Masuk“คารวะองค์ชายห้า ขอแสดงความยินดีที่พระองค์กลับมาเดินได้อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” ชุ่นลี่ถังเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ว่าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า องค์ชายห้าปรายตามองเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งโดยไม่ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเขาเลยสักนิด พอเขานั่งลงเรียบร้อยก็ได้มองไปที่ชุนลี่ถังด้วยสายตาเยียบเย็น
องค์ชายห้าเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ดั่งชายชาตินักรบ ยิ่งวันนี้เขาสวมอาภรณ์สีเข้ม ก็ยิ่งทำให้เขาดูดุดันน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาขององค์ชายห้าทำเอานายอำเภอชุนลี่ถังถึงกับมือเท้าเย็นเยียบ แต่เขาก็พยายามเก็บอาการและทำใจดีสู้เสือต่อไป “ห้าปีมานี้ข้าปล่อยให้ท่านดูแลเมืองตงซิ่วแทนข้า ท่านคงเหนื่อยและลำบากอยู่ไม่น้อย ถึงเวลาที่ข้าควรจะมาดูแลด้วยตนเองเสียที กุญแจกองคลังข้าคงต้องขอคืน” กล่าวจบเขาก็แบมือมาตรงหน้า ชุนลี่ถังหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบคุกเข่าลง “องค์ชายกระหม่อมไร้ความสามารถ ห้าปีมานี้ต้องทำให้พระองค์ผิดหวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าขอกุญแจคลังไม่ได้อยากฟังคำพูดแก้ตัวของเจ้า!” คราวนี้องค์ชายห้าเริ่มจะไม่พอใจเมื่อเขาไม่นำกุญแจมาให้เขาเสียที ชุนลี่ถังร่างกายเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจระงับ เขาจะทำอย่างไรดี กองคลังของเมืองตงซิ่วยามนี้วางเปล่าไม่มีของมีค่าใด ๆ เพราะไท่จื่อได้มาขนไปหมดแล้ว เพราะเขาคิดว่าอย่างไรเสียองค์ชายห้าก็ไม่มีทางกลับมาเดินได้แน่นอน ลี่หยางตรงเข้าไปกระชากกุญแจกองคลัง ที่ชุนลี่ถังห้อยเอาไว้ข้างเอวอย่างแรง ก่อนจะถีบเขาไปด้วยหนึ่งทีโทษฐานที่ชักช้าและลีลา หนิงอันและหนิงฮวาก้าวเข้าไปหาชุนลี่ถัง ก่อนที่หนิงอันจะวางร่มไว้ตรงบ่าของเขา ส่วนหนิงฮวาก็วางพัดไปที่บ่าของเขาด้วยเช่นกัน ภาพที่เห็นทำเอาหนิงอันและหนิงฮวาหันมามองหน้ากันทันที จากนั้นความโกรธก็เริ่มปะทุขึ้นมา เจ้าคนสารเลวนี่ไม่เห็นโล่งศพไม่หลังน้ำตา แต่ว่านางจะสงสารหรือสมน้ำหน้าองค์ชายห้าดีนะ ฮ่องเต้มอบเมืองตงซิ่วให้เขา แต่เขากลับไม่สนใจเพราะเดินไม่ได้ เลยปล่อยให้นายอำเภอเป็นคนจัดการทั้งหมด และนายอำเภอชุนลี่ถังก็ทำทุกอย่างตามคำสั่งขององค์รัชทายาท จนยามนี้กองคลังเมืองตงซิ่วแทบจะวางเปล่าไม่เหลือเสบี่ยงหรือของมีค่าใดมากนัก หนิงอันนึกสงสารชาวบ้านและผู้คนเมืองตงซิ่ว หากว่าเกิดอุทกภัยและได้รับความเดือดร้อน ทางการจะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไรกัน ในเมื่อกองคลังว่างเปล่าเช่นนี้ องค์ชายห้าที่มารับช่วงต่อก็คงต้องลำบากและเหนื่อยยากอยู่ไม่น้อย “เขาทำตามคำสั่งองค์ไท่จื่อขนของในกองคลังไปไว้ที่เมืองหลวงหมดแล้วเพคะ ยามนี้กองคลังแทบไม่เหลืออะไร