Home / รักโบราณ / หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ / บทที่ 6 ฆ่าหลี่จิ้งเหยียน

Share

บทที่ 6 ฆ่าหลี่จิ้งเหยียน

last update publish date: 2026-08-12 12:56:30

            “และตระกูลเซี่ยของบิดาเจ้า...จะต้องรับความอัปยศนั้นไปพร้อมกับเจ้า”

            “อย่าเอ่ยถึงบิดาข้า!” เซี่ยเยว่หลันเงยหน้าขึ้นทันที ประกายโกรธปรากฏขึ้นในดวงตาที่เมื่อครู่ยังไร้ชีวิต หลี่เซวียนเห็นมันชัดเจนและเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในตำหนักนี้ที่แววตาของเขาคลายความเย็นเยียบลงเพียงเล็กน้อย

            “ในที่สุดก็โกรธเป็นแล้ว” เซี่ยเยว่หลันชะงัก

            “นี่ท่าน...”

            “ดี” เขาวางปิ่นหงส์ฟ้าลงบนโต๊ะ

            “ในเมื่อยังโกรธเป็น ก็แปลว่า ยังไม่ควรตาย”

            “อ๋องเจ็ด!”

            “หากอยากตายจริง ข้าจะไม่ห้าม” เซี่ยเยว่หลันมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ หลี่เซวียนกลับเดินไปนั่งลงบนตั่งที่หลี่จิ้งเหยียนเคยนั่งเป็นประจำ รินชาที่เย็นชืดแล้วลงถ้วยอย่างไม่ทุกข์ร้อน

            “แต่ก่อนตาย เจ้าต้องทำสามอย่าง”

            “ท่านกำลังเล่นอะไร”

            “หนึ่ง” เขายกถ้วยชาขึ้น

            “หาคนที่ใส่กำมะถันในกำไลให้พบ” เซี่ยเยว่หลันนิ่ง

            “สอง คืนศักดิ์ศรีให้ตนเองต่อหน้าคนทั้งวัง” ดวงตาของนางเริ่มไหว

            “และสาม...” หลี่เซวียนเงยหน้าขึ้นสบตานาง

            “เอาสิ่งที่หลี่จิ้งเหยียนติดค้างเจ้ากลับคืนมาให้หมด” เซี่ยเยว่หลันหัวเราะอย่างขมขื่น

            “สิ่งที่เขาติดค้างข้ารึ?”

            “ใช่”

            “ความรักน่ะหรือ”

            “ไม่” คำตอบนั้นรวดเร็วเสียจนนางชะงัก หลี่เซวียนวางถ้วยชาลง

            “ความรักที่ต้องร้องขอจากคนที่ไม่ได้รัก เจ้ายังอยากได้มันกลับมาทำไม” เซี่ยเยว่หลันเหมือนถูกตบซ้ำอีกครั้ง ทว่าแปลกนัก...แต่ครั้งนี้นางกลับไม่ร้องไห้

           “แล้วสิ่งใดเล่า” หลี่เซวียนมองปิ่นหงส์ฟ้าบนโต๊ะ

           “คำสัญญา...” หัวใจของนางกระตุก

           “ท่านรู้เรื่องปิ่นนี่รึเพคะ?” หลี่เซวียนเงียบไปเพียงเสี้ยวหนึ่งพลางยกยิ้ม

           “เคยได้ยิน...” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ

           “เขาเคยสัญญาว่า...จะให้เจ้าเป็นฮองเฮามิใช่หรือ” เซี่ยเยว่หลันไม่ตอบ สายตาหลุบลงมองปิ่นหงส์

           “คำสัญญาของฮ่องเต้...เปลี่ยนแปลงได้เสมอ”

           “แต่เจ้าก็รอมันมาหลายปีมิใช่หรือ?”

