Share

บทที่ 2.3

last update publish date: 2026-03-19 19:12:04

เฟิ่งหนิงหันไปสบตากับเซี่ยไห่ถางแต่หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ บอกเป็นเชิงว่าอย่าแสดงท่าทีใดๆ

“ข้ากับสหายกำลังเดินทางเข้าต้าเยวี่ย ที่นี่เป็นชายแดนตงโจว-ต้าเยวี่ย มีข่าวว่าที่นี่กำลังจะเกิดสงครามสองแคว้น เจ้ากับน้องชายเองก็คงกำลังหนีสงครามเข้าไปยังต้าเยวี่ยกระมัง ถ้าอย่างไรมิสู้พวกเรา...”

“เสี่ยวหนิง ไปล้างหน้าล้างตากันดีหรือไม่” เซี่ยไห่ถางกล่าวตัดบท นางลุกขึ้นคว้าห่อสัมภาระอีกมือคว้าข้อมือเฟิ่งหนิง ลากให้ลุกขึ้นและออกเดินตามนางไป

เฟิ่งอวิ๋นฉีอ้าปากค้างกะพริบตามองตามไป หลังจากนั้นอยู่ๆ เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบา

...ไม่เคยมีผู้ใดกล้าเสียมารยาทกับเขาเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่นับว่าอีกฝ่ายเป็นสตรี

ชายหนุ่มยกมือเท้าคางมองตามร่างของคนทั้งสองเดินตรงไปยังบ่อน้ำของหมู่บ้าน จากนั้นหญิงสาวก็ตักน้ำขึ้นมาวักล้างมือล้างหน้า กระทั่งช่วยดูแลเด็กน้อยข้างกาย ซึ่งเขาเดาได้ไม่ยากว่าเป็นสตรีเช่นกัน

“นายท่าน” เสี่ยวเฮยมองตามสายตาของผู้เป็นนาย

“จับตาดูพวกนางเอาไว้ให้ดี”

“ท่านคิดว่าพวกนางจะลอบออกไป? เพราะอะไรหรือขอรับ ดูแล้วนางน่าจะเป็นจอมยุทธ์หญิงที่มีคุณ...” เสี่ยวเฮยขมวดคิ้วกล่าวยังไม่ทันจบก็มองดูชาวบ้าน ชายหนุ่มให้รู้สึกสงสารคนเหล่านี้

สถานที่แห่งนี้ก้ำกึ่งระหว่างตงโจวและป้อมเฉียวหงของแม่ทัพหวัง หากคนเหล่านี้หนีเข้าไปในป้อมได้จึงจะนับว่าปลอดภัย แต่การจะหนีเข้าไปในป้อมได้ จำเป็นต้องเดินทางผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไร้ที่หลบซ่อน หากศัตรูลอบจู่โจมก่อนถึงป้อมคนเหล่านี้คงไม่พ้นต้องจบชีวิต

จอมยุทธ์หญิงผู้นั้นช่วยคนไว้คราหนึ่งแล้ว เขาให้อดรู้สึกผิดหวังขึ้นมาไม่ได้หากนางจะละทิ้งคนพวกนี้กลางทาง จริงอยู่พวกเขาสามคนอาจช่วยคุ้มกันคนเหล่านี้ไปพร้อมๆ กับผู้เป็นนาย แต่หากมีนางอยู่ด้วยเขามั่นใจว่าคนทั้งหมดจะปลอดภัย...

“ดูแล้วนางคงไม่ใคร่จะชอบความยุ่งยากวุ่นวาย หากสังเกตให้ดีจะพบว่านางช่วยชาวบ้านเหล่านี้เพราะเด็กคนนั้น ที่นี่ยิ่งอยู่นานยิ่งอันตราย นางต้องพาเด็กคนนั้นหลบออกไปก่อนฟ้าสางแน่นอน” เฟิ่งอวิ๋นฉีกล่าวเสียงเรียบ

อ๋องหนุ่มกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจขึ้นมาขณะมองไปยังแผ่นหลังของสตรีชุดสีน้ำเงิน

“ช่างเถิด เจ้าหาทางส่งข่าวไปยังคนของเราที่แยกย้ายออกไป ให้พวกเขาไปรอที่ป้อมเฉียวหง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนางตั้งแต่แรก เราจะคาดหวังสิ่งใดได้เล่า ไปเถิด” กล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปเมื่อกล่าวจบ

เสี่ยวเฮยถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย จากนั้นได้แต่เดินตามผู้เป็นนายไป

เช้ามืดวันต่อมาหญิงสาวหายตัวไปดังคาด เสี่ยวเฮยนับเป็นนักแกะรอยผู้เก่งกาจ ถึงอย่างนั้นชั่วพริบตาที่เขาหันไปมองผู้เป็นนาย ไม่คาดว่าคนก็หายไปแล้ว!!!

