LOGINเช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคน
หนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคน เมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “ยืนต่อแถวเลยเจ้าค่ะโจ๊กเสร็จแล้ว วันนี้ปาท่องโก๋ทอดด้วยเจ้าค่ะ” หนิงอันเป็นคนตักโจ๊กหนิงฮวาหยิบปาท่องโก๋ทอดให้คนละสองชิ้น ทุกคนเดินมารับอาหารด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขอย่างไม่อาจปิดบัง ไม่อยากเชื่อว่าพวกนางจะทำอาหารเช้าไว้รอ นายจ้างแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว ต่อไปพวกเขาต้องให้ความเคารพต่อพวกนางให้มาก ๆ เมื่อทุกคนกินกันจนอิ่มแล้วก็พากันเดินมาที่หนิงอันและหนิงฮวา ก่อนทุกคนจะโค้งขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบคุณนายหญิงทั้งสอง” หนิงอันและหนิงฮวาหันไปมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา เพราะเดาว่าพวกเขาคงตัดสินใจที่จะเรียกเช่นนี้เพื่อเป็นการให้เกียรติพวกนาง “พร้อมหรือยังเจ้าคะ” “พร้อมขอรับ” วันนี้หนิงอันบอกให้ทุกคนขุดแบบเรียงหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ นางเองก็ช่วยขุดด้วยเช่นกัน ทุกคนมีสีหน้ามุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม เพราะคาดวังว่าจะได้พบกับไข่ทองคำอย่างเช่นเมื่อวาน แต่ว่าพอเวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูปก็ยังไม่มีอะไรเกิด ทุกคนหันมามองหน้ากันอย่างผิดหวังและแปลกใจ หรือว่าจะไม่มีแล้ว! “ข้าเจอแล้วเจ้าค่ะแต่ว่าไม่ใช่ทองคำแต่เป็นไข่สีเงิน” หนิงอันหยิบไข่ออกมาจากดินแล้วใช้มือปัดดินออกไป ทุกคนรีบเข้ามามุงดูด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะรีบกลับไปขุดดินอย่างฮึกเหิมอีกครั้ง เมื่อวานเป็นทองวันนี้เป็นเงินสินะไม่เป็นไรอย่างน้อยมันก็มีค่าเหมือนกัน “ข้าเจอแล้วเป็นไข่เงินอะวันนี้ ข้าว่าเมื่อวานเป็นทองวันนี้คงเป็นเงิน เร็วเข้าพวกเรารีบทำเวลาเดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน” ทุกคนได้ฟังกำลังใจก็เริ่มมาจึงรีบขุดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะความหวังกลับมาอีกครั้ง “ท่านลุงจางท่านก็พาทุกคนขุดเลยนะเจ้าคะ ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อนเพราะมีธุระต้องทำเจ้าค่ะ”หนิงอันรีบเอ่ยบอกจางมู่ซวน “ได้ ๆ เดี๋ยวทางนี้ข้าดูแลให้เอง” หนิงอันที่ขอตัวกลับมาเพราะนางต้องการกลับมาออกแบบสวนดอกไม้ที่นางเคยเห็นในยุคปัจจุบัน เพราะนางต้องการสร้างมันขึ้นมาที่นี่ นางจะทำที่พักให้กับนักท่องเที่ยวคล้าย ๆ กับบังกะโล ให้นักท่องเที่ยวมีที่พักท่ามกลางสวนดอกไม้ มีอาหารให้บริการในจุดที่ขายอาหารและมีรถม้ารับส่งถึงที่พัก ให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพิเศษเมื่อได้มาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ แต่ว่าพอนางนั่งวาดไปได้ไม่นาน จางมู่ซวนก็เดินมาหานางที่กระโจมด้วยสีหน้าลำบากใจ หนิงอันเงยหน้าจากแผ่นกระดาษตรงหน้าอย่างแปลกใจ “มีอะไรหรือเจ้าคะ?” “เอ่อ…คือว่า…หนิงอันเจ้าช่วยกลับไปอยู่ตรงที่พวกเขาขุดพลิกหน้าดินได้หรือไม่?” จางมู่ซวนที่เป็นตัวแทนหมู่บ้านมาเอ่ยขอร้องหนิงอัน เพราะหลังจากนางที่จากมาพวกเขาก็ขุดไม่พบเจออะไรเลย จนมีชาวบ้านผู้หนึ่งบอกว่าต้องเป็นเพราะบารมีของหนิงอันแน่ ที่บันดาลให้มีทรัพย์สมบัติ พอชายผู้นั้นพูดออกมาเช่นนั้นชาวบ้านหลายคนก็เริ่มเห็นด้วย จึงไหว้วานให้จางมู่ซวนที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน มาลองขอร้องหนิงอันให้ไปอยู่ตรงนั้นอีกครั้ง หนิงอันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่ก็พยักหน้ารับแต่โดยดี เมื่อนางเดินมาพร้อมกับจางมู่ซวน ชาวบ้านที่หันมาเห็นก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ จากนั้นก็หันกลับไปขุดดินต่ออย่างทะมัดทะแมงและกระฉับกระเฉง หนิงอันหันมามองจางมู่ซวนด้วยสายตามีคำถาม เพราะทุกอย่างก็ดูปกติดีแล้วจะให้นางมาทำไม “เจอแล้ว!” “ข้าก็เจอ!” “ข้าก็เจอด้วยเจ้าค่ะ” ฮุ่ยอิงเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น หนิงอันยกยิ้มดีใจกับพวกเขาที่โชคดี นางจึงเตรียมจะหมุนตัวเดินกลับไปที่กระโจม แต่ว่าชาวบ้านกลับวิ่งมาคุกเข่าตรงหน้าหนิงอันเสียก่อน แล้วมองนางด้วยสายตาแห่งความหวังและเทิดทูนอย่างไม่ปิดบัง “นายหญิงหากว่าท่านกลับไปพวกข้าจะขุดไม่พบอะไรแน่ พวกข้าได้พิสูจน์แล้วว่าท่านคือตัวนำโชคจริง ๆ ขอรับ ขอร้องละนายหญิงท่านมานั่งดูพวกข้าขุดดินด้วยเถิดขอรับ” “ข้อร้องละนายหญิง” ชาวบ้านทุกคนรีบเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียง “ได้ ๆ เดี๋ยวข้ากลับไปเอาของก่อน” หนิงอันกลับไปเอาร่ม กระดาษ และดินสอแล้วมานั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ นางปูผ้าลงกับพื้นแล้วนั่งลงเตรียมวาดแบบสวนดอกไม้ในความฝันของนาง หนิงฮวารีบกลับไปหยิบขนมและน้ำดื่มเข้ามานั่งด้วย โดยมีฮุ่ยอิงตามเข้ามานั่งด้วยเช่นกัน “หนิงอันคราวนี้ชาวบ้านเลิกมองเจ้าเป็นตัวอัปมงคลแล้วละ” “ใช่เจ้ากลายเป็นดาวนำโชคของทุกคนไปแล้ว” หนิงฮวาและฮุ่ยอิงขยับเข้ามาแล้วจับมือหนิงอันไปกุมไว้ด้วยความดีใจ หนิงอันระบายยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย นางมองออกไปยังคนงานที่พากันขุดพลิกหน้าดินกันอย่างขะมักเขม้น เสียงร้องเฮดังไม่ขาดสายนางเห็นแล้วก็มีความสุขกับพวกเขาไปด้วย หนิงอันยกมือขึ้นมาพนมก่อนจะเอ่ยขึ้นในใจ “ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาข้าสองคนพี่น้อง ข้าสัญญาว่าในชาตินี้ข้าจะใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือผู้คนอย่างสุดความสามารถ” พอนางเอ่ยจบดอกไม้เล็ก ๆ สีขาวและสีชมพูก็ร่วงลงมาจากฟากฟ้าไม่ขาดสาย คล้ายดั่งหิมะตกลงมาก็ไม่ปาน ชาวบ้านที่กำลังขุดดินพากันปรบมือด้วยความดีใจ เพราะยามนี้พวกเขาเชื่อว่าหนิงอันเป็นเทพเซียนมาจุติ หนิงฮวาและฮุ่ยอิงตรงเข้าไปสวมกอดหนิงอันด้วยความปลื้มปิติยินดี เมืองหลวงแคว้นต่วน ณ วังหลวงตำหนักองค์รัชทายาทอู๋ชิงเทียน ยามนี้องค์ไท่จื่อนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากเขาได้รับข่าวรายงานจากนายอำเภอชุนลี่ถังว่า จ้าวลัทธิขอไปสังหารองค์ชายห้าด้วยตนเอง แต่ไม่สำเร็จเพราะองค์ชายห้ามีแฝดนรกคอยคุ้มครองอยู่ นายอำเภอชุ่นลี่ถังบอกว่ากำลังตามสืบว่าแฝดนรกเป็นใคร และเมื่อรู้ความจริงจะรีบส่งข่าวมาทันที แต่ว่าภายในใจของเขาตอนนี้คงรอไม่ไหว คงต้องส่งคนไปสืบข่าวด้วยตนเอง “หานไจ๋เจ้าไปเมืองตงซิ่วไปสืบดูให้กระจ่างว่าแฝดนรกนั่นเป็นใคร หากมีโอกาสก็ลงมือจัดการได้เลย” “พ่ะย่ะค่ะ” “ไท่จื่อ ชื่อเสียงในด้านวรยุทธของจ้าวลัทธิเป็นที่เลื่องลือ แต่กลับไม่สามารถเอาชนะคนขององค์ชายห้าได้ แฝดนรกผู้นี้ฝีมือคงไม่ธรรมดา หากว่าพวกเราผลีผลามลงมืออาจเสียกำลังคนโดยใช่เหตุพ่ะย่ะค่ะ” หลิงกงกงขันทีคนสนิทของไท่จื่อรีบเอ่ยแนะขึ้นมา เพราะกลัวว่ารีบร้อนเกินไปจะเสียการใหญ่ ไท่จื่อครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับหลิวกงกง รีบร้อนเกินไปใช่ว่าจะเป็นผลดีให้หานไจ๋ไปสืบข่าวให้แน่ชัดว่าแฝดนรกเป็นใคร จากนั้นค่อยวางแผนจัดการก็ยังไม่สาย แต่แล้วองครักษ์ลับก็รีบเข้ามารายงาน เพราะเพิ่งได้ข้อความฉบับใหม่จากนายอำเภอชุนลี่ถัง “มีข้อความส่งมาจากนายอำเภอพ่ะย่ะค่ะ” หลิวกงกงรีบเดินไปหยิบจดหมายจากมือขององครักษ์ลับ แล้วนำมาถวายให้กับไท่จื่อ เขารีบรับมาเปิดอ่านอย่างร้อนใจ แต่ว่าพออ่านจบคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ “แฝดนรกเป็นเพียงดรุณีน้อยวัยเยาว์และเป็นบุตรสาวชาวบ้านนามว่า หนิงอันและหนิงฮวา นี่มันเรื่องบ้าบัดซบอะไรกัน! ข้าไม่เชื่อ หานไจ๋เจ้ารีบไปสืบข่าวให้ละเอียดเดี๋ยวนี้ ” “พ่ะย่ะค่ะ” หลิวกงกงรับกระดาษมาอ่านเพื่อทบทวนอีกครั้ง ก่อนจะครุ่นคิดว่าข่าวนี้มีความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด แฝดนรกเป็นเพียงเด็กสาววัยเยาว์ นายอำเภอชุนลี่ถังคงไม่แจ้งข่าวเท็จเป็นแน่ แต่หากว่าพวกนางมีฝีมือในวัยเพียงเท่านี้ก็นับว่าไม่ธรรมดา ขนาดจ้าวลัทธิยังไม่สามารถเอาชนะได้ เรื่องนี้เขาคงต้องวางแผนให้รอบคอบ ในเมื่อเขาลงทุนปลอมตัวมาเป็นขันที เพื่อดูแลองค์ไท่จื่อตั้งแต่เล็ก ๆ เขาผู้เป็นบิดาแท้ ๆ ของเขา ต้องยอมอดทนกล้ำกลืนสวมชุดขันที เพื่อให้ได้อยู่ข้างกายบุตรชายและเพื่อปกปิดความจริงที่เขาได้วางแผนกับฮองเฮา ฮ่องเต้อู๋หมิงหยวนมีสนมมากมาย เพราะเหล่าขุนนางเสนอบุตรสาวของตนให้เข้ามาเป็นสนมเพื่อถวายตัว ฮ่องเต้แม้จะไม่ชอบใจนักแต่เพื่อความมั่นคงของบัลลังก์ เขาจำต้องรับสนมเข้ามาคนแล้วคนเล่า ยิ่งสนมเยอะก็ยิ่งไม่มีเวลาให้กับฮองเฮาที่ต้องการมีโอรสให้เร็วที่สุด เพราะหากมีโอรสตำแหน่งของนางก็จะยิ่งมั่นคงยิ่งขึ้น เพราะต้องการมีโอรสดังนั้นแผนการชั่วช้าของฮองเฮาจึงเกิดขึ้น นางได้ให้หลิวป๋อเหวินเข้ามาเป็นขันทีในวัง โดยมีฮองเฮารู้เห็นกับหัวหน้าขันทีที่เห็นแก่เงิน จนยอมปิดหูปิดตาให้เขาเข้ามาเป็นขันทีข้างกายฮองเฮา โดยที่เขาไม่ได้ผ่านการตรวจร่างกายแต่อย่างใด เมื่อฮ่องเต้เสด็จมาค้างคืนกับฮองเฮา หลังจากทรงเสด็จกลับ ขันทีหลิวก็จะต้องรีบมีอะไรกับฮองเฮาต่อทันที เพื่อให้แน่ใจว่านางต้องตั้งครรภ์ขึ้นมาจริง ๆ หลังจากให้กำเนิดโอรส ฮองเฮาก็ให้ขันทีหลิวย้ายมาดูแลองค์ไท่จื่ออย่างเต็มตัว และยังเลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็นหลิวกงกง จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ดูแลอบรมสั่งสอนไท่จื่อ เพื่อให้เขาพร้อมที่ก้าวขึ้นบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง หลิวกงกงพอใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในคราบขันทีเพื่อที่จะได้ดูแลบุตรชายของตนอย่างใกล้ชิด ทุกอย่างดำเนินไปตามที่เขาและฮองเฮาอยากให้เป็น แต่แล้วก็ต้องมาสะดุดเพราะ ดันมามีองค์ชายห้าผู้มีความสามารถโดดเด่น จนกลายมาเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ จนเขาและฮองเฮาต้องรีบลงมือไม่ให้เขาเดินได้อีกต่อไปเช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ
“หนิงอันเจ้าเชื่อข้าจริง ๆ นะ” พระสนมเอ่ยถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ยามนี้รู้สึกโล่งใจที่นางไม่เชื่ออย่างที่ตาเห็น ว่าแต่ใครกันนะคิดแผนการใส่ร้ายนางเช่นนี้ หากหนิงอันจับไม่ได้เสียก่อนพวกนางก็คงถูกพิษไปแล้ว เกลือเป็นหนอนเช่นนี้เห็นทีคงต้องตรวจสอบคนในวังกันใหม่หมด“หนิงอันข้าต้องขอโทษที่ต้องให้เจ้ามาพบเจอเรื่องเช่นนี้” อู๋ห่าวหรานเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางอุตส่าห์มาช่วยรักษาเขาแท้ ๆ ใครกันนะที่คิดแผนชั่วช้าเช่นนี้ได้ คิดจะฆ่านางและโยนความผิดให้มารดาของเขา แผนยิงนกครั้งเดียวได้ถึงสองตัวอำมหิตเกินไปแล้วหนิงอันลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆ นางมองพระสนมและองค์ชายห้าอย่างเห็นใจและสงสาร นางและพวกเขามีชะตากรรมไม่ต่างกันนัก เขาถูกพิษจนเดินไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ออกศึกสู้รบเพื่อปกป้องบ้านเมือง ระบบราชวงศ์แก่งแย่งชิงดีหากไม่แข็งแกร่งจริง ๆ ก็ยากที่จะยืนหยัดอยู่ได้ พระสนมถูกวางยาทั้ง ๆ ที่ถูกปลดให้เหลือยศเพียงแค่พระสนมขั้นผิน องค์ชายถูกทำคุณไสยให้เจ็บปวดทรมานในวันพระจันทร์เต็มดวง จิตใจของคนพวกนี้ทำด้วยอะไรกันนะเลือดเย็นเหมือนใจคนที่จริงนางก็ไม่อยากเอาตัวเองมายุ่งกับเรื่องนี้
ชาวบ้านในหมู่บ้านเฉินอันเริ่มหวาดกลัวฆาตกรโรคจิตจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ขนาดอยู่ในบ้านฆาตกรยังเข้ามาฆ่าเด็กได้ ทางการก็เหมือนจะไม่สามารถจัดการอะไรได้ ยามนี้ทุกคนจึงเริ่มหวาดผวาอย่างหนัก จนสุดท้ายต้องไปรวมตัวกันที่หน้าบ้านจางมู่ซวน แต่ว่ายามนี้เขาไม่อยู่เพราะไปถางหญ้าให้หนิงอัน พวกเขาจึงได้แต่นั่งรอด้วยความอดทนเมื่อจางมู่ซวนกลับมาถึงก็ต้องแปลกใจที่เห็นชาวบ้านมากมายมารอเขาอยู่เต็มหน้าบ้าน“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านท่านกลับมาแล้ว”“มีอะไรกันหรือ?”“จางมู่ซวนตอนนี้พวกข้าหวาดกลัวมากเลย ได้ข่าวว่าเด็ก ๆ ที่ไปอยู่กับหนิงอันทุกคนปลอดภัยดี ข้าจึงอยากให้ท่านไปช่วยพูดกับนางให้ได้หรือไม่ พวกข้าสำนึกผิดแล้วต่อไปจะไม่กล่าวโทษนางอีก” พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะนางเป็นดาวหายนะ ฆาตกรจึงไม่กล้าไปที่บ้านของนางเด็ก ๆ จึงปลอดภัยจางมู่ซวนหรี่ตามองอย่างใช้ความคิด พอหมดหนทางก็บอกสำนึกผิดแล้ว พอมีเรื่องอื่นอีกก็จะมาโทษนางอีกเหมือนเดิม เพราะภายในใจยังไม่สามารถตัดความเชื่อที่อยู่ในใจออกไปได้“ข้าคงไม่พูดกับนางให้หรอกนะพวกเจ้าต้องไปพูดกับนางเอง เพราะข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าจะเปลี่ยนความคิดได้ ตอนนี้ไร้ที่พึ่งก็บอกว่า