           “แล้วอย่างไร” นางหัวเราะ

           “วันนี้ท่านก็เห็นแล้วมิใช่หรือ ว่าข้าได้อะไรจากการรอ”

           “เช่นนั้นก็จงเลิกรอเสีย” เซี่ยเยว่หลันเงยหน้าขึ้น หลี่เซวียนสบตานางตรงๆ

           “หากสิ่งที่เจ้าต้องการไม่ยอมมาหาเจ้า...” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย

           “ก็แย่งมันมา...” เซี่ยเยว่หลันนิ่งไปหลายอึดใจ

            “ท่านกำลังยุให้ข้าช่วงชิงตำแหน่งฮองเฮา?”

            “ข้าไม่จำเป็นต้องยุ” หลี่เซวียนลุกขึ้น ชายอาภรณ์ดำทอดผ่านพื้นหิน

            “เพราะข้าจะช่วยเจ้า” เซี่ยเยว่หลันมองเขาราวกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิต

            “นี่ท่าน?”

            “มีปัญหาหรือ”

            “เพราะเหตุใด” คำถามนั้นทำให้เขาหยุด

            “เหตุใดอ๋องเจ็ดจึงต้องช่วยข้า” ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง หลี่เซวียนมองนางมีถ้อยคำนับไม่ถ้วนซ่อนอยู่หลังดวงตาคู่นั้นแต่ท้ายที่สุดเขากลับกล่าวเพียงว่า

            “เพราะข้าต้องการบางสิ่งจากเจ้าเช่นกัน” เซี่ยเยว่หลันขมวดคิ้ว

            “สิ่งใด”

            “ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าต้องกล่าว”

            “หากท่านไม่บอก ข้าก็ไม่ตกลง” หลี่เซวียนหัวเราะเบาๆ

            “เมื่อครู่ยังอยากตายอยู่แท้ๆ ตอนนี้กลับรู้จักต่อรองเสียแล้ว”

             “หลี่เซวียนอ๋อง!” พระนามของเขาหลุดออกจากปากนางด้วยความโมโห ชายหนุ่มนิ่งไป ดวงตาที่เย็นชามาตลอดกลับอ่อนลงชั่วขณะ นานมากแล้ว...ที่ไม่ได้ยินนางเรียกชื่อเขาเช่นนี้แต่เซี่ยเยว่หลันไม่ทันสังเกต

             “ท่านบุกรุกตำหนักข้ายามวิกาล แย่งปิ่นจากมือข้า แล้วยังพูดจาคลุมเครือ หากไม่บอกว่าต้องการสิ่งใด ข้าจะ...”

             “ชีวิตของฮ่องเต้” ทุกอย่างเงียบลงเซี่ยเยว่หลันคิดว่าตนฟังผิด

             “อะไรนะเพคะ” หลี่เซวียนก้าวเข้ามาหานาง ครั้งนี้ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีการหยอกเย้าเหลือเพียงสายตาของบุรุษผู้หนึ่งที่เย็นเยียบราวกับตัดสินใจเรื่องนี้มานานแล้ว

             “ข้าจะช่วยให้เจ้าเป็นฮองเฮา” หัวใจของเซี่ยเยว่หลันเต้นแรง

             “แต่เมื่อถึงวันนั้น...” เขาหยิบปิ่นหงส์ฟ้าขึ้นมาพลางวางมันลงบนฝ่ามือนาง แล้วค่อยๆ หุบนิ้วของนางให้กำปิ่นนั้นไว้

             “เจ้าต้องตอบแทนข้าด้วยสิ่งหนึ่ง” เซี่ยเยว่หลันมองเขา

             “สิ่งใดกัน” สายตาของหลี่เซวียนเลื่อนลงมายังปิ่นหงส์ก่อนกลับขึ้นสบดวงตานาง

             “ฆ่าหลี่จิ้งเหยียน” เซี่ยเยว่หลันตัวแข็งทื่อ

              หิมะนอกตำหนักยังคงโปรยปรายทว่าในวินาทีนั้น นางกลับรู้สึกว่าเลือดทั่วร่างเย็นเยียบยิ่งกว่าหิมะ หลี่เซวียนโน้มตัวลงเล็กน้อยกล่าวคำสุดท้ายชิดกับนางด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความลังเล

              “ช่วยข้าฆ่าฮ่องเต้เสีย...”

              หิมะแรกเมื่อคืนยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ทั่วสวนหน้าตำหนักจี้เห่อ พื้นหินสีเทาที่เคยทอดยาวจากบันไดตำหนักไปจนถึงศาลาริมสระถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน กิ่งเหมยหลายต้นโน้มต่ำลงเพราะรับน้ำหนักของเกล็ดน้ำแข็งไม่ไหว แม้ดวงอาทิตย์ยามเช้าจะเริ่มโผล่พ้นแนวกำแพงวัง หากแต่ไอหนาวเย็นกลับยังเกาะอยู่ตามชายคาและยอดหญ้าราวกับราตรีที่ผ่านมาไม่เคยสิ้นสุดลง

              เซี่ยเยว่หลันยืนอยู่ใต้ต้นเหมยเพียงลำพัง อาภรณ์สีขาวนวลคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเดียวกัน เรือนผมดำขลับถูกเกล้าไว้อย่างเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับหรูหราอย่างที่เซี่ยกุ้ยเฟยควรมีและไม่มีปิ่นหงส์ฟ้า

              ปลายผ้าพันแผลสีขาวเล็กๆ โผล่พ้นคอเสื้อขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ปิดบังบาดแผลที่เกือบพรากชีวิตนางไปเมื่อคืนส่วนรอยฝ่ามือบนแก้มซ้าย...แม้ผ่านไปหนึ่งคืนแล้วก็ยังคงปรากฏเป็นรอยแดงจางๆ ให้เห็น เซี่ยเยว่หลันยกมือขึ้นรองรับเกล็ดหิมะที่ร่วงจากกิ่งเหมย

              ความเย็นซึมผ่านปลายนิ้ว นางมองมันที่กำลังละลายอยู่บนฝ่ามืออย่างเลื่อนลอย หิมะนี้ช่างดูคล้ายความรักของนางที่เพิ่งมลายหายไปเมื่อคืนเสียจริง

              ตลอดทั้งคืน นางแทบไม่ได้นอน ทุกครั้งที่หลับตาลง ภาพเดิมจะย้อนกลับมาไม่รู้จบ เสียงประทัดมงคล เกี้ยวสีแดง ซูหว่านหนิงที่ยืนเคียงข้างเขา ฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของนางอย่างไร้ปราณี ปิ่นหงส์ฟ้าที่จ่ออยู่ตรงลำคอและ...

              ‘ข้าจะช่วยให้เจ้าเป็นฮองเฮา’

              เสียงของหลี่เซวียนอ๋องยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำและความรู้สึก

              ‘แต่เจ้าต้องตอบแทนข้าด้วยสิ่งหนึ่ง’ เซี่ยเยว่หลันหลับตาลงก่อนคำสุดท้ายจะดังขึ้นในหัวอีกครั้ง

              ‘ฆ่าหลี่จิ้งเหยียน’ นิ้วมือพลันกำเข้าหากัน เกล็ดหิมะที่ยังละลายไม่หมดถูกบดอยู่กลางฝ่ามือ เมื่อคืนหลังจากได้ยินประโยคนั้น นางไม่ได้ตอบเขา

              ไม่สิ...นางตอบไม่ได้ต่างหาก แค่เพียงคิดถึงคำว่า ฆ่า กับชื่อของหลี่จิ้งเหยียน หัวใจของนางก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเสียจนหายใจไม่ออก นางรักชายผู้นั้นมานานเกินไป...นานเสียจนจำไม่ได้ นางจำได้เพียงว่า ตั้งแต่เริ่มรู้จักคำว่ารัก คนที่อยู่ในหัวใจก็คือเขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 45 ซองผ้าไหมสีดำสนิท