ไม่เพียงเท่านั้นคล้อยหลังได้ไม่นาน หั่วเหิงกลับสังหารชาวบ้านสองคนที่อาสาเฝ้ายามจากนั้นหลบหนีไปได้ ทุกคนไม่มีทางเลือกได้แต่รีบออกเดินทางไปยังป้อมเฉียวหงทันที

“ไปเถิด เราต้องคุ้มกันคนเหล่านี้ไปยังป้อมเฉียวหง”

เฟิ่งอวิ๋นฉีมองจุดที่หญิงสาวเคยนอนหลับพักผ่อน ในใจของเขารู้สึกผิดหวังอยู่บ้างแม้เตรียมใจเอาไว้แล้ว ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ปล่อยวางได้อย่างรวดเร็ว

ยอดฝีมือสามคนแม้มากฝีมือ ถึงอย่างนั้นการคุ้มกันผู้เป็นนายและชาวบ้านกลุ่มใหญ่ ทำให้พวกเขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แม้รั้งท้ายเพื่อคุ้มกันให้ทุกคนเร่งเข้าไปในป้อม ถึงอย่างนั้นกองกำลังที่มากกว่าก็ยังคงล้อมพวกเขาเอาไว้ได้

แรงสะกิดที่แขนเสื้อทำให้เซี่ยไห่ถางถอนหายใจออกมาเสียงเบา ---รู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้อันตรายมาก---

---ข้ารู้ว่าท่านทำได้ ข้าจะเป็นเด็กดีรอท่านที่นี่ไม่ไปไหน ท่านช่วยพวกเขาได้หรือไม่ แค่ครั้งนี้ ครั้งสุดท้าย ขอเพียงพาพวกเขาเข้ามาในป้อม ข้าขอร้อง นับจากนี้รับปากว่าจะเชื่อฟังท่านทุกเรื่อง---

---ทุกเรื่อง?--- เซี่ยไห่ถางหรี่ดวงตามองเฟิ่งหนิง ทั้งสองยืนอยู่มุมหนึ่งเหนือกำแพงป้อมเฉียวหง

เฟิ่งหนิงพยักหน้ารัวๆ

---ได้ ข้าจะไปพาพวกเขาเข้ามาในป้อม เจ้าต้องรักษาคำพูดรอข้าอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหน แล้วก็นับจากนี้จะเชื่อฟังข้าทุกเรื่อง---

หญิงสาวผูกห่อสัมภาระไว้กับตัวเฟิ่งหนิง ถอดหน้าไม้ออกจากข้อมือแล้วสวมให้เด็กสาว ---เจ้ารู้ว่าใช้ยังไง จำไว้หากมีอะไรไม่ชอบมาพากลยิงได้เลยห้ามลังเล หากข้ากลับมาไม่เจอเจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าจะโกรธมาก---

---แต่ท่านต้องใช้มัน---

---ข้ามีมีดสั้นและกระบี่ของชิงเจี้ยน---

เซี่ยไห่ถางเดินลงบันไดไปยังประตูป้อม นางแจ้งขอออกไปคุ้มกันชาวบ้านให้เข้ามาในป้อม นายด่านซึ่งทำหน้าที่เฝ้าประตูกำลังรอคำสั่งจากแม่ทัพหวังเริ่มลังเล เขาเองก็อยากไปช่วยคุ้มกันชาวบ้านเหล่านั้น แต่จนใจด้วยเพราะยังไม่มีคำสั่งของแม่ทัพ

“ข้าให้เจ้ายืมม้าศึก ขอให้เจ้าโชคดี ขอเพียงถ่วงเวลาจนชาวบ้านมาถึงหน้าประตู ข้ารับรองว่าจะเปิดประตูรับพวกเขาเข้ามาในป้อม”

“ขอบใจ” หญิงสาวกระโดดขึ้นไปบนหลังม้า ประตูป้อมค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับม้าศึกหนึ่งเดียวที่ควบตรงไปยังกลุ่มคนที่ถูกล้อมเอาไว้กลางทุ่งหญ้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 4.4

