INICIAR SESIÓN
ณ แคว้นเหมิงอันกว้างใหญ่ หิมะกำลังโปรยปรายลงมาอย่างหนักกระทั่งสายลมยังแรงยิ่งทั้งพัดเอากิ่งไม้ปลิวมาเคาะหน้าต่างโรงเตี๊ยมที่อันซูเซี่ยนอนอยู่กระทั่งเกิดเสียงดัง
แม่นมเผิงซึ่งเป็นสตรีร่างท้วมลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหวของกิ่งไม้ที่กระแทกบานหน้าต่างไม่หยุด
ยามนี้คงถึงเวลายามเหม่า[1]แล้วพวกนางต้องเร่งออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางจึงถือว่าเสียงดังนั้นช่วยปลุกนางให้ตื่นขึ้นพอดี
นางยันกายลุกขึ้นกระชับเสื้อนวมอุ่นพร้อมกับเก็บที่นอนของตนเองจนเรียบร้อยจากนั้นจึงค่อยย่องออกจากห้องเพื่อไปสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำอุ่นเพื่อรอปรนนิบัติให้องค์หญิงล้างหน้าถูฟัน
เพราะอากาศทั้งหนาวทั้งชื้นจึงทำให้รู้สึกไม่สบายตัวบัดนี้กระถางไฟในห้องก็ดับมอดใกล้จะหมดแล้วนางจึงไม่อยากรบกวนองค์หญิงของตนเองให้ตื่น อย่างน้อยให้องค์หญิงได้หลับตาเพิ่มอีกสักหน่อยก็ยังดี
ทว่าเท้าของนางยังไม่ทันก้าวพ้นประตูน้ำเสียงหวานปนแหบของอันซูเซี่ยพลันดังขึ้น
“แม่นมจุดเทียนเถิด ข้าตื่นแล้ว”
แม่นมเผิงเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยนยิ่ง
“ไยรีบตื่นเล่าเพคะ เมื่อคืนกว่าพวกเราจะเดินทางมาถึงที่นี่ก็กินเวลาไปถึงดึกแล้ว”
“เสียงไม้กระแทกหน้าต่างดังเช่นนี้ข้าข่มตานอนไม่หลับ”
แม่นมเผิงหมุนกายกลับมา เพ่งดวงตามองเรือนร่างลาง ๆ ที่นอนอยู่บนที่นอนอุ่นก่อนจะเดินกลับไปหาหญิงสาวนางนั้นแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมจนถึงปลายคาง ห่อตัวนางให้แน่นหนาขึ้น
“เช่นนั้นรอบ่าวสักครู่นะเพคะ ประเดี๋ยวบ่าวไปจัดเตรียมน้ำอุ่นเสียก่อน”
“อืม”
แม่นมเผิงลุกขึ้นจากนั้นจึงเดินไปจุดตะเกียงน้ำมันจนสว่างไปทั้งห้อง
บัดนี้จึงเผยโฉมหน้าดรุณีน้อยนางหนึ่งที่ใบหน้าเลอโฉมดุจดวงจันทร์ ผิวพรรณขาวประดุจหิมะ แม้ว่าสีหน้าจะขาวไร้เลือดฝาดด้วยเพราะเพิ่งตื่นนอนแต่กลับยิ่งขับเน้นความงดงามโดดเด่นของนางให้มากยิ่งขึ้น
ยามแม่นมเผิงกลับมาพร้อมสาวใช้อีกสามคนอันซูเซี่ยก็ลุกขึ้นนั่งและขดกายอยู่ในผ้าห่มท่าทางประดุจหนอนผีเสื้อตัวหนึ่งแล้ว
แม่นมเผิงยกมือทาบอกอุทานเสียงแผ่วเบา
“ตายแล้ว องค์หญิงมิอาจนั่งท่าไม่สำรวมนี้ได้นะเพคะ บ่าวสอนไปตั้งกี่ครั้งแล้ว”
อันซูเซี่ยถอนหายใจยาว ปล่อยให้บ่าวพวกนั้นปรนนิบัติตนล้างหน้าหวีผมทั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ข้ายังจำได้ที่แม่นมสอนข้า แต่ยามนี้ยังไม่เข้าเมืองหลวงท่านก็ปล่อยให้ข้าเป็นอิสระเถิด หลังจากนั้นข้าคงไม่ได้ทำอะไรเช่นนี้อีกแล้ว”
