Masukหนิงอันมาถึงบ้านก็ยามใกล้ค่ำ วันนี้นางได้ซื้อรถม้ามาสองคันและซื้อข้าวของเครื่องใช้มาเต็มรถเกวียน นางซื้อเสื้อผ้ามาหลายชุด นางให้ฮุ่ยอิงเลือกได้ตามใจชอบ หนิงอันเลือกเสื้อผ้ามาให้ฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยเหม่ยคนละสามชุดเพื่อให้พวกเขาใส่ไปก่อน แล้วค่อยให้พวกเขาไปเลือกที่อยากได้คราวหลัง ส่วนนางเลือกมาทั้งหมดเจ็ดชุด และเลือกให้พี่สาวนางอีกเจ็ดชุด
ฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยเหม่ยตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นพวกนางกลับมาพร้อมข้าวของมากมายอีกทั้งมีรถม้าอีกสองคัน หนิงฮวารีบวิ่งออกมาช่วยขนของเข้าบ้านด้วยสีหน้าเบิกบานอย่างมีความสุข นางไม่คาดคิดว่าตายไปแล้วจะได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แถมมีบิดาที่เป็นเทพมังกรดำและน้องสาวที่มาจากอีกยุค ขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสอีกครั้ง ข้าสัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้ดีและทำความดีช่วยเหลือผู้คนให้มาก ๆ หลังจากรับอาหารเย็นกันเสร็จเรียบร้อย หนิงอันก็บอกทุกคนให้มานั่งล้อมวงเพื่อพูดคุยสนทนาเพราะนางอยากบอกถึงแผนการในวันข้างหน้าว่านางคิดจะทำอะไรบ้าง “พ่อบุญธรรมเรื่องช่างก่อสร้างว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” “จางมู่ซวนพาข้าไปคุยกับช่างเรียบร้อยแล้ว ข้าบอกช่างว่าให้มาคุยกันที่นี่พรุ่งนี้ซึ่งเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร” “แล้วการซื้อที่ดินละเจ้าคะ?” “ทางการจะนำโฉนดที่ดินมาที่นี่พรุ่งนี้เช่นกัน เพราะเขาอยากรู้ว่าเจ้าต้องการซื้อมากน้อยเพียงใด เจ้าหน้าที่จึงต้องมาดูด้วยตัวเอง” หนิงอันพยักหน้ารับรู้ “แล้วเจ้าละขายสมุนไพรเป็นอย่างไรบ้างคงจะรวยเลยสินะ” เขาเอ่ยเย้านางขึ้นมา “แน่นอนเจ้าค่ะ” กล่าวจบหนิงอันก็หยิบเอาตั๋วเงินออกมา “อันนี้ข้าให้พ่อบุญธรรม5พันตำลึง อันนี้ของท่านแม่5พันตำลึง ส่วนนี่ของฮุ่ยอิง2พันตำลึง และสุดท้ายของพี่หนิงฮวา2พันตำลึง ทุกคนห้ามปฏิเสธแล้วฟังข้าเจ้าค่ะ ทุกคนต้องมีเงินไว้ใช้ส่วนตัว ส่วนเงินทำบ้าน เงินซื้อที่ดินอยู่กับข้าทั้งหมด ทุกคนไม่ต้องกังวลข้ามีเพียงพออย่างแน่นอน ต่อไปพวกเราก็จะได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขกันแล้วเจ้าค่ะ” “หนิงอันขอบใจเจ้ามาก มาให้แม่กอดเจ้าหน่อย” ฮุ่ยเหม่ยดึงหนิงอันไปกอดเอาไว้แน่นด้วยความรู้สึกตื้นตันใจและแสนจะภาคภูมิใจในตัวนาง “ท่านพ่อนั่งเงียบเลยคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?” “ข้ากำลังคิดถึงเรื่ององค์ชายและพระสนม” “ทำไมหรือเจ้าคะ?” ต้าหลงถอนใจออกมา “ข้าเห็นเจ้าวางแผนการใช้ชีวิตให้มีความสุข แต่ข้าว่าเจ้าควรจะต้องเตรียมตัวและเตรียมใจไว้บ้าง ยุ่งเกี่ยวกับคนของราชวงศ์เจ้าต้องเดือดร้อนแน่” “เหตุใดท่านพ่อถึงคิดเช่นนั้นละเจ้าคะ?” “ลูกรักเจ้าฟังพ่อนะ พ่ออยู่มาหลายพันปีเห็นผู้คนมามากมาย ไม่ว่าจะคนธรรมดาหรือแม้แต่เทพเซียน ทุกคนต่างมีความโลภ โกรธ หลง ด้วยกันทุกคน ดูอย่างพ่อสิบ้าสะสมสมบัติจนไม่สนใจลูกเมีย ทุกคนมีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะน้อยจะมากเพียงใด" “ในกรณีของราชวงศ์มักจะเป็นเรื่องแก่งแย่งอำนาจเพื่อให้ได้มาซึ่งบัลลังก์ หากฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับโอรสองค์ใดองค์หนึ่งเป็นพิเศษ แน่น่อนว่าองค์ชายที่เหลือจะไม่พอใจ และต้องหาทางกำจัดเขาทันที องค์ชายห้าถูกพิษจนขาพิการเดินไม่ได้ พระสนมยังมาถูกวางยาพิษอีก หากเจ้าช่วยพวกเขาก็เท่ากับตั้งตนเป็นศัตรูกับฝ่ายที่ไม่ชอบองค์ชายห้า” “แต่ข้ารับเงินเขามาแล้วนะเจ้าคะ?” หนิงอันมีสีหน้าลำบากใจ จะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ดี “ข้าเอาไปคืนเขาดีหรือไม่เจ้าคะ?” “ที่ข้าพูดไม่ได้หมายถึงให้เจ้าเอาเงินไปคืนเขา เพราะในเมื่อได้ยื่นมือไปช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด แต่ว่าหลังจากเจ้าช่วยแล้ว หากมีปัญหาตามมา เจ้าพร้อมจะรับมือกับมันหรือไม่? เป็นคนดีนะมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะลูกรัก” หนิงอันถอนใจออกมา ในตอนนั้นก็คิดเพียงแค่จะหาเงินและการช่วยเหลือคนเพื่อทำให้นางมีพลังเพิ่มขึ้น นางไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ แต่ถามว่าหากนางรู้เช่นนี้แล้ว นางยังอยากจะช่วยเขาอยู่หรือไม่? นางก็คงต้องตอบว่า ก็ต้องช่วยอยู่ดีเพราะในเมื่อมีความสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ นางจะนิ่งดูดายไม่สนใจได้อย่างไร ขนาดตอนที่นางลำบาก นางเองก็ยังนึกอยากให้มีใครสักคนมาช่วยให้รอดพ้นกับปัญหา เขาเองก็คงคิดแบบนั้นเช่นเดียวกันและยิ่งขาทั้งสองข้างเดินไม่ได้ เขาต้องเจ็บปวดและต้องทุกข์ทนมากเพียงใด เอาเถอะหนิงอันเรามันเลือดนักสู้ เคยตายไปแล้วไม่รู้กี่ชาติ ชาตินี้มีตัวช่วยมากมาย เจ้าจะต้องไปหวาดกลัวสิ่งใด อย่างน้อยหากต้องตายเพราะช่วยเหลือคน มันก็น่าภูมิใจอยู่ไม่น้อยเลยนะ “ท่านพ่อข้าตัดสินใจแล้วเจ้าค่ะข้าพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากเราหวาดกลัวที่จะช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนเราก็จะเป็นคนไร้ค่าผู้หนึ่ง สวรรค์ประทานความสามารถให้ข้าถึงเพียงนี้ ข้าต้องใช้ให้มันมีประโยชน์อย่างสูงสุด และเพื่อตอบแทนที่สวรรค์มอบชีวิตให้พี่หนิงฮวาและข้า” “อีกอย่างข้าต้องทำให้ผู้คนเห็นว่าคนที่เกิดมาในวันสุริยคราส ไม่ใช่ตัวหายนะหรือตัวอัปมงคลแต่อย่างใดเจ้าค่ะ” “ดี! สายเลือดมังกรทำดีย่อมต้องไม่หวาดกลัวสิ่งใด พ่อจะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่ เอาละนี่เป็นมุกมังกรเจ้าสองคนมารับไป เมื่อเจ้ากลืนกินมันเข้าไปจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและมีพลังอย่างมหาศาล ส่วนเจ้าหนิงฮวามารับกำไลมิติไปด้วย เจ้าสองคนเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน ข้าเชื่อว่าพลังและความสามารถของพวกเจ้าจะเชื่อมถึงกันได้” หนิงฮวารับกำไลมาสวมใส่ก่อนจะหยิบมุกมังกรมาใส่ปากแล้วกลืนลงไป หนิงอันก็ทำไม่ต่างกันกับนาง จากนั้นแสงสีทองเปล่งประกายก็ปรากฏขึ้นที่ท้องของพวกนางก่อนจะเลือนหายไป “ท่านพ่อบุญธรรม ท่านแม่ ฮุ่ยอิงก็มีกำไลมิติหากว่าท่านต้องการเก็บของสำคัญ สามารถเก็บไว้ที่นางได้นะเจ้าคะ” หนิงอันหันไปบอกกับเหม่ยอิงกับฮุ่ยหมิ่น “นางก็มีของวิเศษกับเขาด้วยหรือ” ฮุ่ยเหม่ยเอ่ยด้วยสีหน้าดีใจ คาดไม่ถึงว่าบุตรสาวของนางจะได้กับเขาด้วย “ท่านพ่อท่านทนนอนกับพื้นไปก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะไปนำที่นอนมาปูให้ ข้ารู้ว่าท่านสามารถเนรมิตให้มีเตียงหรืออะไรก็ได้ แต่ว่าหากท่านจะเป็นคนธรรมดา ก็ต้องใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไป เพื่อเรียนรู้รสชาติของชีวิตเจ้าค่ะ” “ได้” ต้าหลงไม่ใช้คนเรื่องมากเขานอนที่ไหนก็นอนได้ สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาได้พบเจอบุตรสาวทั้งสองคน ต่อจากนี้ไปเขาจะดูแลและปกป้องพวกนางอย่างดี เพื่อชดเชยกับความผิดที่เขาเคยทำไว้เมื่อหลายพันปีก่อน วังเหมันต์ เรือนหมอหลวง ชายชุดดำสามคนอำพรางใบหน้าใช้วิชาตัวเบากระโดดข้ามกำแพงเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เป้าหมายของพวกเขาคือสมุนไพรหายากที่ทางวังเหมันต์รับซื้อในวันนี้ ทหารองครักษ์ห้าคนถูกลูกดอกยาสลบนอนแน่นิ่ง พวกเขาจึงรีบตรงเขาไปค้นหาสมุนไพรอย่างเร่งรีบ “พี่ใหญ่ดูเหมือนจะไม่อยู่ที่นี่” “มันน่าเจ็บใจนัก! ไม่คิดว่าพวกเขาจะฉลาดรีบเก็บซ่อนสมุนไพรเอาไว้อย่างมิดชิด” “มันก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะทำอย่างนั้น เพราะสมุนไพรล้ำค่าถึงเพียงนี้พวกเขาก็ต้องเก็บซ่อนให้ดี” “เอาอย่างไรต่อดี?” “กลับกันก่อน” จากนั้นชายชุดดำสามคนก็กระโดดหายไปกับความมืดอย่างรวดเร็ว ลี่หยางที่ยืนแอบดูอยู่มุมหนึ่งแสยะยิ้มออกมา เจ้าพวกโง่ใครจะบ้าเก็บของล้ำค่าให้โจรอย่างพวกเจ้ามาขโมยกันได้ง่าย ๆ ทางด้านร้านขายยาและสมุนไพร ยามนี้ต่างพากันตื่นเต้นและอิจฉาเป็นอย่างมาก เมื่อมีคนมาแจ้งข่าวว่ามีคนนำสมุนไพรหายากไปขายให้กับวังเหมันต์ ซึ่งรายชื่อของสมุนไพรที่คนมาแจ้งข่าวมานั้นเป็นสมุนไพรที่หายากจริง ๆ ซึ่งพวกเขาฟังแล้วก็ได้แต่อิจฉา เหตุใดเด็กคนนั้นถึงรู้เรื่องสมุนไพร แล้วนางไปพบสมุนไพรหายากนั้นได้อย่างไร แล้วเหตุใดนางถึงนำไปขายให้วังเหมันต์แทนที่จะมาขายให้ร้านขายสมุนไพร คำถามมากมายผุดขึ้นมากับร้านขายยาและสมุนไพร พวกเขานึกเสียดายผลกำไรที่จะได้รับ หากนางนำมาขายให้พวกเขาและเขานำไปขายต่อคงจะได้กำไรไม่น้อย เพราะสมุนไพรหายากไม่มีใครกล้าปฎิเสธ ราคาไหนคนก็ยอมจ่ายเพราะอยากได้ไปครอบครอง ทางด้านจวนนายอำเภอประจำเมืองตงซิ่ว ชุนลี่ถังนั่งรอฟังข่าวจากคนที่เขาส่งไปที่วังเหมันต์ เพื่อให้ไปขโมยสมุนไพรล้ำค่าที่ทางวังเหมันต์รับซื้อมาในวันนี้ องค์รัชทายาทบอกเขาให้คอยจับตาดูวังเหมันต์ และให้เขาทำทุกวิถีทางไม่ให้หมอหลวงคิดสูตรยารักษาขาขององค์ชายห้าได้สำเร็จ พอเขาทราบข่าวว่าทางวังเหมันต์รับซื้อสมุนไพรหายากในวันนี้ เขาจึงรีบส่งคนไปขโมยในทันที หนึ่งก็เพื่อยับยั้งการรักษาองค์ชายห้า สองเขาต้องการครอบครองสมุนไพรหายากเอาไว้เอง หากเขาส่งสมุนไพรไปขายยังเมืองหลวงเขาจะทำเงินได้อย่างมากมาย ทางด้านฮองเฮายามนี้ภายในใจเริ่มวิตกกังวลจนนั่งแทบไม่ติด วังเหมันต์รับซื้อสมุนไพรหายากมาหลายชนิด พวกเขาต้องพยายามคิดค้นสูตรยา เพื่อรักษาขาขององค์ชายห้าเป็นแน่ ไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนพบสมุนไพรที่แทบจะหายสาบสูญไปแล้ว อย่างเช่นหญ้าเรียกวิญญาณหรือแม้แต่โสมคนพันปี หวังว่าคนของนางจะรีบจัดการเรื่องนี้โดยเร็ว“คารวะองค์ชายห้า