    เมื่อก่อน...เซี่ยเยว่หลันจะร้องไห้ จะต่อว่า จะน้อยใจแต่วันนี้...นางไม่เรียกร้องสิ่งใดอีกแล้วราวกับยอมรับอย่างสมบูรณ์ว่า พระองค์เป็นเพียงฮ่องเต้มิใช่บุรุษของนาง หลี่จิ้งเหยียนนิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะถอนพระทัยแผ่วเบา “เจ้าพักผ่อนเถิด ข้า...จะไม่รบกวนแล้ว” เซี่ยเยว่หลันย่อตัวถวายบังคม “หม่อมฉันส่งเสด็จฝ่าบาท” ไม่มีคำว่าเสด็จมาอีกนะเพคะ ไม่มีคำว่าหม่อมฉันจะรอเหมือนที่ผ่านมา มีเพียงคำถวายบังคมตามธรรมเนียมเท่านั้นราวกับทุกอย่างทุกความรู้สึกที่เคยมีถูกกำจัดออกไปจนหมด หลี่จิ้งเหยียนหมุนพระวรกายเดินออกจากตำหนักชิงอวิ๋นแต่ก่อนก้าวพ้นประตู พระองค์กลับหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่โดยไม่หันกลับมา เซี่ยเยว่หลันจ้องมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยนั้นนิ่ง “เยว่เยว่...อย่าไว้ใจอ๋องเจ็ดให้มากนัก” กล่าวจบพระองค์ก็เสด็จจากไปทันที เซี่ยเยว่หลันมองประตูที่ค่อยๆ ปิดลง ดวงตาคู่งามค่อยๆ เย็นเยียบลง นางรู้ดีว่าฮ่องเต้กำลังรู้สึกอะไรอยู่และคำเตือนนั้นหมายถึงอะไร “ชิงหลัว” เซี่ยเยว่หลันเอ่ยเสียงนิ่ง “เพคะ” “เห็นหรือไม่” ชิงหลัวเงยหน้า

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 44 ฐานันดรที่ไม่มีสิทธิ์

    “ทุกอย่างเรียบร้อยดีเพคะ ผู้รับใช้ดูแลหม่อมฉันเป็นอย่างดี” เซี่ยเยว่หลันโค้งคำนับอย่างนอบน้อม “หากขาดสิ่งใดหรือไม่สะดวกสิ่งใด” ฮ่องเต้ตรัสต่อ สีหน้าแฝงความเป็นห่วงไว้ชัดเจน แต่นั่นกลับทำให้เซี่ยเยว่หลันต้องหลบสายตา นางไม่อยากรับรู้ความรู้สึกใดของเขานัก “ให้คนไปแจ้งตำหนักเฉียนชิงได้ทันที” “เพคะ” คำตอบยังคงสั้นเช่นเดิม ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีความยินดี ไม่มีแม้แต่คำขอบพระทัยที่เกินกว่าธรรมเนียม หลี่จิ้งเหยียนรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักทับอยู่ในอก เมื่อก่อน...เพียงพระองค์ตรัสถามไถ่หนึ่งประโยค เซี่ยเยว่หลันก็จะยิ้มด้วยความสุขทั้งวันแต่บัดนี้...ต่อให้พระองค์ยืนอยู่ตรงหน้านาง นางก็ยังเย็นชาราวกับสายลมฤดูหนาว ความเงียบแผ่ปกคลุมศาลาอีกครั้ง จนในที่สุด...หลี่เซวียนจึงลุกขึ้นยืน “เสด็จพี่ ในเมื่อพระองค์เสด็จมาหากุ้ยเฟย ข้าคงไม่ควรรบกวน” เขาประสานมือคำนับอย่างเรียบง่าย ก่อนหันไปทางเซี่ยเยว่หลัน “กุ้ยเฟย หากมีเรื่องใด...ส่งคนไปแจ้งข้าได้ทุกเมื่อ” เซี่ยเยว่หลันพยักหน้ารับ “ขอบพระคุณอ๋องเจ็ด” คำพูดเพียงไม่กี่คำกลับทำให้หลี่จิ้