แม่นมเผิงรู้สึกสงสารองค์หญิงน้อยของตนยิ่งนัก เพราะสองแคว้นต้องการเชื่อมสัมพันธ์ องค์หญิงอันซูเซี่ยซึ่งเติบโตมาในแดนสู่ซึ่งเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์อันเร้นลับจำต้องเข้าอภิเษกเพื่อเป็นฮองเฮาให้กับฮ่องเต้แคว้นเหมิงต้าหลง
หลังจากที่อ๋องผู้ครองแดนสู่บิดาขององค์หญิงอันซูเซี่ยพยายามถ่วงเวลามาเนิ่นนานจนกระทั่งองค์หญิงได้เข้าสู่วันสิบเจ็ดปีแล้วก็ไม่อาจรั้งเวลาเอาไว้ได้อีก ด้วยฝ่าบาทแคว้นเหมิงมีพระชนม์มายุถึงยี่สิบห้าพรรษาแล้วแต่กลับยังไม่มีบุตรกับนางสนมคนใด
แดนสู่นี้คนภายนอกแทบจะไม่รู้ว่า เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง มีอากาศหนาวตลอดทั้งปีและยังรายล้อมไปด้วยน้ำพุสวรรค์ที่เมื่อได้ดื่มกินยิ่งทำให้ร่างกายแข็งแรงทั้งยังมีใบหน้างดงามผิวพรรณอ่อนเยาว์อย่างที่ยากจะหาแดนใดเปรียบ
เดิมทีคนแดนสู่มักไม่นิยมแต่งงานกับคนต่างแคว้นเพื่อครองสายเลือดบริสุทธิ์เอาไว้ เป็นการยากมากที่พวกเขาจะยอมตอบรับการสู่ขอของคนจากแคว้นอื่น
และยังมีข่าวลือหนาหู ว่าสตรีแดนสู่นั้นใช้ชีวิตประดุจแม่ชีพวกนางเคยออกเรือนไปกับคนต่างแคว้นแต่เรื่องบนเตียงกลับจืดชืดยิ่งล้วนทำให้สามีเบื่อหน่ายสุดท้ายต้องหย่าร้าง
และความจืดชืดนี้มิได้มีเพียงลีลารักบนเตียง แต่ยังรวมไปถึงใบหน้าที่จืดชืดจนทำให้คนที่พบเห็นล้วนรู้สึกหมดอารมณ์สนุก
ดังนั้นไม่ว่าบุรุษใดล้วนไม่ต้องการได้คนแดนสู่เป็นภรรยา นอกจากบุรุษแดนสู่ด้วยกันเอง
ยามนี้ด้วยสัญญาหมั้นหมายที่อดีตฮ่องเต้ทำเอาไว้กับอดีตอ๋องของแดนสู่ในยามที่พวกเขาเคียงบ่าเคียงไหล่ออกรบเพื่อกำจัดศัตรูที่เข้ามารุกรานสองดินแดนในสนามรบจนกลายเป็นสหายร่วมสาบาน และทำสัญญาหมั้นหมายเอาไว้
ทว่าอดีตฮ่องเต้แดนสู่ที่มีพระชายาเพียงคนเดียวกลับไม่มีพระธิดา แต่สัญญานั้นยังคงผูกพันมาถึงฮ่องเต้คนปัจจุบันที่เป็นบิดาของอันซูเซี่ยที่ต้องส่งบุตรสาวของตนให้หลานชายที่ขึ้นเป็นฮ่องเต้แคว้นเหมิงโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
อันซูเซี่ยเป็นบุตรสาวคนเล็กจากทั้งหมดสามคนของอ๋องแดนสู่ พี่สาวของนางทั้งสองคนได้แต่งกับขุนนางคนสำคัญในแดนสู่ไปแล้ว เขาจึงจำต้องส่งบุตรสาวคนเล็กไปเป็นฮองเฮายังต่างแคว้นด้วยคราบน้ำตาด้วยคิดว่าบุตรสาวคนเล็กนั้นไร้เดียงสายิ่งนัก
นั้นตั้งแต่นางรู้ความก็ถูกส่งไปฝึกฝนการบำเพ็ญเพียรที่สำนักชีหุบเขาหนี่หวาอันเป็นหุบเขาที่สูงที่สุดในแดนสู่
การพบบุรุษของนางนั้นจึงแทบจะนับครั้งได้ ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์นี้จึงยิ่งทำให้อ๋องเมืองสู่เป็นกังวลกับความไร้เดียงสาของบุตรสาวนัก เขากลัดกลุ้มจนกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน
นี่เป็นครั้งแรกที่องค์หญิงน้อยอันซูเซี่ยได้ออกจากหุบเขาอันงดงามของตนเอง นางต้องกลายมาเป็นฮองเฮาของฮ่องเต้หนุ่มผู้หนึ่งซึ่งนางไม่เคยเห็นเขามาก่อน แน่นอนว่านางนั้นย่อมตื่นเต้นปนหวาดกลัวด้วยไม่อาจระงับจิตใจได้
คำสั่งของมารดาของนางก่อนที่จะส่งนางขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวก็คือ ต่อไปสามีคือครอบครัวของนางแล้วดังนั้นขอให้นางจงเชื่อฟังสามีให้ดีที่สุด ตามหลักสี่คุณธรรมสามคล้อยตาม[2]
“เพคะท่านแม่ลูกจะเชื่อฟังสามีตามคำที่ท่านแม่สั่งสอนเพคะ”
สตรีสองนางร่ำไห้ในวันจากลา และบิดาของนางก็ทอดสายตามองพระธิดาคนเล็กด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
“ไม่ต้องห่วงไปนะ พ่อได้ส่งจดหมายถึงฝ่าบาทโดยตรงให้ปกป้องคุ้มครองลูก หากมีผู้ใดทำให้เจ้าเดือดเนื้อร้อนใจให้เจ้ารีบส่งข่าวให้พ่อรู้ พ่อจะรับเจ้ากลับทันที”
“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ขอท่านพ่อ ท่านแม่รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าคะ ลูกอกตัญญูต้องจากแดนไกลไม่มีโอกาสทดแทนคนท่านพ่อท่านแม่แล้ว”
[1] ประมาณตี5
[2] หลักสี่คุณธรรม สามคล้อยตาม หรือ 三从四德 คือ กรอบคุณธรรมที่ใช้ในการอบรมกุลสตรีชั้นสูง ซึ่งถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดของขงจื่อ แบบเต็มๆ กล่าวคือ… ให้ความสำคัญกับลำดับขั้นชนชั้นในสังคม สถาบันครอบครัว และความสำคัญของเพศชาย
ลูกเกดได้งานพรีเซ็นเตอร์จากบริษัทของเควิล เธอจึงโทรหานาชาสอบถามว่าเป็นเพราะเควิลเสนอให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์หรือเปล่านาชา : ไม่ใช่ฉันนะแกก็รู้ว่าเรื่องบริษัทฉันไม่เคยไปก้าวก่ายเลย ฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ แปลว่าแกได้งานเพราะความสามารถแล้วล่ะ อีกอย่างบริษัทเงินทุนอำนาจบริหารจะอยู่กับพี่โน่นะแกลองถามพี่โน่ดูสิ พี่เคนมอบอำนาจให้พี่โน่ดูแลทั้งหมดนะแกลูกเกด : จริงดิ ไม่ใช่พี่เคนเหรอนาชา : ไม่ใช่แน่นอ แกคุยกับพี่เคนไหมล่ะอยู่กับฉันพอดีเสียงปลายสายดูจะหอบเล็กน้อย ลูกเกดสงสัยว่าเพื่อนกำลังทำอะไรอยู่ลูกเกด : แกทำไรอยู่อ่ะท่าทางเหนื่อยเชียวนาชา : พี่เคนพามาออกกำลังกายน่ะ อยู่ที่ยิมลูกเกด : อ้อ งั้นไม่กวนแล้วแค่นี้แหละบายนาชา : อืม ค่อยคุยกันหลังจากลูกเกดวางสายไปนาชาก็ตีลงบนไหล่ของคนตัวโตที่กำลังวุ่นวายกับเนินเนื้ออูมของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย“อ๊า ซี๊ดดด พี่เคน ชาเกือบจะหลุดครางแล้วนะคะ”“อื้มม ก็มันหอมหวานนี่คะคุณสวยของพี่ ยิ่งกินยิ่งอร่อย ยิ่งกินยิ่งเสียว ซี๊ดดด”นาชาขยุ้มผมของเขา ถ่างขาของตัวเองกว้างขึ้น ลิ้นที่ตวัดเลียลงมาเร็ว ๆ ให้ความรู้สึกแสบร้อนไปถึงทรวงในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอเพลิด
เควิลออดอ้อนทั้ง ๆ ที่ยังกระแทกเธออยู่แท้ ๆ เขาก็ขอหลาย ๆ ครั้งแล้ว"ถ้าพี่มีแรงก็ตามใจสิคะ" นาชาท้าทายไม่กลัวเขาเลยสักนิดเควิลเร่งเอวสอบของเขาเร็วขึ้น สอยนาชาแรง ๆ จวบจนเธอกรีดร้องหลั่งน้ำรักสีใสออกมาจนเต็มหน้าขา เควิลไม่รอช้าเขาเหยียดเกร็งร่างกระตุกตามนาชามาติด ๆนาชาทิ้งร่างลงบนที่นอน เควิลจับเจ้าสาวหมาด ๆ ของเขาให้พลิกตัวแล้วลากร่างเล็กมาถึงปลายเตียง เควิลลงไปเหยียบที่พื้นยกขาของหญิงสาวขึ้นพาดไหล่ของเขา มือแข็งแรงกุมสะโพกของเธอเอาไว้เป็นหลักยึด เควิลย่อเข่าลงให้ได้จังหวะแล้วกระทุ้งเข้ามาในร่างของนาชาทันใดเมื่ออยู่ในท่านี้ดูเหมือนว่าเควิลจะสามารถทะลุทะลวงเข้ามาในร่างกายของนาชาได้อย่างแนบสนิทขึ้น นาชาซี๊ดปากหน้าอกอวบกระเด้งอย่างน่าดูทุกครั้งที่เขากระแทกรุนแรง"อาาาา ซี๊ดดด เสียว อูวว โอววว""นาชาของพี่เอาท่าไหนก็มันจังเลย อ๊า เสียวซี๊ดเลยคนดี"เควิลก้มลงจูบที่หน้าท้องของเธอแล้วทาบตัวลงมาอ้าปากดูดคาบหัวนมแข็งชู เขาดูดอย่างแรงในขณะที่ยังคงกระแทกเธอด้วยจังหวะรุนแรง"ร่องนาชาอร่อย นมก็อร่อย เมียพี่อร่อยไปทั้งตัว ซี๊ดดด""พี่เคนชอบก็กินเยอะ ๆ นะคะ เวลาพี่เคนดูดนาชาเสียวมากเลยค่ะ อื๊อ ซ
ก่อนหน้านี้กองถ่ายเหมือนจะกลับมาถ่ายได้แล้ว เมื่อดารินตัดสินใจไม่ถอนตัว ทว่าตอนนี้เกิดวุ่นวายขึ้นอีกครั้งเมื่อได้รับข่าวการเกิดอุบัติเหตุรถชนของดาราสาวดารินจนโด่งดังไปทั่วโลก ถึงแม้ว่าดารินจะไม่ถึงกับเสียชีวิตแต่เธอก็อาการสาหัส ด้วยเหตุนี้กองถ่ายหนังจึงต้องรีบหานักแสดงแทนดารินและต้องคัดอย่างพิถีพิถันทำให้กองถ่ายต้องเลื่อนเวลาออกไปด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องที่เควิลเล่าก่อนหน้านี้เป็นความจริงหรือเปล่านาชาซักถามเควิลเขาจึงเล่าให้เธอฟังอย่างไม่ปิดบัง เพื่อให้นาชาระวังตัวให้มากขึ้น ในวันนั้นหลังจากถ่ายฉากของตัวเองเสร็จเธอก็เข้าไปยังห้องแต่งตัวเพียงลำพังหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็รู้ว่ามีใครบางคนใช้ผ้าอุดปากเธอไว้ หลังจากนั้นนาชาก็สลบไป ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็ถูกเพื่อนสาวรุมล้อมและตัวเองก็อยู่ที่คอนโดแล้วนาชาสงสัยว่าเควิลทำร้ายดาริน แต่เมื่อถามออกไปเควิลก็ปฏิเสธว่าเขาได้ปล่อยดารินไปแล้วส่วนเรื่องใครทำร้ายเขาก็ไม่รู้จริง ๆ แน่นอนว่านาชาย่อมเชื่อเควิล เธอจึงคิดว่าดารินคงจะเกิดอุบัติเหตุจริง ๆ ก็เป็นได้หลังจากเหตุการณ์นี้นาชายิ่งระวังตัวให้มากขึ้น วัน ๆ แทบจะไม่ไปไหนเฝ้าเก
ในงานเลี้ยงของบริษัทโมเดลลิ่งยักษ์ใหญ่ที่เป็นต้นสังกัดของลูกเกดและนาชามีสาว ๆ พริตตี้ทั้งดารานางแบบ อีกทั้งตัวท็อปไปจนถึงตัวท้ายตารางมาร่วมงานอย่างพร้อมหน้าแน่นอนว่าคนที่ตกเป็นประเด็นในการเม้ามอยวันนี้ย่อมหนีไม่พ้นนาชา สาวสวยตัวท็อปของบริษัทที่มีข่าวลือว่าจะแจกการ์ดแต่งงานในเร็ววันนี้ เป็นเพราะมีหลายคนอิจฉาและการแต่งงานของเธอค่อนข้างที่จะเร่งรัดไปสักหน่อยจึงทำให้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับนาชาขึ้นมามากมายนาชาท้องเลยต้องรีบแต่งข่าวว่าบีบฝั่งผู้ชายให้จัดงานเพราะตัวเองท้องนางได้ผัวแก่เขาตามใจมากแต่อายุน่าจะเยอะใกล้ลงโรงแล้วผัวของนาชาต้องค้ายาแน่นอนถึงได้รวยขนาดนั้น นาชาได้ผัวแก่แน่นอนคงหวังฮุบสมบัติเอาไว้เลี้ยงผู้ชายข่าวที่ว่าจะจัดงานแต่งใหญ่โตเป็นข่าวโคมลอยและข่าวอื่น ๆ อีกมากมาย นาชานั่งอยู่ข้างลูกเกดหญิงสาวกินอาหารช้า ๆ ฟังเพลงอย่างสบายใจ นาน ๆ ที่บริษัทจะจัดงานสักทีทุกคนจึงมาอย่างพร้อมหน้า"ดีจังเลยที่บริษัทจัดงานนี้ขึ้นไม่งั้นคงต้องวิ่งไปแจกการ์ดวุ่นวาย"นาชากินไปพูดไปลูบกระเป๋าผ้ายี่ห้อดังที่วางอยู่บนโต๊ะ ภายในอัดเต็มไปด้วยการ์ดนับร้อยใบที่เขียนรายชื่อคนในโมเดลลิงไว้เกือบทั้งหมด ซ
"พี่เคนคะแขกนาชาไม่เยอะทำไมต้องทำการ์ดขนาดนี้ด้วยคะ""ใครบอกว่าไม่เยอะ พี่ให้คนเตรียมรายชื่อไว้หมดแล้ว"เควิลนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นโดยมีนาชานั่งอยู่บนตักของเขา ทั้งคู่กำลังพิจารณาเลือกการ์ดแต่งงานด้วยกัน"เชิญแค่เพื่อนสนิทไม่ได้เหรอคะ""ไม่ได้ปีก่อนที่พี่ไปงานแต่งเพื่อนนาชาตอนนั้นเห็นคนรู้จักนาชาแทบทั้งงาน รวมทั้งให้เชิญคนชื่อเอกนั่นมาด้วยจะได้ตัดใจซะที"เควิลพูดพลางกัดแก้มนาชาไปด้วย เขารัดร่างของเธอแน่นขึ้น ซุกไซร้ใบหน้าที่ซอกคอของเธอ"โถ่นาชากับเขาไม่ได้มีอะไรกันจริง ๆ นะคะ นาน ๆ เขาถึงจะทักมาทีเขาว่างเราก็แค่ไปกินข้าวกันบางครั้ง""นั่นแหละแปลว่าไอ้เอกนั่นมันไม่ยอมตัดใจ เรื่องอะไรเที่ยวมาชวนเมียชาวบ้านไปกินข้าวกันสองต่อสองน่ารังเกียจที่สุด""พี่เคนพูดแบบนี้ไม่ถูกนะคะ ตอนนั้นพี่หายไปจากชีวิตนาชาไม่เคยติดต่อมาจะไปว่าพี่เอกได้ยังไง""ไม่รู้ล่ะ ตอนนั้นพี่ไม่นับว่าหายเพราะมันจำเป็นจริง ๆ นี่ขนาดมั่นใจแล้วว่าตัวเองเก็บพวกปัญญาอ่อนนั่นดีแล้วยังมีหลุดมาวุ่นวายกับนาชาอีก ยังไงก็เชิญมาให้หมดทั้งผู้หญิงผู้ชายป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ว่านาชาเป็นของพี่อย่างเป็นทางการแล้ว ใครก็ห้ามแหยม"นาชาส่า
"ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก จนคุณโผล่มาได้จังหวะพอดีอีกอย่างเพราะผมจับไอ้คนที่มันไล่ยิงรถผมคราวที่แล้วได้และมันก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากเลยล่ะ ความจริงต้องขอบคุณลูกน้องคนนั้นของคุณ""อ้อที่แท้ก็ไอ้ตัวซวยนั่นเอง ฉันคิดว่าให้คนไปจัดการมันแล้วที่แท้มันยังไม่ตายเหรอคะ""ผมให้คนโยนมันลงบ่อจระเข้แล้ว ใครใช้ให้มันบังอาจแตะต้องผู้หญิงของผมหาเรื่องตายแท้ ๆ อย่างน้อยก่อนตายมันยังได้ใช้ร่างกายของมันเป็นทานแก่สัตว์เดรัจฉาน ผมคิดว่าผมได้บุญไปด้วย" เควิลพูดอย่างไม่แยแส"วันนี้คุณก็คิดจะฆ่าฉันด้วยล่ะสิ" ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ท่าทางของดารินดูไม่กลัวเขาเลยแม้แต่น้อย"ผมไม่ฆ่าคุณหรอกเพราะอย่างน้อยคุณก็ยังไม่ทำร้ายนาชา แต่ไม่แน่ว่า นายท่าน ของคุณจะว่ายังไง"เควิลโยนโทรศัพท์ในมือให้ดาริน พร้อมกับพูดต่อ"ผมรู้ว่าแผนของนายท่านของคุณ แค่ต้องการให้คุณมาเจรจากับผมเพื่อแบ่งของไปประมูลร่วมมือกันอย่างสันติ เขาต้องการสงบศึกแต่คุณกลับกล้าทำเรื่องเกินคำสั่ง ยังกล้าแตะต้องผู้หญิงของผมอีกคุณคิดว่าคุณยังจะรอดเหรอ""คะ คุณ ติดต่อนายท่านได้ยังไง" ดารินถามเสียงสั่นเธอตกใจเป็นอย่างมาก"ก็ในโทรศัพท์เครื่องนั้นไง คุณคิดว่านายท่านขอ
หยางเหมยคุกเข่าให้น้องสาว ขอบคุณเธอด้วยน้ำตา ทว่าในใจคิดแผนร้าย เธอต้องแย่งจางเฮ่อกลับมาให้ได้ ถ้าไม่มีหยางซิน หม่าเฮ่อต้องกลับมาหาเธอ พ่อกับแม่ยิ้มทันที“ฉันว่าแล้วว่าแกยังเป็นลูกสาวฉัน”จากนั้นแม่ก็มีท่าทางลังเล ก่อนจะพูดว่า“หยางซินเงินของแม่กับพ่อกำลังจะหมดแล้ว กิจการของพ่อไปต่อไม่ได้ แกอยู่ที่น
อันซูเซี่ยหันไปมองนางกำนัลของตน “ซานหลัน ท่าทางเจ้าไม่สบาย เป็นอันใดหรือ”ซานหลันไม่เข้าใจความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ นางจึงตอบว่า “ฮองเฮาเพคะ จู่ ๆ หม่อมฉันก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมาเพคะ”อันซูเซี่ยจึงเอ่ยสั่ง “เช่นนั้นเจ้าก็ไปจัดการตนเองเถิด ซานหลิง... เจ้าไปดูนางหน่อย”ซานหลิงและซานหลันยอบกายแ
ความจริงอันซูเซี่ยเองก็ต้องการยิ่งนัก เพียงแค่มันแข็งขึ้นเป็นลำเช่นนี้ นางก็บังเกิดความเร่าร้อนขึ้นตรงกลางกายจนแทบทนไม่ไหว ทว่าหมอหลวงสั่งห้ามไม่ให้สิ่งใดล่วงล้ำเข้าไปภายในทั้งด้านหน้าและด้านหลังจนกว่าบาดแผลจะปิดสนิท นางจึงได้แต่อดทนเอาไว้อย่างที่สุด“เช่นนั้นเสด็จพี่ดูดนมหม่อมฉันเถิดเพคะ ซูเซี่ยจะ
ยามนี้อันซูเซี่ยกำลังถูกฮ่องเต้หนุ่มคนน้องนามอี้หลง ดูดกลืนร่องหอยหวานของนางอย่างเอร็ดอร่อย ความรู้สึกวาบหวามมหาศาลทำให้อันซูเซี่ยรู้สึกคล้ายร่างทั้งร่างกำลังลอยละลิ่วขึ้นสู่สรวงสวรรค์ชั้นฟ้า อี้หลงขบเม้มที่ตุ่มเกสรระลอกแล้วระลอกเล่าจนร่างงามสะดุ้งเฮือก บิดสะโพกเร่าด้วยความซ่านกระสันที่พุ่งทะยานจนแ