ขอแสดงความยินดีที่พระองค์กลับมาเดินได้อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” ชุ่นลี่ถังเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ว่าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า องค์ชายห้าปรายตามองเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งโดยไม่ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเขาเลยสักนิด พอเขานั่งลงเรียบร้อยก็ได้มองไปที่ชุนลี่ถังด้วยสายตาเยียบเย็น องค์ชายห้าเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ดั่งชายชาตินักรบ ยิ่งวันนี้เขาสวมอาภรณ์สีเข้ม ก็ยิ่งทำให้เขาดูดุดันน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาขององค์ชายห้าทำเอานายอำเภอชุนลี่ถังถึงกับมือเท้าเย็นเยียบ แต่เขาก็พยายามเก็บอาการและทำใจดีสู้เสือต่อไป“ห้าปีมานี้ข้าปล่อยให้ท่านดูแลเมืองตงซิ่วแทนข้า ท่านคงเหนื่อยและลำบากอยู่ไม่น้อย ถึงเวลาที่ข้าควรจะมาดูแลด้วยตนเองเสียที กุญแจกองคลังข้าคงต้องขอคืน” กล่าวจบเขาก็แบมือมาตรงหน้า ชุนลี่ถังหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบคุกเข่าลง“องค์ชายกระหม่อมไร้ความสามารถ ห้าปีมานี้ต้องทำให้พระองค์ผิดหวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าขอกุญแจคลังไม่ได้อยากฟังคำพูดแก้ตัวของเจ้า!” คราวนี้องค์ชายห้าเริ่มจะไม่พอใจเมื่อเขาไม่นำกุญแจมาให้เขาเสียที ชุนลี่ถังร่างกายเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจระงับ เขาจะทำอย่างไรดี กองคลังของเ
วันต่อมาหนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง ก็เดินทางมาที่วังเหมันต์อีกครั้งเพราะคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง หนิงอันจึงต้องมาเตรียมช่วยเขาถอนคุณไสย องค์ชายห้าได้แจ้งเอาไว้กับทหารหน้าประตูวังแล้วว่า หากเป็นหนิงกันมาก็ให้เข้าพบได้ตลอดเวลา และให้ทุกคนปฏิบัติต่อพวกนางอย่างให้เกียรติ ทหารจึงพาพวกนางมาที่ห้องทำงานขององค์ชายห้า ที่ยามนี้พวกเขากำลังรอการมาของหนิงอันและหนิงฮวาอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนนั่งปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการปกครองเมืองตงซิ่ว องค์ชายห้าเติบโตมาก็อยู่แต่ในสนามรบ เขาไม่ถนัดเรื่องการปกครองเท่าใดนักและยิ่งเขากลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ เขาจึงปล่อยหน้าที่ดูแลเมืองตงซิ่ว ให้เป็นของนายอำเภอชุนลี่ถังดูแลทั้งหมด แต่พอเขากลับมาเดินได้แล้วเช่นนี้ เขาจึงคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาดูแลเมืองตงซิ่วด้วยตนเองอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดียามนี้เขามืดแปดด้าน พระสนมผินจึงเสนอให้เขาแต่งตั้งหนิงอันเป็นที่ปรึกษาเพราะเท่าที่นางสังเกตดู ถึงแม้ว่าหนิงอันจะดูเยาว์วัยแต่ก็ดูฉลาดเฉลียวอยู่ไม่น้อยและนางก็มีภาวะความเป็นผู้นำสูง นางจึงคิดว่าหนิงอันน่าจะให้คำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอนองค์ชายห้าเห็นด
เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ







![I'll follow Apollo [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)