    ในงานเลี้ยงซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความครื้นเครง เซี่ยไห่ถางกลับมองไม่ออกว่างานเลี้ยงนี้จัดขึ้นเพื่อเฟิ่งหนิงจริงๆ หรือเป็นเพียงงานเลี้ยงที่เปิดโอกาสให้ขุนนางทั้งหลายสามารถอวดอ้างความร่ำรวย มั่งคั่ง กระทั่งสามารถเปิดโอกาสให้บุตรสาวตระกูลขุนนางใหญ่ สามารถเข้ามาพบปะกับบุตรชายตระกูลสูงศักดิ์ จากนั้นก็ยกยอกันไปมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้ที่พระพักตร์เรียบเฉย ฮองเฮาที่วางท่าสูงส่งสง่างาม ส่วนเฟิ่งหนิงผู้เป็นเจ้าของงานกลับเพียงนั่งเงียบ แม้นานๆ ครั้งจะมีของกินน่าสนใจเด็กสาวก็จะเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการที่สตรีจวนต่างๆ ล้วนผลัดกันส่งสายตาหวานซึ้งไปให้หนานฉีหวาง ซึ่งบัดนี้เอาแต่สนใจสุราและอาหารเลิศรสตรงหน้า แม้แต่คนงามที่กำลังร่ายรำด้วยท่าทีอ่อนช้อย เขาก็ไม่แม้แต่จะชายตาแล---เฮ้อ น่าเบื่อยิ่ง--- หญิงสาวลอบใช้ภาษามือกับเฟิ่งหนิง ---ข้าอยากไปสูดอากาศด้านนอก เจ้าจะไปด้วยหรือไม่ หากไปอีกครู่หนึ่งตามออกมานะ ใช้ข้ออ้างว่าจะไปสุขาก็แล้วกัน---เฟิ่งหนิงพยักหน้าช้าๆ จากนั้นมองตามเซี่ยไห่ถางที่เดินออกมาจากโถงจัดงานเลี้ยง ไม่นานหญิงสาวทั้งสองก็มาพบกันที่ทางเดิน

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 4.3

    “นั่นสิลำบากแย่เลย แต่ข้าว่าก็ดีนะ ใช่หรือไม่จวินหนิง วันๆ ไม่ต้องพูดกับผู้ใด ไม่มีใครคอยกวนใจด้วย อยู่เงียบๆ ก็ออกจะสงบ แต่อาจลำบากหากวันใดแต่งงานถึงอย่างนั้นข้าก็ว่าผู้ที่แต่งงานกับเจ้าต้องเข้าใจแน่ๆ ดีไม่ดีหากแต่งให้บุรุษที่ยอมพูดมากๆ หน่อย ชีวิตบั้นปลายอาจไม่เงียบเหงา”“ทำไมเล่าเพคะองค์หญิง”“ก็เขาพูดแทนหมดแล้วอย่างไรเล่า” กล่าวจบทั้งสองก็หัวเราะออกมาราวกับพานพบเรื่องตลกขบขันเฟิ่งหนิงและเซี่ยไห่ถางเพียงมองเฟิ่งจิ้งและซวี่อิงอิงต่างเล่นละครรับกันไปมาด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ มองเผินๆ อาจดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่การย้ำเรื่องเดิมๆ ไปมา ทั้งที่เรื่องเฟิ่งหนิงไม่อาจส่งเสียงพูดเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ฮ่องเต้รักเฟิ่งหนิงมากจนกำชับเรื่องนี้กับทุกๆ ตำหนักให้ระมัดระวัง ไม่มีทางที่สตรีตรงหน้าทั้งสองจะไม่รู้...ถึงอย่างนั้นอยู่ๆ ก็มีเสียงทักทายขึ้นจากอีกฟาก“บังเอิญยิ่งข้ากำลังจะไปหาที่ตำหนัก เฟิ่งหนิงที่แท้เจ้าเองก็ออกมาเดินเล่นหรอกหรือ” หนานฉีหวางเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ในมือยังมีกล่องไม้ลงรักขนาดเล็กแกะลายงดงาม“ถวายพระพรเสด็จอาเพคะ”“ถวายพระพรท่านอ๋อง”เฟิ่งหนิงและเซี่ยไห่ถางเพียงยอบกายให้เขาจาก

