Masukหนิงเฉิงและท่านผู้เฒ่าผู้เป็นมารดารับฟังเรื่องราวจากคนที่มารายงานข่าวด้วยความตกใจ หมายความว่าเช่นไรหนิงอันบุตรสาวของเขาที่เกิดมาพร้อมดาวหายนะเมื่อ13ปีก่อน จู่ ๆ ก็เป็นคนค้นพบสมุนไพรหายาก และยังเป็นคนนำไปขายให้วังเหมันต์ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
หากองค์รัชทายาทสืบรู้ความจริงว่าหนิงอันคือบุตรสาวของเขาต้องไม่พอใจมากแน่ รัชทายาทอู๋หมิงเจ๋อต้องการให้องค์ชายห้าเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต แต่หนิงอันกลับพบสมุนไพรหายาก ที่มีโอกาสสูงที่จะสามารถรักษาขาของเขาให้หายได้ แล้วนางยังไปเสนอขายที่วังเหมันต์ด้วยตนเอง หนิงอันเจ้ามันดาวหายนะและตัวอัปมงคลอย่างที่เขากล่าวเอาไว้ไม่มีผิด เขาน่าจะฆ่านางทิ้งเสียตั้งแต่เกิดมา ไม่น่าปล่อยให้นางมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้เลย “หากรัชทายาทสืบรู้ว่านางคือบุตรสาวของเจ้า ว่าที่พระชายาของหนิงซูฮวาต้องหลุดลอยแน่” หญิงชราเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นางไม่น่าให้บุตรชายแต่งฮูหยินรองเข้ามาเลย แต่เพราะยามนั้นหนิงเฉิงรักสตรีผู้นั้นเป็นอย่างมากนางถึงต้องยอม พอฮูหยินรองเริ่มตั้งครรภ์ตระกูลหนิงก็มีแต่เรื่อง จนนางเองก็รู้สึกไม่สบายใจ จนสุดท้ายนางได้ตัดสินใจเอาดวงชะตาของฮูหยินรองไปตรวจดวงชะตา ซินแสบอกว่าเด็กที่จะเกิดมาจะคาบดีคาบร้าย หากดีก็จะเป็นเด็กที่มีโชควาสนาผู้คนได้พึ่งพาอาศัย แต่หากร้ายก็จะเป็นมหันตภัยร้ายแรงดั่งดาวหายนะ หลังจากฟังคำทำนายฮูหยินผู้เฒ่าก็นำมาบอกกับหนิงเฉิง เขาผู้เป็นเสนาบดีกรมพิธีการเชื่อเรื่องคำทำนายและโชคลางเป็นอย่างมาก เมื่อฮูหยินรองให้กำเนิดบุตรในวันสุริยคราส อีกทั้งยังคลอดได้เพียงคนเดียว อีกคนยังติดอยู่ในท้องพร้อมกับมารดาที่สิ้นใจตาย เพราะเกิดเหตุการณ์นี้จึงทำให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า นางคือดาวหายนะอย่างแน่นอน “ท่านแม่จะทำอย่างไรดีกับเรื่องนี้ดีขอรับ?” “เราต้องกำจัดนางทิ้งซะหากปล่อยนางเอาไว้ คงได้สร้างความเดือดร้อนให้กับตระกูลหนิงของเราแน่” “เข้าใจแล้วขอรับ” เช้านี้หนิงอันตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น นางหันไปมองหนิงฮวาที่นอนอยู่ข้างกันอย่างอ่อนโยน เมื่อคืนหลังจากที่พวกนางหลับไปจิตวิญญาณก็ได้ไปเยือนยังสถานที่แปลกตา และที่นั่นนางยังได้พบกับมารดาของพวกนาง เทพบุปผาผู้สวยสดงดงาม นางบอกให้พวกนางตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี นางจะเฝ้าดูอยู่ตรงนี้และเป็นกำลังใจให้ จากนั้นนางก็มอบพัดสีทองให้กับหนิงฮวา นางบอกว่าพัดคือของประจำตัวของหนิงฮวา ส่วนร่มคือของประจำตัวหนิงอัน จากนั้นนางให้พวกนางวางมือลงไปบนตำราโบราณเล่มใหญ่ นางบอกว่าวิชาต่าง ๆ จะซึมซับเข้าไปยังฝ่ามือหัตถ์ทองคำได้อย่างไม่ยากเย็น สุดท้ายนางบอกว่าสักวันหนึ่งพวกเราจะได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เพราะนี่คือบทลงโทษของสวรรค์ ของการคิดฆ่าตัวตายหนีปัญหา หนิงฮวาลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นหนิงอันนั่งมองนางอยู่ นางจึงรีบลุกขึ้นมานั่งแล้วรีบกวาดตามองหาพัดสีทองที่มารดามอบให้ ซึ่งมันวางอยู่ข้าง ๆ ตัวนาง “ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายมีพลังบางอย่างไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา” หนิงฮวาเอ่ยขึ้น “ข้าก็เหมือนกัน เดี๋ยวข้าจะลองขอของจากยุคนั้นดูสิว่าได้หรือไม่” หนิงอันลองขอแปรงสีฟันและยาสีฟัน ซึ่งปรากฏว่าของได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้านางจริง ๆ หนิงฮวาตาเบิกกว้างมองหนิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าเก่งมากเลยหนิงอัน แล้วสิ่งนี้ไว้ทำอะไรหรือ?” “สิ่งนี้เอาไว้ใช้ทำความสะอาดฟันของเรา ยุคนี้ใช้เป็นแปรงขนม้าแต่ยุคที่ข้าจากมาใช้แปรงแบบนี้แล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะขออย่างอื่นมาไว้ใช้ด้วยเจ้าค่ะ” หนิงอันคิดว่าแบบนี้ก็ดีนางจะได้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น “ตื่นกันแล้วเหรอเหตุใดไม่ปลุกข้า?” ต้าหลงลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินพวกนางคุยกัน “ท่านพ่อเมื่อคืนข้าได้ไปพบท่านแม่มาด้วยเจ้าค่ะ นางบอกสักวันพวกเราต้องได้อยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า” เขาได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจโดยไม่ถามอะไรอีก เขารู้ดีว่านี่คือบทลงโทษของสวรรค์ “เอาละข้าพร้อมจะเป็นคนรวยแล้ว พี่หนิงฮวาพร้อมจะเป็นคนรวยหรือยัง วันนี้เป็นวันที่พวกเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสวยงาม ปัญหาทุกอย่างจะหมดไปหากมีหนิงอัน ดาวหายนะ ตัวอัปมงคล หากมาใกล้ข้า ข้าจะใช้ฝ่ามือตบให้กระเด็นไปยังโลกอื่นเลย” หนิงฮวาเมื่อเห็นท่าทางของน้องสาว ใจของนางก็เริ่มฮึกเหิมขึ้นมาเช่นกัน “ข้าก็พร้อมจะใช้ชีวิตให้สมกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง ดาวหายนะ ตัวอัปมงคล หากเข้ามาใกล้ข้า ข้าจะใช้พัดทองคำพัดให้กระเด็นไกลออกไปยังใต้พิภพเลย"พวกนางหันมาหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข ต้าหลงมองบุตรสาวด้วยสายตาภาคภูมิใจ พวกนางเติบโตขึ้นมาแล้ว ทั้งเข้มแข็งและแข็งแกร่งพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง และเขาก็พร้อมจะเป็นลมใต้ปีกคอยสนับสนุนพวกนางอย่างเต็มที่ “พี่หนิงฮวาเสื้อผ้าข้าซื้อมาให้ท่านเป็นสีเขียวเสียส่วนใหญ่ ส่วนของข้าส่วนใหญ่เป็นสีชมพู พวกเราหน้าตาเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว เราต้องทำให้คนอื่นไม่สับสนว่าใครเป็นใคร” “ได้ข้าชอบสีเขียวอยู่แล้วไม่มีปัญหา” เมื่อรับอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนก็เตรียมตัวรอเจ้าหน้าที่ของทางการและช่างก่อสร้าง วันนี้ทุกคนอยู่ในชุดใหม่สวยสดงดงาม หนิงอันบอกให้ทุกคนโยนชุดเก่าทิ้งไปพร้อมกับเรื่องราวเศร้าหมอง เพื่อที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสวยงาม จางมู่ซวนเดินนำหน้าเจ้าหน้าที่และกลุ่มของช่างก่อสร้างเข้ามา เมื่อมาถึงเขาถึงกับแปลกใจกับโฉมใหม่ของพวกเขาทุกคน เมื่อการแต่งกายเปลี่ยนไปพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนชั้นสูงเลยทีเดียว รัศมีความมีบารมีเปล่งประกายจนเขารู้สึกได้ “หนิงอันคนนี้เจ้าหน้าที่ของกรมที่ดิน ส่วนคนนี้ชื่อว่าหวังเหล่ยเป็นหัวหน้าช่างก่อสร้าง” “เชิญนั่งเจ้าค่ะ” “ท่านลุงหวังนี่เป็นแบบวาดที่ข้าต้องการให้ท่านสร้างบ้าน ท่านพอจะทำได้หรือไม่เจ้าคะ?” เมื่อพวกเขานั่งลงเรียบร้อยหนิงอันก็ยื่นแผ่นกระดาษให้หวังเหล่ยทันที เขารับมาดูอย่างพิจารณาก่อนตอบขึ้น “ได้ขอรับแต่ว่าท่านจะสร้างใหญ่ขนาดนี้เลยหรือขอรับ เอ่อคือมันต้องใช้เงินมากเลยนะขอรับ” “ข้าพร้อมวางเงินมัดจำก้อนแรกเพื่อให้ท่านลุงได้สบายใจ หากเป็นไปได้ข้าอยากให้เร่งทำให้เสร็จโดยเร็ว หากท่านลุงจะหาคนงานมาเพิ่มก็ย่อมได้เพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้นข้ายินดีจ่ายเจ้าค่ะ” หวังเหล่ยได้ยินเช่นนั้นก็เผยยิ้มออกมา ไม่คิดว่าจะพบเจอนายจ้างที่ใจกว้างเช่นนี้ หากนางต้องการให้งานเสร็จเร็วเขาก็สามารถทำให้ได้ ยิ่งตอนนี้ผู้คนว่างงานกันมาก หากมีงานก่อสร้างมาช่วยเพิ่มรายได้ให้พวกเขา ย่อมมีคนอยากมาทำแน่นอน ตอนนี้หวังเหล่ยรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะงานที่นางให้ก่อสร้างดูแล้วจะทำให้เขามีรายได้ไม่น้อยเลย และผู้คนในเมืองตงซิ่วก็จะมีรายได้ด้วยเช่นกัน “เดี๋ยวข้าจะกลับไปตีราคาและจะนำมาให้พรุ่งนี้ขอรับ” “ได้เจ้าค่ะ แต่ว่าข้าต้องซื้อที่ดินแถบนี้เสียก่อนเจ้าค่ะ หลังจากซื้อเสร็จแล้วข้าอยากหาคนงานมาตัดต้นไม้ถางหญ้า ท่านลุงจางคนในหมู่บ้านมีใครสนใจอยากทำงานนี้หรือไม่เจ้าคะ?”ประโยคหลังนางหันมาพูดกับจางมู่ซวน จางมู่ซวนพอได้ยินก็ตาโต ไม่ใช่แต่คนในหมู่บ้านเท่านั้น ตัวเขาก็อยากทำงานนี้ด้วยเช่นกัน “ข้าก็สนใจจะทำเดี๋ยวข้าจะไปถามคนอื่นดูด้วยเผื่อมีใครสนใจ” “ถ้าเช่นนั้นงานนี้ให้ท่านลุงจางรับไปเลยนะเจ้าคะ” “ได้ ๆ” จากนั้นหนิงอันก็พาเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไปสำรวจพื้นที่ นางต้องการพื้นที่แถบนี้ทั้งหมดซึ่งมีราว ๆ 100ไร่ กรมที่ดินนำโฉนดมากางให้หนิงอันดูเพื่อยืนยัน หนิงอันจึงบอกเขาว่านางพร้อมลงนาม ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการประทับตราและออกใบกำกับการเป็นกรรมสิทธิ์ให้อย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่บอกว่าคิดไร่ละ200ตำลึง 100ไร่ก็เป็นเงินสองหมื่นตำลึง หนิงอันนำตั๋วเงินมาจ่ายให้เจ้าหน้าที่อย่างไม่รีรอ พวกเขามองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างอดทึ่งในใจไม่ได้ ได้ข่าวว่านางพบเจอสมุนไพรหายาก และขายให้กับวังเหมันต์คงได้เงินมาไม่น้อย นางช่างโชคดีจริง ๆ หมู่บ้านเฉินอันมีทั้งหมด20ครอบครัว ยามนี้จางมู่ซวนไปชักชวนให้มาทำงานถางหญ้าและตัดต้นไม้ ซึ่งเขาเป็นหัวหน้าในงานนี้ ชาวบ้านพอใจเป็นอย่างมากพากันมาแทบทุกครัวเรือน ทุกคนทราบดีว่าหนิงอันขายสมุนไพรแล้วร่ำรวยขึ้นมา จึงไม่มีใครตั้งข้อสงสัยแต่อย่างใด “หนิงอันข้าพาคนงานมาแล้ว” “ท่านลุงค่าแรงคนงานส่วนใหญ่อยู่ที่เท่าใดเจ้าคะ?” “ค่าแรงอยู่ที่80อีแปะต่อวันขอรับ” “ถ้าเช่นนั้นข้าให้ท่านที่เป็นหัวหน้า100อีแปะข้าฝากท่านดูแลส่วนนี้ให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ เลิกงานมาเบิกเงินได้เลยข้าจะจ่ายวันต่อวันเจ้าค่ะ” ทุกคนเมื่อได้ยินว่านางจะจ่ายค่าแรงวันต่อวันก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะบางคนต้องการเงินไปใช้อย่างเร่งด่วน หากนางจะจ้างอีกหลาย ๆ วัน พวกเขาคงจะทำเงินได้ไม่น้อยเลย หนิงอันยืนมองจางมู่ซวนที่พาชาวบ้านเกือบสามสิบคน ตรงเข้าไปจัดการถางหญ้าในส่วนที่นางคิดว่าจะปลูกบ้าน ไม่สิต้องเรียกว่าจวนเพราะมันใหญ่มาก แต่แล้วความคิดของนางก็ต้องสะดุดลง เพราะจู่ ๆ เสียงของชาวบ้านที่ไปถางหญ้าก็ร้องเอะอะขึ้นมาด้วยความตกใจ จางมู่ซวนรีบวิ่งมาบอกหนิงอันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “หนิงอัน!! บริเวณตรงชายป่าตรงนั้นเหมือนจะมีคนนำศพเด็กสาวมาทิ้ง ข้านับดูแล้วน่าจะมีประมาณเจ็ดศพด้วยกันขอรับ” เมื่อได้ฟังทุกคนก็ลุกพรวดพราดขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ หนิงอันรีบหยิบร่มแล้วรีบตรงไปดูยังจุดเกิดเหตุอย่างเร่งรีบ คนอื่น ๆ จึงรีบตามนางไปติด ๆ เมื่อเดินมาถึงจุดที่ทุกคนยืนมุงดูอยู่ เสียงของสตรีนางหนึ่งก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนจะร้องไห้โฮออกมาด้วยความเสียใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะมีอีกหลายคนที่เริ่มร้องเอะอะด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน“คารวะองค์ชายห้า ขอแสดงความยินดีที่พระองค์กลับมาเดินได้อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” ชุ่นลี่ถังเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ว่าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า องค์ชายห้าปรายตามองเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งโดยไม่ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเขาเลยสักนิด พอเขานั่งลงเรียบร้อยก็ได้มองไปที่ชุนลี่ถังด้วยสายตาเยียบเย็น องค์ชายห้าเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ดั่งชายชาตินักรบ ยิ่งวันนี้เขาสวมอาภรณ์สีเข้ม ก็ยิ่งทำให้เขาดูดุดันน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาขององค์ชายห้าทำเอานายอำเภอชุนลี่ถังถึงกับมือเท้าเย็นเยียบ แต่เขาก็พยายามเก็บอาการและทำใจดีสู้เสือต่อไป“ห้าปีมานี้ข้าปล่อยให้ท่านดูแลเมืองตงซิ่วแทนข้า ท่านคงเหนื่อยและลำบากอยู่ไม่น้อย ถึงเวลาที่ข้าควรจะมาดูแลด้วยตนเองเสียที กุญแจกองคลังข้าคงต้องขอคืน” กล่าวจบเขาก็แบมือมาตรงหน้า ชุนลี่ถังหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบคุกเข่าลง“องค์ชายกระหม่อมไร้ความสามารถ ห้าปีมานี้ต้องทำให้พระองค์ผิดหวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าขอกุญแจคลังไม่ได้อยากฟังคำพูดแก้ตัวของเจ้า!” คราวนี้องค์ชายห้าเริ่มจะไม่พอใจเมื่อเขาไม่นำกุญแจมาให้เขาเสียที ชุนลี่ถังร่างกายเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจระงับ เขาจะทำอย่างไรดี กองคลังของเ
วันต่อมาหนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง ก็เดินทางมาที่วังเหมันต์อีกครั้งเพราะคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง หนิงอันจึงต้องมาเตรียมช่วยเขาถอนคุณไสย องค์ชายห้าได้แจ้งเอาไว้กับทหารหน้าประตูวังแล้วว่า หากเป็นหนิงกันมาก็ให้เข้าพบได้ตลอดเวลา และให้ทุกคนปฏิบัติต่อพวกนางอย่างให้เกียรติ ทหารจึงพาพวกนางมาที่ห้องทำงานขององค์ชายห้า ที่ยามนี้พวกเขากำลังรอการมาของหนิงอันและหนิงฮวาอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนนั่งปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการปกครองเมืองตงซิ่ว องค์ชายห้าเติบโตมาก็อยู่แต่ในสนามรบ เขาไม่ถนัดเรื่องการปกครองเท่าใดนักและยิ่งเขากลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ เขาจึงปล่อยหน้าที่ดูแลเมืองตงซิ่ว ให้เป็นของนายอำเภอชุนลี่ถังดูแลทั้งหมด แต่พอเขากลับมาเดินได้แล้วเช่นนี้ เขาจึงคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาดูแลเมืองตงซิ่วด้วยตนเองอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดียามนี้เขามืดแปดด้าน พระสนมผินจึงเสนอให้เขาแต่งตั้งหนิงอันเป็นที่ปรึกษาเพราะเท่าที่นางสังเกตดู ถึงแม้ว่าหนิงอันจะดูเยาว์วัยแต่ก็ดูฉลาดเฉลียวอยู่ไม่น้อยและนางก็มีภาวะความเป็นผู้นำสูง นางจึงคิดว่าหนิงอันน่าจะให้คำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอนองค์ชายห้าเห็นด
เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ