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 43 เยว่เยว่

    "เหนียงเหนียง..." "อ๋องเจ็ดเสด็จมาเพคะ" เยว่หลันเงยหน้าขึ้น ไม่นานนัก ร่างสูงในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มก็เดินเข้ามา หลี่เซวียนกวาดตามองโต๊ะอักษร ก่อนหัวเราะเบาๆ "ข้านึกว่าเจ้าจะกำลังจัดตำหนัก" "ตำหนักจัดเมื่อไรก็ได้" เซี่ยเยว่หลันตอบเรียบๆ "แต่ใจคน...หากว้าวุ่นแล้ว ต่อให้จัดตำหนักทั้งวันก็ไม่สงบ" หลี่เซวียนเลิกคิ้ว "คำพูดของเจ้าดูเหมือนคนบวชเสียมากกว่า" "หากบวชแล้วอยู่รอดในวังได้ ข้าก็ยินดี" คำตอบทำให้หลี่เซวียนหัวเราะออกมา "น่าเสียดายนัก...ที่วังแห่งนี้ไม่เคยปล่อยให้ผู้ใดสงบ" เขาหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้ถือพิธี ชิงหลัวมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรีบชงชา "อ๋องเจ็ด ชาเพคะ" "ขอบใจ" หลี่เซวียนรับถ้วยชา พลางมองต้นเหมยกลางสวน "เมื่อคืน...คนของเจ้าตรวจดูแล้วหรือยัง" เซี่ยเยว่หลันพยักหน้า "ตรวจแล้ว แต่ไม่พบสิ่งใด" หลี่เซวียนยกยิ้มพลางยกน้ำชาขึ้นซด "พบสิแปลก...ยากนักที่ร่องรอยจะถูกทิ้งไว้" เยว่หลันวางพู่กันลงพลางหันมาเผชิญหน้ากับเขา "ท่านเอง

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 42 อ๋องเจ็ดผู้มาเยือน

    เมื่อเข้ามาถึงห้องบรรทมเซี่ยเยว่หลันมองไปรอบๆ ห้องกว้างขวางกว่าตำหนักเดิมหลายเท่า เครื่องเรือนล้วนใหม่เอี่ยม กระถางกำยานยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับมีคนจัดเตรียมไว้ล่วงหน้านานแล้ว เกากงกงกล่าวขึ้น "หากเหนียงเหนียงขาดสิ่งใด สามารถแจ้งกระหม่อมได้ทุกเมื่อ" "ขอบใจ" เกากงกงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวเบาๆ "ฝ่าบาท..." แต่ยังไม่ทันพูดจบ เสียงขันทีประกาศก็ดังขึ้นจากด้านนอก "อ๋องเจ็ดเสด็จ!" ทุกคนชะงัก เกากงกงหันกลับไปมองทันที หลี่เซวียนก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง "ถวายพระพรอ๋องเจ็ด" หลี่เซวียนพยักหน้า สายตาคมกวาดมองห้องเพียงครั้งเดียวก่อนหยุดที่เซี่ยเยว่หลัน "ดูเหมือน...เจ้าจะย้ายเข้ามาแล้ว" เซี่ยเยว่หลันย่อตัว "ถวายพระพรอ๋องเจ็ด" หลี่เซวียนยิ้มบาง "ไม่จำเป็นต้องมากพิธี" เกากงกงรีบกล่าว "อ๋องเจ็ดเสด็จมาด้วยเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ" "ข้ามาดู" "ดู?" "ดูว่าตำหนักนี้...ปลอดภัยดีหรือไม่" คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบลง หลี่เซวียนเดินช้าๆ ไปยังหน้าต่าง สายตาคมทอดมองออกไปยังสวนด้านนอก

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 41 คำสั่งย้ายตำหนักเร่งด่วน

    “เหนียงเหนียง! ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไรกันแน่เพคะ” “เหตุใดต้องย้ายพระองค์ออกจากตำหนักจี้เห่อ” เม่ยจิงเองก็งุนงง “หรือฝ่าบาททรงคิดคืนดีกับพระองค์เพคะ” เซี่ยเยว่หลันกลับส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่...” นางเดินไปยืนหน้าหน้าต่าง มองเกล็ดหิมะที่ปลิววนอยู่เหนือหลังคาตำหนัก ดวงตาค่อยๆ เย็นลง “ไม่มีผู้ใดทำสิ่งใดโดยไร้จุดประสงค์ การย้ายข้าออกจากจี้เห่อ...ต้องมีเหตุผลที่สำคัญกว่าพิธีสักการะ” มือของนางค่อยๆ แตะแขนเสื้อ ภายในนั้น...ตราเงินของแม่ทัพเซี่ยยังคงซ่อนอยู่ หากนางต้องย้ายตำหนักนั่นหมายความว่า...มีคนกำลังบังคับให้นางขยับหมากก่อนเวลา เซี่ยเยว่หลันยกมุมปากขึ้นช้าๆ “ในที่สุด...อีกฝ่ายก็เริ่มร้อนใจแล้ว” ด้านนอกตำหนักเงาร่างของขันทีผู้หนึ่งยืนหลบอยู่ใต้ต้นเหมย เมื่อเห็นเกากงกงเดินจากไป เขารีบหันหลังจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้เลยว่า...บนกิ่งเหมยเหนือศีรษะดวงตาคมดุจเหยี่ยวของบุรุษในอาภรณ์สีดำกำลังมองทุกการเคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ หลี่เซวียน...ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “...ปลาติดเหยื่อแล้ว” หิมะโปรยปรายลงมาหนักตลอดทั้งคืนจนรุ่งเช้า ตำห

  • หงส์ร้างรักแห่งตำหนักจี้เห่อ   บทที่ 40 ตำหนักชิงอวิ๋น

    "เมื่อคืน...คนของเราส่งข่าวกลับมา" นางหยิบกระดาษพับเล็กๆ ซ่อนไว้ในแขนเสื้อส่งให้นาย เซี่ยเยว่หลันคลี่มันออกช้าๆ ภายในมีเพียงประโยคสั้นๆ 'ศพเย่หว่านถูกเปลี่ยนแล้ว' ดวงตาของนางหรี่ลงทันที "เปลี่ยนรึ?" "เพคะ" ชิงหลัวพยักหน้า "คนของเราที่กรมวังแจ้งว่า ศพที่ถูกฝังเมื่อวาน...ไม่ใช่เย่หว่าน" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เซี่ยเยว่หลันวางกระดาษลงช้าๆ นางเดาไว้แล้ว...แต่เมื่อได้รับการยืนยัน หัวใจก็ยังหนักอึ้งอีกฝ่ายทำลายหลักฐานเร็วกว่าที่นางคาด "แล้วศพจริงล่ะ" ชิงหลัวส่ายหน้า "หายไปแล้วเพคะ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าอยู่ที่ใด" เซี่ยเยว่หลันค่อยๆ หลับตา คนที่ฆ่าเย่หว่าน...ไม่ใช่เพียงมีอำนาจแต่ยังสั่งการกรมวังได้ เช่นนั้น...คนผู้นั้นต้องอยู่สูงกว่าที่นางคิด "แล้วหลินเจาหรงเป็นอย่างไร" "ปลอดภัยเพคะ แต่นางเก็บตัวเงียบอยู่ในตำหนัก" เยว่หลันพยักหน้าเบาๆ อย่างน้อย...พยานคนสุดท้ายยังมีชีวิตเพียงแต่สภาพจิตใจของนางอาจะไม่ดีเท่าเดิม ทันใดนั้น...เม่ยจิงรีบวิ่งเข้ามา "เหนียงเหนียง!" "

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status