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 4.2

    เรื่องที่องค์หญิงเฟิ่งจวินหนิงกลับวังหลวง ถือได้ว่าเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากแล้ว ถึงอย่างนั้นเรื่องที่บุตรสาวปราชญ์หญิงเซี่ยปรากฏตัว ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในความคิดของผู้ใดมาก่อนทุกอย่างเป็นไปตามที่เฟิ่งอวิ๋นฉีกล่าว ขอเพียงหญิงสาวแสดงท่าทีสุขุมห่างเหิน วางตัวให้เย่อหยิ่งสูงส่ง ไม่ว่าจะเป็นนางกำนัล ขันที รวมไปถึงเหล่าราชองครักษ์ในวังหลวง ทุกคนล้วนแสดงท่าทีกริ่งเกรงทั้งสิ้นได้ยินเฟิ่งหนิงกล่าวว่าปราชญ์หญิงเซี่ยทั้งเคร่งครัดและจริงจังในกฎธรรมเนียม ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบจารีตอันดีงาม ตลอดชีวิตสร้างเพียงคุณงามความดีมีชื่อเสียงอันน่าเลื่อมใส แต่เพราะอาการป่วยนางจึงปลีกตัวไปจากเมืองหลวง กระทั่งมีข่าวว่าคลอดบุตรสาวคนหนึ่งเงียบๆ ก่อนสิ้นใจ“ทูลองค์หญิง อีกสองวันจะมีงานเลี้ยงต้อนรับที่ทรงกลับมา ดังนั้นฮองเฮาจึงส่งนางกำนัลและขันทีเข้ามาดูแลเรื่องต่างๆ ให้ ขอทรงมีรับสั่ง...” กล่าวจบขันทีที่รายงานก็กระอักกระอ่วน เนื่องจากลืมไปว่าเฟิ่งจวินหนิงไม่อาจส่งเสียงพูด“สมควรทำเช่นไรก็ทำเช่นนั้น พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” เสียงเย็นเยียบของเซี่ยไห่ถางทำให้ขันทีผู้นั้นสะดุ้ง เขาค้อมกายลงต่ำรับคำจากนั้นรีบล่าถอ

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 4.1

    ไม่ใช่แค่เฟิ่งอวิ๋นฉีที่มองเซี่ยไห่ถางในชุดอิสตรีทางการเก้าชั้นด้วยสายตาประหลาดใจ หญิงสาวเองก็มองเขาในชุดขุนนางประดับหมวกยศด้วยสายตาไม่ต่างกัน ในยามที่เขาอยู่ข้างนอกเขาคล้ายคุณชายบัณฑิตที่ดูไร้พิษสง แต่เมื่อสวมชุดขุนนางเขากลับดูน่าเกรงขามกว่าที่คิดเฟิ่งอวิ๋นฉีมองชุดสีม่วงเข้มปักลายพร้อมผมยาวสลวยที่เกล้ายึดด้วยปิ่นหยก ฮูหยินอัครเสนาบดีช่างเป็นคนที่มีสายตาแหลมคม ในระยะเวลาอันสั้นกลับสามารถหาชุดและเครื่องประดับที่เหมาะสมกับหญิงสาวมาได้ช่าง...น่านับถือยิ่งนักเมื่อสวมชุดบุรุษนางดูสง่าผ่าเผยและองอาจเยี่ยงชาวยุทธ์ แต่เมื่อสวมชุดของอิสตรีแม้ยังคงมีท่าทีไม่คุ้นชิน แต่นางกลับยังคงน่ามองทั้งยังไม่เหลือคราบจอมยุทธ์หญิงซึ่งสามารถสังหารคนโดยที่ตาไม่กะพริบ“สองมือสอดประสานปล่อยแขนเสื้อทิ้งตัวลงตรงหน้าขา ยืดหลังตรง เดินให้ช้าลง หรุบดวงตาลงต่ำเล็กน้อย ไม่ต้องมอง ไม่ต้องสนใจผู้ใด ปราชญ์เซี่ยเป็นคนเย่อหยิ่งไม่หวั่นไหวกับสิ่งรอบข้าง เจ้าทำเช่นนางได้ย่อมกีดกันพวกที่ชอบสร้างปัญหาออกไปให้ห่าง พวกเขาไม่มีทางกล้าล่วงเกินเจ้าหากรู้ว่าเจ้าเป็นบุตรสาวของนาง”เซี่ยไห่ถางทำตามสิ่งที่เฟิ่งอวิ๋นฉีกระซิบบอก จากนั้น

