ログイン“รออะไร!” เสียงสตรีแหลมสูงดังลอดเข้ามา ชิงหลัวกับเม่ยจิงสบตากันทันที เซี่ยเยว่หลันเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบราวกับรู้ดีทุกอย่างว่าสิ่งใดกำลังเกิดขึ้นหน้าตำหนัก สีหน้าของนางกลับไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ใบหน้ายังคงเรียบนิ่ง เฉยชาและดูทรงอำนาจ นางไม่มีสิ่งใดต้องหวาดหวันอีกแล้วกับไฉเหรินผู้นี้ ไม่นานนักชิงหลัวและเม่ยจิงก็รีบวิ่งเข้ามา “เหนียงเหนียง...มีผู้มาขอเข้าเฝ้าเพคะ” “ซูไฉเหริน?...” ชิงหลัวก้มหน้าพลางพงักหน้ารับ “นางมาทำอะไรที่นี่” นางกำนัลส่ายหน้า “บ่าวก็ไม่ทราบเพคะ แต่นางยืนกรานว่าจะต้องพบเหนียงเหนียงให้ได้” เซี่ยเยว่หลันวางถ้วยชาลงช้าๆ “เชิญเข้ามา” “เหนียงเหนียง!” ชิงหลัวรีบเอ่ย “พระองค์ยังถูกกักบริเวณ หากมีเรื่องวุ่นวาย...” เซี่ยเยว่หลันยิ้มบาง “ยิ่งข้าถูกกักบริเวณ คนที่มาวันนี้...ก็ยิ่งไม่ได้มาด้วยความหวังดี” ไม่นานม่านประตูก็ถูกเปิดออกสตรีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเชิดหน้า นางสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนปักบุปผาดูอ่อนหวานยิ่งนัก เครื่องประดับทองบนมวยผมสั่นไหวทุกย่างก้าวแม้ตำแหน
อ๋องเจ็ดยืนมองคนตายอย่างวิเคราะห์...คนตายเคยสัมผัสกับต้นเพลิงนั่นหมายความว่า ก่อนตายนางเคยอยู่ใกล้หอเฉิงหมิงจริง หลี่เซวียนกำลังจะตรวจต่อ แต่ทันใดนั้น...เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นด้านนอก "อ๋องเจ็ด!" เกากงกงรีบเดินเข้ามา เมื่อเห็นหลี่เซวียนอยู่ในห้อง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย "ดึกดื่นเช่นนี้ เหตุใดพระองค์..." หลี่เซวียนลุกขึ้นเต็มความสูง "ข้ามาดูศพ" เกากงกงยิ้มเจื่อน "ฝ่าบาทกำลังตามหาพระองค์พ่ะย่ะค่ะ" "มีเรื่องใด" "ฝ่าบาททรงรับสั่งให้พระองค์เสด็จไปตำหนักเฉียนชิงทันที" หลี่เซวียนมองศพอีกครั้ง ก่อนหันกลับ "บอกฝ่าบาท..." เขาหยุดเล็กน้อย "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้" แต่ขณะที่กำลังเดินผ่านเกากงกง "อ๋องเจ็ดทรงพบสิ่งใดหรือไม่" หลี่เซวียนส่ายหัวพลางเอ่ยเบาๆ "ศพนี้...ห้ามผู้ใดแตะต้อง" เกากงกงชะงัก "พ่ะย่ะค่ะ" หลี่เซวียนเดินจากไป ทว่าทันทีที่ร่างสูงลับมุมระเบียง เงาร่างอีกสายหนึ่งกลับค่อยๆ ก้าวออกมาจากด้านหลังห้องเก็บศพ บุรุษผู้นั้นสวมชุดดำทั้งร่าง ใบห
เซี่ยเยว่หลันหันไปหาชิงหลัวพลางส่งสายตาไปยังหลินเจาหรงที่แอบอยู่ด้านหลังม่าน ชิงหลัวพงักหน้ารับก่อนจะเดินไปทางประตูเล็กด้านหลังของห้องหนังสือ เป็นเส้นทางลับที่เซี่ยเยว่หลัวใช้เป็นทางหนีทีไล่ในยามฉุกเฉินเมื่อต้องการออกจากตำหนักจี้เห่อ “หลินเจาหรง...เจ้ารีบกลับตำหนักเสีย...ข้าจะให้ชิงหลัวลอบพาเจ้าออกจากตำหนัก” น้ำเสียงของนางเย็นเยียบ เสียงกระซิบลอดผ่านริมฝีปาก มือข้างหนึ่งเอื้อมมือแตะเบาๆ ที่แขนหลินเจาหรง “ขอบพระทัยกุ้ยเฟย...หม่อมฉันจะรีบกลับตำหนักเจ้าค่ะ” นางก้มลงคารวะเซี่ยกุ้ยเฟย ชิงหลัวเดินเข้ามาใกล้เซี่ยเยว่หลันพลางกระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินกันเพียงสองคน “เจ้าต้องรักษาตัวให้ดี...” "หากหม่อมฉันเป็นอะไร..." เซี่ยเยว่หลันส่ายหัวเบาๆ “เจ้าจะไม่เป็นไร...เชื่อข้า” “ทางพร้อมแล้วเจ้าค่ะเหนียงเหนียง” “พานางไป และส่งสิ่งนี้ให้คนของเราที่นอกเมือง” ชิงหลัวพยักหน้ารับพลางรับเอาผ้าไหมชิ้นบางซึ่งม้วนเป็นก้อนกลมเล็กแล้วเคลือบด้วยไขขี้ผึ้ง นางกำแผ่นผ้าไหมนั้นแน่นก่อนจะเดินนำไปที่ประตูช่องทางลับนั้น