และเขายังมีส่วนรู้เห็นกับจ้าวลัทธิให้ไปสังหารองค์ชายเพคะ”หนิงอันเอ่ยขึ้น “พวกเจ้าถอยออกไป” องค์ชายห้ายามนี้โทสะยากจะระงับได้อีกต่อไป ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับมัจจุราช เขาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาอย่างช้า ๆ หนิงอันและหนิงฮวาถอยห่างออกไป พอเขาหันไปมองลี่หยางสหายคนสนิท ลี่หยางก็โยนกระบี่มาให้อย่างรู้งาน องค์ชายห้ารับมาแล้วดึงกระบี่ออกจากฝัก แล้วตวัดไปที่ลำคอของชุนลี่ถังอย่างรวดเร็ว ฉึบ! เลือดสีแดงฉานสาดกระเด็นไปทั่วบริเวณ หนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง ยืนจับมือกันนิ่งกับภาพที่สยดสยองตรงหน้า องค์ชายยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขาตวัดกระบี่ไปที่ลำคอของอี้ไห่ที่นั่งคุกเข่าอยู่ทันที เลือดสด ๆ ไหลนองเต็มพื้น เขาโยนกระบี่ลงพื้นก่อนจะเดินกลับไปนั่งอยู่ที่เดิมอย่างเงียบขรึม หนิงอันมองเขาอย่างสงสารและเห็นใจ ก่อนที่นางจะเดินไปนั่งข้าง ๆ เขา จากนั้นนางก็ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมา แล้วจับมือของเขามาเช็ดเลือดให้อย่างอ่อนโยน เขาปล่อยให้นางเช็ดโดยที่นั่งมองนางอยู่เงียบ ๆ อย่างใช้ความคิด หนิงอันเห็นเขาไม่พูดอะไรจึงรีบเอ่ยขึ้นมา “อย่ากังวลไปเลยเพคะถึงกองคลังจะว่างเปล่า แต่เราก็สามารถหามาเติมใหม่ให้เต็มได้เพคะ มีหม่อมฉันอยู่ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอเพคะ” เขายกยิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินนางเอ่ยคำว่าเรา คำนี้ฟังแล้วดูอบอุ่นในหัวใจอย่างน่าประหลาด เขามองนางที่ยิ้มให้เขาอย่างให้กำลังใจ เขาก็ยิ้มตอบนางอย่างอ่อนโยน “แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป?” “เราต้องจัดระบบระเบียบใหม่หมด คนขององค์ไท่จื่อไม่ควรเก็บเอาไว้เพคะ เพราะพวกเขาคงไม่มีทางจงรักภักดีต่อพระองค์ การจะปกครองคนให้ดีได้ต้องมีทั้งความเมตตาและความเด็ดขาด คนดีเราควรส่งเสริมส่วนคนชั่วเราควรส่งไปที่ชอบ ๆ เพคะ” “แล้วที่ชอบ ๆ คือที่ใด?” “ก็นรกอย่างไรละเพคะ” เขาได้ฟังก็หัวเราะออกมาก่อนจะยกมือมาลูบหัวนางอย่างเอ็นดู ลี่หยางรีบออกไปส่งสัญญาณให้ทหารองครักษ์มาที่นี่ ไม่นานทหารราวห้าสิบคนก็วิ่งกรูกันเข้ามา “จับทุกคนขังให้หมดรอไต่สวน จัดการทำความสะอาดเก็บศพไปให้เรียบร้อย” “พ่ะย่ะค่ะ” “อยู่เฝ้ากันที่นี่ข้าคงต้องกลับก่อน” “พ่ะย่ะค่ะ” “เดี๋ยวเราแวะไปเอาแตงโมที่ซื้อไว้ก่อนนะเพคะหม่อมฉันอยากกิน” “อืม” แต่แล้วร่างกายขององค์ชายห้าจู่ ๆ ก็เริ่มเจ็บปวดขึ้นมาก่อนเวลา ลี่หยางรีบตรงเข้ามาประคองแต่หนิงอันรีบบอกเขาว่านางจะพาองค์ชายกลับตำหนักเอง หนิงอันพยุงองค์ชายคนละข้างกับหนิงฮวาแล้วพาออกมายังด้านนอก “พี่ลี่หยางรีบพาฮุ่ยอิงตามมานะเจ้าคะ” เอ่ยจบนางก็พาองค์ชายเหาะลอยไปอย่างรวดเร็ว ลี่หยางยืนมองอย่างเหม่อลอย พวกนางจะเก่งเกินไปแล้ว หนิงอันและหนิงฮวาพาองค์ชายมาที่ตำหนักของเขา