็นตัวก่อหายนะระหว่างสองแคว้นทำให้ประชาชนเดือดร้อน
อีกใจหนึ่งหากฝ่าบาทเมินเฉยต่อนางก็นับเป็นเรื่องดี นั่นเป็นเพราะว่านางยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับผู้ใดจริง ๆ ขอเพียงเขาปล่อยนางเอาไว้เช่นนี้ไปอีกสักหน่อยนางก็รู้สึกดียิ่งแล้ว
แม่นมเผิงรู้สึกอึดอัดใจยิ่งนักแต่ในเมื่อองค์หญิงของนางเป็นคนดื้อรั้นเช่นนี้ก็ได้แต่อดทนเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
หลังจากนั้นไม่นานกูกูผู้หนึ่งก็ได้นำนางกำนัลมาถวายการปรนนิบัติว่าที่ฮองเฮาอีกสองคน ทั้งหมดล้วนเป็นนางกำนัลคนใหม่ไร้ประสบการณ์การทำงานในวังหลวง
อันซูเซี่ยที่นั่งอยู่หลังฉากกั้นเอ่ยเบา ๆ กับแม่นมของตนเอง
“เห็นหรือไม่ว่าอย่างไรฝ่าบาทก็มิได้ทอดทิ้งข้าเสียหน่อย”
แม่นมเผิงกลับยิ่งไม่พอใจ กล่าวเสียงดังขึ้นว่า
“องค์หญิงของข้ามาที่นี่ในฐานะพระคู่หมั้น อีกไม่นานก็จะอภิเษกเป็นฮองเฮา ทว่ากลับส่งนางกำนัลไร้ประสบการณ์มาถวายการรับใช้ มิใช่ว่าเป็นการดูหมิ่นหรือ”
ลูกเกดได้งานพรีเซ็นเตอร์จากบริษัทของเควิล เธอจึงโทรหานาชาสอบถามว่าเป็นเพราะเควิลเสนอให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์หรือเปล่านาชา : ไม่ใช่ฉันนะแกก็รู้ว่าเรื่องบริษัทฉันไม่เคยไปก้าวก่ายเลย ฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ แปลว่าแกได้งานเพราะความสามารถแล้วล่ะ อีกอย่างบริษัทเงินทุนอำนาจบริหารจะอยู่กับพี่โน่นะแกลองถามพี่โน่ดูสิ พี่เคนมอบอำนาจให้พี่โน่ดูแลทั้งหมดนะแกลูกเกด : จริงดิ ไม่ใช่พี่เคนเหรอนาชา : ไม่ใช่แน่นอ แกคุยกับพี่เคนไหมล่ะอยู่กับฉันพอดีเสียงปลายสายดูจะหอบเล็กน้อย ลูกเกดสงสัยว่าเพื่อนกำลังทำอะไรอยู่ลูกเกด : แกทำไรอยู่อ่ะท่าทางเหนื่อยเชียวนาชา : พี่เคนพามาออกกำลังกายน่ะ อยู่ที่ยิมลูกเกด : อ้อ งั้นไม่กวนแล้วแค่นี้แหละบายนาชา : อืม ค่อยคุยกันหลังจากลูกเกดวางสายไปนาชาก็ตีลงบนไหล่ของคนตัวโตที่กำลังวุ่นวายกับเนินเนื้ออูมของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย“อ๊า ซี๊ดดด พี่เคน ชาเกือบจะหลุดครางแล้วนะคะ”“อื้มม ก็มันหอมหวานนี่คะคุณสวยของพี่ ยิ่งกินยิ่งอร่อย ยิ่งกินยิ่งเสียว ซี๊ดดด”นาชาขยุ้มผมของเขา ถ่างขาของตัวเองกว้างขึ้น ลิ้นที่ตวัดเลียลงมาเร็ว ๆ ให้ความรู้สึกแสบร้อนไปถึงทรวงในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอเพลิด
เควิลออดอ้อนทั้ง ๆ ที่ยังกระแทกเธออยู่แท้ ๆ เขาก็ขอหลาย ๆ ครั้งแล้ว"ถ้าพี่มีแรงก็ตามใจสิคะ" นาชาท้าทายไม่กลัวเขาเลยสักนิดเควิลเร่งเอวสอบของเขาเร็วขึ้น สอยนาชาแรง ๆ จวบจนเธอกรีดร้องหลั่งน้ำรักสีใสออกมาจนเต็มหน้าขา เควิลไม่รอช้าเขาเหยียดเกร็งร่างกระตุกตามนาชามาติด ๆนาชาทิ้งร่างลงบนที่นอน เควิลจับเจ้าสาวหมาด ๆ ของเขาให้พลิกตัวแล้วลากร่างเล็กมาถึงปลายเตียง เควิลลงไปเหยียบที่พื้นยกขาของหญิงสาวขึ้นพาดไหล่ของเขา มือแข็งแรงกุมสะโพกของเธอเอาไว้เป็นหลักยึด เควิลย่อเข่าลงให้ได้จังหวะแล้วกระทุ้งเข้ามาในร่างของนาชาทันใดเมื่ออยู่ในท่านี้ดูเหมือนว่าเควิลจะสามารถทะลุทะลวงเข้ามาในร่างกายของนาชาได้อย่างแนบสนิทขึ้น นาชาซี๊ดปากหน้าอกอวบกระเด้งอย่างน่าดูทุกครั้งที่เขากระแทกรุนแรง"อาาาา ซี๊ดดด เสียว อูวว โอววว""นาชาของพี่เอาท่าไหนก็มันจังเลย อ๊า เสียวซี๊ดเลยคนดี"เควิลก้มลงจูบที่หน้าท้องของเธอแล้วทาบตัวลงมาอ้าปากดูดคาบหัวนมแข็งชู เขาดูดอย่างแรงในขณะที่ยังคงกระแทกเธอด้วยจังหวะรุนแรง"ร่องนาชาอร่อย นมก็อร่อย เมียพี่อร่อยไปทั้งตัว ซี๊ดดด""พี่เคนชอบก็กินเยอะ ๆ นะคะ เวลาพี่เคนดูดนาชาเสียวมากเลยค่ะ อื๊อ ซ
ก่อนหน้านี้กองถ่ายเหมือนจะกลับมาถ่ายได้แล้ว เมื่อดารินตัดสินใจไม่ถอนตัว ทว่าตอนนี้เกิดวุ่นวายขึ้นอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวการเกิดอุบัติเหตุรถชนของดาราสาวดารินจนโด่งดังไปทั่วโลก ถึงแม้ว่าดารินจะไม่ถึงกับเสียชีวิตแต่เธอก็อาการสาหัส ด้วยเหตุนี้กองถ่ายหนังจึงต้องรีบหานักแสดงแทนดารินและต้องคัดอย่างพิถีพิถันทำให้กองถ่ายต้องเลื่อนเวลาออกไปด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องที่เควิลเล่าก่อนหน้านี้เป็นความจริงหรือเปล่านาชาซักถามเควิลเขาจึงเล่าให้เธอฟังอย่างไม่ปิดบัง เพื่อให้นาชาระวังตัวให้มากขึ้น ในวันนั้นหลังจากถ่ายฉากของตัวเองเสร็จเธอก็เข้าไปยังห้องแต่งตัวเพียงลำพังหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็รู้ว่ามีใครบางคนใช้ผ้าอุดปากเธอไว้ หลังจากนั้นนาชาก็สลบไป ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็ถูกเพื่อนสาวรุมล้อมและตัวเองก็อยู่ที่คอนโดแล้วนาชาสงสัยว่าเควิลทำร้ายดาริน แต่เมื่อถามออกไปเควิลก็ปฏิเสธว่าเขาได้ปล่อยดารินไปแล้วส่วนเรื่องใครทำร้ายเขาก็ไม่รู้จริง ๆ แน่นอนว่านาชาย่อมเชื่อเควิล เธอจึงคิดว่าดารินคงจะเกิดอุบัติเหตุจริง ๆ ก็เป็นได้หลังจากเหตุการณ์นี้นาชายิ่งระวังตัวให้มากขึ้น วัน ๆ แทบจะไม่ไปไหนเฝ้าเก
ในงานเลี้ยงของบริษัทโมเดลลิ่งยักษ์ใหญ่ที่เป็นต้นสังกัดของลูกเกดและนาชามีสาว ๆ พริตตี้ทั้งดารานางแบบ อีกทั้งตัวท็อปไปจนถึงตัวท้ายตารางมาร่วมงานอย่างพร้อมหน้าแน่นอนว่าคนที่ตกเป็นประเด็นในการเม้ามอยวันนี้ย่อมหนีไม่พ้นนาชา สาวสวยตัวท็อปของบริษัทที่มีข่าวลือว่าจะแจกการ์ดแต่งงานในเร็ววันนี้ เป็นเพราะมีหลายคนอิจฉาและการแต่งงานของเธอค่อนข้างที่จะเร่งรัดไปสักหน่อยจึงทำให้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับนาชาขึ้นมามากมายนาชาท้องเลยต้องรีบแต่งข่าวว่าบีบฝั่งผู้ชายให้จัดงานเพราะตัวเองท้องนางได้ผัวแก่เขาตามใจมากแต่อายุน่าจะเยอะใกล้ลงโรงแล้วผัวของนาชาต้องค้ายาแน่นอนถึงได้รวยขนาดนั้น นาชาได้ผัวแก่แน่นอนคงหวังฮุบสมบัติเอาไว้เลี้ยงผู้ชายข่าวที่ว่าจะจัดงานแต่งใหญ่โตเป็นข่าวโคมลอยและข่าวอื่น ๆ อีกมากมาย นาชานั่งอยู่ข้างลูกเกดหญิงสาวกินอาหารช้า ๆ ฟังเพลงอย่างสบายใจ นาน ๆ ที่บริษัทจะจัดงานสักทีทุกคนจึงมาอย่างพร้อมหน้า"ดีจังเลยที่บริษัทจัดงานนี้ขึ้นไม่งั้นคงต้องวิ่งไปแจกการ์ดวุ่นวาย"นาชากินไปพูดไปลูบกระเป๋าผ้ายี่ห้อดังที่วางอยู่บนโต๊ะ ภายในอัดเต็มไปด้วยการ์ดนับร้อยใบที่เขียนรายชื่อคนในโมเดลลิงไว้เกือบทั้งหมด ซ
"พี่เคนคะแขกนาชาไม่เยอะทำไมต้องทำการ์ดขนาดนี้ด้วยคะ""ใครบอกว่าไม่เยอะ พี่ให้คนเตรียมรายชื่อไว้หมดแล้ว"เควิลนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นโดยมีนาชานั่งอยู่บนตักของเขา ทั้งคู่กำลังพิจารณาเลือกการ์ดแต่งงานด้วยกัน"เชิญแค่เพื่อนสนิทไม่ได้เหรอคะ""ไม่ได้ปีก่อนที่พี่ไปงานแต่งเพื่อนนาชาตอนนั้นเห็นคนรู้จักนาชาแทบทั้งงาน รวมทั้งให้เชิญคนชื่อเอกนั่นมาด้วยจะได้ตัดใจซะที"เควิลพูดพลางกัดแก้มนาชาไปด้วย เขารัดร่างของเธอแน่นขึ้น ซุกไซร้ใบหน้าที่ซอกคอของเธอ"โถ่นาชากับเขาไม่ได้มีอะไรกันจริง ๆ นะคะ นาน ๆ เขาถึงจะทักมาทีเขาว่างเราก็แค่ไปกินข้าวกันบางครั้ง""นั่นแหละแปลว่าไอ้เอกนั่นมันไม่ยอมตัดใจ เรื่องอะไรเที่ยวมาชวนเมียชาวบ้านไปกินข้าวกันสองต่อสองน่ารังเกียจที่สุด""พี่เคนพูดแบบนี้ไม่ถูกนะคะ ตอนนั้นพี่หายไปจากชีวิตนาชาไม่เคยติดต่อมาจะไปว่าพี่เอกได้ยังไง""ไม่รู้ล่ะ ตอนนั้นพี่ไม่นับว่าหายเพราะมันจำเป็นจริง ๆ นี่ขนาดมั่นใจแล้วว่าตัวเองเก็บพวกปัญญาอ่อนนั่นดีแล้วยังมีหลุดมาวุ่นวายกับนาชาอีก ยังไงก็เชิญมาให้หมดทั้งผู้หญิงผู้ชายป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่านาชาเป็นของพี่อย่างเป็นทางการแล้ว ใครก็ห้ามแหยม"นาชาส่า
"ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก จนคุณโผล่มาได้จังหวะพอดีอีกอย่างเพราะผมจับไอ้คนที่มันไล่ยิงรถผมคราวที่แล้วได้และมันก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากเลยล่ะ ความจริงต้องขอบคุณลูกน้องคนนั้นของคุณ""อ้อที่แท้ก็ไอ้ตัวซวยนั่นเอง ฉันคิดว่าให้คนไปจัดการมันแล้วที่แท้มันยังไม่ตายเหรอคะ""ผมให้คนโยนมันลงบ่อจระเข้แล้ว ใครใช้ให้มันบังอาจแตะต้องผู้หญิงของผมหาเรื่องตายแท้ ๆ อย่างน้อยก่อนตายมันยังได้ใช้ร่างกายของมันเป็นทานแก่สัตว์เดรัจฉาน ผมคิดว่าผมได้บุญไปด้วย" เควิลพูดอย่างไม่แยแส"วันนี้คุณก็คิดจะฆ่าฉันด้วยล่ะสิ" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ท่าทางของดารินดูไม่กลัวเขาเลยแม้แต่น้อย"ผมไม่ฆ่าคุณหรอกเพราะอย่างน้อยคุณก็ยังไม่ทำร้ายนาชา แต่ไม่แน่ว่า นายท่าน ของคุณจะว่ายังไง"เควิลโยนโทรศัพท์ในมือให้ดาริน พร้อมกับพูดต่อ"ผมรู้ว่าแผนของนายท่านของคุณ แค่ต้องการให้คุณมาเจรจากับผมเพื่อแบ่งของไปประมูลร่วมมือกันอย่างสันติ เขาต้องการสงบศึกแต่คุณกลับกล้าทำเรื่องเกินคำสั่ง ยังกล้าแตะต้องผู้หญิงของผมอีกคุณคิดว่าคุณยังจะรอดเหรอ""คะ คุณ ติดต่อนายท่านได้ยังไง" ดารินถามเสียงสั่นเธอตกใจเป็นอย่างมาก"ก็ในโทรศัพท์เครื่องนั้นไง คุณคิดว่านายท่านขอ
ความจริงอันซูเซี่ยเองก็ต้องการยิ่งนัก เพียงแค่มันแข็งขึ้นเป็นลำเช่นนี้ นางก็บังเกิดความเร่าร้อนขึ้นตรงกลางกายจนแทบทนไม่ไหว ทว่าหมอหลวงสั่งห้ามไม่ให้สิ่งใดล่วงล้ำเข้าไปภายในทั้งด้านหน้าและด้านหลังจนกว่าบาดแผลจะปิดสนิท นางจึงได้แต่อดทนเอาไว้อย่างที่สุด“เช่นนั้นเสด็จพี่ดูดนมหม่อมฉันเถิดเพคะ ซูเซี่ยจะ
แม่นมเผิงแทบจะลมจับ ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ยิ่งโกรธแค้น “ตำแหน่งฮองเฮาที่ไร้อำนาจเช่นนี้ยังต้องการอีกหรือเพคะ ฝ่าบาทมิเสด็จมาไหว้ฟ้าดินร่วมกับองค์หญิงด้วยซ้ำ!”“อย่าถือสาเลย ไหว้หรือไม่ไหว้คนใต้หล้าก็รับรู้แล้วว่าข้าคือฮองเฮา ในเมื่อเป้าหมายสำเร็จแล้วพวกเราจะเคร่งเครียดไปไย”แม่นมเผิงอยากจะพุ่งศีรษะลงพ
เช้าวันนี้ หลังจากอันซูเซี่ยรับประทานอาหารเสร็จ กงกงจากกรมพิธีการก็มาขอเข้าเฝ้าพร้อมกับแจ้งให้นางทราบว่า ในวันพรุ่งนี้นางต้องเตรียมตัวเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับฝ่าบาท และเตรียมเข้าพิธีสถาปนาแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาอย่างเป็นทางการ“ไยจึงรวดเร็วเพียงนี้ มิสนใจคำทำนายแล้วหรือ” อันซูเซี่ยอุทานด้วยความตกใจยิ่ง
อันซูเซี่ยมองไปรอบ ๆ อย่างไรก็ต้องรอบคอบเอาไว้ก่อนนางมองกระทั่งพบว่าปลอดคนจึงได้หลบอยู่ที่ก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งแล้วถอดอาภรณ์ของตนเองออกจนเหลือเพียงร่างกายเปล่าเปลือยในตอนที่นางแอบย่องไปหยิบผ้าเช็ดตัวในห้องอาบน้ำนั้น อันซูเซี่ยยังไม่ลืมหยิบสบู่มันแพะก้อนใหญ่ติดมือมาด้วยร่างกายเปล่าเปลือยขาวผ่องบัดน