คำพูดของหลินเจาหรงทำให้ทั้งห้องเงียบงัน เซี่ยเยว่หลันค่อยๆ วางเศษไม้ไหม้เกรียมลงบนโต๊ะ แววตาเย็นลงทันที นางผ่านความตายมามากมายตั้งแต่เริ่มเรียนรู้ศาสตรายุทธ์กับแม่ทัพเซี่ยผู้เป็นบิดา ความตายแทบจะเป็นเรื่องปกติสำหรับนาง แต่สำหรับชีวิตของนางกำนัลในวังหลวงนั้นการตายกลับทำให้นางรู้สึกหดหู่ “ตาย?” หลินเจาหรงพยักหน้าทั้งน้ำตา “เมื่อครู่...ระหว่างกลับตำหนัก นางตกสระน้ำ” ชิงหลัวขมวดคิ้วทันที “ตกสระน้ำรึ?” “เพคะ” หลินเจาหรงสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดอารมณ์ที่สั่นไหว แม้น้ำหูน้ำตาจะไหลเอ่อ “แต่หม่อมฉันไม่เชื่อว่านางจะตกเอง” เซี่ยเยว่หลันจ้องหน้านางนิ่ง “เหตุใดกัน” “เย่หว่านว่ายน้ำเป็นเพคะ” คำตอบนั้นทำให้ชิงหลัวเบิกตากว้าง ส่วนหลินเจาหรงยิ่งกำชายกระโปรงแน่นขึ้น “บ้านของนางอยู่ริมน้ำ ตั้งแต่เด็กนางช่วยบิดาหาปลา นางว่ายน้ำเก่งกว่าบุรุษหลายคน” น้ำเสียงของนางเริ่มสั่นอีกครั้ง น้ำตาเริ่มไหลออกมา “ต่อให้ตกลงไปจริง...นางก็ไม่มีวันจมน้ำตาย” ภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง เซี่ยเยว่หลันค่อยๆ หลับตา เร็ว..
เซี่ยเยว่หลันยังคงยืนอยู่ริมหน้าต่าง ดวงตาทอดมองหิมะที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย นางค่อย ๆ หมุนตราเงินในมือ พลางใช้ปลายนิ้วลูบลายเมฆสามชั้นรอบอักษร 'เซี่ย' อย่างแผ่วเบา “เราเพิ่งรอดจากการตรวจค้น...” นางเอ่ยขึ้นช้าๆ “แต่ยังไม่พ้นอันตราย” ชิงหลัวรีบลุกขึ้น “เหนียงเหนียงหมายความว่า...” “ตรานี้” เยว่หลันยกมันขึ้นมองกับแสงจันทร์ที่มัวหมอง “ไม่ใช่หลักฐานธรรมดา” นางหรี่ตาลงจ้องมองตราเงินราวกับพินิจให้ถี่ถ้วน “หากคนผู้นั้นเพียงต้องการใส่ร้ายตระกูลเซี่ย เขาคงปล่อยให้คนของฝ่าบาทพบมันตั้งแต่แรก แต่กลับซ่อนไว้ในถุงข้างเอวของขันทีราวกับ...รอให้ใครบางคนเป็นผู้พบ” ชิงหลัวนิ่งงัน “เหนียงเหนียงทรงหมายความว่า...” “เขารอข้า” คำตอบนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลง เซี่ยเยว่หลันกำตราแน่นกว่าเดิม “คนผู้นั้นรู้ว่าข้าต้องจำตรานี้ได้ และเขามั่นใจ...ว่าข้าจะไม่ปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือผู้อื่น” ชิงหลัวขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง “ถ้าเช่นนั้น...ตั้งแต่ต้นก็มีคนกำลังจับตาพระองค์อยู่หรือเพคะ” เซี่ยเยว่หลันไม่ได้ตอบเพราะคำตอบนั้น...นางเอง
เสียงเปิดตู้ไม้ดังขึ้น เสียงเลื่อนหีบที่ถูกเปิดออกเพื่อตรวจสอบ เสียงค้นชั้นหนังสือที่ดังก้องอยู่อย่างเบามือ ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีผู้ใดกล้าทำลายข้าวของแม้แต่ชิ้นเดียว เซี่ยเยว่หลันยืนมองอยู่เงียบๆ มือข้างหนึ่งยังคงซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ตราเงินอยู่ตรงนั้น ห่างจากสายตาทุกคนเพียงไม่กี่ชุ่น ชิงหลัวยืนอยู่ด้านหลังนายของตนแม้ภายนอกจะพยายามสงบนิ่ง แต่ฝ่ามือและใบหน้ากลับเต็มไปด้วยเหงื่อ ทุกครั้งที่องครักษ์เปิดหีบ หัวใจของนางก็เต้นแรงขึ้นหนึ่งครั้งทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาใกล้ ลมหายใจของนางก็แทบหยุดลงแต่เซี่ยเยว่หลัน...กลับสงบนิ่งจนน่าประหลาดราวกับผู้ถูกตรวจค้นไม่ใช่นาง จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งก้านธูป องครักษ์เดินมารวมตัวกันอยู่ด้านหลังท่านเกากงกงอย่างเป็นระเบียบ “รายงาน!” องครักษ์นายหนึ่งคุกเข่าลง “ไม่พบสิ่งผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ” อีกคนรีบรายงานต่อ “ห้องเก็บตำราตรวจแล้ว ไม่พบสิ่งต้องสงสัยพ่ะย่ะค่ะ” “ห้องคลังยาเรียบร้อย ไม่พบสิ่งผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ” รายงานดังขึ้นทีละคน เกากงกงพยักหน้าเบาๆ แต่ยังไม่ทันเอ่ยอะไร องคร