พระสนมที่รออยู่พอเห็นอาการขององค์ชายห้าก็ตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาช่วยประคอง เหตุใดอาการกำเริบเร็วกว่าทุกครั้ง “หนิงอันทำอย่างไรดี?” “ให้คนต้มน้ำเพคะแล้วพาองค์ชายลงแช่ในอ่าง” พระสนมรีบผละออกไปสั่งคนทันที หนิงอันและหนิงฮวาพยุงเขาให้นั่งลงในอ่าง จากนั้นพวกนางก็ดึงปิ่นปักผมออกมาก่อนจะปักลงไปบนฝ่ามือ จากนั้นก็ปล่อยให้เลือดหยดลงในอ่าง หมอหลวงลู่จื้อวิ่งพรวดพราดเข้ามา เพราะได้ยินว่าองค์ชายอาการกำเริบ “หนิงอันให้ข้าช่วยอะไรบ้าง” “ท่านลุงช่วยต้มยาหญ้าเรียกวิญญาณเจ้าค่ะ” “ได้ ๆ” ไม่นานนางกำนัลก็ยกน้ำเข้ามา หนิงอันใช้มือสัมผัสอุณหภูมิว่าร้อนมากเพียงใด แต่ดูเหมือนน้ำจะถูกผสมมาให้ร้อนกำลังดี นางจึงบอกให้นางกำนัลเทลงไป น้ำในอ่างกลายเป็นสีแดงอมชมพู พอหมอหลวงนำหม้อยาเข้ามาหนิงอันก็เทใส่อ่างทันที จากนั้นนางก็กางร่มออกมา แล้วเอ่ยเรียกวิญญาณเด็กที่เข้าไปอยู่ในร่มก่อนหน้านี้ให้ออกมา “พวกเจ้าช่วยข้าตามหาหุ่นตุ๊กตาอาจถูกซ่อนเอาไว้ที่ใดที่หนึ่งในตำหนักนี้” “เจ้าค่ะ” หนิงอันปล่อยให้ร่มลอยไปอยู่เหนือร่างขององค์ชายห้า จากนั้นร่มก็เริ่มหมุนและเปล่งประกายแสงสีทอง ทุกคนยืนมองตาไม่กะพริบ หนิงอันและหนิงฮวาไปยืนทางด้านหลังองค์ชาย แล้ววางมือลงไปบนไหลของเขาคนละข้างซ้ายขวา “พลังเทพดรุณีสยบมาร” พวกนางปล่อยพลังไปขับไอความชั่วร้ายให้ออกมา ไม่นานไอหมอกสีดำก็ค่อย ๆ ระเหยออกมาจากร่างขององค์ชาย แต่ว่าร่มที่หมุนอยู่ก็ดูดไอความชั่วร้ายเข้าไปทันที “พี่หนิงอันข้าเจอแล้วเจ้าค่ะมันอยู่บนหลังคา” วิญญาณเด็กสาวรีบเข้าบอกด้วยสีหน้าตื่นเต้นที่หาของพบ หนิงอันจึงรีบหันไปบอกลี่หยางที่มาถึงแล้ว ให้ขึ้นไปดูด้านบนหลังคาว่ามีหุ่นตุ๊กตาซุกซ่อนอยู่หรือไม่ ลี่หยางหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมกับกล่องไม้ “นำไปเผาทิ้งเลยเจ้าค่ะ” ลี่หยางรีบนำไปจัดการตามที่หนิงอันบอกทันที ไอสีดำบนร่างขององค์ชายห้าเริ่มเข้มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ร่มก็ดูดเอาไปจนหมด “ท่านหัตถ์ทองคำคาดว่าฝังนั้นคงกระอักเลือดแล้ว” “ดีให้ทุกข์กับใครเขา ทุกข์นั้นย่อมย้อนถึงตัว” ทางด้านจอมเวทที่กำลังทำพิธีจู่ ๆ พลังมากมายมหาศาลก็อัดกระแทกเข้ามาตรงกลางหลังของเขา จนเขาถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต จากนั้นแท่นบูชาไฟก็ลุกพรึ่บขึ้นมา และลามติดไฟไปทั่วทั้งเรือน จอมเวทมองอย่างตกตะลึงนี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมร่างกายเขามันถึงร้อนจนแทบจะระเบิดออกมาเช่นนี้ จอมเวททนไม่ไหวจึงรีบวิ่งออกไปที่บ่อน้ำ จากนั้นเขาก็กระโดดลงไปทันที แต่ว่าพอเขากระโดดลงไป บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใต้น้ำก็รีบดึงขาของเขาให้ลงไปยังก้นบ่อทันที“คารวะองค์ชายห้า ขอแสดงความยินดีที่พระองค์กลับมาเดินได้อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” ชุ่นลี่ถังเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ว่าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า