Masukวันต่อมาหนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง ก็เดินทางมาที่วังเหมันต์อีกครั้งเพราะคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง หนิงอันจึงต้องมาเตรียมช่วยเขาถอนคุณไสย องค์ชายห้าได้แจ้งเอาไว้กับทหารหน้าประตูวังแล้วว่า หากเป็นหนิงกันมาก็ให้เข้าพบได้ตลอดเวลา และให้ทุกคนปฏิบัติต่อพวกนางอย่างให้เกียรติ
ทหารจึงพาพวกนางมาที่ห้องทำงานขององค์ชายห้า ที่ยามนี้พวกเขากำลังรอการมาของหนิงอันและหนิงฮวาอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนนั่งปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการปกครองเมืองตงซิ่ว องค์ชายห้าเติบโตมาก็อยู่แต่ในสนามรบ เขาไม่ถนัดเรื่องการปกครองเท่าใดนักและยิ่งเขากลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ เขาจึงปล่อยหน้าที่ดูแลเมืองตงซิ่ว ให้เป็นของนายอำเภอชุนลี่ถังดูแลทั้งหมด แต่พอเขากลับมาเดินได้แล้วเช่นนี้ เขาจึงคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาดูแลเมืองตงซิ่วด้วยตนเองอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดียามนี้เขามืดแปดด้าน พระสนมผินจึงเสนอให้เขาแต่งตั้งหนิงอันเป็นที่ปรึกษาเพราะเท่าที่นางสังเกตดู ถึงแม้ว่าหนิงอันจะดูเยาว์วัยแต่ก็ดูฉลาดเฉลียวอยู่ไม่น้อยและนางก็มีภาวะความเป็นผู้นำสูง นางจึงคิดว่าหนิงอันน่าจะให้คำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอน องค์ชายห้าเห็นด้วยกับพระมารดา เพราะถึงเขาจะเก่งกาจด้านการรบ แต่เรื่องการดูแลบ้านเมืองเขาก็ไม่ถนัดเลยจริง ๆ ในเมื่อนางบอกว่าจะช่วยเขาดูแลเมืองตงซิ่ว เขาก็ควรให้ฐานะและอำนาจกับนาง เพื่อที่นางจะได้สั่งการได้อย่างเต็มที่ “เสด็จแม่คิดว่าควรมอบตำแหน่งใดให้นางดีพ่ะย่ะค่ะ” พระสนมแย้มยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตำแหน่งพระคู่หมั้นเป็นอย่างไร?” “คู่หมั้น!!” องค์ชายห้าอู๋ห่าวหราน โม่โฉวและลี่หยาง ร้องออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ นี่พระสนมคิดอะไรอยู่นางยังดูเยาว์วัยนักและอายุห่างจากองค์ชายห้าถึง10ปีเพราะองค์ชายห้ายามนี้23ปี “เสด็จแม่นางยังเด็กมากนัก อีกอย่างข้ากลัวว่าอาจจะทำให้นางไม่พอใจ” “แต่ว่าหม่อมฉันพอใจและยินดีรับตำแหน่งนี้เพคะ” “หนิงอัน!!” จู่ ๆ หนิงอันก็ก้าวเข้ามาพร้อมเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ หนิงอันยืนฟังอยู่นานแล้วและคิดว่า เป็นคู่หมั้นก็ดีเหมือนกันนางจะได้มีอำนาจสั่งการได้มากขึ้น บางครั้งการมีเงินอย่างเดียวมันก็ไม่พอ เพราะการปกครองคนทั้งเมืองต้องอาศัยอำนาจและบารมีซึ่งนางคิดว่านางจำเป็นต้องมีมัน อีกอย่างหมั้นหมายกันเอาไว้แล้วค่อยศึกษาดูใจก็ไม่เลวนัก จากที่นางฟังพวกเขาคุยกันนางก็พอเข้าใจได้ว่า องค์ชายห้าไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนก่อนดี คนเราไม่ได้เก่งไปเสียทุกเรื่อง ถึงแม้เขาจะเก่งด้านการรบแต่การดูแลปกครองบ้านเมืองก็อีกหนึ่ง นางเองก็ใช่ว่าจะเก่งอะไรมากมายแต่อาศัยว่ามาจากยุคปัจจุบัน และได้เรียนหนังสือมาบ้าง จึงสามารถนำมาปรับเปลี่ยนใช้ในยุคนี้ได้อย่างดี “หนิงอันเจ้าพูดจริงหรือ?” พระสนมผินทั้งดีใจและทั้งแปลกใจ ไม่คาดคิดว่าหนิงอันจะเห็นด้วย นางคิดว่าจะต้องเสียเวลาพูดคุยกันนานกว่านี้เสียอีก แต่กลับกลายเป็นว่า นางกลับตอบตกลงง่าย ๆ แผนการที่จะเอานางมาเป็นลูกสะใภ้ง่ายดายกว่าที่คิด ช่างดีจริง ๆ “จริงเพคะองค์ชายหล่อเหล่าสง่างามมากเช่นนี้หม่อมฉันต้องรีบคว้าโอกาสเอาไว้” หนิงอันลอยหน้าลอยตาตอบด้วยความมั่นใจ ทำให้องค์ชายห้าต้องมองนางด้วยความมันเขี้ยว ดูเอาเถิดเอ่ยชมบุรุษโดยไม่มีเขินอายเลยสักนิด แม่จิ้งจอกน้อย “แล้วว่าที่พระชายาตัวน้อยมีแผนจะทำอย่างไรต่อไป” เขาเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี หนิงอันลองเดินไปเดินมาอย่างวางมาดก่อนจะหัวเราะออกมา “พอถูกสวมหัวโขนหม่อมฉันก็กลายเป็นคนมีอำนาจบารมีขึ้นมาแล้วเพคะ เพราะฉะนั้นเราต้องออกไปเบ่งอำนาจให้เต็มที่ไปเลยเพคะ” “เบ่งอำนาจ?” ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจหมายความว่าอย่างไร นางจะใช้อำนาจรังแกผู้อื่นอย่างนั้นหรือ หนิงอันเห็นท่าทางของทุกคนก็หลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง แต่ไม่คิดจะอธิบายแต่อย่างใด “ตอนนี้ยังเช้าอยู่อีกนานกว่าจะค่ำ เราออกไปสำรวจเมืองตงซิ่วกันเถิดเพคะ การจะปกครองบ้านเมืองให้ดีได้ เราต้องออกไปให้เห็นกับตาตัวเอง ไปกันเถอะเพคะ” หนิงอันเอ่ยจบก็ตรงไปดึงแขนของเขาให้ลุกขึ้น เขาจึงได้แต่ลุกขึ้นอย่างว่าง่าย พระสนิมผินมองพวกเขาด้วยสายตาเอ็นดู นางควรทาบทามหนิงฮวาให้กับลี่หยางอีกคน และก็ฮุ่ยอิงกับโม่โฉว พอคิดมาถึงตรงนี้พระสนมผินก็แย้มยิ้มออกมาด้วยความพอใจกับแผนการจับคู่ของตน อีกสองสามปีพวกนางก็เติบโตแล้ว หากไม่รีบคว้าเอาไว้เกรงว่าจะมีใครมาฉกฉวยเอาไปเสียก่อน ใช้เวลาชั่วอึดใจต่อมาพวกเขาก็มาถึงถนนที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ไปมา เพราะเป็นย่านชุมชนร้านค้าและใกล้ตลาดที่มีผู้คนมาเดินจับจ่ายซื้อสอยกันทั้งวัน หนิงอันบอกให้จอดรถม้าเพราะนางคิดว่าเดินไปน่าจะสะดวกกว่า โม่โฉวจึงบังคับรถม้าให้จอดลง ผู้คนหันมามองรถม้าหรูหราอย่างให้ความสนใจ ยิ่งพอเห็นป้ายวังเหมันต์ติดอยู่ ก็ต่างหยุดดูด้วยความอยากรู้ว่าเป็นผู้ใด หนิงอันก้าวลงมาเป็นคนแรกตามด้วยองค์ชายห้า หนิงฮวาและฮุ่ยอิง องค์ชายห้ารีบดึงแขนหนิงอันเอาไว้ก่อนจะจับมือนางขึ้นมา แล้ววางป้ายหยกของเขาลงไปบนมือของนาง “ข้าขอมอบอำนาจให้เจ้า” หนิงอันก้มลงมองป้ายหยกในมือก่อนจะเงยหน้ามาส่งยิ้มให้เขา ในเมื่อเขาเชื่อใจนางขนาดนี้นางก็จะไม่ทำให้ผิดหวัง นางมารน้อยพร้อมลุย! หานไจ๋ที่นั่งจิบสุราอยู่บนโรงเตี๊ยมชั้นสอง กวาดสายตามองผู้คนเดินไปมาอยู่บนถนนด้านล่างอย่างผ่อนคลาย แต่แล้วเขาก็ถึงกับตกตะลึง! เขารีบยกมือขึ้นมาขยี้ตาตนเองอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า นั่นมันองค์ชายห้าอู๋ห่าวหราน แล้วนี่เขากลับมาเดินได้แล้วอย่างนั้นหรือ แย่แล้วเรื่องนี้ต้องรีบส่งข่าวให้องค์ไท่จื่อรับรู้อย่างเร่งด่วน แล้วนั้นเด็กสาวฝาแฝดก็อยู่กับเขาด้วย ไม่ได้เขาต้องรีบกลับไปรายงานด้วยตนเอง นางด้านนางมารเล็บแดงที่นั่งอยู่มุมหนึ่งบนชั้นสองของโรงเตี๊ยม จ้องมองรถม้าที่มีตราสัญลักษณ์ของวังเหมันต์อย่างตาไม่วางตา ก่อนจะยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ นั่นมันแฝดนรกที่จ้าวลัทธิบอกนี่ พวกนางยังดูเยาว์วัยมากจริง ๆ แต่ก็ดีสำหรับนางที่ต้องการหัวใจของพวกนาง ต้องรีบลงไปดูใกล้ ๆ เพื่อสัมผัสพลังปราณทิพย์บริสุทธิ์ของพวกนาง ว่ามันจะหอมหวานมีพลังสักเพียงใด จอมมารพันปีที่นั่งจิบสุราอยู่มุมหนึ่ง ก็จ้องมองหนิงอันและหนิงฮวาอย่างพอใจ มาเกิดใหม่แล้วสินะคนงามของข้า ทางด้านอี้ไห่และลูกน้องอีกสองคนที่เดินเตร็ดเตร่อยู่บนถนน ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นรถม้าของวังเหมันต์ เขารีบเข้าไปยืนแอบอยู่มุมหนึ่งเพื่อคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทว่าเมื่อเขาเห็นองค์ชายห้าก้าวลงมาจากรถม้า เขาก็ถึงกับร่างกายแข็งทื่อใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ขาขององค์ชายหายดีแล้วเป็นไปได้อย่างไร แย่แล้วองค์ไท่จื่อต้องไม่พอใจกับเรื่องนี้แน่ ที่พวกเขาปล่อยให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ต้องรีบไปรายงานท่านนายอำเภอ หนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง เดินอยู่ด้านหน้าโดยมีองค์ชายห้า ลี่หยางและโม่โฉวเดินตามอยู่ด้านหลัง หนิงอันกวาดตามองร้านค้าต่าง ๆ อย่างสนใจ แต่แล้วกลุ่มของพวกนางก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นกลุ่มอันธพาลรีดไถเดินเก็บเงินเรี่ยไรเงินกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยสักนิด หนิงอันยืนกอดอกมองพวกเขาอย่างไม่พอใจ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าริมถนนต่างพากันหยิบเงินมาจ่ายอย่างไม่มีทางเลือก เสียค่าเช่าที่แล้วยังต้องมาจ่ายเงินให้กับเจ้าพวกสารเลวนี่อีก ขายของก็ใช่ว่าจะได้กำไรมากมาย แจ้งทางการก็ไม่เห็นมาจัดการอะไร ก็ได้แต่ต้องทนกันต่อไป “แม่ค้าแตงโมลูกเท่าไหร่เจ้าคะ” “ราคาลูกละ5อีแปะเจ้าค่ะ” “งั้นข้าเอาหมดเลยเจ้าค่ะมีอยู่15ลูก75อีแปะ” หนิงอันเอ่ยบอกกับแม่ค้าขายแตงโม ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้กับองค์ชายห้า เขาเห็นท่าทางของนางก็กระตุกยิ้มอย่างรู้ทัน นางก็กลายเป็นอันธพาลรีดไถไปกับเข้าด้วยรึ แต่ว่าเขาก็พยักหน้าว่าเดี๋ยวจะจ่ายให้ หนิงอันจึงหันไปหยิบแตงโมมายื่นให้หนิงฮวาหนึ่งลูก ส่วนนางก็หยิบมาถือไว้หนึ่งลูก “ปาให้ถูกหัวพวกมัน” “ได้” กลุ่มอันธพาลห้าคนไม่รู้ถึงชะตาของตนเลยสักนิด ยังคงเดินกร่างขู่กรรโชกและพูดจาหยาบคายเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่แล้วพลังของลูกแตงโมก็ลอยไปหัวของคนที่เป็นหัวหน้า พลั่ก!! โอ๊ยย!! สิ้นเสียงร้องของอันธพาลที่เป็นหัวหน้า ลูกแตงโมที่มากระแทกหัวของเขาแตกออก จากนั้นน้ำสีแดงฉานของแตงโม ก็ไหลอาบไปทั่วใบหน้าและร่างกายของเขา จากนั้นร่างของเขาก็ค่อย ๆ ทรุดลงและหมดสติไปทันที “ลูกพี่!!” “พลั่ก!! โอ๊ยย!! และแล้วคนที่สองก็ตามมา และคนที่สามที่สี่และคนที่ห้าที่เตรียมจะวิ่งหนี แต่กลับไม่พ้นลูกแตงโมที่ลอยไปกระแทกหัวจนพวกเขาสลบทันที หนิงอันและหนิงฮวาปัดมือไปมาอย่างสะใจ “เป็นเช่นไรเพคะการเบ่งอำนาจของหม่อมฉัน?” “เจ้าปาได้แม่นยำมากน่าชื่นชม โม่โฉวให้คนของทางการจับพวกเขาไปขัง ข้าคิดว่าพวกเราควรไปเยือนที่ว่าการนายนำเภอดูหน่อย ห้าปีที่ผ่านมาดูเหมือนข้าจะตัดสินใจผิดพลาดไป หนิงอันเจ้าคิดว่าเช่นไร?” “หม่อมฉันคิดว่าพร้อมจะเบ่งอำนาจแล้วเพคะ” เขาได้ยินก็ยกมือขึ้นมาขยี้ศีรษะของนางอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือของนาง แล้วพาเดินมุ่งหน้าไปยังที่ว่าการอำเภอเมืองตงซิ่วทันที นายอำเภอชุนลี่ถังเมื่อมีคนไปแจ้งว่าองค์ชายห้ามาเยือน เข้าถึงกับตกใจหน้าซีดเข่าอ่อนจนทำอะไรไม่ถูก เขาเพิ่งรับรู้จากอี้ไห่ว่าองค์ชายห้ากลับมาเดินได้แล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะแวะมาหาเขาถึงที่นี่ แย่แล้วเขาจะทำอย่างไรดียามนี้เขาหวาดกลัวจนแข้งขาสั่น ห้าปีมานี้เขาทำเรื่องราวไว้มากมาย องค์ชายห้าคงไม่ปล่อยชีวิตของเขาเอาไว้แน่“คารวะองค์ชายห้า ขอแสดงความยินดีที่พระองค์กลับมาเดินได้อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” ชุ่นลี่ถังเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ว่าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า องค์ชายห้าปรายตามองเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งโดยไม่ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเขาเลยสักนิด พอเขานั่งลงเรียบร้อยก็ได้มองไปที่ชุนลี่ถังด้วยสายตาเยียบเย็น องค์ชายห้าเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ดั่งชายชาตินักรบ ยิ่งวันนี้เขาสวมอาภรณ์สีเข้ม ก็ยิ่งทำให้เขาดูดุดันน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาขององค์ชายห้าทำเอานายอำเภอชุนลี่ถังถึงกับมือเท้าเย็นเยียบ แต่เขาก็พยายามเก็บอาการและทำใจดีสู้เสือต่อไป“ห้าปีมานี้ข้าปล่อยให้ท่านดูแลเมืองตงซิ่วแทนข้า ท่านคงเหนื่อยและลำบากอยู่ไม่น้อย ถึงเวลาที่ข้าควรจะมาดูแลด้วยตนเองเสียที กุญแจกองคลังข้าคงต้องขอคืน” กล่าวจบเขาก็แบมือมาตรงหน้า ชุนลี่ถังหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบคุกเข่าลง“องค์ชายกระหม่อมไร้ความสามารถ ห้าปีมานี้ต้องทำให้พระองค์ผิดหวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าขอกุญแจคลังไม่ได้อยากฟังคำพูดแก้ตัวของเจ้า!” คราวนี้องค์ชายห้าเริ่มจะไม่พอใจเมื่อเขาไม่นำกุญแจมาให้เขาเสียที ชุนลี่ถังร่างกายเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจระงับ เขาจะทำอย่างไรดี กองคลังของเ
วันต่อมาหนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง ก็เดินทางมาที่วังเหมันต์อีกครั้งเพราะคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง หนิงอันจึงต้องมาเตรียมช่วยเขาถอนคุณไสย องค์ชายห้าได้แจ้งเอาไว้กับทหารหน้าประตูวังแล้วว่า หากเป็นหนิงกันมาก็ให้เข้าพบได้ตลอดเวลา และให้ทุกคนปฏิบัติต่อพวกนางอย่างให้เกียรติ ทหารจึงพาพวกนางมาที่ห้องทำงานขององค์ชายห้า ที่ยามนี้พวกเขากำลังรอการมาของหนิงอันและหนิงฮวาอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนนั่งปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการปกครองเมืองตงซิ่ว องค์ชายห้าเติบโตมาก็อยู่แต่ในสนามรบ เขาไม่ถนัดเรื่องการปกครองเท่าใดนักและยิ่งเขากลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ เขาจึงปล่อยหน้าที่ดูแลเมืองตงซิ่ว ให้เป็นของนายอำเภอชุนลี่ถังดูแลทั้งหมด แต่พอเขากลับมาเดินได้แล้วเช่นนี้ เขาจึงคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาดูแลเมืองตงซิ่วด้วยตนเองอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดียามนี้เขามืดแปดด้าน พระสนมผินจึงเสนอให้เขาแต่งตั้งหนิงอันเป็นที่ปรึกษาเพราะเท่าที่นางสังเกตดู ถึงแม้ว่าหนิงอันจะดูเยาว์วัยแต่ก็ดูฉลาดเฉลียวอยู่ไม่น้อยและนางก็มีภาวะความเป็นผู้นำสูง นางจึงคิดว่าหนิงอันน่าจะให้คำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอนองค์ชายห้าเห็นด
เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ