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 3.4

    “ในเมื่อคนก็ได้พบแล้ว เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเห็นจะดี กลางยามเฉิน[1]ข้าจะนำรถม้ามารับองค์หญิงเข้าวังหลวง” เฟิ่งอวิ๋นฉีลุกขึ้น เขาหรุบดวงตาลงซุกซ่อนประกายเจ้าเล่ห์ไม่ให้เผยออกมา“ช้าก่อน” เซี่ยไห่ถางขมวดคิ้วก่อนเอ่ยปากรั้งเขาเอาไว้ “ท่านอ๋อง ไม่ทราบหากข้าขอรบกวนเวลาสักครู่จะทรงสะดวกหรือไม่”ไม่มีใครเห็นว่ามุมปากของอ๋องหนุ่มมีรอยยิ้มผุดขึ้น เขาหมุนตัวกลับมามองนาง “แม่นางเชิญกล่าว”หญิงสาวมองทุกคนด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ นางก้มลงมองเฟิ่งหนิงจงใจพูดกับอีกฝ่ายโดยไม่ใช้ภาษามือ “กลับเรือนไปก่อน ข้ายังมีเรื่องที่ต้องหารือกับท่านอ๋อง”เฟิ่งหนิงมองคนทั้งสองสลับกัน ---ข้าอยู่ไม่ได้หรือ---“ข้าสัญญาจะเล่าให้ฟังทุกเรื่อง”เฟิ่งหนิงพยักหน้าจากนั้นเดินออกไปอย่างเชื่อฟัง หวังเซียวเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจจึงขอตัวออกไปด้านนอก คนของเฟิ่งอวิ๋นฉีเองก็ถอยออกไปห่างจากประตู“แม่นางเซี่ยมีเรื่องใดหรือ”“เดาว่าทรงตระหนักดีถึงความนัยที่ชิงเจี้ยนเขียนในจดหมาย”“ก็ไม่นับว่าคาดเดายาก การลอบปลงพระชนม์พระสนมไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่คดีกลับปิดลงอย่างมีเงื่อนงำ ฮ่องเต้แม้ทรงอยากสืบสาวแต่เพราะขาดทั้งพยานและหลักฐานให้เกี่ยวโยงไปหาคนที่อย

  • หนานฉีหวางเฟย   บทที่ 3.3

    “ไม่ปิดบังท่าน ข้ามาเพราะมีเรื่องหนึ่งอยากปรึกษา” ด้วยตลอดมาเขาเองก็ตระหนักดีว่าหวังเซียวเป็นขุนนางตงฉิน อีกทั้งองค์หญิงเฟิ่งจวินหนิงที่หลบเร้นไปหลายปี กลับเลือกที่จะมาหาหวังเซียว ดังนั้นเฟิ่งอวิ๋นฉีจึงไม่อยากอ้อมค้อม เขาส่งจดหมายให้อีกฝ่ายทันทีหวังเซียวอ้าปากค้างทันทีที่เปิดจดหมาย “นะ...นี่เป็นลายมือของชิงเจี้ยน ใช่แน่ๆ ข้าจำไม่ผิด ไม่มีทางจำผิด”“ชิงเจี้ยน?” เฟิ่งอวิ๋นฉีขมวดคิ้วหวังเซียวยิ้มก่อนถอนหายใจออกมา “เรื่องนี้หากจะเท้าความก็ยาวเล็กน้อย ท่านอ๋องอยู่ชายแดนเหนือตลอดดังนั้นอาจไม่เคยได้ยิน เดิมทีนั้นปราชญ์หญิงแคว้นต้าเยวี่ยไม่ได้มีอวี๋กุ้ยเฟยเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว แท้ที่จริงพวกนางยังมีพี่ชายอีกคน คนผู้นี้ก็คือกระบี่เดียวดายชิงเจี้ยน น่าเสียดายที่เขาสิ้นใจไปเมื่อไม่นานมานี้ ยังดีที่หลังเขาสิ้นใจแม่นางเซี่ย บุตรสาวคนเดียวของปราชญ์หญิงก็พาองค์หญิงเฟิ่งจวินหนิงเดินทางกลับเมืองหลวง”“ช้าก่อน” เฟิ่งอวิ๋นฉีเลิกคิ้วก่อนหันไปสบตาคนสนิทของตนทั้งสองที่ต่างก็มีท่าทีประหลาดใจ อ๋องหนุ่มจ้องหวังเซียวเขม็ง “ท่านบอกว่าหลังชิงเจี้ยนสิ้นใจ หนึ่งสตรี หนึ่งเด็กสาว เดินทางจากตะวันออกมายังเมืองหลวง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status