องค์ชายห้าปรายตามองเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งโดยไม่ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเขาเลยสักนิด พอเขานั่งลงเรียบร้อยก็ได้มองไปที่ชุนลี่ถังด้วยสายตาเยียบเย็น องค์ชายห้าเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ดั่งชายชาตินักรบ ยิ่งวันนี้เขาสวมอาภรณ์สีเข้ม ก็ยิ่งทำให้เขาดูดุดันน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาขององค์ชายห้าทำเอานายอำเภอชุนลี่ถังถึงกับมือเท้าเย็นเยียบ แต่เขาก็พยายามเก็บอาการและทำใจดีสู้เสือต่อไป“ห้าปีมานี้ข้าปล่อยให้ท่านดูแลเมืองตงซิ่วแทนข้า ท่านคงเหนื่อยและลำบากอยู่ไม่น้อย ถึงเวลาที่ข้าควรจะมาดูแลด้วยตนเองเสียที กุญแจกองคลังข้าคงต้องขอคืน” กล่าวจบเขาก็แบมือมาตรงหน้า ชุนลี่ถังหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบคุกเข่าลง“องค์ชายกระหม่อมไร้ความสามารถ ห้าปีมานี้ต้องทำให้พระองค์ผิดหวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าขอกุญแจคลังไม่ได้อยากฟังคำพูดแก้ตัวของเจ้า!” คราวนี้องค์ชายห้าเริ่มจะไม่พอใจเมื่อเขาไม่นำกุญแจมาให้เขาเสียที ชุนลี่ถังร่างกายเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจระงับ เขาจะทำอย่างไรดี กองคลังของเ
วันต่อมาหนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง ก็เดินทางมาที่วังเหมันต์อีกครั้งเพราะคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง หนิงอันจึงต้องมาเตรียมช่วยเขาถอนคุณไสย องค์ชายห้าได้แจ้งเอาไว้กับทหารหน้าประตูวังแล้วว่า หากเป็นหนิงกันมาก็ให้เข้าพบได้ตลอดเวลา และให้ทุกคนปฏิบัติต่อพวกนางอย่างให้เกียรติ ทหารจึงพาพวกนางมาที่ห้องทำงานขององค์ชายห้า ที่ยามนี้พวกเขากำลังรอการมาของหนิงอันและหนิงฮวาอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนนั่งปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการปกครองเมืองตงซิ่ว องค์ชายห้าเติบโตมาก็อยู่แต่ในสนามรบ เขาไม่ถนัดเรื่องการปกครองเท่าใดนักและยิ่งเขากลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ เขาจึงปล่อยหน้าที่ดูแลเมืองตงซิ่ว ให้เป็นของนายอำเภอชุนลี่ถังดูแลทั้งหมด แต่พอเขากลับมาเดินได้แล้วเช่นนี้ เขาจึงคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาดูแลเมืองตงซิ่วด้วยตนเองอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดียามนี้เขามืดแปดด้าน พระสนมผินจึงเสนอให้เขาแต่งตั้งหนิงอันเป็นที่ปรึกษาเพราะเท่าที่นางสังเกตดู ถึงแม้ว่าหนิงอันจะดูเยาว์วัยแต่ก็ดูฉลาดเฉลียวอยู่ไม่น้อยและนางก็มีภาวะความเป็นผู้นำสูง นางจึงคิดว่าหนิงอันน่าจะให้คำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอนองค์ชายห้าเห็นด
เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ







